หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 50

    เสียงปรบมือมันบ่งบอกทุกอย่างแล้ว เมื่อก่อนตอนเชฟสินเป็นผู้เข้าแข่งขันนั้น พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะได้ลองทานอาหาร หรือได้รับคำวิจารณ์จากเขาเลย และวันนี้ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีเลยทีเดียว สินที่ถอดผ้ากันเปื้อนจีออกวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินมาจับมือกับกรรมการทั้งสามท่าน เชฟอานเองก็ดูจะชื่นชอบมาก เพราะเขาในตอนนี้มีตำแหน่งที่ทางสมาคมเชฟมอบให้เป็น เชฟระดับเจ็ดเหมือนกับสินและมันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าอิจฉาเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกคนในสมาคมต่างก็อยากจะให้วงการอาหารของประเทศไทยดังไปถึงต่างประเทศ พวกเขารู้สึกภาคภูมิร่วมกันมากกว่า แสงสีเสียงต้อนรับสินอย่างยิ่งใหญ่ แน่นอนว่ามันเป็นแผนของรายการที่ต้องการดึงรายการให้มียอดผู้ชมมากๆ และสินยังติดสัญญาของทางรายการเรื่องการสอนทำอาหารโชว์ตอนท้ายของทุกตอนอีกด้วย“อย่างที่เราได้รู้กันว่า เชฟระดับเจ็ดนั้นเป็นตำแหน่งที่ใครหลายๆคนต่างใฝ่ฝัน และถ้าหากว่าเชฟสินยังแข่งขันกับพวกคุณต่อไป มันก็เหมือนจะเป็นการเอาเปรียบพวกคุณไปเสียหน่อย วัตถุประสงค์ของรายการคือ ค้นหาเชฟหน้าใหม่ หวังว่าพวกคุณจะเข้าใจ”ขวัญใจกล่าวออกมาเพื่อทำความเข้าใจกับทุกๆคนในฮอลแห่งนี้ และแน่นอนว่าทุกคนไม่ใครคัดค้านเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และใครหลายคนในที่นี้ก็เก่งขึ้นได้ เพราะการแนะนำของสินผ่านทางวิดิีโอกันทั้งนั้น“และแน่นอนว่าพวกคุณ... อย่าพึ่งบอกกับผู้ชมทางบ้านหลังจากถ่ายรายการจบ เราจะใช้รายการของเราเป็นที่ประกาศเป็นที่แรก และทำให้รายการของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น พวกคุณเองก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วยจากจุดนี้ อย่าลืมว่าพวกเราต้องการทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องของเชฟ อาหารการกินให้มากยิ่งขึ้น หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ”เชฟอานกล่าวออกมา และในช่วงนี้จะไม่มีการออกอากาศ พวกเขาต่างพูดดักๆกันไว้ก่อน เพราะตั้งแต่ถ่ายทำมา บทของสินไม่ได้มีในสคริปต์ของทุกๆคน ทางทีมงานเลือกที่จะไม่ใส่เข้าไป เพราะพวกเขาต้องการเห็นรีแอคของผู้เข้าแข่งขันที่ดูสมจริง ทุกคนก็ตอบกลับมาอย่างเข้าใจกันเสียทุกคน แล้วรายการก็เริ่มถ่ายทำต่อไปในทันที“และในช่วงแรกนี้ จะเป็นบททดสอบความแม่นยำในการปรุงอาหารให้เหมือนกับต้นตำหรับ และแน่นอนว่าในเทปพิเศษอย่างนี้ว่ามันจะต้องเป็น หนึ่งในเมนูประจำตัวของเชฟสินครับ..” จากนั้นกล้องก็หมุนได้รอบๆตัวของสิน และมีรถเข็นที่เข็นเมนูของสินออกมา พวกเขาค่อยๆวางมันลงโต๊ะด้านหน้าอย่างระมัดระวัง สินค่อยๆยื่นมือไปจับหัวฝาเพื่อที่จะเปิดมัน“แล้วเมนูนั้นก็คือ....