‘ถิงเออร์ ไม่มีเหตุผลใดที่มันไม่สามารถฝึกปรือได้…เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรกับสายลมสองขั่วที่ตัดกัน’ สัตว์อสูรใช้สายตาอันอ่อนโยนก่อนไต่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง‘ท่านพ่อ…สายลมเมื่อครู่คล้ายคลึงราวกับบางส่วนปรากฎในทักษะหลัก’แววตาเจ้างูลมดูคล้ายสับสนยากที่อาจทำความเข้าใจ ‘ข้าให้มันฝึกปรือทักษะลมหวน แต่การทดสอบอันประหลาดครั้งแล้วครั้งเล่าของมันกลับสำเร็จบางส่วนในทักษะหลักทั้งที่มันในยามนี้แทบจะไม่มีความเข้าใจทักษะรองอย่างลมหวนแต่อย่างใดข้าบอกท่านพ่อตามตรง…ข้าไม่อาจคาดเดาได้ว่าเจ้าเฟยซุนมันไร้พรสวรรค์ในเชิงยุทธ์จริงหรือไม่’นัยน์ตาถิงเออร์เกิดคลื่นระลอกสั่นไหวอย่างรุนแรง ทว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงของถิงเออร์ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของผู้เป็นบิดาไปได้
‘ถิงเออร์…ในยามนี้มันไม่อาจฝึกฝนทักษะหลักเพราะมันจำเป็นต้องสำเร็จทักษะลมหวนเสียก่อนความจริงที่ปรากฏ…ตัวมันในยามนี้ไม่อาจตีความฝึกปรือทักษะลมหวนได้…เหตุใดเจ้าไม่ลองชี้แนะมันไปเพียงสักครึ่งคำข้าคิดว่ามันคงใช้เวลาไม่นานที่สำเร็จทักษะลมหวนอย่างสมบูรณ์’ นัยน์ตาถิงเออร์แฝงไปด้วยความสับสนเพียงไม่กี่อึดใจนัยน์ตาที่สับสนกลับมาสงบดั่งเดิม ‘ท่านพ่อ…ท่านอนุญาตให้ข้าชี้แนะมันอย่างนั้นเหรอ’ ถิงเออร์คล้ายไม่แน่นใจสิ่งที่ตนเองได้ยิน ‘ใช่…ข้าอนุญาตให้ชี้แนะมัน’ นัยน์ตาถิงเออร์สั่นสะท้านอีกระลอกพลันครุ่นคิดอยู่ภายใจ‘เจ้ามนุษย์ผู้นี้ดูแต่ภายนอกไม่ได้จริง…แม้ไม่มีความสามารถในการตีความ แต่บางสิ่งในตัวมันกลับสามารถทำให้ท่านพ่อสนใจ’
ร่างงูลมปรากฏแสงสว่างสะท้อนออกมาอย่างเข้มข้นเกิดเป็นกลุ่มสายลมห่อหุ่มร่างอย่างหนาแน่นใช้เวลาไม่ถึงสองอึดใจกลุ่มแสงพลันระเบิดส่องแสงกระจายไปทั่วถ้ำเฟยซุนที่จ้องมองอย่างไม่กระพริบตา บางครั้งมันยังต้องถอนสายตาหลบอย่างฉับพลัน แสงสว่างพลันจางหายกลุ่มสายลมที่โคจรอยู่ท่านร่างเจ้างูลมพลันระเบิดซ้ำอีกครั้งหนึ่งสายลมพัดโบกสะบัดอย่างรุ่นแรงเฟยซุนยกมือปกปิดดวงตา ใช้เวลาเพียงครู่เมื่อสายลมสลายไปเบื้องหน้าในยามนี้ปรากฏหญิงสาวไม่ทราบที่มาคล้ายอายุไม่กี่สิบหกปีสวมใส่อาภรณ์สีเขียวคล้ายหยกปกปิดทุกส่วนเหลือเพียงดวงตาสีเขียวส่องประกายทำให้มันรู้สึกผ่อนคลายจิตใจที่สับสนสงบลงอย่างประหลาด
เฟยซุนที่หันซ้ายหันขวาอย่างเลิกลั่กกวาดสายตาอย่างไรก็ไม่พบเจ้าเจ้างูลม“เจ้าเป็นใคร…หรือว่า…เจ้างูลม” แม้จิตใจพลันเปลี่ยนนิ่งสงบ แต่สิ่งที่มันพบยากที่จะปักใจเชื่อในที…หากไม่ได้พบเห็นด้วยตาตนเองมันไม่มีทางที่จะเชื่อเด็ดขาดนัยน์ตามันจับจ้องหญิงสาวที่เปล่งรัศมีลึกลับอย่างไม่ละสายตาที่ดูแล้วทว่าหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้สนใจคำถามเฟยซุนแต่อย่างใด
“ท่านพ่อ…ข้าจะชี้แนะมัน”ถิงเออร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น สิ้นคำกล่าวของถิงเออร์สายลมอ่อนพลันก่อตัวเหนือศีรษะสัตว์อสูรหมุ่นวนก่อเกิดเป็นช่องว่างมิติลึกลับไม่กี่อึดใจหนังสัตว์เก่าแก่ผื่นหนึ่งลอยออกมาจากมิติอย่างแช่มช้า มุ่งตรงสู่มือของหญิงสาวอย่างนิ่มนวลใช้เวลาเพียงครู่หนังสัตว์ที่ดูลึกลับถูกห่อหุ้มด้วยสายลมประหลาด เฟยซุนที่จดจ้องด้วยท่าทีที่งุนงงมันไม่อาจทำความเข้าใจได้แม้แต่น้อย
“ถิงเออร์…ต่อไปนี้จงเจ้าดูแล…จะทำเช่นไรต่อก็ตามใจเจ้า” สัตว์อสูรกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนเปรยตาจ้องมองเฟยซุนเพียงครู่“ขอบคุณท่านพ่อ…โปรดไว้ใจ” ถิงเออร์ตอบรับอย่างหนักแน่น ชายหนุ่มที่สดับรับฟังชัดทุกถ้อยคำมันต้องสะดุ้งขึ้นอย่างแรงสายตาของมันจับจ้องไปมาระหว่างสัตว์อสูรและถิงเออร์ “ทะ…ท่านพ่อ…ท่านทั้งสองเป็นบิดาและบุตรอย่างนั้นเหรอ” เมื่อความจริงปรากฏเฟยซุนพลันขยิบถอยห่างด้วยความระแวงทว่าน้ำเสียงอันทรงพลังกล่าวขึ้นอย่างฉับพลัน “หยุด…แล้วขยับมานั่งที่เดิม” ถิงเออร์กล่าวขึ้นอย่างเยือกเย็นพลันชี้นิ้วลงที่เดิมทั่วร่างเฟยซุนสั่นสะท้านราวกับถูกสายตาของสัตว์อสูรผู้เป็นบิดาจับจ้องก็ไม่เกินเลยเฟยซุนพลันเคลื่อนย้ายกลับสู่ที่เดิมอย่างจำใจ
“เฟยซุนเจ้าคือคนที่ข้าเลือกไม่ต้องระวังตัวปานนั้น…ตัวข้าชื่อ…ถิงเออร์เป็นสัตว์อสูรชนชั้นสูงส่วนสัตว์อสูรที่เจ้าเรียกผู้อาวุโสคือท่านพ่อข้า เจ้าจงเรียกท่านพ่อข้าว่าผู้อาวุโสมารุตก็พอ” ถิงเออร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้ถิงเออร์บอกให้มันไม่ต้องระวังแต่มันก็ยากที่ปักใจเชื่อ“ข้ารู้ สิ่งที่เจ้าตามหาคงนี้ไม่พ้นเรื่องทักษะหลักและทักษะรองที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในมิติ”ถิงเออร์แผ่สัมผัสจับปฏิกิริยาเฟยซุน “ใช่…ข้าไม่ปฏิเสธ ข้าต้องการทักษะหลักและทักษะรองเพราะภายนอกมิตินอกมีคนจ้องเล่นงานข้าอยู่ ข้าต้องรีบฝึกปรือทักษะไว้เพื่อป้องกันตัว”เฟยซุนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ป้องกันตัว…อย่างมาพูดให้น่าขันนัก…เจ้ามันก็แค่มนุษย์ผู้หนึ่งที่ต้องพลังมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตนเอง…เพื่อเหยียบย่ำผู้ที่อ่อนแอกว่าก็เท่านั้น”ถิงเออร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยั่น