ณ ทวีปรัตติกาล พระราชวังของราชวงศ์แสงจันทร์
องค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์แสงจันทร์ นามหลางอวิ๋น เองก็ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับสัญญาณชีวิตที่ถูกตัดขาดจากวัตถุเชื่อวิญญาณของเทพจันทราหลางเยว่เช่นเดียวกัน ภายในนอกจากจักรพรรดิหลางอวิ๋นแล้วยังมี เทพราชันจันทราอีกคนก็คือหลางอ๋อง และ ยังมี เทพจันทราอีกสี่คน และ อสูรจันทราอีกยี่สิบสองคน ต่างอยู่กันครบ
“ภายในกองกำลังพันธมิตรเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ไม่มีทางที่คนแข็งแกร่งอย่างหลางเยว่จะถูกสังหารอย่างง่ายดาย” จักรพรรดิหลางอวิ๋นไม่มีทางที่จะเชื่อว่าเทพจันทราหลางเยว่จะถูกสังหารได้โดยง่าย
“เทพจันทราหลางเยว่อาจถูกดึงเข้าไปยังมิติ จึงทำให้การเชื่อมต่อของวัตถุวิญญาณกับนางขาดหายไปก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” เสียงของกระบี่อสูรจันทรา หนึ่งในยี่สิบสี่อสูรจันทรากล่าวขึ้นมา เขาเองก็ไม่เชื่อว่าคนอย่างเทพจันทราหลางเยว่จะพลาดท่าได้ง่ายๆ
“ส่งคนไปสืบดูซะ”จักรพรรดิหลางอวิ๋น ออกคำสั่งกับอสูรจันทราที่อยู่ภายในห้องนี้
“ให้ข้าไปด้วยดีหรือไม่เสด็จพี่” ในตอนนั้นเอง หลางอ๋องผู้ที่เป็นถึงพระเชษฐาขององค์จักรพรรดิ และยังเป็นชนชั้นราชันเทวะ เช่นเดียวกับองค์จักรพรรดิหลางอวิ๋น ได้เสนอตัวว่าจะไปสืบเรื่องราวนั้นด้วยตนเอง เพราะหากว่าการที่หลานเยว่ถูกสังหารโดยที่วัตถุวิญญาณไม่ได้ส่งภาพมาหรือถูกส่งไปยังมิติอื่น ศัตรูจะต้องมีความสามารถมากมายแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นให้ชนชั้นราชันเทวะอย่างเขาไปจะดีกว่า
แต่ก่อนที่จักรพรรดิหลางอวิ๋นจะได้พูดอะไร สัญญาณเตือนการบุกรุกก็ได้ดังขึ้นไปทั่วพระราชวังของราชวงศ์แสงจันทร์ และก็ได้มีทหารองครักษ์จำนวนมากเข้ามาภายในโถงว่าราชการของราชวงศ์แสงจันทร์
“รายงานพ่ะย่ะค่ะ พวกเราถูกโจมตีโดย แดนจันทราโลหิตพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าราชองครักษ์พูดเป็นถึงหนึ่งในยี่สิบสี่อสูรจันทรา ผู้ที่เป็นถึงชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ในตอนนั้นเองทุกคนก็สามารถสัมผัสถึงพลังอันรุนแรงของศัตรูได้ พลังอันมหาศาลนั้นมาพร้อมกับแรงอาฆาตอันมหาศาลพุ่งตรงลงมายังจิตใจของทุกๆคนที่อยู่ที่นั่น และ พลังอันมหาศาลนั้นยังอยู่เหนือหัวของพวกเขา อยู่เหนือพระราชวังของราชวงศ์แสงจันทร์
หลังจากที่ทุกคนภายในห้องโถงว่าราชการ สัมผัสถึงพลังของศัตรูได้จึงเคลื่อนที่ออกจากห้องโถงพระราชวังโดยเร็วที่สุด หลังจากที่ทุกคนออกมาสิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ ปราสาทลอยฟ้าขนาดใหญ่ ที่อยู่เหนือพระราชวังของราชวงศ์แสงจันทร์พอดิบพอดี และภายนอกของปราสาทลอยฟ้า ได้มีร่างของคนผู้หนึ่งลอยอยู่ด้านนอกปราสาทลอยฟ้า
คนๆ นั้นก็คือองค์จักรพรรดิของแดนจันทราโลหิต เสวี้ยหง แต่ว่ารัศมีพลังของเขาในตอนนี้คือชนชั้นราชันเทวะ ไม่ใช่ชนชั้นเทวะแท้จริงเหมือนกับที่ปรากฏภายในปราสาทใต้สมุทร ไม่ใช่เพียงเทพโลหิตมรณะอีกต่อไป แต่เป็น เทพราชันโลหิตมรณะ เสวี้ยหง จักรพรรดิแห่งแดนจันทราโลหิต
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของทุกคนจากราชวงศ์แสงจันทร์ สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกๆ คนยิ่งนัก
“ไม่ใช่ว่าฐานที่มั่นของพวกนั้นคือปราสาทใต้สมุทร หรอกหรือ” จักรพรรดิหลางอวิ๋นกล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย ‘หรือว่าจะเป็นแผนของพวกมันทั้งหมด’ ภายในใจของจักรพรรดิหลางอวิ๋นเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างรุนแรง
ถูกต้องแล้ว นี่คือแผนการของแดนจันทราโลหิต เริ่มแรกคือการปล่อยข่าวปลอมของสถานที่กบดานของตนเองออกไป ปราสาทใต้สมุทร ถูกสร้างไว้ก็เพื่อหลอกล่อให้กองกำลังพันธมิตรจากแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหก เข้าไปภายในนั้น ภายใต้ปราสาทแห่งนั้นถูกติดตั้งระเบิดที่มีความสามารถในการสังหารชนชั้นเทวะได้ฝังไว้อยู่ภายใน สิ่งที่เกิดขึ้นคือต้องล่อให้กองกำลังพันธมิตรที่จะมีทั้งชนชั้นเทวะ และ ชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากเข้าไป สังหารชนชั้นเทวะจากแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ในครั้งเดียว แต่แท้จริงแล้วฐานที่มั่นของแดนจันทราโลหิตคือปราสาทลอยฟ้าที่อยู่เหนือฟากฟ้ามาโดยตลอด แต่ถูกซ่อนไว้โดยค่ายกล อาศัยทวีปรัตติกาลที่ไม่มีแสงแดด ซ่อนตัวอยู่ในหมู่เมฆทำให้ไม่มีใครรู้ตัวว่าตลอดเวลาแดนจันทราโลหิต ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากราชวงศ์แสงจันทร์
และให้สถาบันเทพราชัน แสร้งถูกทำเป็นโดนอสุรกายโลหิตกลืนกินผู้อำนวยการหนึ่งคนที่ไม่ได้เป็นพวกเดียวกับแดนจันทราโลหิต เพื่อสร้างภาพให้สถาบันเทพราชันเกิดความแค้น ต่อแดนจันทราโลหิตและดูเหมือนทำให้ทั้งสองกลายเป็นศัตรูกัน สิ่งนั้นทำเพื่อให้สถาบันเทพราชันที่เคยเป็นกลางมาตลอด หาข้ออ้างในการเป็นพันธมิตรกับกองกำลังที่จะบุกโจมตีฐานที่มั่นแดนจันทราโลหิต ทำให้พวกเขารู้ทั้งวันเวลาจำนวนกองกำลังทั้งหมดของผู้ที่จะบุกโจมตีไปยังปราสาทใต้สมุทร สามารถวางแผนตลบหลังได้อย่างง่ายดายและ ยังใช้เป็นข้ออ้างในการเลือกคนไปยังแดนเทพรกร้าง แต่แท้จริงก็หาข้อมูลทุกอย่างของคนที่จะเข้าไปยังแดนเทพรกร้าง แผนทั้งหมดนี้คือความคิดของเสวี้ยเจ๋อแทบจะทั้งหมด
นอกจากนี้ยังอาศัยจังหวะเดียวกับการที่เกิดระเบิดภายในปราสาทใต้สมุทร สั่งการให้สายลับที่แฝงตัวอยู่ภายในแต่ละแดนศักดิ์สิทธิ์ หาทางทำลายค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติของทุกๆ แดนศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไม่ให้แดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ สามารถเดินทางมาช่วยเหลือราชวงศ์แสงจันทร์ได้ทันเวลา
“ดูจากสีหน้าของพวกเจ้าแล้ว คงกำลังสงสัยอยู่ว่าเหตุใดข้าถึงได้มาอยู่ที่นี่สินะ แต่เรื่องนั้นคงไม่จำเป็น เพราะข้าขี้เกียจอธิบายให้กับคนที่กำลังจะตาย” เสวี้ยหงมองลงมายังผู้คนของราชวงศ์แสงจันทร์ราวกับกำลังมองผู้ต่ำต้อยกว่าตนเอง
“จงออกมา อสุรกายของข้า” แม้ว่าเสวี้ยหงจะไม่ได้ตะโกนออกมาแต่ว่าน้ำเสียงนั้นกลับดังยิ่งนัก ทันทีที่คำพูดของเสวี้ยหงจบลง ได้มีร่างของการ์กอยล์ทมิฬพุ่งออกมาจากปราสาทลอยฟ้านับหมื่นๆ ตัว และยังมีร่างของอสุรกายโลหิตสีแดงฉานที่กำลังร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดินอีกนับหมื่นๆ ตัวเช่นเดียวกัน
นอกจากนั้นยังมีร่างของผู้คนจำนวนมากที่ไม่ใช่อสุรกายทั้งสอง แบบปรากฏขึ้น นั่นคือกองกำลังที่มีสายเลือดของสองราชวงศ์ในอดีตไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ราชันโลหิตหรือราชวงศ์จันทราทมิฬ
“คิดว่ากองกำลังพวกนั้นจะสามารถทำอะไรราชวงศ์ข้าได้งั้นหรือ” จักรพรรดิหลางอวิ๋นกล่าว ในตอนนี้แม้ว่าเทพจันทราหลางเยว่ จะนำกำลังสองในยี่สิบสี่อสูรจันทรา และกองกำลังจำนวนหนึ่งออกไปร่วมมือกับแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ แต่ว่าที่แห่งนี้ยังมี ชนชั้นราชันเทวะถึงสองคนและเทวะแท้จริงอีกสี่คน รวมถึงอสูรจันทราที่เป็นถึงชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อีกสี่สิบสองคน ในตอนนี้ต่างอยู่ภายในราชวังด้วยกันทั้งหมด กองกำลังระดับสูงทั้งหมดของราชวงศ์แสงจันทร์ต่างอยู่ที่นี่ทั้งหมด แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับมีเพียงชนชั้นราชันเทวะเพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่ในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงพร้อมกับการปรากฏตัวของคนอื่นที่ออกมาจากประสาทลอยฟ้า ร่างนั้นคุ้นตาจักรพรรดิหลางอวิ๋นเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าร่างนั้นก็คือผู้พิทักษ์สูงสุดแห่งสถาบันเทพราชัน
เทพราชันผู้พิทักษ์ หวังตง หนึ่งในสองราชันเทวะ ที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในบรรดาเจ็ดราชันเทวะแห่งโลกลมปราณ
“เทพราชันผู้พิทักษ์!! นี่เจ้าเป็นพวกเดียวกับแดนจันทราโลหิตงั้น” การปรากฏตัวของราชันผู้พิทักษ์สร้างความตื่นตะลึงให้แก่คนทั้งหมดจากราชวงศ์แสงจันทร์ไม่น้อย สิ่งนี้หมายความว่าสถาบันเทพราชันและแดนจันทราโลหิตเป็นพวกเดียวกันมาโดยตลอด ภายในของแต่ละคนหนักอึ้งยิ่งนัก
“องค์จักรพรรดิ ถ้าเป็นแบบนี้องค์รัชทายาท อาจเกิดอันตรายก็ได้” น้ำเสียงตื่นตระหนกของหนึ่งในอสูรจันทรากล่าวขึ้นมา หากว่าราชันผู้พิทักษ์ของสถาบันเป็นพวกเดียวกันกับแดนจันทราโลหิต การประลองที่จัดขึ้นภายในสถาบันเทพราชันย่อมต้องเป็นแผนการของพวกนั้น และแบบนี้องค์รัชทายาทของพวกเขาจะเป็นอย่างไร
“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องรัชทายาทของพวกเจ้า เพราะไม่ว่ายังไงอีกไม่นานพวกเจ้าก็จะได้เจอกันในนรกอยู่ดี” เทพราชันผู้พิทักษ์ หวังตงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชา หากไม่มีอะไรผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นหลางจวินที่เข้าไปในแดนเทพรกร้างหรือหลางหลินหลินที่อยู่ในสถาบันเทพราชันสุดท้ายก็ต้องถูกสังหารอยู่ดี
