บทที่ 9: ย่างเท้าสู่หอคัมภีร์
หลายวันหลังจากทะลวงสู่ขั้นหลอมรวมกายาเฟยชินยังคงสงบนิ่งและทำหน้าที่ทาสของตนต่อไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาใช้่เวลานี้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับพละกำลังใหม่ที่ได้รับมามันคือความแข็งแกร่งที่ซึมลึกอยู่ในทุกอณูร่างกายเขาสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบเก็บงำกลิ่นอายที่ทรงพลังขึ้นของตนไว้ภายใต้ท่าทีที่อ่อนน้อมและไร้พิษสงเช่นเดิม
แต่ในใจของเขานั้นร้อนรนยิ่งนักป้ายไม้สลักลายเมฆาในมือของเขาคือตั๋วที่จะนำไปสู่ความแข็งแกร่งในขั้นต่อไปแต่หอคัมภีร์ซึ่งเป็เป้าหมายของเขาบัดนี้กลับกลายเป็สถานที่ที่ถูกคุ้มกันหนาแน่นที่สุดในจวน
เฟยชินใช้ทุกโอกาสที่มีระหว่างการทำงานเพื่อสังเกตการณ์เขาไม่จำเป็ต้องเข้าใกล้ เพียงแค่เดินผ่านในระยะไกลเขาก็สามารถใช้ประสาทััที่เฉียบคมขึ้นของตนเพื่อรวบรวมข้อมูลได้เขาพบว่ามีองครักษ์ฝีมือดีสี่คนเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดเวลา และที่น่ากลัวที่สุดคือเขาััได้ถึงกลิ่นอายของยอดฝีมือคนหนึ่งที่นั่งสมาธิอยู่ด้านในประตูทางเข้าคาดว่าน่าจะเป็ผู้าุโของตระกูลที่ถูกส่งมาดูแลความเรียบร้อยโดยตรง
การบุกเข้าไปทางประตูหน้าจึงเป็การฆ่าตัวตายชัดๆ
เฟยชินเริ่มมองหาหนทางอื่นสายตาของเขาจับจ้องไปยังตัวอาคารของหอคัมภีร์ซึ่งสูงสามชั้นมันถูกสร้างจากไม้และหินอย่างแข็งแรง แต่บนชั้นสอง ด้านที่หันเข้าหาลานสวนหย่อมเล็กๆที่ค่อนข้างลับตา มีหน้าต่างบานหนึ่งอยู่... มันสูงจากพื้นดินราวสี่จั้ง (ประมาณ13-14 เมตร) สูงเกินกว่าที่คนธรรมดาจะปีนถึง แต่สำหรับเขาในตอนนี้...มันคือความเป็ไปได้เพียงหนึ่งเดียว
เขาอดทนรอคอยโอกาสที่เหมาะสมและในที่สุด์ก็เป็ใจ...
ค่ำคืนนั้นพายุฝนโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงอีกครั้ง ท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงจันทร์มีเพียงเสียงลมพายุและเสียงสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งเป็ฉากหลังที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการเคลื่อนไหวในเงามืด
เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนเฟยชินก็ลอบออกจากกระท่อม ร่างของเขาเคลื่อนไหวไปตามเงามืดอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบยิ่งกว่าครั้งก่อนพละกำลังใหม่ทำให้เขารู้สึกเบาหวิวราวกับขนนกเขาลัดเลาะมาจนถึงสวนหย่อมข้างหอคัมภีร์ได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น
เขายืนอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่แหงนหน้ามองหน้าต่างบานนั้นที่อยู่สูงขึ้นไปท่ามกลางม่านฝน เขาสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมด
จากนั้น...เขาก็เริ่มปีน!
ปลายนิ้วที่แข็งแกร่งราวกับตะขอเหล็กของเขาจิกลงไปในร่องหินเล็กๆของกำแพง กล้ามเนื้อทุกมัดทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบเขากลายเป็ส่วนหนึ่งของกำแพง ค่อยๆ ไต่สูงขึ้นไปทีละน้อยท่ามกลางสายลมและสายฝนที่พยายามจะพัดร่างของเขาให้ร่วงหล่นลงไป
ในที่สุดเขาก็มาถึงขอบหน้าต่างได้สำเร็จ เขาเกาะขอบหน้าต่างไว้แน่น พลางหยิบลวดเส้นเล็กๆที่เตรียมไว้ออกมาอย่างทุลักทุเลเขาใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการสอดลวดเข้าไปในร่องและปลดสลักด้านในอย่างใจเย็น
คลิก...
เสียงสลักที่ถูกปลดออกแ่เบาจนแทบไม่ได้ยินเฟยชินค่อยๆ แง้มหน้าต่างออกอย่างช้าๆแล้วจึงสอดตัวเข้าไปด้านในได้อย่างเงียบเชียบ
ทันทีที่เข้ามาข้างในโลกภายนอกที่อึกทึกครึกโครมก็พลันเงียบสงบลง ที่นี่คือหอคัมภีร์กลิ่นอายของไม้โบราณและกระดาษเก่าลอยอบอวลไปทั่ว ชั้นวางหนังสือสูงตระหง่านตั้งเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบบรรยากาศเต็มไปด้วยความขลังและศักดิ์สิทธิ์
เขาอยู่บนชั้นหนึ่ง...ตามคาด บันไดที่จะขึ้นไปยังชั้นสองนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้าหลักเขาสามารถได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของผู้าุโที่นั่งสมาธิอยู่ตรงนั้นได้อย่างชัดเจน
เฟยชินเคลื่อนไหวราวกับเงาภูตพรายเขาหลบหลีกไปตามซอกของชั้นหนังสือ ใช้เงามืดเป็ที่กำบังเขาเข้าใกล้บันไดทีละนิด... ทีละนิด... หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
ที่ขั้นบันไดขั้นแรกมีตราประทับอาคมส่องแสงเรืองรองจางๆ เป็ปราการป้องกันผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปยังชั้นบนเฟยชินหยิบป้ายไม้สลักลายเมฆาออกมา แล้วทาบมันลงบนตราประทับนั้น
วูบ...
แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ก่อนที่ตราประทับอาคมจะเลือนหายไปอย่างเงียบเชียบ ทางขึ้นไปยังชั้นสองเปิดออกแล้ว!
เฟยชินไม่รอช้าเขารีบก้าวขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วและไร้เสียง ชั้นสองนี้มีชั้นหนังสือน้อยกว่าแต่คัมภีร์แต่ละม้วนล้วนแผ่กลิ่นอายที่ทรงพลังออกมา เขารู้ว่าเขาไม่มีเวลามากนัก
สายตาของเขากวาดไปตามสันคัมภีร์อย่างรวดเร็ว"คัมภีร์เพลิงอัคคี" "วิชากระบี่ัคราม""เพลงดาบวายุคลั่ง" ... ล้วนเป็วิชาที่ทรงพลังแต่ไม่เหมาะกับแนวทางของเขา
จนกระทั่งสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่กล่องไม้สีดำเรียบๆที่วางอยู่ในมุมหนึ่ง มันดูธรรมดาจนแทบไม่มีใครสนใจแต่เฟยชินกลับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ดึงดูดเขา มันเหมือนกับมีบางสิ่งกำลังร้องเรียกเขาอยู่
เขาหยิบมันขึ้นมาบนกล่องนั้นสลักตัวอักษรไว้สี่ตัว...
"เคล็ดวิชาอสูรไร้ลักษณ์"
ไร้ลักษณ์...เหมือนกับเมฆาคล้อยที่เขาฝึกฝน อสูร... ราวกับเส้นทางที่เขาเลือกเดินชื่อนี้สะท้อนตัวตนของเขาอย่างน่าประหลาดใจ เฟยชินตัดสินใจในทันทีเขา้าคัมภีร์ม้วนนี้!
เขาหยิบม้วนคัมภีร์ออกมาและเตรียมจะหันหลังกลับ...
แค่ก...แค่ก...
เสียงกระแอมไอดังมาจากชั้นล่าง!
เฟยชินแข็งค้างไปทั้งร่างผู้าุโที่เฝ้าอยู่ตื่นแล้ว! เขากำลังติดอยู่ในใจกลางถ้ำเสือพร้อมกับสมบัติที่เพิ่งขโมยมา!