ในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายก่อนวันจัดการแข่งขัน ทุกอย่างแทบจะเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว หลิวจื้อิได้สอบถามไว้ก่อนหน้านี้ว่า ห้องอาหาร 4 จะว่างให้ใช้งาน่สุดท้ายของวันเสาร์เวลาใด ซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็่บ่ายสามโมง ทุกคนจึงมารวมตัวกันในเวลานั้น เพื่อช่วยกันขนโต๊ะและเก้าอี้เข้าไปในห้องอาหาร 4 ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้
"ตอนนี้วัตถุดิบทั้งหมด ผมจะขนมาบางส่วนไว้ที่นี่ก่อน อย่างของที่ไม่ต้องแช่เย็น เช่น เนื้อต่าง ๆ ผมจะให้รถขนมาส่งในเช้าวันพรุ่งนี้ ส่วนของที่เหลือ ผมขนใส่รถเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ววันนี้ หลังจากจัดโต๊ะกับเก้าอี้เสร็จ พวกเราทุกคนก็ไปช่วยกันขนของพวกนั้นมาวางไว้ในห้องเลยก็แล้วกัน" หวังหงเสนอให้ทยอยขนวัตถุดิบมาบางส่วนั้แ่วันเสาร์ เพื่อแบ่งเบางานวันอาทิตย์
ทุกคนที่กำลังช่วยกันขนโต๊ะและจัดวางเก้าอี้อยู่ ต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอนั้น เพราะจะได้เหลือเพียงขนพวกเนื้อมาแช่ตู้เย็นในห้องอาหาร่เช้าวันอาทิตย์เท่านั้น
ขณะเดียวกัน เกาอิ้งที่กำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ ก็ถามขึ้นว่า "นี่ จินหงเหว่ย ตอนนี้เื่ผู้เข้าแข่งขันยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่ไหม? แล้วตกลงทางนั้นจะพากองเชียร์มาครบตามโควตาที่เรากำหนดไว้หรือเปล่า?"
"ในส่วนของผู้เข้าแข่งขัน ตอนนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรนะ ผมแจ้งไว้แล้วว่าถ้ามีธุระหรือเหตุสุดวิสัยที่ทำให้มาแข่งไม่ได้จริง ๆ ต้องแจ้งเราภายในเย็นวันนี้ ซึ่งเป็กำหนดสุดท้ายที่เราแจ้งให้ผู้เข้าแข่งรับทราบไว้แล้ว
ถ้ามาบอกกะทันหันพรุ่งนี้โดยไม่มีเหตุผลที่ยอมรับได้ ก็จะต้องเสียค่าปรับให้กับเรา ซึ่งจุดนี้ระบุไว้ในเอกสารและเราได้แจ้งชัดเจนไปแล้ว ส่วนกองเชียร์ ตอนนี้ทุกทีมยังยืนยันว่าจะพามาครบตามโควตาที่เรากำหนดไว้" จินหงเหว่ยตอบพร้อมหอบเหนื่อยจากการช่วยขนโต๊ะและเก้าอี้
หลิวจื้อิที่เพิ่งนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ ก็ถามต่อว่า "แล้วเื่พิธีกรที่เราจ้างมา ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม? ทั้งเื่สถานที่และวันเวลาที่ต้องมาทำหน้าที่?"
จินหงเหว่ยที่เริ่มหายเหนื่อยแล้วก็ตอบกลับไปว่า "ผมได้คุยกับเ้าตัวทางโทรศัพท์โดยตรงแล้ว และอธิบายรายละเอียดทั้งหมดให้เรียบร้อย จุดนี้ไม่น่ามีปัญหา ส่วนเธอจะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน ก็คงต้องภาวนาให้ทุกอย่างออกมาราบรื่นแล้วกัน"
"เอาล่ะ ทุกคนพักดื่มน้ำกันก่อนเถอะ" เฉินโจวพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มเหนื่อยจากการช่วยกันขนโต๊ะเก้าอี้ เขาจึงไปหยิบน้ำขวดมาแจกให้ทุกคนดื่มเพื่อคลายเหนื่อยและดับกระหาย
หลังจากทุกคนนั่งพักดื่มน้ำกันเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มปรึกษากันว่าจะจัดวางโต๊ะเก้าอี้อย่างไรให้เหมาะสม ตำแหน่งของกรรมการต้องอยู่ในจุดที่ดีที่สุด เพื่อให้มองเห็นผู้เข้าแข่งขันขณะทำอาหารได้อย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งของกองเชียร์ก็ให้อยู่รองลงมา
เมื่อทดลองจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ แล้ว ทุกคนก็ตกลงกันได้ และจัดโต๊ะเก้าอี้ให้อยู่ในตำแหน่งที่ทุกคนพอใจและยอมรับร่วมกัน
จากนั้น ทุกคนก็ไปที่รถของหวังหง เพื่อช่วยกันขนวัตถุดิบบางส่วนมาวางไว้ในห้องอาหาร
หลังจากขนวัตถุดิบจากรถมาวางเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็นั่งคุยรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานวันพรุ่งนี้ ขณะกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาหาจินหงเหว่ย
จินหงเหว่ยรับสายและพูดคุยอยู่สักพัก สีหน้าก็แสดงความผิดหวังเล็กน้อย ทุกคนที่เห็นก็รู้สึกแปลกใจ พอวางสายเสร็จ เขาก็แจ้งกับทุกคนว่า ทีมสองโทรมาขอสละสิทธิ์ เนื่องจากสามีของเธอมีธุระสำคัญกะทันหันในวันพรุ่งนี้ และเธอจำเป็ต้องไปด้วย จึงไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้
ทุกคนที่ได้ฟังก็ใ แม้จะเคยคิดเผื่อไว้ว่าอาจมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่พอมาเจอกับตัวจริง ๆ ก็อดใไม่ได้ ดีแล้วที่ทางทีมงานเตรียมทีมสำรองไว้ล่วงหน้า เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้
จากนั้น ทุกคนก็ปรึกษากันว่าจะใช้ทีมสี่หรือทีมห้าเป็ตัวแทนแทนทีมสองดี สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกทีมห้า เพราะหลิวจื้อิยืนยันอย่างหนักแน่น คนอื่นที่ไม่ได้มีความเห็นเป็พิเศษก็ยอมตาม จึงถือว่าไม่ใช่เื่ใหญ่ที่จะตามใจหลิวจื้อิในครั้งนี้
จินหงเหว่ยรีบโทรติดต่อไปยังทีมห้า โดยอธิบายรายละเอียดสถานการณ์ และสอบถามว่าพร้อมสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้หรือไม่ ทางทีมห้าตอบกลับมาว่าไม่มีปัญหา จินหงเหว่ยจึงชี้แจงเื่สถานที่และวันเวลาอีกครั้ง ก่อนจะวางสาย
"โชคยังดีนะที่ทีมห้าสามารถมาแข่งได้ ฉันแค่อยากหวังว่าจะไม่มีทีมอื่นมาขอสละสิทธิ์เพิ่มอีก" เกาอิ้งพูดด้วยน้ำเสียงวิตก พร้อมสีหน้ากังวล
จินหงเหว่ยที่ได้ฟัง ก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนหลับตาแล้วถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดว่า
"ผมก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือจะมีบางทีมโทรมาขอสละสิทธิ์ในเช้าวันพรุ่งนี้ ถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ จะกลายเป็ปัญหาใหญ่เลย เดี๋ยวผมขอโทรไปยืนยันกับอีกสองทีมก่อน ว่ายังจะมาได้แน่นอนใช่ไหมในวันพรุ่งนี้"
ทุกคนที่ได้ฟังก็พลอยรู้สึกกังวลตามกันไป ได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าให้เกิดปัญหาแบบนั้นขึ้นในวันพรุ่งนี้เลย
หลังจากจินหงเหว่ยโทรยืนยันกับอีกสองทีมเสร็จ เขาก็แจ้งกับทุกคนว่า ทั้งสองทีมยืนยันว่าจะมาแข่งในวันพรุ่งนี้แน่นอน โดยไม่มีปัญหาอะไร
ทุกคนที่ได้ฟังก็รู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยก็ขอเชื่อในคำยืนยันของผู้เข้าแข่งขันไปก่อน ขอแค่อย่าให้มีทีมไหนขอสละสิทธิ์กะทันหันอีกก็แล้วกัน
จินหงเหว่ยคิดว่า ถ้าหากมีการจัดการแข่งขันอีกครั้งในอนาคต เขาจะต้องหาวิธีรับมือกับปัญหาแบบนี้ให้ดีกว่าเดิม เพราะการต้องมาคอยกังวลกับเื่แบบนี้มันไม่ใช่เื่ที่ดีเลยจริง ๆ
จากนั้น หลิวจื้อิที่เพิ่งขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์เสร็จก็หันมาบอกกับทุกคนว่า
“พรุ่งนี้ฉันจะพาเพื่อนคนหนึ่งชื่อกังหม่า เป็นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ ปี 2 มาช่วยถ่ายวิดีโอให้กับงานนี้เอง ฉันบอกเลยว่าเ้าหมอนี่ฝีมือดีมาก มีเซนส์ในการถ่ายคลิปสุด ๆ รู้ว่าควรถ่ายจังหวะไหน จังหวะไหนควรข้ามไป ถ้าเขามาช่วย รับรองว่าวิดีโอออกมาดีแน่นอน”
ทุกคนที่ได้ยินหลิวจื้อิพูดชมเพื่อนอย่างมั่นใจ ก็ได้แต่หวังว่าเพื่อนคนนี้จะเก่งจริงอย่างที่ว่า การมีพิธีกรที่มีประสบการณ์และความรู้เื่อาหาร รวมกับตากล้องที่มีฝีมือ จะช่วยให้คลิปวิดีโอน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อจัดการเื่ต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็นั่งคุยรายละเอียดที่เหลือของงานวันพรุ่งนี้ต่อ สำหรับกรรมการอีกสองท่าน หวังหงรับหน้าที่เป็ผู้ประสานงานและนัดหมายเอง เขารับรองว่าจะไม่มีปัญหาแน่นอน หากกรรมการคนใดมีปัญหามาไม่ได้จริง ๆ หลิวจื้อิก็อาสาว่าจะเป็กรรมการแทนให้เอง
จากนั้น เฉินโจวก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับคนตัดต่อคลิปว่าเขาอยากใช้บริการคนเดิมที่เคยทำคลิปแรกให้ จินหงเหว่ยบอกว่าไม่มีปัญหา เดี๋ยวเขาจะเป็คนติดต่อให้เอง พร้อมทั้งจะช่วยต่อรองราคาให้ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม จินหงเหว่ยก็ยอมรับว่าคลิปนี้น่าจะต้องใช้เงินพอสมควร เพราะวิดีโอน่าจะยาวไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็ความยาวที่เหมาะสมพอที่จะถ่ายทอดเนื้อหาได้ครบถ้วน คลิปที่ยาวเกินไปก็จะดูยืดเยื้อ แต่ถ้าสั้นเกินไปก็จะไม่จุใจคนดู จุดสมดุลแบบนี้คงต้องปล่อยให้นักตัดต่อไปคิดต่อเอง ส่วนพวกเราก็รอชมคลิปที่ตัดเสร็จ แล้วค่อยดูว่าต้องปรับแก้ตรงไหนอีกบ้าง
เฉินโจวพยักหน้ารับ เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าค่าตัดต่อคลิปนี้คงแพงแน่นอน แต่ก็ไม่เป็ไร ด้วยทุนที่มีอยู่ตอนนี้ยังไงก็จ่ายไหว ขอแค่งานออกมาดีเหมือนคลิปแรกที่เคยทำก็พอ เพราะเขาเชื่อว่าถ้าคลิปนี้ออกมาดีจริง
ยอดผู้ชมและยอดผู้ติดตามจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และอาจกระตุ้นให้บริษัทต่าง ๆ สนใจมาเป็สปอนเซอร์ให้กับช่องของเขาด้วย จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าคลิปนี้จะน่าสนใจและเป็กระแสมากแค่ไหน
หลังจากพูดคุยรายละเอียดกันเรียบร้อยแล้ว ก็เหลือเพียงการเตรียมตัวสำหรับงานในวันพรุ่งนี้ จากนั้น ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว โดยตกลงกันว่าจะนัดเจอกันที่มหาวิทยาลัยในตอนเช้าเวลา 6 โมงตรง...