Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    91 เชิญไปกับเรา

    สกิลไซเลนท์ไกลด์เปิดทำงานเต็มกำลัง เท้าทั้งสองพุ่งเป็นเส้นตรงราวกับเงาก้าวข้ามสิ่งกีดขวางหลายอย่าง


    การเคลื่อนที่ของเขาวงกตทำให้ผนังทั้งหมดเคลื่อนที่ออกจากกัน ชิ้นส่วนหินที่ประกอบไปด้วยสีขาว สีน้ำตาล สีแดง สามารถแยกแล้วไปประกอบกันกับแผ่นหินจากทางเดินที่อยู่ด้านข้างทำให้เกิดทางเดินใหม่ทุกๆ 10 นาที 


    ทางเดินที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่สีของแผ่นหินที่เปลี่ยนไป การต่อกันของแผ่นหินสีเดียวกันมากกว่า 3 สีสามารถปลดปล่อยพลังทำลายออกมาได้ น้ำแข็ง ไฟ คือสิ่งที่พุ่งออกมาขัดขวางแอ็กเซลจนต้องใช้สกิลธาตุตรงกันข้ามเข้าขัดขวาง   ตลอดการวิ่ง 1 วันเต็มเพื่อไปให้ถึงทางออกของแอ็กเซลดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเรื่องยาก เนื่องจากว่าเขาวงกตแห่งนี้ออกแบบมาให้เอาชีวิตรอด มากกว่าออกไปจากเขาวงกต


    ยิ่งเขาพยายามไล่ตามเส้นทางที่ทิ้งสัญลักษณ์เวทมนตร์ ทางเดินที่เขาคิดผ่านจะพยามแยกตัวออกจากกันเพื่อสร้างทางที่ซับซ้อนจนห่างไกลจากจุดที่เขาทำสัญลักษณ์ ส่งผลให้แอ็กเซลต้องหาเส้นทางใหม่เพื่อจะออกไปด้านนอกจนตอนนี้ผ่านมาแล้ว 1 วันเต็มที่เขาพยายามวิ่งไปรอบๆ


    “ ให้ตายสิ ส่งเจ้านกน้อยพวกนี้ออกไปไม่ได้ด้วย ”


    แอ็กเซลกระโจนเข้ามาหลบในห้องแห่งหนึ่ง นักศึกษาภายในห้องต่างแสดงความตกใจหลังจากพบว่ามีบางอย่างกระโจนเข้ามา แต่เมื่อพวกเขามองเห็นใบหน้าของแอ็กเซลต่างแสดงความตกใจมากยิ่งกว่าเพราะคนดังในอินเทอร์เน็ตปรากฎตัวต่อหน้าพวกเขา


    “ นายคือแอ็กเซลใช่ไหม ”


    แอ็กเซลที่กำลังพักเหนื่อยหันมองดูนักศึกษาต่างสถาบัน อีกฝ่ายเป็นนักศึกษาปี 4 แอ็กเซลกลับไม่ได้มีความนับถือเพราะจิตของเขาคือจอมเวท คนเหล่านี้จึงดูเด็กเกินไปที่เขาจะนับถืออีกฝ่าย


    “ มีอะไรหรือเปล่า ”


    “ วาว จริงด้วย เขาคือแอ็กเซล เราขอถ่ายรูปด้วยได้ไหม เรื่องที่นายทำสุดยอดมากเลย ”


    แอ็กเซลทำเพียงยิ้มจากนั้นเขาก็ยืนนิ่งปล่อยให้นักศึกษาเข้ามายืนถ่ายรูปจนครบทุกคน


    “ พวกนายติดอยู่ที่นี่นานหรือยัง ”


    “ ตั้งแต่เขาวงกตเริ่มเคลื่อนไหว เราก็ตั้งหลักอยู่ที่นี่ นายเตรียมของกินมาหรือเปล่า เราน่าจะติดอยู่ที่นี่ 15 วันตามข้อมูลที่ได้รับมา ”


    “ พวกนายรู้ไหมว่าใครเข้าไปแตะกลไกซากโบราณสถานแห่งนี้ ”


    “ ไม่รู้หรอก แต่เราคิดว่าน่าจะเป็นคนของสเทิร์นไลท์อีกนั่นแหละ ส่วนมากนักศึกษาไม่รู้วิธีเปิดกลไกลับหรอก นอกจากสถาบันนี้ที่ฝึกสอนนักศึกษามาอย่างดี คงมีบางอย่างเกิดขึ้นข้างในพวกเขาก็เลยแตะกลไก ” 


    “ มีเหตุผล ”


