เวทีประลองเงียบงัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังอสูรกลายพันธุ์ที่ไม่มีใครรู้จัก กลิ่นอายของพิษและพลังพฤกษาแผ่กระจายไปทั่ว ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงของผู้ชม
แมงมุมปิศาจนรก ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงทันทีที่สัมผัสได้ถึงคู่ต่อสู้ที่ “ไม่ธรรมดา”
ส่วน หมาป่าวายุ ก็เห่าเสียงต่ำ กระโจนลงยืนเคียงเจ้านายอย่างเตรียมพร้อม
ผู้คุมเวทีตะโกนเสียงดัง:
“เริ่มการประลอง!”
แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ก้าวเท้าเบา ๆ แต่พื้นใต้ฝ่าเท้ากลับแตกร้าวเป็นรอยเล็ก ๆ พลังพิษซึมลงดิน เวทีบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำทันที
หลี่หยางยกมือขึ้น
“ใช้ บุปผาพิษกลืนใจ!”
แม่ทัพบุปผาพิษกางแขนทั้งสองข้างออก เกสรดำจำนวนมากกระจายฟุ้งไปทั่วเวที ฝุ่นละอองบางเบาแต่แฝงด้วยกลิ่นอายกัดกร่อนพลังปราณ พื้นหินที่ถูกปะทะถึงกับเกิดรอยไหม้ดำ
แมงมุมปิศาจนรก พ่นใยพิษสวนออกมาเป็นแนว
แส้หนามของแม่ทัพบุปผา ฟาดใส่ใยเหล่านั้น จนแตกกระจายก่อนจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ฟึ่บ! เฉียดขาหน้าของแมงมุมไปเพียงเส้นผม!
หลี่เฉินเฟิงขมวดคิ้วทันที:
“ความเร็วกับการควบคุมของมัน… ไม่ใช่สัตว์พฤกษาทั่วไปจะทำได้แน่นอน…”
แมงมุมปิศาจเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น มันพุ่งไปทางด้านข้างใช้ท่า ใยชักจูงวิญญาณ พ่นใยพิษพิเศษใส่แม่ทัพบุปผาพิษ แต่ในขณะนั้น…
หลี่หยาง: “ใช้ แส้เถาวัลย์พันธนาการ!”
เถาวัลย์จากแส้หนามพุ่งออกมาดั่งอสรพิษ จับขาข้างหนึ่งของแมงมุมไว้ทันที เสียงดัง ผัวะ! แรงสะเทือนทำให้พื้นเวทีสั่นครืน
แมงมุมกรีดร้องด้วยความโกรธ
“แยกตัวออก!”
มันปล่อยพิษจากตัวกระแทกเป็นระลอก แต่วงเกสรพิษของแม่ทัพบุปผา สลายคลื่นนั้นก่อนถึงตัวหลี่หยาง
จังหวะนั้นเอง หมาป่าวายุ ของหลี่เฉินเฟิงโผล่พุ่งเข้าใส่จิ้งจอกเงาจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง แต่จิ้งจอกเองก็ตั้งรับไว้แล้ว
“แยกเงา! โอบกระชับ!”
จิ้งจอกแบ่งเป็นสองร่าง หลบการโจมตีของหมาป่า พร้อมพุ่งสวนจากด้านข้าง จิกเข้าที่สีข้างของหมาป่าเพลิงจนเลือดกระเซ็น
หลี่เฉินเฟิงตะโกน:
“ไม่! พิษมันแพร่เร็วเกินไป…!”
แม่ทัพบุปผาพิษฉวยโอกาสนั้น กระแทกพื้นด้วยเท้า ดอกไม้สีดำบนหัวมันเบ่งบานทันที!
กลีบกลายเป็นเส้นแสงสีม่วงดำหลายสาย ปักเข้าที่ตัวแมงมุมทันที
“กลีบดอกกลืนวิญญาณ!”
