ตอนที่ 19
ผ่านไป 1 อาทิตย์ ชิงเทียนขับรถแวะไปหาหลงหยวน รถของเขา เรียกความสนใจของผู้ที่พบเห็น เมื่อถึงคาซิโน เขาตรงเข้าไปที่ห้องผู้จัดการ การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่ รู้จักเขาเป็อย่างดี จึงแล่อยให้เขาเข้าไปพบหลงหยวน “ลมอะไรหอบมาล่ะเนี่ย เพื่อนชิงเทียน นายไม่มาเล่นที่คาซิโนฉัน นานแค่ไหนแล้ว?" ชิงเทียนไม่มาเล่นที่คาซิโนของเขาอีกเลย ั้แ่ครั้งแรกที่มา
ชิงเทียนเผยยิ้มที่มุมปาก “นายอยากหมดตัวรึไง ฉันไม่ค่อยชอบ การปล้นเงินเพื่อนหรอกนะ" ครั้งก่อนที่เขามา แค่ทุนหนึ่งหมื่นหยวน ก็กวาดเงินไปเป็ 10 ล้าน
หลงหยวนกลืนน้ำลาย เขาพึ่งจะคิดได้ ถ้าชิงเทียนเอาเงินที่เขามีอยู่ตอนนี้ มาเล่นพนันล่ะก็ คาสิโนของตระกูลเขา คงต้องปิดตัวลงภายในวันเดียวแน่นอน “เอ่อ...นั่นมันก็จริงของนาย แล้วสรุปมาหาฉันมีเื่อะไรให้ช่วยหล่ะ?"
“อยากจะยืมรถสักคัน"
หลงหยวนย่นคิ้ว “รถนายก็มีไม่ใช่เหรอ แถมสวยใช้ได้เลย"
“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันอยากได้รถที่เอาไว้ลุยป่า เช่นพวกรถออฟโรดอะไรประมาณนี้ นายพอจะมีบ้างไหม" ชิงเทียนตั้งใจจะไปสำรวจที่เทือกเขาหมอกปีศาจ ซึ่งเส้นทางที่จะไปค่อนข้างจะสมบุกสมบัน
“นายจะไปไหน?" หลงหยวนค่อนข้างเป็ห่วงชิงเทียน เขายังไม่รู้ว่าชิงเทียนเป็ผู้บ่มเพาะ
“เทือกเขาหมอกปีศาจ" ชิงเทียนกล่าวออกมา
หลงหยวนยืนพรวดขึ้นมาทันที “ไม่ได้เด็ดขาด! ที่นั่นมันอันตรายมาก ฉันเคยได้ยินพ่อบอกว่าที่นั่นมีปีศาจจริงๆอาศัยอยู่" เขาทำหน้าเคร่งเครียด
“ปีศาจ?" ชิงเทียนทำหน้าใคร่รู้สงสัย “ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อย"
หลงหยวนมองซ้ายมองขวา “พ่อฉันเล่าว่า เขาและเพื่อน เคยเข้าไปในนั้นพร้อมกับลูกน้องอีกหลายคน พวกเขาได้ยินมาว่า มีสมบัติอยู่ภายในหุบเขานั้น หลังจากเข้าไปถึงบริเวณใจกลางหุบเขา พ่อฉันพบเข้ากับหมาป่าตัวใหญ่มหึมา ที่สามารถพ่นไฟออกมาจากปาก จากคน 20 กว่าคน เหลือรอดออกมาได้แค่ พ่อของฉันกับลูกน้อง ที่าเ็สาหัสอีกคนเท่านั้น แต่เขาก็ทนพิษาแไม่ไหว จึงมีแค่พ่อฉันที่รอด" หลงหยวนเล่าเื่ยืดยาว
“น่าสนใจแฮะ" ชิงเทียนมีท่าทีสนออกสนใจ “แล้วสรุปมีมั้ย รถหน่ะ"
“นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดรึไง!" หลงหยวนเริ่มจะมีนำโหขึ้นมาบ้างแล้ว ที่ชิงเทียนไม่ฟังคำเตือนของเขา
‘พรึ่บ!!' เปลวไฟสีฟ้ากำลังเต้นระบำอยู่บนฝ่ามือของชิงเทียน เขาเขวี้ยงไปทางด้านข้าง ‘บรึ้ม!!'เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลงหยวนะโโหยงไปด้านหลัง “ต้องเป็ห่วงไป ฉันเป็ผู้บ่มเพาะ และฉันแข็งแกร่งมาก"
หลงหยวนมองตามไป ก็พบกับ กำแพงที่ทะลุเป็รูที่มีไอความร้อนแผ่ออกมา เขาเหมือนจะคิดอะไรขึ้นได้ “อย่าบอกนะว่า....นี่คือสิ่งที่ทำให้โอวหยางเจิ้งหยู กราบนายเป็อาจารย์!" เขาะโถาม
ชิงเทียนผงกหัว “ใช่แล้ว รวมถึงลู่จื่อด้วย" ทิศทางที่เขาเล็งไป เป็ห้องเก็บของที่อยู่ติดกับห้องผู้จัดการ ลูกค้าในคาซิโน รับรู้แค่เพียงเสียงและแรงสั่นเล็กน้อยเท่านั้น
“สอนฉันบ้างได้มั้ย" หลงหยวนทำแววตาอ้อนวอน
“ให้ฉันจัดการเื่บริษัทก่อน ่นี้ฉันไม่ค่อยมีเวลา" เขายังมีเื่ที่ต้องทำอีกเยอะแยะ ทั้งเื่บริษัท การเรียน และเื่ของหอนพเก้า
หลงหยวนเริ่มตื่นเต้น “แล้วนายจำเป็ต้องพังกำแพงห้องฉันด้วยเหรอ? อย่าลืมจ่ายค่าซ่อมมาด้วยหล่ะ"
ชิงเทียนฝืนยิ้ม “ก็ทำแบบนี้น่าจะอธิบายได้ดีกว่านี่นา" เขาพูดพลางลูบหัวแล้วทำหน้าสำนึกผิด
"ปั้ง!!' ประตูถูกถีบเข้ามา พร้อมกับจางเสี่ยวเปา ที่ชักปืนออกมาเตรียมพร้อม “บอส! ปลอดภัยดีไหมครับ" เขามองไปทั่วห้อง แล้วพบหลงหยวนกับชิงเทียน กำลังนั่งสนทนากันอยู่ในห้อง และกำแพงที่ถูกเจาะเป็รู จากแรงะเิ
หลงหยวนส่ายหัวเล็กน้อย “เสี่ยวเปา ถ้ามีโจรบุกเข้ามาในนี้ ฉันคงถูกฆ่าตายไปแล้ว" เขานั่งคุยกับชิงเทียนได้สักพัก หลังจากเสียงะเิ แต่ว่าจางเสี่ยวเปา กลับพึ่งจะพังประตูเข้ามาในห้อง ที่สำคัญจะพังประตูทำไม ในเมื่อเขาไม่ได้ล็อคห้อง หลงหยวนรู้สึกปวดหัวกับลูกน้องคนนี้จริงๆ
หลงหยวนเดินไปหยิบกุญแจรถมา “เอ้านี่! แพทริออต แคมเปอร์ LC79 มันมีพื้นที่วางสัมภาระ แล้วก็ยังมีเต็นท์นอนที่ซ่อนไว้บนหลังคาสามารถกางออกตั้งแคมป์ได้" เขายื่นกุญแจกให้ชิงเทียน (*ใครนึกภาพไม่ออกลองเสิร์ชหาดูนะครับ)
ชิงเทียนรับกุญแจมา “ฉันติดหนี้นายแล้ว ขอบคุณมาก"