    นักศึกษาภายในห้องเอียงคอเล็กน้อย พวกเขาไม่รู้เลยว่าแอ็กเซลพูดอะไร หลังจากเขาเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาก็พุ่งออกไปจากห้องสร้างความตะลึงให้ทุกคน 


    การเดินทางภายในเขาวงกตมีเพียงระดับ 5 ที่กล้าทำ หากระดับ 4 อย่างเช่นพวกเขาฝืนไปต่อ นอกจากจะหลงทางมากกว่าเดิมแล้ว มีโอกาสจะถูกเส้นทางที่เปลี่ยนไปมาสังหาร


    ภายใต้เท้าที่วิ่งเต็มกำลังแอ็กเซลก็พุ่งมาถึงทางแยกที่มี 3 เส้นทาง หนึ่งในเส้นทางสามารถนำเขาไปสู่จุดที่ทิ้งเครื่องหมายเวทมนตร์เอาไว้ เพียงแต่ว่าเส้นทางที่ถูกต้องกลับแยกออกเป็น 2 ทั้งที่เขากำลังมองจ้องมัน  พิกซี่ทั้ง 2 ที่ยังคงเกาะอยู่เกาหัวเล็กน้อยเพราะพวกเธอไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหนดีทำได้แค่ปล่อยให้ผู้เป็นนายเลือกทางวิ่งด้วยตนเอง


    ฟี่ฟี่


    “ ฉันเห็นแล้ว เราจะไม่ฆ่าพวกมันเพราะตอนนี้ต้องการออกไปมากกว่า ”


    สองเท้าวิ่งเข้าไปในหนึ่งในเส้นทางที่จะนำเขาไปยังเครื่องหมายเวทมนตร์  ในระหว่างวิ่งทางเดินก็เริ่มเคลื่อนตัวไม่จบไม่สิ้น ยิ่งวิ่งเขาก็เจอเข้ากับทางเดินแปลกประหลาดมากมาย มันไม่ได้มีแค่ทางตรงและทางโค้งเสมอไป บางเส้นทางยกตัวขึ้นสูงราวกับหน้าผาให้เขาปีนป่าย นับว่าโชคดีที่มีแผ่นหินยื่นออกมาจากผนังให้เขาสามารถห้อยโหนดึงตัวเองขึ้นไปบนนั้นได้  ทันใดนั้นแอ็กเซลกลับต้องหยุดวิ่ง เมื่อทางเดินด้านหน้าลอยออกไปไกลเหลือไว้เพียงแค่หลุมสีดำมืดมิดไม่มีทางเดินไปต่อ



    ตึงตึงตึง


    เสียงตึงตังดังมาจากทางฝั่งด้านซ้ายและขวา การยืนอยู่บนเส้นทางทำให้เห็นหลายอย่างที่เปลี่ยนไป เส้นทางด้านหน้าที่มีเพียงหลุมสีดำค่อยๆมีแผ่นหินลอยขึ้นมาจากด้านล่าง มันคือหินที่จะนำมาสร้างเส้นทางไปต่อ แอ็กเซลจึงยืนรอจนกระทั่งทางเดินใหม่ปรากฎออกมา สองเท้าของเขาก็เริ่มวิ่งไปด้านหน้า โดยการวิ่งของเขาได้เรียกนกน้อยออกมา  5 ตัวแล้วใช้ด้ายพลังเวทจับขาของพวกมันเอาไว้ อย่างน้อยถ้าเขาร่วงตกพวกมันจะพาเขาบินหาที่เกาะ 


    “ ตอนเข้ามาใช้เวลา 10 ชั่วโมง ขากลับจะต้องใช้เวลากี่วันกัน ”


    แอ็กเซลรู้สึกได้ว่าเครื่องหมายเวทมนตร์เคลื่อนที่ออกไปไกลเรื่อยๆจากการเปลี่ยนกลไกของวงกต มันไม่ได้เปลี่ยนเพราะเขาพยายามจะเข้าใกล้ แต่เปลี่ยนไปเพราะกลไกของที่แห่งนี้ เขาจึงไม่แปลกใจเลยที่นักศึกษาส่วนใหญ่เลือกที่จะพักผ่อนในห้องรอจนกว่าจะครบ 15 วัน เส้นทางออกไปจากวงกตนี้มีการเคลื่อนตัวที่เร็วมากผิดจากทางเดินรอบๆ ทำให้เขาต้องวิ่งตามมันไปเรื่อยๆจนกว่าระยะจะลดลงพอให้คว้าจับ


