“น้องบอกว่ารักพี่ แต่เรายังไม่เคยเจอหน้ากันเลยนะครับ บอกรักกันแล้วงั้นเหรอ” เป็คณินเอ่ย เล่นเอาคนฟังอย่างเอริกรู้สึกตงิดใจ
เขาจะมาไม้ไหนกันว่ะ ไอ้บ้าหมอนี่ รู้ขนลุกแปลก ๆ หรือผมคิดไปเอง
“ั้แ่เอริกเห็นหน้าพี่ครั้งแรก ผมก็รู้สึกตกหลุมรักพี่ขึ้นมาเลยนะสิครับ แหม! พี่ทั้งหน้าตาดีแถมหล่ออีกถึงเราจะไม่ได้รักกันตอนนี้ แต่ถ้าเราแต่งงานกันไปในอนาคต เราค่อยมาเรียนรู้กันทีหลังก็ยังไม่สาย จริงไหมครับ ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป รู้จักกันไป ไม่แน่ พี่คณินตอนนี้ยังปฏิเสธผมภายหลังอาจจะชอบผมขึ้นมาก็ได้นะครับ คริคริ”
แหวะ แหวะ เอริกแหวะเป็ล้าน ๆ รอบ กับคำพูดตัวเอง ฮือ ผมละอยากเอาน้ำยาล้างปากมาล้างปากตัวเองจริง ๆ จะอ้วก พูดอะไรออกไปเนี่ย บอกผมที นี่ผีอะไรเข้าสิงผมปะ ไปเอาความหน้าด้านนี้มาจากไหนกัน
แต่พอเห็นหน้าพี่เขาแล้ว มันก็น่าแกล้งเหมือนกันนะ ยิ่งหน้าตาทำเ็าใส่ไม่สนโลกแบบนี้ ยิ่งน่าแกล้งเข้าไปใหญ่ ฮ่าฮ่าฮ่า พวกหมอเนิร์ด ๆ เขาชอบทำหน้ากันแบบนี้เหรอครับ ตลกชะมัด
คณินนึกในใจ ไอ้เด็กนี่ ช่างกล้า ตอแหลเก่งฉิบ! ไม่รู้จักคนอย่างคณินซะแล้ว หึหึ
“งั้นเหรอครับ พี่คงต้องดูความสามารถน้องเอริกแล้วล่ะ ว่ามีคุณสมบัตินั้นที่จะเป็เมียพี่หรือเปล่า”คณินยกยิ้มร้ายกล่าว เล่นเอาเอริกขนลุกซู่ซ่า
“...”
“อีกอย่าง น้องจะแต่งกับพี่วันนี้เลยไหมล่ะ เราจะได้ไปจดทะเบียนสมรสกันเลย ค่อยให้ทางผู้ใหญ่หาฤกษ์จัดงานกันทีหลัง น้องว่าดีไหมครับ” ชายหนุ่มกล่าว หันหน้าไปทางแม่ของตัวเองและแม่ของเอริกเด็กหนุ่มก่อนเอ่ยถามความเห็นออกไป “เห็นด้วยไหมครับคุณป้าคุณแม่”
หูย!!! รุกแรง แบบนี้ก็เข้าทางผมนะสิครับ เอริกคิด
“อุ้ย แบบนั้นก็ดีน่ะสิคะ”
คุณหญิงประไพรรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าที่ลูกเขยเอ่ยปากด้วยตัวเองขอจดทะเบียนสมรสก่อน เธอจะได้มีหลักประกันเื่มรดกคุณพ่อเธอด้วย คุณหญิงประไพรยิ้มหน้าระรื่นปลื้มที่ว่าที่ลูกเขยเอ่ยปาก มาครั้งนี้เธอและลูกชายไม่เสียเปล่าจริง ๆ อีกฝ่ายตอบตกลงอย่างง่ายดาย อะไรจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากขนาดนี้ รวย รวย รวย
“ตานิลว่าไง ป้าก็ว่างั้น เนอะคุณหญิงวิลัย” คุณหญิงประไพรหันไปเออออกับทางแม่ของฝ่ายเ้าบ่าวรีบตกปากรับคำทันที
“นั่นสิคะคุณหญิง ดี ๆ ดิฉันว่างั้นเรารีบไปดูฤกษ์งานแต่งให้ลูก ๆ กันเลยดีกว่าไหมคะคุณหญิงประไพร” คุณหญิงวิลัยแม่ของคณินหันไปขอความเห็นจากคุณหญิงประไพรแม่ของเอริก
“วันนี้เลยก็ดีนะคะ ยิ่งเร็ว ยิ่งดี”
“อุ้ย ดีค่ะ ดี ๆ” คุณหญิงวิลัยเองก็อยากให้ลูกชายรีบแต่งเมียเร็ว ๆ จึงหันหน้ามาเอ่ยบอกลูกชาย
“คณินวันนี้ลูกว่างงั้นลูกสองคนก็พากันไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน ฤกษ์ดีซะด้วย”
เอิ่ม บทจะปุ๊บปั๊บ ก็รวดเร็วทันใจแบบติดจรวจจนผมตั้งตัวไม่ทัน แต่แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน ผมหันหน้าไปหาคุณหมอหนุ่มจอมกวนบาทา
“ไปเลยไหมครับ พี่คณิน”
“ได้สิ ไปกันน้องเอริก” หมอหนุ่มหันมาตอบพร้อมกัดฟันกรอดยอมลุกขึ้นยืนเดินตามไปโดยมีคณินเป็คนขับรถ
.
.
ที่ว่าการอำเภอ
ผมและคุณหมอคณินพากันยืนมองประตูที่ว่าการอำเภออยู่ด้านหน้าทางเข้า ในใจพากันเต้นตึกตัก ๆ เพราะคือครั้งแรกของทั้งคู่ที่ได้ทำอะไรแบบนี้ด้วยกันเป็ครั้งแรกและเป็เื่ใหญ่ที่สุดในชีวิต
ชีวิตคู่พวกเราทั้งสองคนจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจของเอริกแทบจะเต้นเป็จังหวะสามซ่าอยู่ภายใน แต่เด็กหนุ่มพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงอาการประหม่าของตัวเองออกมา ทางด้านหมอหนุ่มก็เหงื่อตกในใจจนมือเปียกชุ่มเหงื่อไม่แพ้กัน
เอาวะ เพื่อครอบครัว ทั้งคู่เอ่ยขึ้นในใจพร้อมกัน ก้าวขาเข้าไปเปิดประตู พอเข้ามาถึงข้างในห้องก็เจอกับพนักงานที่ว่าการนั่งอยู่ด้านหน้าพอดีแถมกำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับพวกผมอยู่
“ติดต่อเื่อะไรครับ” พนักงานที่ว่าการเอ่ยถาม
“เอ่อ คือ พวกเรามาจดทะเบียนสมรสครับ” ผมชิ่งเอ่ยออกไป
หึหึ อยากจดทะเบียนกับฉันจนเนื้อตัวสั่น เด็กเวร!! คณินหันไปมองเด็กหนุ่มข้างกาย
“งั้นเชิญนั่งลงก่อนครับ” เ้าหน้าที่ขอสักประวัติกันสักครู่ ก่อนจะบอกให้ทั้งคู่นั่งรอเพื่อดำเนินเอกสาร ในขณะที่นั่งรอไม่นานพวกเขาก็ได้เซ็นชื่อในใบทะเบียนสมรสสมใจ
จบแล้ว ชีวิตโสดของผม มันจบแล้ว จากนี้คงจะวุ่นวายแน่
ผมจะหาวิธีรับมือกับคุณหมอบ้านี่ยังไงดีวะ เอริกรู้สึกกลุ้มใจอยู่นิดหน่อย แต่เพียงแว็บเดียวเท่านั้นที่เขาแสดงท่าทางกลุ้มใจนั้นออกมา โดนที่คณินไม่ทันสังเกตเห็น
ทั้งคู่ไม่มีใครยอมปริปากพูดคุยกันั้แ่นั่งรถพากันมายังอำเภอ เอาแต่นั่งนิ่งมองถนนไปเรื่อย ๆ จนถึงที่ว่าการอำเภอ
โอ๊ยยย อึดอัดฉิบ! พี่แกเป็ใบ้เหรอครับ นั่งรถมาด้วยกันก็ไม่คุย พอจะกลับก็ยังไม่คุยกันอีก ขืนให้ผมกลับกับเขามีหวังผมคงได้กัดลิ้นของตัวเองตายก่อนแน่ ๆ
นี่มันาประสาทของแท้ ชิส์~ สู้ผมกลับบ้านเองดีกว่างั้น เอริกเห็นว่ามีรถแท็กซี่กำลังขับผ่านมาพอดีจึงยกมือโบกเรียก
“นี่ นายจะไปไหน” คณินหันไปเรียกเอริกเอาไว้เมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำท่าจะเดินออกไป
“คุณหมอเห็นว่าผมกำลังทำอะไรล่ะครับ เสร็จงานของเราแล้ว ก็กลับบ้านนะสิ เจอกันวันแต่งนะหมอ ฝากบอกคุณหญิงประไพรด้วยว่าผมขอตัวกลับก่อน ผมก็มีการมีงานต้องทำ บาย”
ผมเดินไปเปิดประตูรถแท็กซี่ก่อนยกมือโบกให้คุณหมอไปโดยไม่หันหลังกลับขึ้นรถไปหน้าตาเฉยปล่อยอีกฝ่ายยืนงง
ไอ้เด็กไม่มีมารยาท ใครสนกัน อยากกลับคนเดียวก็เชิญ สบายใจดีด้วย ไม่ต้องมาระแวงมันว่ามันจะทำอะไรอีก แม่ง! ทำผมใจว้าวุ่นไปหมด
หมอหนุ่มเดินไปยังลานจอดรถก่อนขับรถกลับไปยังที่ทำงานของเขา ดีที่ไม่มีงานที่ชายหนุ่มต้องเข้าเวรเลยรอดไป แต่ยังไงเขาก็ไม่กลับบ้านตัวเองอยู่แล้วกลับไปก็วุ่นวาย
ขืนผมกลับ คงโดนคุณหญิงวิลัยถามเื่ของเขาสองคนแน่ สู้กลับไปนอนที่ทำงานดีกว่า สบายใจกว่าเยอะ ชายหนุ่มจึงส่งข้อความบอกมารดาให้บอกคุณป้าว่าลูกชายของเขากลับไปแล้ว กลับบ้านไปได้เลย
การจดทะเบียนสมรสของทั้งคู่วันนี้เป็การจดทะเบียนสมรสที่ไม่ได้ตั้งใจ
ฤกษ์วันแต่งมาถึง วันที่ 9 เดือน 9
เอริกเห็นฤกษ์วันแต่งงานของตัวเองแล้วถึงกับแค่นเสียงหัวเราะของตัวเองออกมาเบา ๆ
ร่างบางนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานบริหารพลางใช้ความคิดและสมองอันชาญฉลาดของเขา
หลังจากจดทะเบียนสมรสวันนั้นแล้ว ผมและหมอคณินนั่นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ยกเว้นคุณหญิงประไพรที่ติดต่อคุยกับทางครอบครัวฝั่งนั้นเื่ชุดแต่งงานและพิธีการ