The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 จงยืดอกยอมรับ เยี่ยงมหาบุรุษ!

            ผู้ที่เดินนำหน้าย่อมต้องเป็นมิเนอร์วา ผู้นำแห่งซัลวาโตเรแฟมิลี่ หน้าตาหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์ แว่นกันแดดที่ปกปิดสายตาให้ความรู้สึกลึกลับ การแต่งตัวที่ดูดีสะอาดสะอ้านในชุดขาว ย่อมเป็นที่ดึงดูดสายตาจากทุกผู้คน แม้แต่ลูซ จากอินดิโกวิชแฟมิลี่ก็ยังลืมตัวหลงจดจ้องอยู่นาน เบื้องหลังถัดไปมีลูดอฟเดินตามมาในด้านซ้าย และมาร์ตี้เดินตามทางด้านขวา ถัดไปอีกเป็นซัลวาโตเรแฟมิลี่ที่กลืนกินแมงมุมหัวกะโหลกอย่างเบ็ดเสร็จแล้ว เดินเรียงตามมาอีกสองกลุ่มซ้ายขวา มิเนอร์วาเองก็แปลกใจที่เห็นโคซานอสตราจากทั้งสามครอบครัวไปเข้าแถวยืนรออยู่จึงเปิดปากเอ่ยอย่างเป็นกันเองทันทีที่เดินมาถึง



            "สหายไม่จำเป็นต้องรอ… เหตุใดถึงไม่เข้าไปพักผ่อนรอข้ากันเล่า?"



            อีกฝ่ายก็เอ่ยอธิบายตั้งแต่ต้นจนจบ เด็กหนุ่มตบหน้าผากตัวเองแผ่วเบา เอ่ยตำหนิตัวเอง



            "ขายหน้าพวกท่านแล้ว… ข้าก็ไม่ค่อยชินกับงานพิธีมากนัก จึงหลงลืมว่าไม่มีตราแสดงตนมอบให้… พี่ชายพวกท่านยืนกันมานาน ตัวข้าก็ไม่ได้พกน้ำพกอาหารมาด้วย ข้าให้สิ่งนี้กับพวกท่านก็แล้วกัน คนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนที่ข้าชวนมาเอง ข้าเองก็ไม่มีตราอะไรจะแสดง หรือมอบให้พวกเขา หวังว่าพวกท่านจะยอมให้สักครั้ง… ไม่น่าจะมีปัญหาใช่หรือไม่?"



            มิเนอร์วาพูดกับทั้งสามเสร็จก็หันไปพูดกับยามเฝ้าประตู พลิกมือหนึ่งทีก็มีเหรียญทอง 4 เหรียญปรากฏขึ้นมา เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปเป็นเชิงขอจับมืออีกฝ่าย ราวกับรู้เท่าทันทหารยามผู้นี้รีบยื่นมือออกมาจับ และรูดนิ้วเกี่ยวทองทั้ง 4 เหรียญกลับไปอย่างชำนาญ



            "เกรงใจแล้วนายน้อย… วันนี้เป็นงานของท่าน สหายของท่านก็ถือเป็นแขกของวังมรณะสาบสูญเช่นกัน เชิญๆ… ทุกท่านเชิญต้องขออภัยในความไม่สะดวกก่อนหน้านี้"



            ยามเฝ้าประตูรีบเอ่ยต้อนรับขับสู้อย่างกระตือรือร้น พวกมันไม่ได้สนใจว่าสหายของนายน้อยพวกมันจะรู้สึกเช่นไร จะอย่างไรพวกมันก็ทำไปตามหน้าที่ ด้วยเหตุนี้เองโคซานอสตราทั้ง 4 ครอบครัวจึงเดินเข้าไปในงานพิธีพร้อมกัน ท่ามกลางสายตาจดจ้องมากมายที่มองมา เนื่องจากการแต่งตัวของซัลวาโตเรแฟมิลี่นั้นโดดเด่นมากเกินไป จึงทำให้เป็นที่ดึงดูดได้มากกว่าปกติ เหล่าซัลวาโตเรทั้งใหม่ และเก่าต่างพากันเดินยืดอกภูมิใจอย่างไม่รู้ตัว ราวกับโมรีรำแพนหาง ในงานพิธีครั้งนี้โคซานอสตราก็ได้เริ่มปักหลักอย่างเป็นทางการ!