หลงหยวนหันไปหาจางเสี่ยวเปา “เสี่ยวเปา พาชิงเทียนไปเอารถหน่อย แล้วก็หาคนมาซ่อมกำแพงให้ฉันด้วย" จางเสี่ยวเปาก้มหัวให้เขาเล็กน้อย แล้วเดินนำชิงเทียนออกไปจากห้อง หลงหยวนกลับมานั่งแล้วมองไปที่กำแพงที่มีรูขนาดใหญ่ เขาอยากจะมีพลัง ที่สามาถทำแบบนี้ได้บ้าง
*******************************
บริเวณเทือกเขาหมอกปีศาจ มีป่ารกทึบล้อมรอบและมีหมอกหนาปกคลุม รถหลายคันขับเข้ามาจอด มีชายหลายคนลงมาจากรถ “ที่นี่เหรอที่นายพูดถึงน่ะ หยางเล่ย" ชายอายุประมาณ 30 ปีสวมชุดคลุมยาวสีขาวพูดขึ้น เขาไว้ผมยาวและถือกระบี่สีขาวที่อยู่ในฝัก ไว้ข้างกายเสมอ
“ที่นี่แหละ ฉันลืมถามถึงพ่อนายไปเลย ท่านเป็ไงบ้าง ฮวงอี้" ขายผมสั้นที่มีมัดกล้ามเป็มัดๆถามขึ้น
“ท่านสบายดี ได้ยินว่านายเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัย ดูเหมือนจะได้กำไร ไม่น้อยเลยนะ" ฮวงอี้มองไปที่ด้านหลังของหยางเล่ย มีบอดี้การ์ดตามเขามาประมาณ 10 กว่าคน
“ก็นิดหน่อย" เขาหันไปหาบอดี้การ์ด “ไปเอาของมา” บอดี้การ์ดหลายคนเดินกลับมาพร้อมกล่องใบั์ มัันมีขนาดพอๆกับประตูบานหนึ่ง หยางเล่ยเปิดกล่องแล้วหยิบของที่อยู่ด้านในออกมา มันคือขวานเล่มโตที่สูงเท่ากับตัวของเขา
ฮวงอี้และหยางเล่ยมองสำรวจไปทั่วบริเวณ “เป็ที่ที่มีพลังปราณเข้มข้นจริงๆ" ฮวงอี้ััถึงปราณที่แทรกซึมภายในอากาศ
“เข้าไปข้างในกันเถอะ" หยางเล่ยนำทางพวกเขาเข้าไปในป่า ที่ล้อมรอบเทือกเขาหมอกปีศาจ ทุกคนได้เดินหายลับเข้าไปในสายหมอก....
****************************
ชิงเทียนใช้เวลาประมาน 3 ชั่วโมง เพื่อเดินทางมายังเทือกเขาหมอกปีศาจ เขาััได้ถึงปราณที่เข้มข้นรอบบริเวณ แล้วเผยรอยยิ้มออกมา “เป็จุดชีพจรที่ใหญ่มาก มันครอบคลุมทั่วผืนป่าเลยทีเดียว แต่จุดที่เข้มข้นที่สุดน่าจะเป็บริเวณใจกลางของเทือกเขา" เขาจอดรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน
หมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับชิงเทียน เขาไม่ได้ใช้แค่ดวงตา แต่ััการเคลื่อนไหว จากปราณที่แผ่ออกมารอบตัว ระหว่างทาง เขาพบสมุนไพรหายากไม่น้อย และเก็บมันลงไปในเป้ที่เตรียมมา
ขณะที่ชิงเทียน จะก้มลงไปเก็บสมุนไพรอีกต้น เขาก็รับรู้ถึงอันตราย จากทาง้า เขาะโถอยหลังทันที ‘บรึ่มมม...!!' มีบางอย่างพุ่งชนพื้น ที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้ เมื่อฝุ่นจางลง เผยให้เห็นร่างของอสรพิษตัวเขื่อง เกล็ดสีแดงเพลิง และขนาดตัวที่พอๆกับท่อนซุงั์ ขนาดประมาณสองคนโอบ มันมีหงอนแหลมที่หัว และดวงตาสีแดงแวววาว ที่จ้องมองเขาด้วยท่าทางหิวโหย
มันพุ่งตัวเข้ามาหาชิงเทียน ด้วยความเร็วดุจลูกปืนใหญ่ เขาหน้าซีดทันที นี่คือสัตว์ปีศาจในขอบเขต ‘สร้างแก่นปราณ ขั้นต้น' ชิงเทียนไหวตัวหลบคมเขียวอสรพิษที่พุ่งเข้ามา ได้อย่างเฉียดฉิว อสรพิษตัวนั้น เมื่อมันเห็นว่าเขาหลบได้ จึงตวัดหางเข้ามาที่กลางลำตัว ของเขาอย่างรวดเร็ว
ชิงเทียนยกมือขึ้นมากันไว้ “อั๊ก!!" เขารับแรงกระแทกอันมหาศาล แล้วปลิวกระเด็นไปปะทะกับ ก้อนหินขนาดเท่าบ้าน ‘ตูม!!!!.....ก้อนหินแตกออกเป็เสี่ยงๆ เขาเช็ดเืที่มุมปาก “เอาซะไม่ทันได้ตั้งตัวเลยแหะ" กระบี่สีทองเงินถูกเรียกออกมาจากจุดตันเถียน มันก่อตัวที่มือเขาอย่างรวดเร็ว
แววตาของชิงเทียนมีประกายเย็นเฉียบ เขาจับกระบี่แน่นแล้วใช้มืออีกข้าง เรียกเพลิงอัสนีฟ้าออกมา เปลวเพลิงถูกเขวี้ยงออกไปด้วนยความเร็ว อสรพิษเบิกตากว้าง! 'บรึ่มมมมม!!.....' เปลวเพลิงะเิทำลายหน้ามันไปครึ่งซีก ดวงข้างซ้ายของมันมืดบอดไปในทันที มันร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
เมื่อเห็นอสรพิษเสียจังหวะไป ชิงเทียนไม่รอช้า เขาดีดตัวไปด้านหน้า ฟันฉับไปที่ท้องอสรพิษที่ชูคออยู่ กระบี่เฉือนผ่านิัไปได้อย่างง่ายดาย หากเป็โลหะธรรมดา กระบี่ของเขาคงจะแตกออกเป็ชิ้นๆไปแล้ว แต่นี่คือกระบี่ที่หลอมขึ้นมาจากแก่นโลหะ มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าโลหะธรรมดานับพันเท่า
เมื่อสร้างาแที่ท้องแล้ว ชิงเทียนก็ะโพุ่งตัวไปพร้อม เสือกแทงกระบี่ขึ้นไปดานบน อสรพิษที่รู้สึกถึงาแ ใช้ดวงตาข้างเดียวที่เหลืออยู่้ เหลือบมองลงไป แล้วพบกับชิงเทียนที่พุ่งสวนขึนมา
‘ฉึก!!' ชิงเทียนใช้กระบี่พุ่งแทงทะลวงจากลำคอ ทะลุขึ้นมาทำลายศรีษะของมัน ทิ้งรูขนาดใหญ่ไว้บนกลางศรีษะของอสรพิษ มันล้มตัวลงสิ้นลมในทันที ชิงเทียนเหนื่อยหอบ ทั้งตัวเต็มไปด้วยคราบเื ของอสรพิษ
ชิงเทียนนั่งพักอยู่สักครู่ แล้วจึงไปหาน้ำมาล้างคราบเล็อด และเศษเนื้อออกจากตัว เขาใช้เวลาแยกส่วนอสรพิษนาน 3 ชั้วโมง อสรพิษตัวนี้บรรลุขอบเขตสร้างแก่นปรณ มันจึงมีลูกแก้วแก่นปราณ อยู่ภายในตัว สามารถนำไปผสานกับอาวุธเซียนได้
ลูกแก้วแก่นปราณ รวมถึงเขี้ยว เกล็ด และเครื่องใน ถูกล้างทำความสะอาดอย่างดี ที่ข้างลำธาร ชิงเทียนเลือกเก็บแต่ส่วนสำคัญเท่านั้น เพราะพื้นที่เก็บของค่อนข้างจำกัด เขาคิดว่าการเดินไปเดินมา ในสภาพที่มีสัมภาระเต็มตัวเช่นนี้คงจะไม่ดีแน่ จึงได้นำเป้ไปซ่อนไว้ในซอกหินใกล้ๆ
“ค่อยแวะกลับมาเอาแล้วกัน ถ้ามีแหวนมิติก็คงจะดี ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีหินมิติบ้างไหม จะได้นำมาหลอม สร้างแหวนมิติได้” เขาอยากจะได้แหวนมิติเพื่อไว้ใช้เก็บของ มันเป็แหวนที่มีมิติส่วนตัว ซ่อนอยู่ภายใน สามารถนำเอาอุปกรณ์เข้าไปเก็บได้มากมาย และวัตถุดิบก็จะไม่เน่าเสีย เพราะเวลาภายในนั้นหยุดนิ่ง
“อสรพิษตัวนี้ทำไมมันถึงมาอยู่แถวนี้ บริเวณนี้ไม่มีสัตว์ป่าสักตัว มันดูหิวโซ คล้ายกับถูกสัตว์ตัวอื่นไล่ที่มา" ขณะที่เขากำลังเค้นหัวคิดอยู่ ก็มีเสียงต่อสู้ดังมาจากที่ที่ห่างไกล “มีใครกำลังสู้กันอยู่!" ชิงเทียนไม่คิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ภายในนี้ด้วย เขารีบตรงไปทางต้นกำเนิดเสียง
****************************
ฮวงอี้กำลังพาหยางเล่ย ที่มีาแลึกกลางอกหลบหนี เขาใช้กระบี่ปัดป้องสกัดการโจมตีจากทางด้านหลัง มีหมาป่าขนาดมหึมา กำลังไล่ล่าสังหารพวกเขาอยู่ หมาป่าั์ตัวนี้มีขนาดเท่ารถบรรทุกขนาดใหญ่ “เวรเอ้ย!!...ทำไมถึงมีสัตว์ปีศาจขอบเขต ‘สร้างแก่นปรานขั้นกลาง' อยู่ที่นี่ได้"
ฮวงอี้และ หยางเล่ย มีพลังอยู่ในขอบเขต ก่อตั้งลมปราณขั้นสูงเช่นเดียวกับชิงเทียน แต่อาวุธของพวกเขา ไม่แข็งแกร่งพอ ที่จะฟันผ่านทุลุิัของอสูรตนนี้ได้ กรงเล็บของหมาป่าั์ฟาดฟันลงมาที่ฮวงอี้ เขายกกระบี่ขึ้นป้องกันอีกครั้ง แรงปะทะในครั้งนี้ ทำให้กระบี่ในมือของเขาแตกสลายในที่สุด
ฮวงอี้รู้สึกได้ว่าชีวิตของเขา ได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ‘นี่เรากำลังจะตายอย่างนั้นหรือ?' ขณะที่กรงเล็บของหมาป่า กำลังจะฉีกกระชากเขาอยู่นั่นเอง ก็มีกระบี่สีเงินสลับทอง เข้ามาปัดการโจมตีให้เบี่ยงออกไป
ชายหนุ่มที่ถือกระบี่ หันหน้ามาถามเขา “ให้ช่วยหรือเปล่า....."
---------------------------------------