    หลังจากยืนนิ่งสักพักรอจนพลังคอสมิกกลับคืนมา แอ็กเซลก็เริ่มออกวิ่งโดยมีพิกซี่และนกคอยนำทาง ส่วนกระบองเพชรเขาเหลือมันเอาไว้เพียง 2 ตัวเพื่อให้ช่วยนำทาง หากเขาปล่อยพวกมันทั้ง 100 ออกมารอบๆ ร่างของเขาคงถูกเกาะทุกส่วนจนไม่สามารถวิ่งได้เต็มที่


    มู่มู่


    “ พืชกลายพันธุ์เหรอ แวะเก็บหน่อยก็ดี ”


    เท้าทั้งสองกระโจนไปตามแผ่นหินที่ราวกับลอยอยู่บนอากาศ รอบด้านของแอ็กเซลเต็มไปด้วยความมืดมิดสีดำ ทันใดนั้นเขาก็กระโจนลงจากแผ่นหินที่กำลังลอยไปรวมตัวกันที่ไหนสักแห่งแล้วเด็ดพืชกลายพันธุ์ระดับ 4 ภายในห้องที่มาถึงก่อนจะออกวิ่งต่อไป


    ---------------------------------------------------------------


    ภายในห้องที่เต็มไปด้วยเอกสาร นายพลแซทเทิร์นที่พึ่งคุยกับสหพันธ์จบลงเมื่อครู่ถึงขั้นกุมขมับ ภารกิจลับจับตามองดูผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 ถูกนำออกมาเปิดเผย จนสหพันธ์ต้องส่งเจ้าหน้าที่ชุดใหม่มากำกับดูแล


    แม้เขาจะยังอยู่ในตำแหน่งนายพลดาวโนวาได้เช่นเดิม แต่คนที่เข้ามาควบคุมดูแลภารกิจลับกลับถูกเปลี่ยนทั้งหมด ซึ่งการจะจัดการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เขาแทบจะไม่มีสิทธิยื่นมือเข้าไปยุ่งวุ่นวายเพราะสหพันธ์แต่งตั้งคนใหม่เข้ามาแทน


    สิ่งที่ทำให้เขากลุ้มใจมากที่สุดในตอนนี้คือการลงมือด้วยไม้แข็ง เขากลัวว่ากลุ่มใหม่ที่ได้รับแต่งตั้งจะจัดการฆ่าสังหารผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำราวกับว่ามันเป็นอุบัติเหตุเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไม่ให้อาชญากรหมายเลข 9 กลับมา


    เขากลุ้มก็เพราะว่ามีเด็กคนหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เขากลัวว่าเด็กคนนี้จะถูกสังหาร หากเด็กคนนี้ไม่มีจิตของอาชญากรหมายเลข 9  ดาวโนวาจะสูญเสียหนึ่งในคนที่จะกลายเป็นกองกำลังหลักสำคัญ


    “ ท่านครับ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจจับตามองดูผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 จะเดินทางมาถึงในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้าครับ แต่พวกเขาส่งคำขอมาก่อน ”


    “ เตรียมที่พักให้พร้อม ว่าแต่พวกเขาขออะไร ”


    “ พวกเขาต้องการเจอหน้าคนทั้งหมดที่เราระบุว่าอาจจะเป็นหนึ่งในจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 ”


    “ ส่งทหารไปเชิญตัวคนเหล่านี้มาที่กองทัพ กำชับด้วยว่าห้ามทำอันตรายใดๆ ”


    “ ครับทราบแล้ว ”


    นายพลแซทเทิร์นลูบคางเบาๆ เขาอยากรู้ว่าเจ้าหน้าที่ชุดใหม่คิดจะทำสิ่งใด เพื่อไม่ให้มีสิ่งใดเกินเลย เขาจึงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด


    ---------------------------------------------------------------


    มู่!!!


    มือน้อยๆชี้ไปยังทางออก ประตูบานใหญ่ลอยอยู่บนอากาศคือเป้าหมายที่พวกเขาจะต้องเดินทางไปให้ถึง เพียงแต่ว่ารอบตัวของแอ็กเซลไม่มีทางเดินและไม่มีลู่วิ่ง ทุกสิ่งลอยกระจัดกระจายบนอากาศ วิธีการเดินทางมีทางเดียวคือกระโจนเหยียบสิ่งกีดขวางเพื่อไปให้ถึงทางออก เพียงแต่ว่าเขามีนกน้อยระดับ 4 ต่อให้พวกมันจะมีขนาดตัวที่เล็กมากๆก็ตามที ปีกของมันทรงพลังพอจะพาเขาบินไปถึงประตูทางออกได้