พลังที่แมงมุมเสียไป… กลับไหลย้อนเข้าไปสู่แม่ทัพบุปผาและหลี่หยางอย่างรวดเร็ว ร่างเขาเรืองแสงทองอ่อนขึ้นอีกครั้ง
ผู้ชมถึงกับเงียบงัน ใจเต้นระส่ำ!
“แมงมุมปิศาจนรก… เริ่มช้าลง?”
“พิษของมัน… โดนกลืนโดยพืชอีกตัวได้ยังไง?”
“อสูรแบบนี้… ไม่เคยมีบันทึกไว้เลย!”
แมงมุมปิศาจนรก แผ่กลิ่นอายแห่งความตายออกมาอย่างเต็มพิกัด ใยสีเขียวดำเริ่มปกคลุมพื้นเวที มันใช้ท่าทรงพลังที่สุดของมันในตอนนี้
“ใยสังหารวิญญาณ!”
ใยสีดำหนาทึบพุ่งออกมาทุกทิศทาง กลิ่นอายของมันไม่ใช่แค่พิษ แต่แฝงด้วยพลังทำลายจิตวิญญาณโดยตรง บางเส้นราวกับแทงทะลุอากาศ เสียงดัง ซวบ ซวบ!
หลี่หยางยกมือขึ้นเล็กน้อย สั่งการอย่างเยือกเย็น
“เปิดอาณาเขตพิษสวรรค์”
เสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับสั่นสะเทือนอยู่ในจิตใจของผู้ชมทั่วทั้งสนาม
ทันใดนั้น…
พื้นเวทีทั้งสนาม แตกออกเป็นรอยแยกเล็ก ๆ
จากรอยแยกนั้น… รากไม้นับพันสาย ค่อย ๆ ชอนไชโผล่ขึ้นจากใต้ดิน
สายหนึ่ง สองสาย… กลายเป็นสิบ ร้อย พัน ราวกับแผ่ขยายอาณาเขตทั้งผืนฟ้า
“นี่มัน… ครอบคลุมทั่วทั้งสนาม!?”
รากไม้พันกันเป็นเส้นสายราวกับโครงข่ายไร้สิ้นสุด ปล่อยกลิ่นหอมเย็นเฉียบ และละอองเรืองแสงสีม่วงทองจาง ๆ กระจายไปทั่ว เกิดเป็นม่านพิษบางเบาที่แฝงด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
ผู้ชมบางคนที่ไม่ระวัง สูดเข้าไปถึงกับหน้าซีด
แต่ทันใดนั้น พลังหนึ่งแผ่ออกจากหลี่หยาง คล้ายอาณาเขตย่อยปกป้องผู้บริสุทธิ์ กลั่นกรองพิษออกจากละออง
“ปกป้องทุกคน… ”
รากพิษไม่เพียงโจมตี แต่มันแยกแยะ “มิตร” และ “ศัตรู” ได้ในทันที
แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงลึกซึ้งระหว่างผู้ใช้และสัตว์อสูร — ระดับจิตใจกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
ในฝั่งตรงข้าม… แมงมุมปิศาจนรก ร่างเริ่มสั่นระริกอย่างรุนแรง
เถาวัลย์พิษล้อมเข้ามาทุกทิศทาง
พิษของมันไม่อาจต่อกรกับพิษสวรรค์นี้ได้
พิษของมันเริ่มระเหย กลายเป็นไอน้ำดำมืดจางหายไป
แมงมุมปิศาจดิ้นรน กระโดดขึ้นหมายจะหนีออกจากอาณาเขตพิษสวรรค์
แต่รากไม้หลายเส้น พุ่งทะลวงขึ้นจากพื้น แทงทะลุร่างมันอย่างแม่นยำ!
ฉึก! ฉึก!
หมาป่าวายุเห็นแมงมุมปิศาจนรกโดนแทงอย่างจัง แต่มัน ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ มันส่งเสียงคำรามดังกึกก้องขึ้นสู่ท้องฟ้า
ก่อนจะห่อหุ้มตัวเองด้วยกระแสลมอันดุเดือด ราวพายุฤดูมรสุม
หมาป่าวายุพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ลมรอบตัวมันพุ่งแรงขึ้นเรื่อย ๆ
พริบตาต่อมา ลมเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็น พายุหมุนขนาดใหญ่ ห่อหุ้มตัวมันจนมองไม่เห็นรูปร่างเดิม
“วายุสลาตัน!!”
เสียงระเบิดดังกึกก้อง!
พายุสายลมบ้าคลั่งหมุนวนเป็นวงกว้าง ราวกับจะฉีกเวทีเป็นชิ้น ๆ
เป้าหมายคือ จิ้งจอกเงาจันทร์ ที่ยืนอย่างสงบนิ่งเบื้องล่าง
หลี่หยาง เห็นภาพตรงหน้าก็ยังนิ่งสงบ เขาหลุบตาลงแล้วกล่าวเบา ๆ
“ได้เวลาแล้ว… ปิดฉากมันซะ”
สายลมยังไม่ทันสงบจากพายุสลาตัน เสียงคำรามของหมาป่าวายุยังคงสะท้อน
จิ้งจอกเงาจันทร์ ยืนเด่นอยู่กลางลานประลอง ดวงตาคู่งามที่เคยเรืองรองด้วยแสงจันทร์พลันมืดดำลง
แสงอาทิตย์บนฟากฟ้าถูกบดบัง — ราวกับเข้าสู่ค่ำคืนไร้แสง
“…จันทรามืดลวงจิต!”
เสียงของหลี่หยาง ดังขึ้นพร้อมคำสั่งนั้น ร่างของจิ้งจอกพลันสั่นไหว
เงาของมันทอดยาวรอบตัว… แล้วแยกตัวออกมา — ทีละหนึ่ง สอง… จนถึง ยี่สิบร่าง
แยกเงาเงียบงัน ยี่สิบร่างเคลื่อนไหวประสานกันอย่างไร้ช่องโหว่
“กรรร์!!”
มันหอนขึ้นเสียงสุดท้าย ใช้ลมพายุปัดป้อง แต่ไม่ทันไร
เงาทั้งยี่สิบร่าง เคลื่อนไหวฝ่าพายุสลาตันเข้ามา
กรงเล็บเงาแรก ปะทะเข้าด้านข้าง
ตามด้วย เงาที่สอง พุ่งตะปบจากด้านหลัง
เงาที่สาม เสียบเข้าเป้าทางซ้าย
ก่อนที่เงาทั้งยี่สิบ… จะประสานกัน กระหน่ำโจมตีเป็นชุด!
หมาป่าวายุพยายามสวนกลับ — แต่ก็ราวกับโจมตีอากาศ
เพราะร่างไหนคือของจริง ไม่มีใครรู้
มันโดนลวง… ทั้งกายและใจ
พริบตานั้น — เสียงคำรามของมันพลันขาดห้วง
ร่างมหึมาทรุดลงกระแทกพื้น เงาเงียบดับตาม
จิ้งจอกเงาจันทร์ — ตัวจริง ปรากฏขึ้นเบื้องหลังหมาป่า
ยืนสงบนิ่ง ท่ามกลางเงาจันทร์ที่สลายไปช้า ๆ
ทั้งสนาม… เงียบงัน
คนดูนับพันยังไม่มีใครกล้าขานคำ
ดวงตาทุกคู่เบิกกว้าง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
ก่อนที่ร่างหมาป่าวายุจะได้สัมผัสพื้นดิน…
รากสีดำแซมทอง ของแม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นเวที
เกี่ยวรัดร่างหมาป่าอย่างแม่นยำ — พันธนาการแน่นหนา
เสียง “กรึบ” เบา ๆ ดังขึ้น
รากไม้ชอนไชราวกับงูสิบสาย ห่อหุ้มร่างหมาป่าวายุ ไว้แน่นสนิท
กลายเป็นกลีบดอกสีดำแดง รูปทรงพิลึก ที่ แย้มบานเบา ๆ รอบร่างนั้น
หมาป่าวายุ ดิ้นเพียงเล็กน้อยก่อนเงียบลง…
“ไม่…!!”
เสียง หลี่เฉินเฟิง กัดฟันคำราม
สีหน้าซีดเผือด เขายกมือขึ้นจะเก็บหมาป่ากลับสู่จิต แต่…
ไม่มีการตอบสนอง
“กลับมา! เจ้าต้องกลับมา!!”
เขาส่งพลังวิญญาณใส่ แต่กลับรู้สึกเหมือนกระแสพลังถูกกลืนหาย
ดั่งว่า… รากเหล่านั้น ตัดขาดสายสัมพันธ์ เขากับหมาป่าโดยสิ้นเชิง
มันกำลังจะกลายเป็นปุ๋ยพลังงานให้แม่ทัพบุปผากลืนกิน
ความเย็นวาบไหลผ่านหลัง
หลี่เฉินเฟิง ตัวแข็งค้าง
ทันใดนั้น — เขาหันไปยังอีกจุด
“แมงมุม! ฉีกมันออกมา!!”
เสียงสั่งหนักแน่น
แมงมุมปิศาจนรก ที่กำลังถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา
ตัวสั่นสะท้าน จากพิษและแรงกดดัน
เงยหน้าขึ้นส่งเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึง
“กรี๊ดดด!!”
ขาแมงมุมพิษทั้งแปดข้าง สั่นกระตุก
พลังมืดกลุ่มหนึ่งแผ่พุ่งจากก้นบึ้งวิญญาณ
เปลวหมอกสีดำ พวยพุ่งรอบตัวแมงมุม คล้ายจะกัดกินทุกสิ่ง
และแล้ว…
รากของแม่ทัพบุปผา — หลายเส้น เริ่มฉีกขาด!
แมงมุม ตวัดขาออกทีละข้าง ฉีกพันธนาการออกทีละเส้น
ฟาดขาแมงมุมพิษออก — ปะทะกับแส้หนาม ของแม่ทัพบุปผาในฉับพลัน!
สนามประลองปกคลุมไปด้วยหมอกพิษสองสี
ฟากหนึ่งเป็นหมอกสีดำเขียวเข้ม – หนักหน่วง อึดอัด ราวกับร่างกำลังเน่าใน
อีกฟากเป็นไอพิษสีทองสลับม่วงอ่อน – แผ่พลังอ่อนโยนแต่แฝงอันตรายสุดหยั่ง
แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ยืนนิ่งกลางสนาม
รากไม้สีดำทอง พริ้วไหวรอบตัวและปกคลุมเกือบทั้งสนาม คล้ายพร้อมฉีกศัตรูได้ทุกเมื่อ เหนือหัวของมัน ดอกไม้สีดำสนิท ค่อยๆ ผลิบาน กลีบแรกอย่างเชื่องช้า
กลิ่นหอมเย็นเยียบ แฝงกลิ่นโลหิตอ่อน ๆ แผ่กระจายออก
อีกด้าน
แมงมุมปิศาจนรก กระทืบขาแปดลงพื้น
ควันพิษสีดำพวยพุ่งจากร่าง ลมหายใจแต่ละคำ ทำให้สนามประลองกัดกร่อน
แววตาแดงฉานของมันจ้องคู่ต่อสู้ไม่ลดละ
ทันทีที่พลังของ แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ปะทะกับ แมงมุมปิศาจนรก ถึงจุดที่รุนแรง พิษจากทั้งสองสายทะลักออกจากตัวอสูร รุนแรงเกินกว่าที่สนามจะรับไหว—ม่านพลังเดิมถึงกับสั่นไหว รอยร้าวปรากฏเป็นสาย
“ม่านพลังไม่ไหวแล้ว! ระดับการปะทะสูงเกินไป!”
เสียงตะโกนของผู้อาวุโสผู้ควบคุมสนามดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก