ไม่นานไลท์และกอร์ดินบินมาถึงหอคอยแห่งนิรันดร์
ที่ทางเข้าหอคอยแห่งนิรันดร์เต็มไปด้วยซากศพจำนวนมากของสัตว์เวทย์ แต่ถึงอย่างนั้นสัตว์เวทย์ก็ยังคงออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีท่าทีจะหยุดแม้แต่น้อย
โชคดีที่ทางเข้าหอคอยแห่งนิรันดร์ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักทำให้สัตว์เวทย์ไม่สามารถออกมาได้ทีละจำนวนมากๆ ไม่อย่างนั้นสัตว์เวทย์คงได้หลุดออกมามากกว่านี้
ไลท์มองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยลับเทพยุทธ์หลายคนกำลังไล่ล่าสังหารสัตว์เวทย์ที่ออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์
หลังจากที่ดูสัตว์เวทย์ที่หลุดออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์ ไลท์ก็ได้ข้อสังเกตุอย่างหนึ่งก็คือสัตว์เวทย์เหล่านี้เหมือนกับกำลังหนีบางอย่างออกมา
สัตว์เวทย์แต่ละตัวแสดงแววตาหวาดกลัวพร้อมกับวิ่งออกมาโดยที่พวกมันไม่ได้สนใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสังหารพวกมันอยู่รอบข้าง
ไม่ทันไรเวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง
สัตว์เวทย์ก็ยังคงหลุดออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่พวกมันไม่ได้มีจำนวนน้อยลง
ไลท์ขมวดคิ้วแน่นก่อนที่เขาจะโบกมือสร้างม่านพลังโปร่งแสงขึ้นมาครอบคลุมหอคอยแห่งนิรันดร์ไว้ทั้งหมด
“ ถอยออกมาให้หมด ” ไลท์ตะโกนขึ้น
หน่วยลับเทพยุทธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พากันกระโดดออกมาจากม่านพลังทันที
พวกเขามีจี้หยกที่ไลท์มอบให้ซึ่งอันนี้สามารถเข้าหรือออกจากม่านพลังที่ไลท์สร้างได้ทั้งหมด ซึ่งจะต้องเป็นม่านพลังที่ไลท์กำหนดให้คนที่มีจี้หยกเข้าหรือออกได้ด้วย
เมื่อคนของไลท์ได้ออกมาจากม่านพลังแล้ว ไลท์ก็ทำการสร้างดาบสีทองขึ้นมานับแสนเล่มก่อนที่จะสั่งให้มันพุ่งใส่สัตว์เวทย์ในม่านพลังทันที
เมื่อไลท์สั่งการแล้วเขาก็เปิดช่องว่างให้ดาบสีทองของเขาพุ่งลงไปด้านล่างทันที
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว
ไม่นานสัตว์เวทย์หลายพันตัวก็ถูกสังหารจนหมดเกลี้ยง จากนั้นไม่นานสัตว์เวทย์ชุดใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ไลท์ที่เห็นดังนั้นเขาก็สังหารพวกมันอีกครั้งหนึ่ง
“ ดูเหมือนว่าพวกมันจะออกมาเรื่อยๆไม่มีหมดเลยแหะ ” ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่เขาจะสร้างม่านพลังหลายชั้นเพื่อไม่ให้สัตว์เวทย์หลุดออกมา และเขาก็ไม่ได้ไล่ฆ่าพวกมันอีก
เสียงคำรามของสัตว์เวทย์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกมันพยายามโจมตีเพื่อทำลายม่านพลังของไลท์แต่ไม่ว่ามันจะพยายามโจมตีมากเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถทำลายม่านพลังได้
ไม่ถึงสิบนาที สัตว์เวทย์ที่อยู่ด้านหน้าสุดก็ถูกสัตว์เวทย์ที่อยู่ด้านหลังโจมตีใส่จนพวกมันได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ตายไปเลยก็มี
ผ่านไปหนึ่งวัน สัตว์เวทย์ก็ยังคงพยายามโจมตีเพื่อทำลายม่านพลังอย่างต่อเนื่อง
ไลท์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความจริงจังเพราะขนาดผ่านไปหนึ่งวันแล้วสัตว์เวทย์ก็ยังคงพยายามโจมตีม่านพลังของเขาอย่างต่อเนื่องโดยที่พวกมันไม่มีวันหมด
ซากศพของสัตว์เวทย์ที่อยู่หน้านั้นก็ถูกสัตว์เวทย์ด้านหลังทำลายทิ้งทั้งหมด
นอกจากนี้ในช่วงหนึ่งวันที่ผ่านมา สัตว์เวทย์จำนวนมากก็ยังบุกออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
โชคดีที่หอคอยแห่งนิรันดร์แต่ละที่มีคนของไลท์และคนของสภาจอมเวทย์เฝ้าอยู่ทำให้พวกเขาไม่ได้รับความเสียหายมากเท่าไหร่
แต่พวกเขาก็ต้องรับแรงกดดันอย่างหนักก็เพราะพวกสัตว์เวทย์หลายนับไม่ถ้วนก็ยังบุกออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งแต่ก็ยังคงเป็นมนุษย์ ร่างกายก็ยังมีความเหนื่อยล้าเกิดขึ้น
โชคทีที่หอคอยแห่งนิรันดร์แห่งนี้ได้รับการดูแลโดยไลท์ทำให้สัตว์เวทย์ไม่มีโอกาศได้หลุดออกมานอกหอคอยแห่งนิรันดร์
บนท้องฟ้า
ไลท์สั่งให้เวอร์โก้ติดต่อไปที่เมืองรุ่งอรุณพร้อมกับให้พวกเขาส่งกองกำลังสนับสนุนไปยังหอคอยแห่งนิรันดร์ทั้งหมดในทวีปมนุษย์รวมไปถึงเผ่าอื่นๆอีกด้วย
ทำให้ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา บนท้องฟ้าเหนือเมืองรุ่งอรุณ เรือบินหลายสิบลำก็บินขึ้นท้องฟ้าพร้อมกับบินไปยังทิศทางที่แตกต่างกัน
เรือบินแต่ละลำก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยลับเทพยุทธ์อยู่มากกว่าห้าร้อยคน
เรือบินลำก็ยังมีตัวตนระดับSSอยู่หนึ่งคนและระดับSอยู่ถึงสามคน ส่วนที่เหลือคือตัวตนระดับAทั้งหมด
ด้วยความกองกำลังสนับสนุนที่แข็งแกร่งทำให้ไม่มีสัตว์เวทย์หลุดออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์แม้แต่ตัวเดียว พวกเขาพยาามตรึงกำลังเอาไว้อย่างต่อเนื่อง
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน
หลายวันมานี้สัตว์เวทย์ในทุกๆที่ก็ยังไม่ลดลงเลย พวกมันยังคงพยายามบุกออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับว่าภายในหอคอยแห่งนิรันดร์มีสัตว์เวทย์ไม่มีวันหมด
แต่ถึงอย่างนั้นกองกำลังที่เฝ้าอยู่ตามหอคอยแห่งนิรันดร์ต่างๆก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะสังหารสัตว์เวทย์อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย
ตอนนี้ไลท์กำลังพูดคุยกับเกลกิรอสโดยใช้เครื่องมือสื่อสาร
“ ฉันคิดว่าสัตว์เวทย์เหล่านี้น่าจะเป็นสัตว์เวทย์ที่อาศัยอยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์ ” เกลกิรอสพูดขึ้น
“ ผมเองก็คิดว่าใช่ อีกอย่างพวกเราก็อพยพผู้คนออกมานานมากแล้วทำให้ดันเจี้ยนที่อยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์แตกเป็นจำนวนมาก ซึ่งนั้นอาจจะทำให้สัตว์เวทย์และมอนเตอร์ภายในดันเจี้ยนรวมตัวกันและเมื่อพวกมันสัมผัสได้ว่าหอคอยแห่งนิรันดร์กำลังจะพังทลายพวกมันจึงพยายามที่จะบุกออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์ ” ไลท์พูดขึ้น
เขาจำได้ว่าพวกสัตว์เวทย์มีประสาทสัมผัสที่เกี่ยวกับอันตรายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทำให้พวกมันรู้ว่ากำลังมีบางอย่างที่อันตรายเกิดขึ้นพวกมันจึงพากับหนีตายออกมาทางหอคอยแห่งนิรันดร์
“ ก็อาจจะเป็นไปได้นะ ” เกลกิรอสพยักหน้ารับ
“ โชคดีที่คนของนายสามารถจัดการได้อย่างไม่มีปัญหาไม่อย่างนั้นมันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเลยก็ได้ ” เกลกิรอสพูดขึ้น
ถ้าหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยลับเทพยุทธ์ของเมืองรุ่งอรุณ กองกำลังที่เฝ้าตามหอคอยแห่งนิรันดร์อาจจะถูกทำลายแล้วก็ได้ เนื่องจากสัตว์เวทย์จำนวนมากที่ปรากฏตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีคนของสภาจอมเวทย์และกองกำลังทหารนับแสนนับล้านคนเฝ้าระวังอยู่ก็ตาม
อย่าลืมว่าพวกเขาก็เหนื่อยเป็น แถมช่วงหลังๆมานี้สัตว์เวทย์ที่ปรากฏตัวออกมาก็เริ่มมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วย
ตอนแรกสัตว์เวทย์แต่ละตัวมีความแข็งแกร่งที่ต่ำกว่าระดับC แต่ตอนนี้เริ่มมีสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งในระดับBปรากฏออกมาเป็นจำนวนมากแล้ว แม้กระทั้งระดับAก็ยังพอมีให้เห็นบ้างแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นสัตว์เวทย์เหล่านั้นก็ไม่สามารถทำอะไรม่านพลังของไลท์ได้
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือน
ในหนึ่งเดือนมานี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นเยอะมาก
ไม่ว่าจะเป็นการที่หอคอยแห่งนิรันดร์สี่แห่งของเผ่ามนุษย์ไม่สามารถยับยั้งสัตว์เวทย์ได้ทำให้พวกมันหลุดออกมาเป็นจำนวนมาก
หอคอยแห่งนิรันดร์ทั้งสี่แม้ว่าจะมีตัวตนระดับSSของเมืองรุ่งอรุณอยู่พวกเขาก็เหนื่อยล้าและต้องปะทะกับสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งในระดับSSเหมือนกัน แถมยังต้องรับมือถึงสามตัวเลยทีเดียว ทำให้ไลท์ออกคำสั่งให้ถอนกำลังออกมาและรอกำลังเสริมที่จะส่งไปโดยคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ไปสนับสนุน
สาเหตุที่ห้าตระกูลผู้พิทักษ์ไปสนับสนุนช้าก็เพราะตอนแรกพวกเขามองว่าสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงอะไรแถมคนของเมืองรุ่งอรุณ สภาจอมเวทย์ สมาคมนักผจญภัย รวมไปถึงกองกำลังต่างๆภายในอาณาจักรเหล่านั้นสามารถรับมือได้ แต่พอนานวันเข้าสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งก็ออมาเรื่อยๆ แม้ว่าพวกเขาจะมีจำนวนมากแต่พวกเขาก็ยังเป็นมนุษย์ที่เหนื่อยล้าได้ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถต้านทานสัตว์เวทย์ระดับSSได้
ซึ่งโชคดีที่ยังไม่มีสัตว์เวทย์ระดับSSSออกมา ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเกิดปัญหาใหญ่ได้
ทางด้านหอคอยแห่งนิรันดร์ของอาณาจักรแสงจันทร์ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรเพราะพวกเขามีไลท์คอยดูแลอยู่
แม้ว่าสัตว์เวทย์ระดับSSก็ยังไม่สามารถทำลายม่านพลังของไลท์ได้ นอกจากนี้พวกมันก็ถูกไลท์กำจัดทิ้งโดยใช้ดาบสีทองระเบิดพวกมันทั้งหมด
ในขณะที่ไลท์กำลังนั่งอยู่ในเต็นท์บัญชาการ จู่ๆเวอร์โก้ก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ เกิดอะไรขึ้น? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ ท่านไลท์ครับเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาแล้วครับ ที่อาณาจักรคีแลนด์มีสัตว์เวทย์ระดับSSSปรากฏตัวออกมาครับ ” เวอร์โก้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าจริงจังออกมา
“ แล้วสถานการณ์ที่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้นทันที นอกจากนี้เขาก็พอที่จะคาดเดาถึงสถานการณ์ที่นั้นได้บ้างแล้ว
“ ทางนั้นได้ติดต่อมาว่าพวกเขาได้ถอนกำลังออกมาจากเมืองหลวงคีแลนด์แล้วครับ ซึ่งระยะห่างก็คือสามสิบกิโลเมตร นอกจากนี้พวกเขาก็ยังคงล้อมรอบเมืองหลวงคีแลนด์เอาไว้ นอกจากนี้ยาค็อปก็ใช้พลังทั้งหมดของเขาในการต้านทานการโจมตีของสัตว์เวทย์ระดับSSSเอาไว้เพื่อให้กองกำลังทั้งหมดถอนตัวออกมาจากค่ายดูแลรอบๆ แม้แต่ยาค็อปก็สามารถต้านทานการโจมตีของสัตว์เวทย์ตัวนั้นได้หลายชั่วโมงก่อนที่จะถูกสัตว์เวทย์จัดการจนได้รับบาดเจ็บกลับมา ” เวอร์โก้พูดขึ้น
ไลท์พยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ แล้วมีข้อมูลของสัตว์เวทย์ตัวนั้นไหม? ”
“ มีครับ ” เวอร์โก้พูดขึ้นพร้อมกับยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้กับไลท์
ในเอกสารมีทั้งรูปและข้อมูลรวมไปถึงพลังเวทย์ของมัน
สัตว์เวทย์ที่เป็นหมีขนาดตัวใหญ่กว่าสิบเมตร ลำตัวสีแดงเพลิง ที่หน้าอกของมันมีรอยสัญลักษณ์สีทองอยู่ มันเป็นสัตวเวทย์ที่สามารถใช้เวทย์ไฟและเวทย์ดินได้ ร่างกายของมันแข็งแกร่งและทนทาน พละกำลังของมันนั้นเหนือชั้นมาก
ทางยาค็อปได้เรียกหมีตัวนี้ว่า หมีเพลิงปฐพี ซึ่งมันเป็นสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดตัวหนึ่ง
ไลท์ขมวดคิ้วแน่นก่อนที่เขาจะถามขึ้นว่า “ อาณาจักรคีแลนด์อยู่ที่ไหน? ”
“ อาณาจักรคีแลนด์อยู่ทางทิศใต้ของทวีปมนุษย์ ” เวอร์โก้ตอบ
“ ทางใต้ของเผ่ามนุษยงั้นหรอ งั้นก็ต้องเป็นทางตระกูลซันไทม์ที่ดูแลอยู่สินะ ” ไลท์พึมพำออกมา
ไลท์หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาเฮอร์นิส
เฮอร์นิสคือผู้นำตระกูลซันไทม์
ไม่นานเฮอร์นิสก็รับสาย
“ ว่ายังไงไลท์ ” เฮอร์นิสถามขึ้น
“ ผมอยากรู้ว่าคุณส่งกำลังระดับสูงไปที่เมืองหลวงคีแลนด์แห่งอาณาจักรคีแลนด์ยังครับ? ” ไลท์ถามขึ้นทันที
“ เธอหมายถึงเจ้าสัตว์เวทย์หมีเพลิงปฐพีใช่ไหม? ถ้าหากเรื่องนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันได้ส่งคนของฉันไปจัดการแล้วล่ะ ซึ่งคาดว่าอีกสี่ถึงห้าวันก็น่าจะเดินทางไปถึงแล้ว แต่ฉันอยากให้คนของเธอต้านทานเจ้าหมีเพลิงปฐพีไปก่อน ” เฮอร์นิสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ สี่ถึงห้าวันใช่ไหมครับ เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา ” ไลท์พยักหน้ารับเบาๆ เพราะระยะเวลาสี่ถึงห้าวันเป็นระยะเวลาที่ไม่ได้ยาวนานเกินไป นอกจากนี้ยาค็อปก็สามารถต้านทานได้อีกหลายวัน เพราะฉะนั้นสี่ถึงห้าวันจึงไม่เป็นอะไรเลย
“ ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงคนของเธอ แต่เธอไม่ต้องเป็รห่วงอีกเดี๋ยวพวกเราจะจัดการต่อให้ เนื่องจากพวกเราได้ส่งตัวตนระดับSSSไปถึงสองคนเลยทีเดียว คาดว่าไม่มีปัญหาอะไรในการจัดการกับเจ้าหมีเพลิงปฐพีอย่างแน่นอน ” เฮอร์นิสพูดขุ้นด้วยน้ำเสียงไม่ได้กดดันอะไร
“ เข้าใจแล้วครับ ” ไลท์พูกจบเขาก็วางสายไป
“ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายมากกว่าที่เป็นอยู่มากจริงๆ ” ไลท์พึมพำออกมาจากนั้นเขาก็ออกคำสั่งทันที
“ เวอร์โก้แจ้งเจ้าหน้าที่และหน่วยลับเทพยุทธ์ทุกคนให้ทราบว่าถ้าหากเจอสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งในระดับSSSสามารถถอนกำลังเพื่อที่จะรอกำลังเสริมได้ทันที นอกจากนี้การรักษาชีวิตคือสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก ” ไลท์พูดขึ้น
เวอร์โก้โค้งตัวเล็กน้อยก่อนที่จะไปแจ้งข้อมูลนี้ให้กับคนอื่นๆฟัง
ไลท์ลุกขึ้นยืนและเดินไปมองแผนที่ทั้งหมดของโลกภายนอกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเผ่าอื่นๆอีกสี่เผ่าก็มีการเขียนเอาไว้ด้วยเหมือนกัน
“ หอคอยแห่งนิรันดร์ทั้งหมดที่มีอยู่ในพันธมิตรห้าเผ่าพันธุ์มีทั้งหมดหกสิบสี่หอคอย แสดงว่าพวกเราจะต้องรับมือกับสัตว์เวทย์มากกว่าพวกปีศาจสินะ ” ไลท์พึมพำออกมา
ไลท์คิดว่าถ้าหากสัตว์เวทย์ระดับSSSมันปรากฏขึ้นมาอีกก็จะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับพันธมิตรห้าเผ่าพันธุ์มาก นอกจากนี้ตัวตนระดับSSSของคนแคระก็ยังมีเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้นซึ่งก็คือราชาอูลาร์
“ ดูเหมือนว่าจะต้องส่งกำลังเสริมไปยังเผ่าอื่นๆสักหน่อยแล้ว ” ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่จะติดต่อไปหาคนอื่นๆเพื่อส่งกองกำลังไปทันที