ติ๊ดติ๊ด...... ติ๊ดติ๊ด...... ติ๊ดติ๊ด......
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ หัวดังขึ้น เรียกให้คนที่นอนอยู่บนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม อุ่นสบาย งัวเงียเปิดเปลือกตาตื่นขึ้นมาช้าๆ เมื่อคืนนี้เธอรู้สึกหลับสนิทตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า ถึงจะยังรู้สึกง่วงอยู่ และก็รู้สึกสดชื่นกว่าเมื่อวานเยอะเลย
“เขาไม่ได้กลับมาเหรอ!!??...... ช่างเขาสิ ดีซะอีก เราจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจ”
ตติรัตน์หันไปมองบนเตียงฝั่งข้างๆ ที่เผื่อไว้ให้อีกคนนอน แต่ก็เจอแต่ความว่างเปล่า ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยยับยู้ยี้ ของการนอนให้เห็นเลยสักนิดเดียว
แต่พอตติรัตน์หวนคิดถึงเื่เมื่อคืน ก็ทำให้ร่างกายวูบๆ วาบๆ สยิวแปลกๆ ยิ่งตอนที่ภูเวศน์ก้มลงไป ดูดดึงยอดปทุมถัน ถึงแม้จะเป็ระยะสั้นๆ แต่มันก็ทำให้ตติรัตน์ทั้งเจ็บทั้งสยิว ซาบซ่าน ผสมปะปนกันไป และก็ทำให้ตติรัตน์ใบหน้าร้อนผะผ่าว แดงระเรื่อซับสีขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน
“บ้าจริงเลยเรา!! คิดบ้าอะไรอยู่นี่”
ตติรัตน์ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาโอบสองแก้มนวลเนียนใส ส่ายใบหน้าสวยหวานไปมา เพื่อสลัดความคิดให้ออกไปจากสมอง แล้วกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม เดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อทำการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เพราะวันนี้เธอจะต้องไปทำงาน
ไม่ถึงสิบห้านาที ตติรัตน์ก็ก้าวออกจากห้องน้ำ โดยมีผ้าเช็ดตัวพันอยู่รอบๆ ร่างบาง เธอเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ชโลมโลชั่นบำรุงผิว ทั้งใบหน้าและร่างกาย พอเสร็จก็แต่งหน้าบางๆ ให้ดูมีสีสัน แล้วค่อยหยิบเสื้อผ้าชุดทำงานมาสวมใส่ จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย
ตติรัตน์มองสำรวจดูร่างบางของตัวเอง ที่อยู่ในชุดทำงาน เพื่อดูว่าเรียบร้อยดีหรือยัง เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้ว จึงหยิบกระเป๋าสะพายมาคล้องไหล่บอบบาง เดินออกจากห้องแต่งตัว ผ่านห้องนอน ตรงไปเปิดประตูห้องนอน ก้าวเดินออกจากห้อง เดินลงบันไดไปชั้นล่าง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าอิ่ม”
ตติรัตน์กล่าวทักทายอิ่มเอม ที่กำลังเดินผ่านห้องโถง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณรัตน์ แล้วนี่ไม่ทราบว่าคุณรัตน์จะไปไหนแต่เช้าคะ?? แล้วไม่รับประทานอาหารเช้าก่อนหรือคะ??”
อิ่มเอมกล่าวทักทายตติรัตน์ตอบกลับ ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มส่งมาให้ แต่ก็ต้องขมวดคิ้ว และถามอย่างสงสัยใคร่รู้ เพราะเห็นตติรัตน์แต่งชุดสุภาพเรียบร้อย และสะพายกระเป๋าด้วย เหมือนว่ากำลังจะออกไปไหนอะไรประมาณนั้น
“รัตน์จะไปทำงานค่ะป้าอิ่ม คงไม่ได้อาหารเช้าที่นี่ค่ะ เดี๋ยวรัตน์จะไปทานที่บริษัท กลัวว่าจะไม่ทันเวลาเข้างานน่ะค่ะ รัตน์ไปก่อนนะคะ”
ตติรัตน์พูดบอกอิ่มเอมยิ้มๆ ก่อนจะท่าจะเดินผละไปที่หน้าบ้าน ก็ต้องชะงักค้าง
“แล้วคุณรัตน์จะไปยังไงคะ?? เดี๋ยวให้นายชมไปส่งดีกว่านะคะ เดี๋ยวป้าจะไปบอกนายชมให้”
อิ่มเอมพูดด้วยความเป็ห่วง และทำท่าจะเดินผละเข้าไปภายใน ที่ตรงไปยังห้องครัว เพื่อจะไปบอกให้ ชมทวีป คนขับรถไปส่งตติรัตน์ เมื่อคืนที่ภูเวศน์ออกไป ภูเวศน์ไม่ได้เรียกให้ชมทวีปขับรถให้ ตอนนี้ชมทวีปจึงยังอยู่ที่บ้าน
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ อย่าลำบากเลย รัตน์ไปเองดีกว่าค่ะ ไปนะคะป้าอิ่ม แล้วเจอกันตอนเย็นค่ะ”
ตติรัตน์พูดอย่างเกรงอกเกรงใจ พอพูดจบก็รีบก้าวเดินตรงออกไปทางประตูบ้านอย่างไม่รอช้า และไม่รอให้อิ่มเอมถาม และรั้งอะไรได้อีก อิ่มเอมจึงทำได้แต่เพียงมองตามหลังบอบบางไป จนกระทั่งหญิงสาวลับหายออกจากรัศมีของสายตา อิ่มเอมจึงเดินไปยังห้องครัว
บรื้นนน!!!!...... บรื้นนน!!!!......
ตติรัตน์ออกจากบ้านไปไม่ถึงยี่สิบนาที เสียงรถยนต์คันหรู ที่ใครๆ ก็ต่างพากันรู้ดีว่าต้องเป็เสียงรถ ของผู้เป็เ้าของบ้านหลังนี้ ดังเข้ามาให้ได้ยินและรถยนต์คันหรูก็จอดสนิทลงที่หน้าบ้าน คนที่ได้ชื่อว่าเป็เ้าของบ้านหลังนี้ ก็เปิดประตู ก้าวออกจากภายในรถ ด้วยท่าทางอ่อนล้าอ่อนเพลีย
อิ่มเอมเดินออกจากบ้านมารับหน้าภูเวศน์ ชายหนุ่มสอดส่ายสายตาคมกริบมองหาคนของตัวเอง กลิ่นตัวหอมๆ ที่เขาได้ดอมดมครึ่งๆ กลางๆ ไปเมื่อคืนนี้ ซึ่งกลิ่นนั้นยังติดจมูก ชวนให้เขาคิดถึงและโหยหาอยู่จนถึงบัดนี้อยู่เลย
“รัตน์อยู่ไหนป้าอิ่ม?? ทำไมไม่มารับฉัน??”
ภูเวศน์ถามอิ่มเอม เมื่อมองหาร่างบางไม่เจอแม้แต่เงา และขณะที่พากันเดินเข้ามาภายในบ้าน
“คุณรัตน์ออกไปทำงานค่ะ ออกไปเมื่อไม่นานนี่เองค่ะ”
อิ่มเอมที่เดินตามหลังภูเวศน์มาติดๆ ได้กล่าวรายงานไปตามความจริง ที่ก็พึ่งรับรู้รับฟัง ไปเมื่อไม่ถึงยี่สิบนาทีที่แล้วเช่นกัน ให้ภูเวศน์รับรู้รับทราบ
๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