กุ้งถังทะเลเดือด ครับ....” สินเปิดออกมามันเป็นเมนูที่ดูน่าทานเป็นอย่างมาก ความหอมของเครื่องมันลอยออกไปไกล แม้แต่กรรมการเองก็ยังอยากจะลองทานมันดูสักครั้ง ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่สินทำมันออกมาค่อนข้างเยอะ และเมนูนี้เขาได้มอบมันให้กับร้านหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีอีกด้วย เสียงปรบมือดังสนั่น จากนั้นพิธีกรสาวอย่างปิ๊กก็เอ่ยขึ้นมา“นับว่าเป็นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ที่เราจะมีโอกาสได้ทานอาหารฝีมือเชฟระดับเจ็ด ขอเชิญทุกท่านมาลองชิมได้เลยค่ะ...” เธอยิ้มออกมา และเชิญผู้ชม ให้ออกมาลองชิม และแน่นอนว่าผู้เข้าแข่งขันนั้นยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ลองชิมมันดู และเหมือนว่าพวกเขากำลังลืมอะไรไปสักอย่างหนึ่งพวกเขาต่างก็เริ่มชิมกันไป บางคนก็เริ่มรู้สึกได้แล้ว มันเป็นรสชาติที่ลึกลับ แล้วใครมันจะก็อปออกมาได้เหมือนกันล่ะ แต่ทางรายการก็ไม่ได้ใจร้ายมากขนาดนั้น สินที่ตั้งใจจะเผยแพร่เมนูนี้อยู่แล้ว รายการก็เลยจัดเตรียมอุปกรณ์ในเขาในทันที“และแน่นอนว่าเราไม่ได้ใจร้าย การที่พวกคุณจะทำออกมาให้เหมือนกับเชฟสินทำนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย หากว่าคุณไม่รู้ขั้นตอนการทำ.. เชิญเชฟแสดงให้ดูได้เลยครับ” และเป็นอีกครั้งที่ผู้เข้าแข่งขันเริ่มให้ความสนใจอีกครั้ง สินคอยเดินมาข้างหน้า ก่อนจะเริ่มอธิบาย...“ก่อนอื่นเลยให้ทุกคนนะครับมาสนใจวัตถุดิบก่อน วัตถุดิบหลักที่พวกคุณจะต้องใส่ใจคือ น้ำพริกที่พวกคุณต้องตำเอง... สองคือวัตถุหลักประเภทเนื้อ ได้แก่กุ้ง 3 ตัว ปลาหมึกกล้วย 1 ตัว หอยนานาชนิดอีกอย่างละ 2 ตัว ข้าวโพด 1 ฝัก และสมุนไพรนานาชนิดๆ….”สินเพียงแค่เริ่มอธิบาย ผู้เข้าแข่งขันก็ตกใจกันหมดแล้ว พวกเขาพูดเพียงในใจว่า ‘นี่ฉันต้องทำพริกเผาเองอย่างนั้นเหรอ..บ้าไปแล้ว’ และนั่นคือเสียงเดียวกันในหัวของทุกคน สินเริ่มจากการล้างของทุกอย่างให้สะอาด ก่อนจะเริ่มจัดการวัตถุดิบประเภทสมุนไพร สูตรของสินจะใช้วิธีการนิ่ง เพื่อคงน้ำในเนื้อของวัตถุดิบไว้ให้มันนิ่มๆ เวลากัดมันลงไปจะรู้สึกหนึบๆสู้ฟัน และในน้ำที่ต้นสำหรับการนึ่งเขาใส่พวกสมุนไพรไปตามลำดับ เพื่อลดความคาวของอาหารประเภททะเลลงหลังจากที่เริ่มต้มน้ำสมุนไพรแล้วปิดฝาหม้อรอแล้ว เขาก็หันมาสนใจกับวัตถุดิบประเภทเนื้อต่อ สินสอนแม้กระทั่งวิธีกำจัดเศษนู่นนี่นั่นที่ไม่ควรทานออกไป ไหนจะวิธีทำให้หอยสุกด้วยวิธีที่ไม่ต้องทำอะไรลำบากมาก เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็นำพวกมันเข้าเตานึ่งแล้วทำน้ำพริกเผาต่อในสูตรของเขาเองทุกคนดูตั้งใจมาก พวกเขาดูในแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด มันก็ใช่ว่าจะลอกเลียนได้ง่ายๆ มันต้องอาศัยเทคนิค และประสบการณ์ขั้นสูงเลยทีเดียวในการทำอะไรอย่างนี้ เพราะสินเล่นโชว์ทักษะเรื่องของการใช้มีด การคุมไฟที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรที่เป็นจุดบกพร่องเลย กระทั่งแม้แต่การจัดจานเสิร์ฟในอีกด้านหนึ่งบนเวทีก็มีโต๊ะปริศนาเกิดขึ้นพร้อมกับเก้าอี้สี่ตัว และมันก็เป็นของกรรมการทั้งสามท่าน พร้อมกับพิธีกรประจำรายการอย่างคุณปิ๊ก นั่งรอหลังจากที่สินจัดทุกอย่างลงจานแล้วนำมาเสิร์ฟ จากนั้นเชฟอานก็ยืนขึ้นแล้วกล่าวขึ้นมาว่า“ในวันนี้พวกเราจะทานอาหารสดๆ ที่พึ่งทำเสร็จของคุณสิน ในขณะที่พวกคุณกำลังทานอาหารอยู่ ...และกรรมการการตัดสินในเรื่องของความแม่นยำในวันนี้เราจะไม่ได้เป็นคนให้คะแนน แต่จะเป็นเชฟสินคนเดียวครับ” และนั่นมันก็ทำให้ผู้เข้าแข่งขันรู้สึกกดดันเข้าไปอีก การที่จะทำเมนูประจำตัวของใครสักคน และให้คนๆนั้นชิม ไม่พอยังวิจารณ์อาหารอีก มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย“เชิญพวกคุณกลับไปประจำที่ของพวกคุณได้แล้ว.. ส่วนผมก็อยู่ที่ประจำของผมแล้วเช่นกัน.. พวกคุณมีเวลาในการทำเมนูนี้เพียง 45 นาทีเท่านั้น ถ้าหากว่าพร้อมแล้ว....เราจะให้เชฟสินกล่าวเริ่มนะครับ” ทุกคนที่กำลังเตรียมจะวิ่งก็ต้องหยุดลง แต่ในเวลาห่างไปไม่ถึง 2 วินาทีสินก็กล่าวออกมาเสียงดังต่อในทันที แบบไม่ให้ใครได้ตั้งตัวทัน“เริ่มได้!!!!” สินกล่าวออกมา เมื่อกล่าวจบ เขาก็หันหลังกลับไปที่โต๊ะของกรรมการที่กำลังจะเริ่มทานอาหารของเขา และกล้องก็ตามมาถ่ายในส่วนที่เป็นหลังฉาก คำถามส่วนใหญ่ที่ถามกันหลังฉากหน้าก็จะเป็นมีส่วนไหนที่เชฟคิดว่ามันยากที่สุด ส่วนไหนต้องระวังเป็นพิเศษ เอกลักษณ์ของอาหารจานนี้ ที่มาที่ไปของเมนูนี้ และอื่นอีกมากมาย ซึ่งทางทีมงานจะนำมันไปตัดต่อให้สมบูรณ์ในภายหลังจากนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ..... คือ.... หิวเว้ยยยยย ปายๆทะถังกันดีกว่า กุ้งปลาหมึกหอยตัวโตๆ เลิกเขียนแล้วไปกินสักที ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    error loaded*ขออนุญาตยืมรูปของทางร้านมาใช้ก่อนนะค้าบบบ เห็นแล้วหิวขอตัวไปกินก่อนแล้วน้าาา ฮ่าาาๆ