    หลังจากกระโจนออกจากหินนกทั้ง 5 ก็เริ่มตีปีกบินด้วยความเร็วไว้ ถึงแม้มันจะเป็นการบินที่ดูง่าย นกน้อยทั้ง 5 กลับพยายามบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่มีความเร็วในการพุ่งไปรอบๆที่ต่างกัน ภายใต้การบินฉวัดเฉวียนไปมาของนกน้อย แอ็กเซลก็ถูกลากดึงมาจนถึงทางออกได้ในที่สุด ก่อนจะก้าวออกไปเขาไม่ลืมหันกลับมามองด้านหลัง ภาพที่เขาเห็นในตอนนี้ดูน่าตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะภายในซากโบราณสถานที่เขาเข้ามา มันคือมิติๆหนึ่งที่มีแผ่นหินเคลื่อนตัวไปมาราวกับกลไกนาฬิกาที่มีชิ้นส่วนเป็นแสนๆชิ้น


    “ ห้าวันเต็มเลยงั้นเหรอ วันหลังต้องเตรียมตัวมากกว่านี้ถ้าจะเข้าเขาวงกต ”


    สองเท้าก้าวผ่านประตู ก่อนที่เขาจะพบว่าด้านหน้าคือป่ารกทึบที่ใช้พักค้างคืนของนักศึกษา เมื่อมองกลับหลังเขาพบว่าประตูทางเข้ายังคงวางอยู่บนพื้นดินเช่นเดิม ราวกับว่าภาพการเคลื่อนไหวของแผ่นหินเมื่อครู่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้านนอกกับด้านในมีบรรยากาศที่ต่างกัน


    ในเวลาที่เหลืออีก 9 วันแอ็กเซลคิดว่าเขาจะออกล่าแต้มให้ได้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ แต่แล้วเขากลับพบว่ามียานบินลำใหญ่กำลังบินตรงมายังซากโบราณสถานที่เขาอยู่ด้วยความรวดเร็ว  เขาจึงมองดูชายคนหนึ่งสวมใส่ชุดเจ้าหน้าที่ที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล อีกฝ่ายเป็นคนเรียกยานบินลำนี้มา


    “ แอ็กเซล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของสถาบันโนวาไพร์ม ฉันพูดถูกใช่ไหม ”


    “ ครับ มีอะไรหรือเปล่า ”


    ความสงสัยเผยบนใบหน้าแอ็กเซล เจ้าหน้าที่ที่ติดต่อกับยานบินเป็นฝ่ายเปิดปากถามเขาก่อน ทันใดนั้นคนที่อยู่บนยานก็เริ่มทิ้งตัวลงเหยียบพื้น โดยไม่มีการจอดยานแต่อย่างใดทำราวกับว่าพวกเขาเร่งรีบมาที่นี่และเร่งรีบที่จะออกไปจึงไม่จำเป็นต้องนำยานลงจอด


    “ ตามเรามาด้วย ทางกองทัพดาวโนวาต้องการพบตัวของนาย ”


    “ มีอะไรหรือเปล่า ”


    “ เรื่องนี้เราจะคุยกันทีหลัง รบกวนไม่ใช้เครื่องมือสื่อสารทุกอย่างและตามเราไปด้วย ”


    แอ็กเซลหันมองรอบด้าน แม้ที่นี่จะเป็นหน้าทางเข้าซากโบราณสถาน นักศึกษาหลายคนกลับใช้มันเป็นสถานที่ตั้งแคมป์เพราะปลอดภัยจากการมีนักศึกษาหลากหลายสถาบันมารวมกัน 


    จากสายตาของนักศึกษาที่มองมานั้น แอ็กเซลสัมผัสได้ถึงความวิตกกังวลภายในการจ้องมอง  เขาจดจำได้ว่าก่อนจะเข้าไปในโบราณสถาน สายตาของนักศึกษามองเขาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดและตกใจ กับการได้พบเขาที่เป็นหนึ่งในตัวแปรของสงคราม


    เพียงแต่ว่าวันนี้สายตาเหล่านั้นกลับหายไป เหลือไว้เพียงสายตาวิตกราวกับว่าเขาทำบางอย่างผิด ซึ่งแอ็กเซลมั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดตลอด 5 วันที่ผ่านมา การถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้เล่นโทรศัพท์ระหว่างเดินทาง ยิ่งทำให้แอ็กเซลสงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีกว่าเขาทำอะไรผิดพลาดไป


    “ เชิญขึ้นยาน เราจะนำตัวนายไปที่กองทัพดาวโนวา ”.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน