เมื่อเข้ามาถึงในเมืองเป็เวลาประมาณ 06.00 น. ยังพอมีเวลาให้หาที่สำหรับวางของ เล่อเยียนไม่รู้จักทางคิดอะไรไม่ออกจึงเดินไปยังตลาดมืด
" หล่อนหายไปไหนนะ "ฟ่านเหมยเหมยที่สะกดรอยตามเล่อเยียนอยู่ถึงกับหัวเสียเพราะตามเธอไม่ทัน
" หยุด จะไปไหน " ผู้คุมสองคนนั่งเฝ้าทางเข้าเอ่ยถามเพราะยังไม่ได้ยินรหัสลับเลย
" ฉันเดินพลัดหลงกับเพื่อน เห็นรางๆ ว่าเธอเดินมาทางนี้ "เหมยเหมยพูดจาตะกุกตะกักเพราะเธอไม่เคยมายังสถานที่แห่งนี้
" ไม่มีใครมาทั้งนั้น ถ้าไม่มีรหัสก็เข้าไม่ได้ "เมื่อไม่มีรหัสเหมยเหมยก็จนปัญญาที่จะตามหาเล่อเยียน เธอคิดไม่ผิดจริงๆว่านางจิ้งจอกคนนี้มีความลับซ่อนอยู่ อย่างให้เธอหาทางเข้าไปได้ละกันจะกระชากหน้ากากจิ้งจอกของหล่อนออกมา
ทางด้านเล่อเยียน เมื่อเอาของออกมากองเล็กน้อย ก็ตามหาคนที่พอจะมีเกวียนเพื่อขับไปส่งเธอยังโรงงานที่อี้หยางทำงาน พอหาเกวียนได้แล้วเธอจึงนำกล่องขนมขึ้นไปยังเกวียนแล้วยื่นที่อยู่ตามที่อี้หยางทิ้งไว้ให้
เล่อเยียนนั่งอยู่ด้านหลังเธอก็ค่อยๆนำขนมออกมาจากมิติจนหมดจากนั้นใช้ผ้าคลุมมิดชิดพอไปถึงยังจุดหมายอี้หยางก็ยืนรออยู่ตรงหน้าโรงงานแล้ว
" พี่เป็ห่วงกังวลว่าเธอจะขนของพวกนี้มายังไง "พอเขาได้มาเห็นก็รู้สึกโล่งใจแต่อดตำหนิไม่ได้ที่เธอมาคนเดียว
" ไม่ต้องห่วงค่ะ เอาไว้ตรงไหนดีคะ "เล่อเยียนพูดอย่างไม่ใส่ใจเื่แค่นี้เธอจัดการได้ขนาดฟ่านเหมยเหมยที่แอบสะกดรอยตามมาเธอยังสลัดซะหลุดหายไปเลย
ตอนแรกเธอไม่รู้ตัวหรอกว่ามีคนตามเพราะเธอรีบร้อนออกจากบ้านแต่หลังจากที่เดินไปสักพักได้ยินเสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวเธอแอบชำเลืองดูด้านหลังจึงรู้ว่าเป็ฟ่านเหมยเหมย
'อยากตามก็ตามเถอะ ตามให้ทันแล้วกัน ' จากนั้นจึงวางแผนเข้าไปยังตลาดมืดเพราะเธอมั่นใจว่าคนอย่างฟ่านเหมยเหมยไม่น่าจะเคยเข้าไปยังตลาดมืดแน่นอนคิดจะจับผิดเธอต้องฉลาดกว่านี้ร้อยเท่า หึ
" เดี๋ยวพวกคนงานก็มารับของไปกันแล้วล่ะเพราะยังไม่ถึงเวลาเข้างาน "พูดจบก็มีคนงานเดินมาหยิบกล่องขนมจากเกวียนทุกคนรู้หน้าที่ไม่ต้องรอให้บอกส่วนเงินนั้นอี้หยางเก็บให้แล้วั้แ่เมื่อวาน
พอขนมหมดเล่อเยียนจึงจ่ายเงินค่าขนของให้กับคนขับเกวียนบวกค่าเสียเวลาให้นิดหน่อยเธอให้ไป5 หยวน ถือว่าเป็เงินจำนวนมากแล้วล่ะเพราะระยะทางไม่ไกลเลยเสียเวลารอแค่ 15 นาทีเพียงเท่านั้นขับเกวียน 30 นาทีแต่ได้เงินถึง 5 หยวนมีหรอที่เขาจะไม่ดีใจ
" นี่เป็เงินที่พี่เก็บล่วงหน้าจากพวกเขาไว้กันพวกเขาเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเธอลองนับดู" อี้หยางยื่นซองเงินให้กับเล่อเยียนในนั้นมันดูตุงมากเป็พิเศษ
" ไม่เป็ไรหรอกค่ะฉันเชื่อใจพี่ นี่เป็ส่วนแบ่งของพี่ค่ะ "เล่อเยียนยื่นเงินจำนวน 60 หยวนให้กับอี้หยางเงินจำนวนนี้ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปหากเทียบกับที่เขาจะต้องทำงานในโรงงานอี้หยางต้องทำงานเกือบ 3 เดือนถึงจะได้เงินจำนวนนี้
เล่อเยียนเธอคำนวณดูแล้วว่าเท่านี้เหมาะสมที่สุดเพราะเธอต้องแบ่งให้กับยวี่ไท่และหมี่เมี่ยนคนละส่วนด้วยเช่นกันส่วนตัวเธอนั้นรับไปเจ็ดส่วนเพราะเธอเป็คนลงทุนทั้งหมดคนอย่างเธอไม่มีทางที่จะหลอกใช้ใครฟรีๆ แน่นอน
" ให้พี่ทำไมเก็บไว้เถอะแค่ขนมสองกล่องนี้ก็มากพอแล้วพี่ไม่ได้ทำอะไรมากมาย" อี้หยางรีบเอามือไขว้หลังไม่ยอมรับเงินจากเล่อเยียนเขารับมันมาไม่ได้หรอกเขารู้ดีว่าเธอต้องลำบากแค่ไหนกับการลงทุนทำขนมครั้งนี้
" ถ้างั้นฉันเอาไปให้ป้าเว่ยแล้วกันค่ะเราถือว่าเป็หุ้นส่วนกันถ้าไม่มีพี่ฉันคงขายขนมมากมายขนาดนี้ไม่ได้ฉันทำคนเดียวไม่ได้ " เล่อเยียนจนปัญญาที่จะบังคับเอาไปฝากไว้กับแม่ของเขาเพื่อเก็บไว้เป็สินสอดในอนาคตแล้วกัน
" เธออย่าทำให้พี่ลำบากใจเลยเอางี้ดีมั้ยครั้งหน้าถ้าหากมีคนสั่งอีกค่อยแบ่งให้พี่ "เล่อเยียนยังคงจ้องเขานิ่งไม่ขยับหรือพูดอะไรออกไป
" ก็ได้ ก็ได้พี่จะรับไว้แต่ขอรับไว้เพียงครึ่งเดียวมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว" เขาหยิบเงินจำนวน 30 หยวนมาที่เหลือส่งคืนกลับไปให้เล่อเยียน
" งั้นก็ได้ค่ะ แต่ครั้งหน้าที่ต้องรับเต็มจำนวนนะคะ "เล่อเยียนยิ้มออกทันทีในที่สุดก็หาทางออกกันคนละครึ่งทางแบบนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่มีใครต้องลำบากใจ
" พี่ต้องเข้าไปทำงานแล้วถ้าเธอไม่รีบไปไหนเย็นนี้กลับพร้อมพี่ดีมั้ยพรุ่งนี้พี่หยุดพอดี "อี้หยางเป็ห่วงไม่อยากให้เธอเดินทางลำพังคนเดียว
" ฉันกลับเองได้ค่ะพี่ไม่ต้องห่วง รีบเข้าไปทำงานเถอะค่ะเดี๋ยวจะสาย "เล่อเยียนพูดจบก็หันหลังกลับไปยังทางเดิมที่เธอมา
มีโอกาสเข้าเมืองทั้งทีขออยู่เที่ยวให้หนำใจหน่อยเถอะเดินไปทางไหนก็มีแต่ทหารเต็มไปหมด เฮ้อ แค่เห็นก็อึดอัดแล้วเดินสำรวจราคาข้าวของดีกว่า
เดินตรงถนนสักพักเธอนึกขึ้นได้ว่านัดกับแม่บ้านจางไว้ว่าวันนี้จะไปขายเนื้อให้ตายจริงเกือบลืมไปซะสนิทนี่ก็เกือบสิบโมงแล้วหล่อนจะรอเธอไหมนะ
" ป้าคิดว่าหนูเล่อเยียนจะไม่มาซะแล้วค่ะ "แม่บ้านจางเห็นเล่อเยียนที่รีบวิ่งมาทางหล่อนก็ทักทายอย่างดีใจเธอมายืนรอตรงจุดที่ทำการซื้อขายเมื่อครั้งก่อนเกือบชั่วโมงแล้วกะว่ารออีกสักพักถ้าไม่เจอคงต้องกลับเพราะมันสายมากแล้วจริงๆ
"ต้องขอโทษคุณป้าด้วยนะคะพอดีฉันติดธุระนิดหน่อยนะคะนี่เป็ขนมที่ฉันทำเองแทนคำขอโทษจากฉันแล้วกันนะคะ "เล่อเยียนพูดด้วยเสียงเหนื่อยหอบเธอรีบสุดชีวิตแล้วล่ะเร็วกว่านี้คงต้องหายตัวมาแล้ว
" ป้าแค่แซวเล่นนะคะ" ป้าจางรับขนมมากล่าวยิ้มๆ ด้วยความเอ็นดูครั้งก่อนเธอเห็นหน้าเล่อเยียนไม่ชัดเพราะเธอใช้ผ้าปิดบังไว้แต่วันนี้เธอไม่ปกปิดใบหน้าใดๆเลยจึงรู้ว่าเธอนั้นสวยมากขนาดไหน
" วันนี้รับอะไรดีคะ"เล่อเยียนที่พอหายเหนื่อยก็เตรียมจัดชุดใหญ่ให้ฝ่ายนั้นเลยทีเดียวช่วยไม่ได้นี่นะเพราะลูกค้ารายนี้กระเป๋าหนักขนาดนั้น
" คุณนายเธอสั่งมาว่าอยากได้เนื้อซี่โครง 3 ชั่งสามชั้น 3 ชั่งนะคะ " แม่บ้านจางกระซิบบอก
" จริงสิคะป้าจาง ฉันมีอะไรมาแนะนำ "จากนั้นเล่อเยียนก็หายเข้าไปยังตรอกซอยเล็กแล้วนำเอา
น้ำตาลทรายแดง3 ถุง ซอส 2 ขวด น้ำมันถั่วลิสง 3ขวดออกมานำเสนอด้วยแต่เธอไม่คิดว่าพอแม่บ้านจางเห็นจะตาลุกวาวเหมาไปทั้งหมดเธอรับทรัพย์จากบ้านนายอำเภอไปทั้งหมด 157 หยวนจากนั้นจึงทยอยขายไข่เนื่องจากในมิตินั้นเธอมีจำนวนค่อนข้างมากตั้ง 50 ชั่งกินทั้งปีก็ไม่น่าหมดเธอขายไข่ไป 10 ชั่งโดยขายชั่งละ5 หยวนแล้วก็เลิกขายเพราะราคามันถูกมากเก็บไว้กินเองยังจะดีซะกว่า
ตอนนี้เธอนับเงินในมิติเงินติดตัวมาเดิมมี40 หยวนกำไรจากการระบายของ 2 ครั้งก่อนหน้านั้น1028 หยวน วันนี้ขายได้ 207 หยวนรวมกับเงินที่อี้หยางให้มาเมื่อเล่อเยียนเอาออกมานับมันมีมากถึง770 หยวนหมายความว่าเขาขายให้เธอในราคากล่องละ 4 หยวนเชียวหรือ ถ้าหากรู้ว่าได้เงินมากขนาดนี้เธอคงไม่ยอมให้เขารับไปแค่ 30หยวนแน่ๆ
เมื่อนำมาหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด120 หยวนแล้วนั้นเธอมีทั้งหมดในตอนนี้คือ 1925 หยวน เงินมากมายขนาดนี้เธอนับว่าเป็คนรวยได้รึยังนะคนรวยสมัยนี้ต้องมีเงินเท่าไหร่กัน วันนี้ช่างเป็วันที่ดีของเธอจริงๆ
เมื่อออกจากตลาดมืดเป็เวลา11.30 น.เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เช้าจึงเริ่มมองหาร้านข้าวเธอเลือกทานข้าวขาหมูเพราะคนไม่เยอะมากเมื่อสั่งอาหารเสร็จหางตาเหลือบไปเห็นเหมยเหมยเดินตรงมาทางเธอพอดี
" หล่อนมาอยู่ที่นี่เองฉันตามหาซะทั่ว "เหมยเหมยพอมาถึงก็โวยวายลั่นร้านเพราะเธอเดินตามหาเล่อเยียนจนเหนื่อยข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด
" ตามหาฉันทำไม คุณเป็ใครคะ"เล่อเยียนทำทีเป็ไม่สนใจและทำเป็ไม่รู้จักผู้หญิงไร้มารยาทคนนี้
" เธอพูดอะไรของเธอ ฉันหิวจนตาลายแล้ว เถ้าแก่ขอข้าวขาหมูจานหนึ่งด้วย"ฟ่านเหมยเหมยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เธอหิวจนไม่มีแรงจะพูดขอเติมพลังก่อนเถอะ
พอข้าวมาเสิร์ฟทั้งสองคนก็นั่งกินโต๊ะเดียวกันแต่ไม่มีใครพูดอะไรอีกเล่อเยียนจากที่หิวมากก็เกิดอาการกินข้าวไม่ลงเธอรับไม่ได้กับพฤติกรรมการกินของยัยหมูป่าคนนี้
" เฒ่าแกคิดเงินด้วยค่ะ " ฟ่านเหมยรีบเร่งสปีดความเร็วในการกินพอเห็นจานเล่อเยียนมีข้าวอยู่เต็มจานคล้ายว่าเธอไม่ได้แตะมันเลยรู้สึกเสียดายเลยหยิบไปกินต่อ
" จานละ 3 เหมา 2 จานคิด 5เหมาแล้วกันครับ " เถ้าแก่พูดออกไปด้วยรอยยิ้มจะไม่ให้ยิ้มได้ไงสาวสวยมากินข้าวที่ร้านมันดูบรรยากาศสดชื่นเสียจริง
" นี่ค่ะของฉัน 3 เหมา "เล่อเยียนจ่ายแค่ส่วนของเธอเท่านั้น
" อ้อ แยกจ่ายหรือ " แม้จะงงๆ แต่ก็รับเงินไปไม่ว่าอะไร
" เธอจ่ายให้ฉันด้วยสิ จะแยกจ่ายทำไมถูกกว่าตั้งเยอะ"ถึงแม้จะแค่เหมาเดียวก็เถอะแต่แล้วยังไงล่ะเธอไม่ได้พกเงินมาเลยนี่นา
" ฉันไม่รู้จักคุณจะจ่ายรวมได้ยังไง ฉันจ่ายส่วนของฉันไปแล้วขอตัวนะคะ" เล่อเยียนหันไปบอกกับเ้าของร้านแล้วก็เดินออกจากร้านไปแต่ยังไม่ถึงไหนก็ถูกเหมยเหมยดึงไว้เสียก่อน
" เธอจะทิ้งฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะเพราะเธอออกจากบ้านเช้ามืดขนาดนั้นฉันเลยไม่ได้หยิบเงินมา "พูดให้ถูกคือเธอสะกดรอยตามมาโดยไม่รู้จุดหมายของเล่อเยียนที่จะไปทำให้ไม่ได้เตรียมตัว
" คุณคะ คุณกำลังพูดเื่อะไรอยู่ฉันไม่รู้จักคุณค่ะหรือว่าคุณไม่มีเงินจ่ายเลยมาแอบอ้างแบบนี้ฉันเสียหายนะคะ "เล่อเยียนสะบัดมือให้หลุดจากการจับกุมทำหน้าตาใกลัวจากนั้นก็รีบเดินออกจากร้านไป
"เดี๋ยว กินแล้วไม่จ่ายคิดจะหนีเหรอ " เ้าของร้านรีบคว้าตัวไว้ไม่ให้หล่อนตามเล่อเยียนไปได้
" นังเล่อเยียนจิ้งจอกเ้าเล่ห์ ฉันจะเอาคืนหล่อนแน่ "คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างจ้องมองราวกับหล่อนเป็ขอทานปลอมตัวมาใครจะเชื่อว่าทั้งสองคนนี้รู้จักกันดูจากการแต่งตัวก็บอกได้แล้วว่าน่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เล่อเยียนไม่คิดจะสนใจว่าเหมยเหมยจะเป็จะตายยังไงเธอไม่เคยทำอะไรให้ใครมีแต่หล่อนที่จ้องจะหาเื่ให้บทเรียนกับหล่อนบ้างจะได้ไม่กล้ามาก่อความวุ่นวายอีก
พี่อี้หยางนี่ก็จะดีไปไหนดีขนาดนี้น้องจะโดนด่าขนาดไหน ฮิๆ