            มนุษย์เป็นสัตว์สังคม อยู่อาศัยร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ภายในกลุ่มนั้น ผู้แข็งแกร่งที่สุดจะได้รับตำแหน่งผู้ปกครอง แต่ผู้อ่อนแอที่สุดกลับถูกหลงลืม หายไปตามกาลเวลา หากแต่ภายใต้ผู้ปกครองเพียงหนึ่งที่ปกครองผู้อ่อนแอนับไม่ถ้วน ก็มักจะมีผู้ที่อ่อนแอไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดระบบระเบียบการปกครองขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการควบคุมฝูงชนที่อาจลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน เมื่อพวกเขารู้สึกไม่พอใจในการปกครองที่เป็นอยู่ การใช้กำลังสยบย่อมง่ายดายกว่า แต่ว่าก็สยบได้แค่กาย จิตใจความคิดกลับยากที่จะควบคุม สิ่งนี้ใช่การปกครองที่แท้จริงหรือ?



            หากแต่เมื่อได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์ทั้งสอง โลกทัศน์ของเด็กหนุ่มก็เรียกได้ว่าเปิดกว้าง มากกว่ามนุษย์คนอื่นอย่างเทียบไม่ติด ราชาบางประเทศยังรู้ไม่มากเท่าที่เด็กหนุ่มรู้ การปกครองที่ทำให้ฝูงชนยอมรับในตัวผู้ปกครองต่างหาก ที่เป็นการปกครองที่แท้จริง หาใช่การใช้กำลังอำนาจสยบ ต้องทำให้ผู้ใต้ปกครองยอมรับทั้งกายหยาบและจิตละเอียดเท่านั้น ถึงจะสามารถปกครองมนุษย์จำนวนมากได้



            ปกครองด้วยเมตตาปรานี สร้างแต่คุณ ละเว้นการสร้างโทษ เด็ดขาดกับศัตรู และอ่อนโยนต่อผู้คนใต้ปกครอง อาจจะเป็นเพราะคำสอนนี้ของแอสคลีเพียสนั้น มีจริตที่ตรงกับนิสัยของเด็กหนุ่ม จึงได้นับเอาคำสอนนี้เป็นเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต ที่สำคัญหากต้องการแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขั้นตอนขยายการปกครองล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ เด็กหนุ่มเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสำคัญยังไง เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้บอกไว้



            และตามความเข้าใจของมิเนอร์วาเอง การมีคนคอยช่วยเหลือจำนวนมาก ยังไงก็ดีกว่าการต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวเพียงลำพัง ถึงตนเองจะสามารถเอาตัวรอดได้ แต่หากต้องอยู่ผู้เดียวอย่างเดียวดายแค่คิดก็น่าเวทนาแล้ว เด็กหนุ่มยังไม่ถึงขั้นไร้จิตใจหมดอารมณ์ ไม่อาจทำตัวราวหุ่นกระบอกที่เคลื่อนไหว เพื่อมีชีวิตไปวันๆ อย่างเดียวดาย อย่างที่กล่าวไปข้างต้น จะอย่างไรโดยเนื้อแท้แล้ว ก็เป็นแค่เพียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง เป็นสัตว์สังคมที่ยังต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม



            ชื่อของการปักหลักนี้คือโคซานอสตรา ที่ได้เริ่มแพร่กระจายไปยังกลุ่มน้อยใหญ่ ที่มาเข้าร่วมงานพิธีแต่งตั้ง ผ่านสมาชิกจากทั้งสี่แฟมิลี่ ที่ได้แยกย้ายกันไปทำความรู้จักผู้ร่วมงานคนอื่นๆ มิเนอร์วาเองก็เช่นกัน ในขณะที่รอให้ช่วงแรกของพิธีผ่านพ้นไป เด็กหนุ่มก็เดินเข้าไปทักทายคำนับ เอ่ยพูดคุยกับเหล่าอาวุโสกลุ่มนั้นที กลุ่มนี้ที… ชื่อเสียงของโคซานอสตราเริ่มแพร่ซึมกระจายไปยังคนหมู่มากอย่างรวดเร็ว ข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจจำนวนมาก ที่ซัลวาโตเรแฟมิลี่เป็นผู้ดูแล ถูกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง หวังใช้โอกาสนี้เชื้อเชิญแขกให้ไปร่วมจับจ่ายซื้อของ



            "บิดาที่ล่วงลับของข้าเคยสอนเอาไว้ว่า… หากอยากจะค้าขายก็จงทำให้ผู้คนได้รู้จักในตัวเรา! หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับสิ่งที่เราสรรหามาบริการพวกท่าน"



            มิเนอร์วาในขณะนี้กำลังร่วมวงสนทนากับเหล่าผู้อาวุโส ที่มาจากสำนักแพทย์โลหิตพิษซึ่งมาร่วมอวยพรยินดี ภายในลานพิธีอันกว้างขวาง ที่สามารถจุคนได้เป็นจำนวนมากนี้ ประดับประดาด้วยผ้าหลากสีสัน โต๊ะอาหารจำนวนมากตั้งไว้ที่มุมหนึ่งของลานกว้าง ผู้คนจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกันอย่างออกรสออกชาติ ยืนเป็นวงหลากหลายกลุ่ม เหล่าบริกรต่างก็เดินกันให้วุ่น คอยเดินนำเครื่องดื่มมาบริการแขก ช่วงเวลาพิธีแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกคือช่วงพบปะ ผู้คนจะพากันพูดคุยแลกเปลี่ยนร่วมกินดื่ม



            ส่วนช่วงที่สองจะถูกเรียกว่า มรณาได้ปรากฏ เป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าศิษย์ที่ติดตามมาร่วมงานพิธี ได้มีโอกาสท้าประลองต่อสู้กับมิเนอร์วา ในแง่หนึ่ง นี่คือช่วงเวลาสำหรับแสดงศักยภาพให้ทุกคนได้ประจักษ์ ว่าตนเองมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับสถานะศิษย์สืบทอด ในอีกแง่หนึ่ง ช่วงเวลานี้ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มต่างๆ สามารถคาดคะเน และทดสอบความแข็งแกร่งของศิษย์สืบทอด จากวังมรณะสาบสูญผู้นี้ ดังนั้นเหล่าขุมอำนาจจำนวนมากที่มาร่วมงานทั้งภายในและภายนอก ย่อมต้องส่งคนของตัวเองให้มาหยั่งเชิง เพื่อตรวจสอบตื้นลึกหนาบางของเด็กหนุ่ม



            ถึงภายนอกผู้คนจะมองว่าวังมรณะสาบสูญนั้นสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกัน หากแต่ภายใต้ผู้ปกครองเพียงหนึ่งนี้ เหล่าผู้อ่อนแอทั้งหลายต่างก็แข่งขันแย่งชิงเหยียบหัวผู้อื่น เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจมากที่สุด ส่วนช่วงสุดท้าย มรณาปกครองฟ้า คือช่วงกราบกรานฝากตัวเองเป็นศิษย์สืบทอดอย่างเป็นทางการ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจัดงานพิธีหลายครั้ง งานพิธีในครั้งนี้จึงเพิ่มการกราบบิดาเข้ามาด้วย



            มิเนอร์วาในชุดสูทสีขาวลอบขมวดคิ้ว ชำเลืองมองไปตามทิศทางที่สายตาของพยัคฆ์บูรพา พลายัตจดจ้องอยู่ ในกรอบสายตาสีเขียวทั้งคู่นั้น ก็เห็นภาพชายหลายคนกำลังยืนจับกลุ่มกัน โดยที่มีลูดอฟยืนอยู่ตรงกลาง คนกลุ่มนั้นบางคนก็ตบหัว บ้างก็ตบหน้าชายหัวโล้นอย่างล้อเลียน ลูดอฟผู้น่าสงสารได้แต่ยืนอย่างอดทน สะบัดมือปัดป่ายไปมา



            'หาเรื่องเพื่อทดสอบข้า?... เจ้าแก่ตัวดีมากเล่ห์จังเลยนะ เดี๋ยวเจอข้า… เดี๋ยวรู้กัน...'



            มิเนอร์วารีบถอนสายตากลับแล้วเดินเข้าหา บ่นฮึ่มฮั่มไม่พอใจอยู่คนเดียว ในหัวสมองกำลังคบคิดอนุมานแผนขึ้นมา เพื่อใช้จัดการกำราบอีกฝ่าย ด้วยความที่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอ การลงมือฆ่าคนโดยไร้หลักฐานย่อมเป็นสิ่งสุดท้ายที่เด็กหนุ่มจะเลือกทำ



            "อ่าว… อ้าว! เจ้าไปทำอะไรตรงนั้นกันล่ะลูดอฟ! ข้ากำลังตามหาเจ้าอยู่พอดี ออกมานี่แล้วไปกับข้า ยังมีธุระต้องสะสาง"



            มิเนอร์วาเดินมาหยุดเรียกลูดอฟที่อยู่กลางกลุ่มคน นัยน์ตาเขียวคู่นั้น ไม่คิดแม้แต่จะแลมองกลุ่มคนมากหน้าที่ยืนล้อมรอบ



            "ศิษย์พี่… เจ้านี่เคยปล้นข้า ข้าเพียงมาทวงกลับคืน เรื่องนี้ข้าไม่ผิดนะ"



            "ศิษย์พี่มิเนอร์วา เจ้านี่เคยทำร้ายข้าและเพื่อนๆ ข้าเพียงต้องการแก้แค้น"



            กลุ่มคนมากมายต่างโห่ร้องเป็นคำพูด ราวกับต้องการให้แขกทุกคนภายในงานได้ยิน อยากตกเป็นเป้าสายตาเพื่อกดดันเด็กหนุ่ม



            "ลูกพี่… ข้ายอมรับว่าในอดีตข้าเป็นโจรชั่ว แต่ข้าไม่เคยรู้จักเจ้าพวกนี้ ท่านต้องเชื่อข้านะ ขะ..."



            “ชู่วว์!...”



            มิเนอร์วายกนิ้วชี้ขึ้นมาจ่อปาก เป่าลมออกเสียง ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายอยู่เงียบๆ ลูดอฟรีบงับปากพยักหน้ารัวเร็ว มันยังหาโอกาสกลับมารายงานพลายัตไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะสนแล้วว่าแผนคืออะไร หากจะโดนพลายัตก่อกวนกำจัดทิ้ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เบี้ยหมดประโยชน์ ก็ย่อมต้องส่งให้ออกไปจากกระดาน



            "นั่นคือบาปที่เจ้าต้องได้รับ จากการที่เคยเป็นโจรชั่ว… หว่านสิ่งใดทิ้งไว้ ย่อมต้องได้สิ่งนั้น… เงียบๆ แล้วตามข้ามา สหายทุกท่านก็ถือว่าให้แล้วกันไปดีหรือไม่ หากมีผู้ใดยังไม่พึงพอใจก็พูดกับข้าได้…"



            หมอกสวรรค์อนธการเข้มข้นกระจายท่วมกลุ่มคนทั้งหมดอย่างฉับพลัน ส่งสัญญาณข่มขู่ไปทั่วบริเวณ ลูดอฟที่สะดุ้งโหยงรีบเดินแหวกกลุ่มคน เดินมาด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยสำนึกผิด ครั้งนี้ก็เป็นอีกฝ่ายช่วยไว้อีกแล้ว หลังจากได้ติดตามมิเนอร์วา ถึงแม้จะไม่นานแต่คำสั่งสอนหรือวิธีอำมหิตของเด็กหนุ่ม ก็ได้ทำให้มันคิดในอีกมุมมองหนึ่ง เป็นมุมมองของผู้อ่อนแอ ที่ปกป้องผู้อ่อนแอด้วยกัน หาใช่กดข่มกันเอง จิตใจของมันเริ่มสำนึกผิดอยากกลับตัวกลับใจ ก็ได้แต่หวังว่าสังคมรอบตัว จะให้โอกาสตัวมันเองอีกสักครั้ง มิเนอร์วายกยิ้มมองอีกฝ่ายอย่างอบอุ่น เอ่ยปลอบประโลม



            "ผู้ที่รู้ว่าตัวเองทำผิดแล้วแก้ไข ยังสามารถฉุดขึ้นมาจากโคลนตม… หากแต่ผู้ที่กระทำผิด ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด… มันผู้นั้นกลบฝังไว้ใต้อาจม อาจมยังต้องสลายตัว ด้วยรังเกียจไม่อยากชิดใกล้… ไปกันไม่ต้องเก็บมาคิดให้วุ่นวายใจ"



            มิเนอร์วายกยิ้มตบบ่าลูดอฟ ยืนพูดเสียงดังไม่จ้องมองกลุ่มคนที่มาหาเรื่อง ส่งสายตาอบอุ่นให้กำลังใจไปหาลูดอฟ



            "หากสิ่งใดเกิดขึ้นเพราะการกระทำในอดีตของเจ้า นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าต้องยอมรับ อย่าได้ปฏิเสธไม่รับผิดชอบ…"



            ลูดอฟผงกหัวหงึกๆ อย่างเชื่อฟัง หากผู้ใดยืนอยู่ด้านหลังมัน ก็จะมองเห็นแมงมุมหัวกะโหลกสีดำขย่มขาเต้น ช่างเป็นภาพแปลกตานัก



            "แต่!... ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้เกี่ยวกับการกระทำในอดีตของเจ้า ย่อมหมายถึงเจ้าเป็นผู้ถูกกระทำ ซัลวาโตเรแฟมิลี่ของข้านั้นมีกฎ… และข้าก็คือกฎที่ทุกคนต้องทำตาม!"



            เมื่อพูดถึงประโยคท่อนสุดท้าย เด็กหนุ่มก็หันไปจ้องมองกลุ่มคนด้านหลังที่กำลังอ้ำอึ้ง พวกมันไม่คิดว่าจะถูกเล่นงานกลับอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ การกระทำของมิเนอร์วาย่อมต้องดึงดูดสายตาทุกคู่ภายในงาน อลิซที่ยืนอยู่ด้านข้างเวอร์โนก็จ้องมองมาทางนี้นานแล้ว เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็ไม่ได้ไปรบกวนมิเนอร์วาแต่อย่างใด เพราะนี่ยังอยู่ในช่วงพบปะ การข่มขวัญหาเรื่องศัตรูก็ถือเป็นหนึ่งในการพูดคุย… เป็นการพูดคุยด้วยกำลัง! เหล่าแขกเหรื่ออาวุโสมากมายเองก็ย่อมเห็นเช่นกัน แต่เรื่องของเด็กก็ให้เด็กๆ เล่นกันไป ลดตัวไปยุ่งด้วยผู้อื่นจะมองว่ารังแกเด็ก



            "โอ้!... แววตาเช่นนั้น อยากจะเอาเรื่องข้าสินะ… หรือในอดีตข้าก็เคยตบตีพวกท่านกัน?"



            มิเนอร์วายกนิ้วชี้ตัวเอง ส่ายหน้าถามอย่างยียวนกวนประสาท ไม่แยแสด้วยซ้ำว่าพวกมันจะมีทีท่าเช่นไร ตนเป็นถึงนายน้อยแห่งวังมรณะสาบสูญ อยากลองของก็แค่เปิดเข้ามา เด็กหนุ่มย่อมยืนยืดหน้าเข้าหาไร้กลัวเกรง



            "นี่ก็ใกล้จะถึงช่วงที่สองแล้ว ข้าจำเป็นต้องขึ้นไปบนลานพิธี หากพวกท่านรู้สึกตะขิดตะขวงจิตใจ ก็ตามขึ้นไปถามบนเวทีเอาก็แล้วกัน"



            กลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด พากันเดินเข้ามาล้อมรอบเด็กหนุ่มกักขังไม่ยอมให้จากไป มุ่งหมายอยากจะเอาเรื่อง



            "เฮ้อ!... เป็นตัวโง่งมฟังภาษาคนไม่ออกโดยแท้"



            มิเนอร์วาถอนหายใจเหนื่อยหน่าย และตะโกนถามขึ้นเสียงดัง



            "โคซานอสตรา! หากมีคนคิดฉกชิงผลประโยชน์ของพวกเจ้า ของขวัญแบบใดกันคือสิ่งที่พวกเจ้าจะเลือกมอบให้แก่อีกฝ่าย"



            โคซานอสตรา สภามาเฟียที่มีครอบครัวทั้ง 4 อยู่ร่วมกัน เป็นตระกูลมาเฟียขนาดใหญ่คอยรักษาผลประโยชน์ให้แก่กันและกัน พวกมันย่อมไม่ยินยอมให้ผู้ใด มาฉกชิงสิ่งของที่เป็นของพวกมันอยู่แล้ว แต่ละคนที่จ้องมองมาทางนี้นานแล้ว ก็พากันเดินมาโอบล้อมกลุ่มของอีกฝ่ายอีกที แต่ละคนล้วนมีแววตาเย็นชา โดยเฉพาะผู้นำทั้ง 3 ที่มีทีท่าเหยียดหยันดูแคลน โคซานอสตราทุกคนกัดฟันคำรามเสียงต่ำ



            "ฆ่า!..."

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258