“เฮ้ยๆ จะคุยกันนานอีกหรือเปล่า บุกโจมตีสักทีสิ” ในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา พร้อมกับร่างของคนถึงหกคนปรากฏขึ้นบริเวณหน้าปราสาทลอยฟ้า ร่างของทั้งหกเปล่งประกายรัศมีพลังของชนชั้นเทวะแท้จริงออกมา คนพวกนี้คือกองกำลังพิเศษที่แดนจันทราโลหิต ได้รับมาเพื่อช่วยเหลือในการบุกโจมตีราชวงศ์แสงจันทร์
คนพวกนี้ทุกคนคือซีโร่ หรือไร้ลำดับ ผู้ใช้พลังจิตในระดับชนชั้นเทวะที่มาจากโลกแห่งวิทยาการ
ภายในองค์กรเนมเลสแม้จะมีการจัดอันดับของผู้ใช้พลังจิต แต่ว่าต่อให้เป็นNO.1 ก็ยังเป็นเพียงแค่ผู้ใช้พลังจิตระดับสิบขั้นสูง แต่ภายในองค์กรเนมเลสย่อมต้องมีผู้ใช้พลังจิตชนชั้นเทวะ แต่ว่าคนเหล่านั้นหลังจากที่สามารถบรรลุชนชั้นเทวะได้ จะหลุดออกจากนัมเบอร์ และได้รับอนุญาตให้มีนามแท้จริงเป็นของตนเอง ผู้ใช้พลังจิตชนชั้นเทวะทั้งหกคือกองกำลังพิเศษที่ได้รับมอบหมายมา เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เข้ามาจากภายในโลกลมปราณได้เพียงสามวันเท่านั้น
“ติดต่อไปยัง แดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เร็วเข้า” องค์จักรพรรดิหลางอวิ๋นที่เห็นท่าไม่ดี ได้กล่าวบอกกับคนของตนให้รีบขอความช่วยเหลือจากแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ โดยเร็วที่สุด ถึงแม้ว่าราชวงศ์แสงจันทร์จะเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็มีกองกำลังที่ไม่ธรรมดาเข้าร่วมด้วย เพราะจากที่ดูแล้วตอนนี้เหมือนว่าร่างเงาของมนุษย์ที่ปรากฏขึ้นภายในประสาทนั้นนอกจาก เหล่าชนชั้นเทวะที่น่าหวาดหวั่นแล้ว ยังมีผู้อำนวยการอีกไม่น้อยของสถาบันเทพราชันที่เข้าร่วมด้วยเช่นกัน
“ต่อให้พวกเจ้าจะติดต่อไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ พวกนั้นก็ไม่อาจเดินทางมาช่วยพวกเจ้าได้ ย้ายกลเคลื่อนย้ายมิติของทุกๆแดนศักดิ์สิทธิ์ ต่างถูกทำลายลงหมดแล้ว พวกเจ้าไม่อาจขอความช่วยเหลือจากใครได้อีก” เสวี้ยหงกล่าว พร้อมกับยกยิ้มราวกับกำลังสะใจ ดูเหมือนว่าแผนทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขาหวังไว้แทบทั้งหมด ตัดทางหนีและไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาช่วยเหลือได้
“ถ้าหากคิดว่า พวกข้าที่ไร้การช่วยเหลือของด้านศักดิ์สิทธิ์อื่น จะพ่ายแพ้อย่างง่ายดายแล้วล่ะก็ พวกเจ้าคิดผิด ไม่ว่าอย่างไรราชวงศ์แสงจันทร์คือแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด โจมตีสังหารผู้บุกรุกให้หมด” จักรพรรดิหลางอวิ๋นออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง
“นั่นสินะ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากแล้ว โจมตี!!” เสวี้ยหงเองก็ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังเช่นเดียวกัน
หลังจากนั้นผู้คนมากมายจากราชวงศ์แสงจันทร์ต่างกลายร่างเป็นหมาป่าขนสีเงิน พุ่งทะยานโจมตีอสุรกายสีดำและอสุรกายสีแดง ที่พุ่งสวนลงมาจากฟากฟ้า พร้อมๆ กับการระเบิดพลังของชนชั้นเทวะจากทั้งสองฝั่ง เข้าโรมรันต่อสู้กันโดยไม่มีใครยอมใคร กระแสพลังยิ่งใหญ่ทั้งหลายสายต่างตอบโต้กันไปมา
สงครามอันยิ่งใหญ่ในระดับแดนศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครทันตั้งตัว
..
..
จบตอน