เฟยซุนเดิมที่เคยสั่นสะท้านเพียงเพราะคำพูดของถิงเออร์คราวนี้มันกลับยืนหยัดประจันหน้ากับถิงเออร์ไร้วี่แววเกรงกลัวสิ่งใด “สำหรับคำผู้อื่นอาจใช่ดั่งที่เจ้าว่า…แต่ข้าเฟยซุนจะใช้สองมือคู่นี้ปกป้องผู้มีพระคุณของข้า”นัยน์ตาเฟยซุนเปล่งประกายอย่างแน่วแน่น ‘โอ้ว…ถึงกลับสลัดทิ้งความกิ่งเกรงหาญหล้าต่อปากต่อคำกับข้า’ถิงเออร์พลันต้องการทดสอบผู้ที่นางเลือก ทว่าเฟยซุนกลับทำให้นางต้องประหลาดใจกับความกล้าอีกครั้ง
ภายในมือถิงเออร์ถือทักษะหลักอย่างแนบแน่นพลันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “หลังจากข้าให้เจ้าทดลองอ่านทักษะลมหวนข้าไม่มั่นใจว่าตัวเจ้านั้นมันไร้พรสวรรค์หรือไม่มีประสบการณ์ในการตีความกันแน่น แต่หลังจากที่เจ้าทดลองท่าพิสดารออกมาก…กลับมีส่วนหนึ่งตรงกับเคล็ดลับในทักษะหลัก”สิ้นประโยคนี้เฟยซุนพลันกลืนน้ำลายลงไปคำโตอย่างไม่รู้ตัว ภายในใจต่างสับสนยากที่ควบคุม‘ข้าก็อุสาห์ ท่องเคล็ดลับหาวิธีฝึกทักษะลมหวนจนหัวสมองแทบระเบิดไฉนกลับกลายเป็นบางส่วนในเคล็ดลับของทักษะหลัก’
“ด้วยความบังเอิญนี้ บิดาข้าอยากลองดูเจ้าจะสามารถเรียนรู้ทักษะหลักคมวายุคลั่งว่าจะไปได้ถึงระดับใด แต่การจะเรียนรู้ทักษะหลักนี้เจ้าจำเป็นต้องฝึกปรือทักษะลมหวน ให้เกิดความชำนาญเสียก่อน จึงจะสามารถฝึกทักษะคมวายุคลั่งได้”ถิงเออร์กล่าวขึ้นราวกับผู้อาวุโสสั่งสอนศิษย์ เฟยซุนพลันจดจ้องถิงเออร์ทุกถ้อยคำ “ผู้อาวุโสถิงเออร์…ข้าต้องทำเช่นไรต่อไป”เฟยซุนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพอย่างระมัดระวัง “ข้าอายุเพียงสิบห้าปีหาได้เป็นผู้อาวุโส…เรียกข้าว่าพี่ถิงเออร์ก็พอ”นัยน์ตาประกายสีเขียวพลันปรากฏระลอกคลื่นความไม่พอใจเฟยซุนสัมผัสถึงความไม่พอใจพลันกล่าวขึ้นอย่างฉับพลัน “ขะ…ข้าขออภัย พี่ถิงเออร์” เฟยซุนกล่าวแก้ขึ้นอย่างทันควันร่องรอยความไม่พอใจที่เคยปรากฎพลันจางหายอย่างแช่มช้า
“ข้าใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการตีความทักษะลมหวนก็ไม่อาจสำเร็จทั้งยังการทดลองทักษะรองที่กลับคล้ายคลึงทักษะหลัก” เฟยซุนพลันพ่นคำออกมาออกมาอย่างจนใจ “หากเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องกังวล…การตีความทักษะลมหวนสามารถอาจยากเย็น ทว่าหากมีผู้รู้ชี้แนะมันอาจใช้เวลาไม่นานก็สำเร็จ” ถิงเออร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าภายในใจเฟยซุนสะท้านไปทั่วร่าง ‘เคล็ดลับ’
ถิงเออร์เปรยตามองเฟยซุนพลันเอ่ยเคล็ดลับลมหวนขึ้นอย่างกะทันหัน “โคจรพลังปราณให้หมุ่นรอบกายจนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมสายลมที่ก่อกำเนิดผสานไม่อาจแยกรังสรรค์ปราการอันแข็งกล้า” วินาทีที่สดับรับฟังอย่างตั้งใจดวงตามันกลับเบิกโผล่งอย่างตกตะลึง“พะ…เพียงแค่นี้…เคล็ดลับมันอยู่รอบตัวข้า ข้ามัวแต่คำนึงถึงสิ่งที่ทรงพลังกลับมองข้ามการผสานปราณเข้าสายลม” ทันที่เฟยซุนกล่าวเสร็จ ดวงตาทั้งสองหลับตาลงอย่างพร้อมเพียงไม่ถึงอึดใจมันปิดกั้นสัมผัสทุกอย่างพลันลงลึกเข้าสู่ห้วงสมาธิ ภายในใจพยายามทำความเข้าใจทุกถ้อนคำในเคล็ดลับพลังปราณภายในร่างปะทุขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดแผ่พุ่งออกมาทั่วร่างพลันหมุ่นเวียนโคจรประหนึ่งมันเป็นศูนย์กลางสายลมสายปราณพลันหมุ่นเป็นเกลี้ยวคลื่นปกคลุมร่างประหนึ่งโล่สวรรค์คุ้มกายร่างมันส่องแสงเป็นประกายประเดี๋ยวสีขาวประเดี๋ยวสีเขียวไม่สม่ำเสมอ ‘ผสานปราณเข้าสายสม’ ในห้วงความทรงจำปรากฎประสบการณ์การทรงต้านทานสายลมอันเกี้ยวกราดบนหลังพญาอินทรีย์พฤกษทล ครั้งนั้นร่างมันผสานปราณเข้ากับสายลมอย่างสมบูรณ์ประสบการณ์ประหนึ่งบทเรียนครั้งหนึ่งเคยผ่านไม่ยากที่ประยุกต์กับทักษะลมหวน ร่างกายแบ่งสัมผัสออกเป็นสองส่วนซีกซ้าย และ ซีกขวา สายลมที่โคจรจากซีกซ้ายพลันหมุ่นเวียนมาซีกขวาปลดปล่อยปราณเข้าผสานทว่าในครั้งนี้กินเวลาไปเกือบสิบนาที ผลลัพท์ที่ปรากฏกลับเป็นที่น่าพอใจปราณจากร่างมันจับสายลมก่อเกิดเนิดที่ผสานเข้ากันจดหมดสิ้น
ทุกกระบวนการภายใต้สายตาที่จับจ้องร่างกายเฟยซุนโคจรด้วยสายลมสีเขียวโคจรรอบร่างจนอาจเห็นภาพด้านในเป็นเช่นไร เฟยซุนจ้องมองรอบกายมันอย่างประหลาด ‘ไม่ถูกต้อง…หากปรากฏในรูปแบบนี้ ข้าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้’ เฟยซุนครุ่นคิดอย่างหนักในเสี้ยววินาทีนั้นกลับแผ่สัมผัสเข้าสู่สายลมที่โคจรรอบกายฝืนดึงผสานเคลือบผิวหนังมันอย่างกลมกลื่นกระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็สำเร็จ มันหลับตาขึ้นอย่างแช่มช้า
นัยน์ตาผู้อาวุโสมารุตสั่นสะท้านอย่างรุนแรงโดยที่ตัวตนเฟยซุนไม่อาจสัมผัส‘เป็นไปได้อย่างไร…มนุษย์ผู้นี้ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงมันกลับเข้าใจถึงหลักเกณฑ์การผสาน’ ผู้อาวุโสมังกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึง ‘ท่านพ่อ…ปกติผู้ที่ฝึกวิชานี้ใช้เวลาเร็วสุดนานเพียงใด’ ถิงเออร์เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ ‘หากผู้นั้นไม่รับรู้เคล็ดลับประมาณหนึ่งเดือนทว่าหากรับรู้ถึงเคล็ดลับใช้เวลาเพียงเจ็ดวัน’ สิ้นคำกลับของบิดา ดวงตาถิงเออร์เบิกโผล่งด้วยความตกตะลึง‘เจ็ดวันแต่เจ้าเฟยซุนใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง แถมยังปรับผสานสายลมเข้ากับร่าง’ ผู้อาวุโสมารุตแผ่สัมผัสอันแข็งกล้าสำรวจโครงสร้างสายลมที่โคจรอยู่รอบกายเฟยซุนอย่างละเอียดดวงตาผู้อาวุโสกลับต้องหรี่แคบอย่างฉับพลัน ‘เจ้ามนุษย์ผู้นี้…อายุเพียงเก้าปี…ระดับพลังปราณอยู่ในระดับธรรมดา แต่กลับซุกซ่อนพรสวรรค์เชิงยุทธ์…เหนือล้ำกว่าผู้คนที่เคยฝึกทักษะลมหวนมาแล้วทั้งสิ้น’ ถิงเออร์สัมผัสถึงระลอกคลื่นพลังปราณที่ปั่นป่วนของท่านพ่อ‘เฟยซุนผู้นี้…กลับทำให้ท่านพ่อประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า’ นัยน์ตาถิงเออร์ท่อประกายสว่างขึ้นอย่างมีเลห์นัย เศษหินที่พื้นถูกดูดขึ้นสู่มือถิงเออร์ วินาทีเดียวกันนั้นเศษหินพุ่งแหวกอากาศมุ่งไปหาเฟยซุนอย่างไม่ทันตั้งตัวตัวมันแม้สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่พุ่งมาหามันอย่างน่าหวาดหวั่น แม้แต่อาจฝืนเอี้ยวตัวหลบก็ไม่สามารถ
เปรี้ยง ! เสียงเศษหินปะทะเข้ากับร่างมันดังลั่นสนั่นถ้ำแรงปะทะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนร่างมันลอยพุ่งไถลจมกองดินอย่างน่าอนาจ ผ่านไปกว่าห้าอึดใจเฟยซุนพุดลุกขึ้นจากกองดินภายในใจคุกรุนไปด้วยโทสะมือขวายกขึ้นชี้หน้าถิงเออร์อย่างไร้ความเกรงใจ “ยัยจอมโหด เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้ากันเนี่ย กระดูกข้าหักแล้วยจอมโหดะสวยังถิงเออร์ ..อขวาถูกงลุกขึ้นมาอย่างฉับไวมือขวาถูกยกขึ้นมาชี้มาหามันอย่างรุนแรง เปรี้ยง ” ถิงเออร์เปรยตามองชายหนุ่มอย่างประหลาดใจกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เจ้าโวยวายได้ขนาดนี้ ร่างกายดูเหมือนก็ไม่บาดเจ็บอะไรเลย” คำกล่าวของถิงเออร์กลับทำให้เฟยซุนได้สติ สัมผัสสำรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วนทันที“เป็นไปได้อย่างไรไม่บาดเจ็บตรงไหนเลย” หัวคิ้วมันขมเป็นปม นัยน์ตาสาดสะท้อนขึ้นจ้องมองถิงเออร์อย่างตกตะลึง
“เป็นอย่างไรบาดเจ็บสักแห่งหรือไม่” นัยน์ตาเฟยซุนจับจ้องไปที่ร่างถิงเออร์อย่างงุนงง “มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายข้า ดูคล้ายเหมือนมีสายใยบางคล้ายกับเส้นสายไหมถักทออย่างยืดยุ่นปกคลุมร่างกายข้า” เฟยซุนในยามนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกใคร่รู้ที่มา “สิ่งที่เจ้ากำลังครุ่นคิดมันคือ…สายลม” เฟยซุนที่สดับรับฟังคำกล่าวของถิงเออร์ทำให้มันต้องใช้ความคิดอย่างหนักอีกครั้ง “สายลมที่ท่านกล่าวถึง มันใช่ทักษะลมหวน?” แววตาใสซื่อท่อประกายระยิบระยับ “ใช่…เป็นเช่นนั้น”
“ตามที่ข้าเคยกล่าว…บัดนี้เจ้าสามารถใช้ออกถึงทักษะลมหวน…แต่ก่อนจะเริ่มฝึกทักษะหลักคมวายุคลั่งเจ้าต้องฝึกปรือทักษะลมหวนให้เชียวชาญเสียก่อน” คำกล่าวของถิงเออร์กลับทำให้เฟยซุนขมวดคิ้ว “หลังจากได้ฟังเคล็ดลับลมหวน…ข้าคิดว่ามันไม่ได้ซับซ้อนเพียงใด” ทว่าคำกล่าวประโยคหลัง กลับเป็นถิงเออร์ต้องขมวดคิ้วเสียเอง
เฟยซุนเร่งโคจรพลังปราณย้อนกลับจากภายในอย่างฉับพลันสลายทักษะลมหวนที่ปกคลุมร่างสลายหายอย่างไร้ร่องรอย ไม่กี่อึดใจดวงตาทั้งสองมันหลับลงอย่างแช่มช้ามันโคจรพลันปราณรอบกายอย่างหนาแน่น ก่อเกิดเป็นสายลมที่เคลื่อนคล้อยตามปราณทว่ากระบวนการผสานในคราวนี้กลับทำให้ผู้อาวุโสมารุตและถิงเออร์ต้องมองเฟยซุนดั่งตัวประหลาดเป็นครั้งที่สองครั้งแรกที่มันเพียงได้รับฟังเคล็ดลับลมหวนก็สามารถใช้ออกนับว่าสร้างความตกตะลึงได้อย่างมากแล้วแต่ครานี้กลับสร้างความตื่นตระหนกเหนือกว่าครั้งแรกนับสิบเท่า เพียงแค่มันโคจรพลังปราณสายลมก่อกำเนิดขึ้นผสานเข้ากับปราณที่โคจรทันทีราวกับพลังปราณและสายลมกำเนิดออกมาจากร่างพร้อมกันการกระทำของมันได้ทุบทำลายความรู้ความเข้าใจที่สะสมมาอย่างยาวนานของผู้อาวุโสมารุต
“แบบนี้พอได้หรือไม่?” เฟยซุนพลันจ้องถิงเออร์ที่จ้องมองมันด้วยดวงตาที่เหม่อลอย“เจ้าเป็นใครกันแน่น…เหตุใดเจ้าใช้ทักษะลมหวนราวกับคุ้นเคยมันอย่างดี” เฟยซุนที่สนใจกับทักษะลมหวนปกคุ้มร่างกายมันไม่ได้สนใจปกคุ้มร่าคำถามที่ถิงเออร์กล่าวขึ้นอย่างใดไม่กี่อึดใจดูคล้ายเหมือนมันได้เฟยซุนพลันเงยหน้าจ้องมองถิงเออร์ด้วยสายตาประหลาด “เมื่อครู่….เจ้าว่าอย่างไร”
ถิงเออร์ที่เริ่มไม่สบอารมณ์กับการถูกเมิน“ชั่งมัน…เอาเป็นว่าเข้าเรื่องเลยแล้วกัน” นัยน์ตาทั้งสองจ้องมองเฟยซุนราวกับขุดคุ้ยความจริงที่ซุกซ่อน ถิงเออร์ยื่นม้วนหนังสัตว์ให้เฟยซุน“ม้วนหนังสัตว์ที่อยู่ในมือเจ้า มันคือทักษะหลักประจำมิติ ทักษะคมวายุคลั่ง” มือที่ถือม้วนหนังสัตว์แข็งทื่ออย่างฉับพลันนัยน์ตามันสั่นสะท้านไม่อาจควบคุม “หากเจ้าฝึกปรือตามอักษรที่ปรากฎในม้วนหนังสัตว์ข้าเชื่อเจ้าอาจใช้เวลาไม่นานต้องสำเร็จเป็นแน่น”