หนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn)

    ตอนที่ 173: ปลายทางอุโมงค์ สู่ที่ราบสูงต้องสาป

    ตอนที่ 173: ปลายทางอุโมงค์ สู่ที่ราบสูงต้องสาป

    ทางเดินหินแคบๆ ที่เจี้ยนหลิน (剑林) และเยว่ชิงหลิง (月清灵) เดินตาม "ขาวน้อย" (小白) มานั้น ค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น แสงสว่างรำไรจากปลายทางเริ่มปรากฏให้เห็น พร้อมกับสายลมเย็นที่พัดโชยเข้ามา พาเอากลิ่นอายที่แตกต่างจากภายในอุโมงค์ที่อับชื้นมาด้วยเมื่อทั้งสองก้าวพ้นจากปากอุโมงค์ สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักด้วยความประหลาดใจระคนความระแวดระวัง ที่นี่มิใช่ป่าทึบหรือหุบเขาอย่างที่พวกเขาคาดคิด แต่กลับเป็น ที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ ที่ดูรกร้างและแฝงด้วยกลิ่นอายประหลาด ทอดตัวเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเหนือที่ราบสูงแห่งนี้มีสีเทาหม่นหมอง เมฆลอยต่ำดูหนักอึ้ง พื้นดินส่วนใหญ่เป็นศิลาสีดำปนแดง แข็งกระด้างและแตกระแหงมี "พฤกษาอสูร" (妖植) รูปทรงบิดเบี้ยวแปลกตาขึ้นอยู่เป็นหย่อมๆ ลำต้นของพวกมันมีสีดำสนิท กิ่งก้านเต็มไปด้วยหนามแหลมคม ใบมีสีม่วงคล้ำและแผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาจางๆ ไม่มีหญ้าหรือพืชพรรณปกติให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียง "พรมโลหิต" (血毯) สีแดงคล้ำดุจเลือดแห้งกรัง ที่ขึ้นปกคลุมก้อนศิลาเป็นหย่อมๆ ดูน่าขนลุก บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวดังผ่านโขดหินรูปร่างประหลาด คล้ายเสียงโหยหวนของวิญญาณร้าย"สถานที่แห่งนี้...ให้ความรู้สึกไม่ดีเลย" เยว่ชิงหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย มือข้างหนึ่งกุม "ไข่แห่งวายุบรรพกาล" (太古风暴之卵) ที่ซ่อนไว้ในอกเสื้ออย่างไม่รู้ตัว นางรู้สึกได้ถึง การสั่นไหวแผ่วเบา จากภายในไข่ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อกลิ่นอายอันไม่เป็นมิตรของที่ราบสูงแห่งนี้ พลังธาตุลมของนางสัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนของพลังงานในอากาศ "พลังปราณฟ้าดิน (天地灵气) ที่นี่เบาบางและแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความตายจางๆ ไม่เหมาะแก่การบ่มเพาะพลัง...และดูเหมือนจะไม่เป็นผลดีต่อ 'เขา' ด้วย" (คำว่า 'เขา' ในที่นี้ นางหมายถึงชีวิตภายในไข่)เจี้ยนหลินพยักหน้ารับเห็นด้วย สัมผัสแห่งพฤกษา (草木之触) ของเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและความหิวกระหายจากพฤกษาอสูรเหล่านั้น พวกมันดูดกลืนพลังชีวิตจากทุกสิ่งที่เข้าใกล้อย่างโหดเหี้ยม"ขาวน้อย" ที่เคยร่าเริง บัดนี้กลับซุกตัวอยู่บนไหล่ของเจี้ยนหลินอย่างเงียบเชียบ ขนอ่อนๆ ของมันลู่ลงเล็กน้อย แสดงอาการไม่สบายตัวอย่างเห็นได้ชัดขณะที่ทั้งสองกำลังสำรวจรอบๆ อย่างระมัดระวัง สายตาของเจี้ยนหลินก็พลันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนพื้นศิลาที่อยู่ไม่ไกลนัก มันคือรอยเท้ามนุษย์หลายรอยที่ยังดูค่อนข้างใหม่ มุ่งหน้าลึกเข้าไปในที่ราบสูงแห่งนั้น และที่น่าสังเกตคือ มีเศษผ้าสีดำชิ้นเล็กๆ ตกอยู่ใกล้ๆ รอยเท้านั้นด้วย‘หน่วยเงาอสูรโลหิต (血魔影卫)! พวกมันมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? หรือว่าอุโมงค์ที่เราผ่านมานั้นคือเส้นทางลับที่พวกมันใช้?’ เจี้ยนหลินขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว"ศิษย์พี่หญิง ดูนั่น" เขาชี้ไปยังร่องรอยเหล่านั้นเยว่ชิงหลิงมองตาม สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "พวกมันจริงๆ ด้วย...ไม่นึกเลยว่าอุโมงค์ที่เราคิดว่าเป็นทางหนี จะกลายเป็นเส้นทางที่นำพวกเรามาพบกับร่องรอยของพวกมันอีกครั้ง" นางถอนหายใจเบาๆ ในใจพลันนึกถึง "ไข่แห่งวายุบรรพกาล" ที่นางแบกรับภาระอยู่ หากต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้งในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ นางจะสามารถปกป้องมันได้หรือไม่? "ดูเหมือนว่า...โชคชะตาจะเล่นตลกกับพวกเราไม่เลิกราเสียที"เจี้ยนหลินก้มลงพิจารณารอยเท้าอย่างละเอียด "รอยเท้าเหล่านี้ยังใหม่มาก พวกมันคงจะนำหน้าพวกเราไปได้ไม่ไกลนัก" เขาเงยหน้าขึ้นมองเยว่ชิงหลิง "ท่านคิดว่าพวกเราควรจะทำอย่างไรดีขอรับ? จะติดตามร่องรอยของพวกมันไป หรือจะหาเส้นทางอื่นเพื่อมุ่งหน้ากลับสำนัก?"การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง การติดตามร่องรอยศัตรูในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้ ย่อมมีความเสี่ยงสูง แต่การปล่อยให้พวกมันลอยนวลต่อไปก็อาจจะนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ใหญ่หลวงกว่าเดิมได้ ที่สำคัญ...ความปลอดภัยของ "ไข่แห่งวายุบรรพกาล" ก็เป็นสิ่งที่มิอาจมองข้าม

    (จบตอนที่ 173)