ขณะที่ต้าหมิงมอบศิลาธาตุให้กับฟงฮู่ ต้าหมิงก็นึกขึ้นมากได้ ในตอนต่อสู้กับสัตว์เวทความเร็วของตนเองนั้นยังไม่ถือว่าเร็วมากพอ แต่เพราะพลังเวทย์ของต้าหมิงไม่เหมาะกับการเสริมความเร็วจึงไม่แปลกที่ความเร็วของต้าหมิงจะมีจำกัด
“พี่ชายฟงฮู่พอจะสร้างอุปกรณ์เวทประเภทรองเท้าได้หรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“หืม ข้าเห็นเจ้าเองก็มีอุปกรณ์เวทประเภทนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ฟงฮู่กล่าว
“มันก็ใช่แต่มันเพิ่มความเร็วให้ข้าไม่มากนัก” ต้าหมิงนำอุปกรณ์เวทย์ประเภทรองเท้าให้ฟงฮู่ดู
“ก็จริงอุปกรณ์ชิ้นนี้สร้างขึ้นมาเพื่อให้เจ้าเคลื่อนใหวสะดวกเท่านั้นไม่ได้เน้นด้านความเร็ว แต่ว่าการจะสร้างรองเท้าที่เน้นความเร็วมันจำเป็นต้องใช้วัสดุหายาก” ฟงฮู่กล่าว
“มันมีอะไรบ้างเผื่อข้าจะหาได้” ต้าหมิงกล่าว
“ที่ขาดตอนนี้คือขนของจิ้งจอกวายุสัตว์เวทระดับ 5” ฟงฮู่กล่าว
“พี่สาวหลานท่านรู้หรือไม่ว่าในวังหลวงมีหรือเปล่า” ต้าหมิงกล่าว
“แน่นอนว่ามีแต่ว่าสิ่งนั้นเองก็สำคัญต่อเหล่าทหารมากซึ่งหากเจ้าไม่มีผลงานที่ยอดเยี่ยมเจ้าไม่มีทางได้รับมันมาแน่” จ้าวหลานกล่าว
“ข้าได้ข่าวว่าในคืนนี้จะมีการประมูลใหญ่ที่หอประมูลอัคคี และมันยังมีขนของจิ้งจอกวายุเข้ามาประมูลด้วย ถ้าเจ้าประมูลมันมได้ข้าสามารถสร้างอุปกรณ์สีม่วงให้เจ้าได้เลย” ฟงฮู่กล่าว
“แต่ข้าไม่มีเงินนี่สิ” ต้าหมิงกล่าว
“น้องชายเจ้าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเจ้ามีสถานะอะไร” ฟงฮู่กล่าว
ดวงตาของต้าหมิงสว่างขึ้น จ้าวหลานได้แต่ส่ายหน้านางรู้อยู่แล้วว่าต้าหมิงกำลังจะทำอะไร ในตอนที่จักรพรรดิหญิงได้สังหารผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยนั้นของล้ำค่าและเงินทองของอีกฝ่ายจะต้องอยู่กับจักรพรรดิหญิงแน่
ต้าหมิงและจ้าวหลานกลับวังหลวงทันที ต้าหมิงไม่รอช้าตรงไปยังตำหนักของจักรพรรดิหญิง จักรพรรดิหญิงที่กำลังนั่งเล่นพิณอยู่นั้นก็หนังตากระตุกเพราะการที่ต้าหมิงตรงมาหานางก่อนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นและมันก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับนาง
“ต้องการอะไร” จักรพรรดิหญิงหยุดเล่นพิณและมองไปยังต้าหมิงและจ้าวโยวหลันที่เดินตามมา
“เหรียญทอง ข้าต้องการเข้าร่วมการประมูลใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อประมูลขนจิ้งจอกวายุ” ต้าหมิงกล่าว
“ไม่คิดจะปิดบังเลยนะ” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“ของล้ำค่าที่ท่านได้จากผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยก็ไม่น่าจะน้อยไม่ใช่รึเอาส่วนนั้นมาให้ข้าก็ได้” ต้าหมิงกล่าว
“ทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้าจะมอบให้มันกับเจ้ากันละ” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังดวงตาของต้าหมิงตรงๆ
“เพราะมันสำคัญสำหรับการรักษาชีวิตของข้า” ต้าหมิงเองก็จ้องมองไปยังดวงตาของนางตรงๆเช่นกัน
“หึ เจ้านี่มันจริงๆ” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้ม
สำหรับนางแล้วต้าหมิงแทบไม่เคยพูดอ้อมค้อมเขาอยากได้อะไรก็จะพูดออกมาตรงๆ ซึ่งสำหรับต้าหมิงเองก็รู้ดีว่าการมาโกหกต่อหน้าจักรพรรดิหญิงมันเป็นเรื่องไร้สาระเพราะอีกฝ่ายจะต้องจับได้แน่ๆเพราะงั้นต้าหมิงจึงพูดออกไปตรงๆ
“ย่อมได้ ข้าจะมอบเหรียญทองให้กับเจ้า ถึงข้าอยากจะเอาขุนจิ้งจอกในคลังหลวงให้กับเจ้าแทนแต่ของพวกนั้นเอาไว้ให้เหล่าทหารกล้าที่มีผลงานยอดเยี่ยมแลกไปใช้” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“มันต้องอย่างงี้สิ” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มและรับเหรียญทองจำนวนมากมา
หลังจากนั้นต้าหมิงก็ตรงไปยังตำหนักแลกเปลี่ยนของวังหลวง ต้าหมิงได้นำร่างของสัตว์เวทจำนวนมากออกมาขายทั้งหมดเพื่อเพิ่มเหรียญทองให้กับตนเองตอนนี้ต้าหมิงมีเหรียญทองถึง 15 ล้านแล้ว
“ด้วยจำนวนขนาดนี้ข้าไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว” ต้าหมิงกล่าว
“แล้วเจ้าคิดว่าพวกตระกูลขุนนางจะมีเงินน้อยกว่าเจ้างั้นเหรอ” จ้าวหลานกล่าว
“แน่นอนว่าพวกเขาย่อมรวยกว่าข้าแต่จากที่ข้ารู้มาขนของจิ้งจอกวายุไม่ใช่สินค้าหลักเพราะงั้นพวกเขาไม่น่าจะทุ่มเงินทั้งหมดในการประมูลแข่งกับข้า” ต้าหมิงกล่าว
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะฉลาดไม่น้อย” ในตอนนั้นเองเสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้น
จ้าวหลานหันไปมองก็ยิ้มออกมาก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเพราะคนที่มคือจ้าวหยูซินพี่ใหญ่ของ 4 ขุนพลสาว
“พี่หยูซินท่านมาได้อย่างไรไม่ใช่ว่าท่านต้องไปทำธุระให้ท่านจักรพรรดิงั้นเหรอ” จ้าวหลานกล่าว
“ข้าทำเสร็จแล้วแต่เมื่อมาถึงท่านจักรพรรดิก็ขอให้ข้าตามพวกเจ้าไปงานประมูลเพราะพวกเราไม่รู้ว่าตระกูลหวังจะเล่นงานเจ้าหนูนี่เมื่อไหร่อีก” จ้าวหยูซินกล่าวพร้อมกับชี้ไปทางต้าหมิง
“พี่สาวหยูซิน ท่านจะเรียกข้าเจ้าหนูไม่ได้นะ ข้าอายุ 16 แล้วถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น
“เจ้าเด็กนี่อย่างที่โยวหลันบอกมาเลยเจ้ามันเจ้าตัวลามกและแก่แดดจริงๆ” จ้าวหยูซินกล่าว
“เอาละ พวกท่านเลิกล้อเล่นกันได้แล้วพวกเราไปงานประมูลกันเถอะ” จ้าวหลานกล่าว
หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินทางไปยังงานประมูล งานประมูลถูกจัดขึ้นที่หอประมูลอัคคีซึ่งเป็นหนึ่งในขุมอำนาจของอาณาจักรอัคคีซึ่งอำนาจของหอประมูลอัคคีนั้นลึกลับและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ตระกูลใหญ่เลย
“นั่นมันน้องชายต้าหมิงไม่ใช่เหรอ” เมื่อมาถึงต้าหมิงก็พบกับพั่วเสอทันที
“ไม่คิดว่าพี่ชายพั่วเสอเองก็จะมาเช่นกัน” ต้าหมิงกล่าว
“สินค้าหลักของวันนี้เป็นสิ่งที่ใครๆก็ต้องมาเพราะมันล้ำค่าสำหรับตระกูลใหญ่ของพวกเราอย่างยิ่ง” พั่วเสอกล่าว
“น้ำค้างแห่งชีวิตสินะ” จ้าวหยูซินกล่าว
“ท่านขุนพลกล่าวได้ถูกต้องแล้ว น้ำค้างแห่งชีวิตเป็นของวิเศษที่ช่วยให้อายุขัยเพิ่มจขึ้น 20 ปี ซึ่งมันสำคัญต่อท่านพ่อของข้ามาก” พั่วเสอกล่าว
“แบบนี้นี่เอง ไม่แปลกที่ตระกูลใหญ่จะมารวมตัวกันทั้งหมด” ต้าหมิงมองไปทางที่ตระกูลหลางและจวิ้นกำลังเดินมา
“เจ้านั่นมัน.....” หลางเลี่ยที่ติดตามผู้อาวุโสของตระกูลหลางมาเห็นต้าหมิงก็กัดฟันด้วยความโกรธแค้น
“เจ้านั่นหนะเหรอ เหอะก็แค่สวะขั้นที่ 3 เท่านั้นเองไม่ได้อยู่ในสายตาของข้าเลยแม้แต่น้อย” หลางซ่ง อัจฉริยะของตระกูลหลางอายุ 19 ปีและเป็นจอมเวทย์ระดับ 9 แล้ว
“อายุตั้ง 19 ปี แต่กลับเป็นจอมเวทย์ระดับ 9 เนี่ยเป็นอัจฉริยะแล้วงั้นเหรอแล้วพวกท่านที่อายุไม่มากแต่เป็นขุนพลแล้วเขาเรียกว่าอะไรกัน” ต้าหมิงที่ได้ยินหลางซ่งกล่าวก็ไม่ยอมแพ้และกล่าวสวนกลับ
“นี่เจ้า!!!!!” หลางซ่งกลังจะกล่าวสวนกลับแต่ผู้อาวุโสตระกูลหลางกลับขัดขึ้นมาก่อนเพราะว่าตรงนี้ไม่ใช่ว่ามีเพียงต้าหมิงแต่ยังมีขุนพลสาวที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่อีกอำนาจของนางเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วย