เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 33 อาณาเขตพิษสวรรค์

    เวทีประลองเงียบงัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังอสูรกลายพันธุ์ที่ไม่มีใครรู้จัก กลิ่นอายของพิษและพลังพฤกษาแผ่กระจายไปทั่ว ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงของผู้ชม

     

    แมงมุมปิศาจนรก ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงทันทีที่สัมผัสได้ถึงคู่ต่อสู้ที่ “ไม่ธรรมดา”

    ส่วน หมาป่าวายุ ก็เห่าเสียงต่ำ กระโจนลงยืนเคียงเจ้านายอย่างเตรียมพร้อม

     

    ผู้คุมเวทีตะโกนเสียงดัง:

     

    “เริ่มการประลอง!”

     

    แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ก้าวเท้าเบา ๆ แต่พื้นใต้ฝ่าเท้ากลับแตกร้าวเป็นรอยเล็ก ๆ พลังพิษซึมลงดิน เวทีบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำทันที

     

    หลี่หยางยกมือขึ้น

     

    “ใช้ บุปผาพิษกลืนใจ!”

     

    แม่ทัพบุปผาพิษกางแขนทั้งสองข้างออก เกสรดำจำนวนมากกระจายฟุ้งไปทั่วเวที ฝุ่นละอองบางเบาแต่แฝงด้วยกลิ่นอายกัดกร่อนพลังปราณ พื้นหินที่ถูกปะทะถึงกับเกิดรอยไหม้ดำ

     

    แมงมุมปิศาจนรก พ่นใยพิษสวนออกมาเป็นแนว

    แส้หนามของแม่ทัพบุปผา ฟาดใส่ใยเหล่านั้น จนแตกกระจายก่อนจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ

     

    ฟึ่บ! เฉียดขาหน้าของแมงมุมไปเพียงเส้นผม!

     

    หลี่เฉินเฟิงขมวดคิ้วทันที:

     

    “ความเร็วกับการควบคุมของมัน… ไม่ใช่สัตว์พฤกษาทั่วไปจะทำได้แน่นอน…”

     

    แมงมุมปิศาจเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น มันพุ่งไปทางด้านข้างใช้ท่า ใยชักจูงวิญญาณ พ่นใยพิษพิเศษใส่แม่ทัพบุปผาพิษ แต่ในขณะนั้น…

     

    หลี่หยาง: “ใช้ แส้เถาวัลย์พันธนาการ!”

     

    เถาวัลย์จากแส้หนามพุ่งออกมาดั่งอสรพิษ จับขาข้างหนึ่งของแมงมุมไว้ทันที เสียงดัง ผัวะ! แรงสะเทือนทำให้พื้นเวทีสั่นครืน

     

    แมงมุมกรีดร้องด้วยความโกรธ

     

    “แยกตัวออก!”

     

    มันปล่อยพิษจากตัวกระแทกเป็นระลอก แต่วงเกสรพิษของแม่ทัพบุปผา สลายคลื่นนั้นก่อนถึงตัวหลี่หยาง

     

    จังหวะนั้นเอง หมาป่าวายุ ของหลี่เฉินเฟิงโผล่พุ่งเข้าใส่จิ้งจอกเงาจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง แต่จิ้งจอกเองก็ตั้งรับไว้แล้ว

     

    “แยกเงา! โอบกระชับ!”

     

    จิ้งจอกแบ่งเป็นสองร่าง หลบการโจมตีของหมาป่า พร้อมพุ่งสวนจากด้านข้าง จิกเข้าที่สีข้างของหมาป่าเพลิงจนเลือดกระเซ็น

     

    หลี่เฉินเฟิงตะโกน:

     

    “ไม่! พิษมันแพร่เร็วเกินไป…!”

     

    แม่ทัพบุปผาพิษฉวยโอกาสนั้น กระแทกพื้นด้วยเท้า ดอกไม้สีดำบนหัวมันเบ่งบานทันที!

    กลีบกลายเป็นเส้นแสงสีม่วงดำหลายสาย ปักเข้าที่ตัวแมงมุมทันที

     

    “กลีบดอกกลืนวิญญาณ!”

     

    พลังที่แมงมุมเสียไป… กลับไหลย้อนเข้าไปสู่แม่ทัพบุปผาและหลี่หยางอย่างรวดเร็ว ร่างเขาเรืองแสงทองอ่อนขึ้นอีกครั้ง

     

    ผู้ชมถึงกับเงียบงัน ใจเต้นระส่ำ!

     

    “แมงมุมปิศาจนรก… เริ่มช้าลง?”

    “พิษของมัน… โดนกลืนโดยพืชอีกตัวได้ยังไง?”

    “อสูรแบบนี้… ไม่เคยมีบันทึกไว้เลย!”

     

    แมงมุมปิศาจนรก แผ่กลิ่นอายแห่งความตายออกมาอย่างเต็มพิกัด ใยสีเขียวดำเริ่มปกคลุมพื้นเวที มันใช้ท่าทรงพลังที่สุดของมันในตอนนี้

     

    “ใยสังหารวิญญาณ!”

     

    ใยสีดำหนาทึบพุ่งออกมาทุกทิศทาง กลิ่นอายของมันไม่ใช่แค่พิษ แต่แฝงด้วยพลังทำลายจิตวิญญาณโดยตรง บางเส้นราวกับแทงทะลุอากาศ เสียงดัง ซวบ ซวบ!

     

    หลี่หยางยกมือขึ้นเล็กน้อย สั่งการอย่างเยือกเย็น

     

    “เปิดอาณาเขตพิษสวรรค์”

     

    เสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับสั่นสะเทือนอยู่ในจิตใจของผู้ชมทั่วทั้งสนาม

     

    ทันใดนั้น…

     

    พื้นเวทีทั้งสนาม แตกออกเป็นรอยแยกเล็ก ๆ

    จากรอยแยกนั้น… รากไม้นับพันสาย ค่อย ๆ ชอนไชโผล่ขึ้นจากใต้ดิน

    สายหนึ่ง สองสาย… กลายเป็นสิบ ร้อย พัน ราวกับแผ่ขยายอาณาเขตทั้งผืนฟ้า

     

    “นี่มัน… ครอบคลุมทั่วทั้งสนาม!?”

     

    รากไม้พันกันเป็นเส้นสายราวกับโครงข่ายไร้สิ้นสุด ปล่อยกลิ่นหอมเย็นเฉียบ และละอองเรืองแสงสีม่วงทองจาง ๆ กระจายไปทั่ว เกิดเป็นม่านพิษบางเบาที่แฝงด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์

     

    ผู้ชมบางคนที่ไม่ระวัง สูดเข้าไปถึงกับหน้าซีด

    แต่ทันใดนั้น พลังหนึ่งแผ่ออกจากหลี่หยาง คล้ายอาณาเขตย่อยปกป้องผู้บริสุทธิ์ กลั่นกรองพิษออกจากละออง

     

    “ปกป้องทุกคน… ”

     

    รากพิษไม่เพียงโจมตี แต่มันแยกแยะ “มิตร” และ “ศัตรู” ได้ในทันที

    แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงลึกซึ้งระหว่างผู้ใช้และสัตว์อสูร — ระดับจิตใจกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว

     

    ในฝั่งตรงข้าม… แมงมุมปิศาจนรก ร่างเริ่มสั่นระริกอย่างรุนแรง

    เถาวัลย์พิษล้อมเข้ามาทุกทิศทาง

    พิษของมันไม่อาจต่อกรกับพิษสวรรค์นี้ได้

    พิษของมันเริ่มระเหย กลายเป็นไอน้ำดำมืดจางหายไป

     

    แมงมุมปิศาจดิ้นรน กระโดดขึ้นหมายจะหนีออกจากอาณาเขตพิษสวรรค์

    แต่รากไม้หลายเส้น พุ่งทะลวงขึ้นจากพื้น แทงทะลุร่างมันอย่างแม่นยำ!

     

    ฉึก! ฉึก!

     

    หมาป่าวายุเห็นแมงมุมปิศาจนรกโดนแทงอย่างจัง แต่มัน ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ มันส่งเสียงคำรามดังกึกก้องขึ้นสู่ท้องฟ้า

    ก่อนจะห่อหุ้มตัวเองด้วยกระแสลมอันดุเดือด ราวพายุฤดูมรสุม

     

    หมาป่าวายุพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ลมรอบตัวมันพุ่งแรงขึ้นเรื่อย ๆ

    พริบตาต่อมา ลมเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็น พายุหมุนขนาดใหญ่ ห่อหุ้มตัวมันจนมองไม่เห็นรูปร่างเดิม

     

    “วายุสลาตัน!!”

     

    เสียงระเบิดดังกึกก้อง!

    พายุสายลมบ้าคลั่งหมุนวนเป็นวงกว้าง ราวกับจะฉีกเวทีเป็นชิ้น ๆ

    เป้าหมายคือ จิ้งจอกเงาจันทร์ ที่ยืนอย่างสงบนิ่งเบื้องล่าง

     

    หลี่หยาง เห็นภาพตรงหน้าก็ยังนิ่งสงบ เขาหลุบตาลงแล้วกล่าวเบา ๆ

     

    “ได้เวลาแล้ว… ปิดฉากมันซะ”

     

    สายลมยังไม่ทันสงบจากพายุสลาตัน เสียงคำรามของหมาป่าวายุยังคงสะท้อน

    จิ้งจอกเงาจันทร์ ยืนเด่นอยู่กลางลานประลอง ดวงตาคู่งามที่เคยเรืองรองด้วยแสงจันทร์พลันมืดดำลง

    แสงอาทิตย์บนฟากฟ้าถูกบดบัง — ราวกับเข้าสู่ค่ำคืนไร้แสง

     

    “…จันทรามืดลวงจิต!”

     

    เสียงของหลี่หยาง ดังขึ้นพร้อมคำสั่งนั้น ร่างของจิ้งจอกพลันสั่นไหว

    เงาของมันทอดยาวรอบตัว… แล้วแยกตัวออกมา — ทีละหนึ่ง สอง… จนถึง ยี่สิบร่าง

    แยกเงาเงียบงัน ยี่สิบร่างเคลื่อนไหวประสานกันอย่างไร้ช่องโหว่

     

    “กรรร์!!”

     

    มันหอนขึ้นเสียงสุดท้าย ใช้ลมพายุปัดป้อง แต่ไม่ทันไร

    เงาทั้งยี่สิบร่าง เคลื่อนไหวฝ่าพายุสลาตันเข้ามา

    กรงเล็บเงาแรก ปะทะเข้าด้านข้าง

    ตามด้วย เงาที่สอง พุ่งตะปบจากด้านหลัง

    เงาที่สาม เสียบเข้าเป้าทางซ้าย

    ก่อนที่เงาทั้งยี่สิบ… จะประสานกัน กระหน่ำโจมตีเป็นชุด!

     

    หมาป่าวายุพยายามสวนกลับ — แต่ก็ราวกับโจมตีอากาศ

    เพราะร่างไหนคือของจริง ไม่มีใครรู้

    มันโดนลวง… ทั้งกายและใจ

     

    พริบตานั้น — เสียงคำรามของมันพลันขาดห้วง

    ร่างมหึมาทรุดลงกระแทกพื้น เงาเงียบดับตาม

     

    จิ้งจอกเงาจันทร์ — ตัวจริง ปรากฏขึ้นเบื้องหลังหมาป่า

    ยืนสงบนิ่ง ท่ามกลางเงาจันทร์ที่สลายไปช้า ๆ

     

    ทั้งสนาม… เงียบงัน

    คนดูนับพันยังไม่มีใครกล้าขานคำ

    ดวงตาทุกคู่เบิกกว้าง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

     

    ก่อนที่ร่างหมาป่าวายุจะได้สัมผัสพื้นดิน…

    รากสีดำแซมทอง ของแม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นเวที

    เกี่ยวรัดร่างหมาป่าอย่างแม่นยำ — พันธนาการแน่นหนา

     

    เสียง “กรึบ” เบา ๆ ดังขึ้น

    รากไม้ชอนไชราวกับงูสิบสาย ห่อหุ้มร่างหมาป่าวายุ ไว้แน่นสนิท

    กลายเป็นกลีบดอกสีดำแดง รูปทรงพิลึก ที่ แย้มบานเบา ๆ รอบร่างนั้น

     

    หมาป่าวายุ ดิ้นเพียงเล็กน้อยก่อนเงียบลง…

     

    “ไม่…!!”

    เสียง หลี่เฉินเฟิง กัดฟันคำราม

    สีหน้าซีดเผือด เขายกมือขึ้นจะเก็บหมาป่ากลับสู่จิต แต่…

     

    ไม่มีการตอบสนอง

     

    “กลับมา! เจ้าต้องกลับมา!!”

    เขาส่งพลังวิญญาณใส่ แต่กลับรู้สึกเหมือนกระแสพลังถูกกลืนหาย

    ดั่งว่า… รากเหล่านั้น ตัดขาดสายสัมพันธ์ เขากับหมาป่าโดยสิ้นเชิง

    มันกำลังจะกลายเป็นปุ๋ยพลังงานให้แม่ทัพบุปผากลืนกิน

     

    ความเย็นวาบไหลผ่านหลัง

    หลี่เฉินเฟิง ตัวแข็งค้าง

     

    ทันใดนั้น — เขาหันไปยังอีกจุด

     

    “แมงมุม! ฉีกมันออกมา!!”

     

    เสียงสั่งหนักแน่น

    แมงมุมปิศาจนรก ที่กำลังถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา

    ตัวสั่นสะท้าน จากพิษและแรงกดดัน

    เงยหน้าขึ้นส่งเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึง

     

    “กรี๊ดดด!!”

     

    ขาแมงมุมพิษทั้งแปดข้าง สั่นกระตุก

    พลังมืดกลุ่มหนึ่งแผ่พุ่งจากก้นบึ้งวิญญาณ

    เปลวหมอกสีดำ พวยพุ่งรอบตัวแมงมุม คล้ายจะกัดกินทุกสิ่ง

    และแล้ว…

     

    รากของแม่ทัพบุปผา — หลายเส้น เริ่มฉีกขาด!

     

    แมงมุม ตวัดขาออกทีละข้าง ฉีกพันธนาการออกทีละเส้น

    ฟาดขาแมงมุมพิษออก — ปะทะกับแส้หนาม ของแม่ทัพบุปผาในฉับพลัน!

     

    สนามประลองปกคลุมไปด้วยหมอกพิษสองสี

     

    ฟากหนึ่งเป็นหมอกสีดำเขียวเข้ม – หนักหน่วง อึดอัด ราวกับร่างกำลังเน่าใน

    อีกฟากเป็นไอพิษสีทองสลับม่วงอ่อน – แผ่พลังอ่อนโยนแต่แฝงอันตรายสุดหยั่ง

     

    แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ยืนนิ่งกลางสนาม

    รากไม้สีดำทอง พริ้วไหวรอบตัวและปกคลุมเกือบทั้งสนาม คล้ายพร้อมฉีกศัตรูได้ทุกเมื่อ เหนือหัวของมัน ดอกไม้สีดำสนิท ค่อยๆ ผลิบาน กลีบแรกอย่างเชื่องช้า

    กลิ่นหอมเย็นเยียบ แฝงกลิ่นโลหิตอ่อน ๆ แผ่กระจายออก

     

    อีกด้าน

    แมงมุมปิศาจนรก กระทืบขาแปดลงพื้น

    ควันพิษสีดำพวยพุ่งจากร่าง ลมหายใจแต่ละคำ ทำให้สนามประลองกัดกร่อน

     

    แววตาแดงฉานของมันจ้องคู่ต่อสู้ไม่ลดละ

    ทันทีที่พลังของ แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ปะทะกับ แมงมุมปิศาจนรก ถึงจุดที่รุนแรง พิษจากทั้งสองสายทะลักออกจากตัวอสูร รุนแรงเกินกว่าที่สนามจะรับไหว—ม่านพลังเดิมถึงกับสั่นไหว รอยร้าวปรากฏเป็นสาย

     

    “ม่านพลังไม่ไหวแล้ว! ระดับการปะทะสูงเกินไป!”

    เสียงตะโกนของผู้อาวุโสผู้ควบคุมสนามดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก

     


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน