ตอนที่ 34 ชื่อบุคคลแห่งความหายนะ
หัวหน้ากลุ่มของนักสู้จระเข้คำรามลั่นด้วยความโกธร ฝูงจระเข้ระดับต่ำร้อยกว่าตัวด้านหลังต่างหวาดกลัวพวกมันได้หนีไปตามหัวหน้ากลุ่มให้มาช่วยตอนสู้กับเคนจิ สภาพพวกมัน ไม่แขนขาหางขาดก็บาดเจ็บกันถ้วนหน้า เบื้องหน้ามันเวลานี้เคนจิไม่อยู่แล้วยิ่งทวีความโกธรของหัวหน้ากลุ่มมันเป็นอย่างมาก
เคนจิเดินทางมาถึงเมืองเขาสามารถเดินเหินในเมืองนี้ได้อย่างสบายใจเพราะนี้คือเมืองปีศาจ หากจะมีปีศาจเดินอยู่ในเมืองมันคือเรื่องปกติเขาแวะที่ร้านซื้อขายอุปกรณ์ ทันทีที่พนักงานขายเห็นเคนจิเขาสามารถจำได้ทันทีเขาหยุดภารกิจอื่นๆ ทันทีแล้ววิ่งมาหาเคนจิอย่างว่องไวไม่ว่าเคนจิจะซื้อหรือขายพนักงานจะได้ค่าคอมทั้งสิ้น
เคนจิยื่นมือเข้าไปในช่องมิติแล้วดึงออกมาปรากฏหนังจระเข้กองใหญ่ท่ามกลางความตกตลึงของพนักงาน “ขาย” เคนจิพูดออกมาเบาๆ ผ่านทางหน้ากากเสียงของเขาช่างดูน่าหวาดกลัว พนักรีบเก็บหนังจระเข้ทั้งหมดทันทีพร้อมกับยื่นถุงเหรียญทองให้เคนจิด้วยมือที่สั่นไหวไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวแต่เพราะหนังจระเข้เหล่านี้จะให้ค่าคอมเขามากมาย
ไม่เพียงแค่นั้นเขายังหยิบหนังสือรายชื่ออุปกรณ์ขึ้นมาดูพนักงานรีบนำโซฟามาให้เคนจินั่งเลือกอย่างใจเย็น ขณะที่เคนจิกำลังนั่งเลือกอยู่นั้นมีกลุ่มคนห้าคนเข้ามาใช้บริการในร้าน พวกเขาต้องการซื้ออุปกรณ์บางอย่างพนักงานก็ปลีกตัวจากเคนจิไปบริการทันที ในกลุ่มของพวกนั้นมีโจรสามคนและนักฆ่าสองคนพวกนั้นเริ่มสนใจเคนจิการที่พนักงานให้การต้อนรับเขาขนาดนี้เขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน อาจจะเป็นพวกผู้ดีหรือลูกคนมีเงินมันทำให้พวกเขายิ้มอย่างมีเลศนัย
เคนจิควักมือเรียกพนักงานและทันทีที่พนักงานวิ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็วเคนจิส่งหนังสือคืนให้พร้อมกับสั่งให้นำอุปกรณ์ที่เขาเลือกออกมา อุปกรณ์ที่เคนจิเลือกแต่ละอย่างนั้นมันคืออุปกรณ์สวมใส่ระดับอยู่ที่สี่ร้อยมันคืออุปกรณ์ระดับสูงสุดในร้านมันทำให้พนักงานอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้กับค่าคอมที่เขาจะได้รับเขาวิ่งไปหลังร้านไม่นานก็ออกมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่เคนจิเลือกพร้อมทั้งนำชิ้นอื่นๆออกมาด้วยเผื่อเคนจิจะสนใจ กลุ่มคนพวกนั้นเมื่อเห็นของที่เคนจิสั่งซื้อก็ตาลุกโตมันวาว
“คุณลูกค้าที่เคารพนี้คือของที่คุณลูกค้าเลือก ส่วนของพวกนี้ผมหยิบติดมือมาเผื่อคุณลูกค้าสนใจเชิญคุณลูกค้าลองตรวจดูครับ”
“ระดับของส่วนใหญ่อยู่ที่สี่ร้อยมีของชิ้นอื่นที่ระดับสูงกว่านี้ไหม”
“ไม่แล้วครับคุณลูกค้าอุปกรณ์ที่เรามี สูงสุดแค่สี่ร้อยเท่านั้น ร้านอื่นๆที่ทวีปอื่นก็เช่นกันจะมีสูงสุดแค่สี่ร้อยเท่านั้น หากต้องการมากกว่านี้ลูกค้าต้องหาเองจากมอนเตอร์เพราะของระดับสูงกว่านี้นั้นไม่มีคนเอามาขาย ผู้เล่นระดับสูงสุดอยู่ที่ระดับสี่ร้อยกว่าๆของระดับสูงกว่านี้เลยยังไม่มีจำหน่ายหรือว่าคุณลูกค้าระดับเกินห้าร้อยแล้วหรอครับ”
พนักงานขายสอบถามเสียงของเขาถึงจะไม่ได้ดังมากแต่กลุ่มคนพวกนั้นก็ยังได้ยินมันต่างทำให้พวกนั้นเกิดอาการหวาดกลัวและตกใจ เคนจิปรากฏเม็ดเหงื่อขึ้นใบหน้าภายใต้หน้ากากเขารีบตอบออกไปทันที เพื่อคลายความสงสัยของพนักงาน
“เปล่าหรอกผมแค่ถามเฉยๆ อีกอย่างของพวกนี้มีคนฝากซื้อ เพื่อนำไปเข้าคลังกิล ไม่ใช่ของผมหรอก”
“อ้อ! เป็นอย่างนี้เองคุณลูกค้าจะรับชิ้นไหนดีครับ”
“ทั้งหมดที่ผมเลือก”
พนักงานขายดีใจแทบอยากตะโกนออกมาให้ลั่นด้วยความดีใจแม้จะเสียใจเล็กน้อยกับของที่เขาหยิบมาแล้วเคนจิไม่เอาแต่ของที่เคนจิซื้อทั้งหมดก็ทำให้ได้ค่าคอมมาหาศาล เคนจิจ่ายเหรียญทองออกไปพร้อมกับเก็บของเข้าช่องมิติแล้วเดินออกจากร้านพนักงานโค้งตัวส่งเคนจิอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้กลุ่มผู้เล่นที่อยู่ในร้านต่างพยักหน้ากันเหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่างแล้วเดินออกจากร้านแล้วเดินตามเคนจิไป
“ฮ่าฮ่าฮ่าลาภก้อนโตอยู่ตรงหน้าแล้วโว้ย!”
“นั้นซิตอนแรกตกใจแทบแย่ นึกว่ามันระดับถึงห้าร้อยแล้วซะอีก”
“เหอะ!ถ้ามันระดับขนาดนั้นพวกเราต้องรู้จักซิว่ะบอร์ดจัดอันดับยังไม่เห็นมีใครเกินห้าร้อยเลย อย่างเจ้านั้นคงไม่ถึงสามร้อยหรอก”
“ฮ่าฮ่าฮ่าพวกเราระดับสามร้อยห้าสิบ เจ้านั้นได้ตายแน่ๆดูนั้นมันเข้าไปในซอกตึกแล้วตามไปเร็ว”
พวกโจรทั้งห้าเลี้ยวตามเคนจิไปในซอกตึกการที่พวกมันทั้งห้าคนติดตามมา มีหรือที่เคนจิจะไม่รู้ เขาจงใจเข้ามาในซอกตึกถึงแม้ในเมืองจะห้ามต่อสู้กัน แต่ถ้าลับตาของยามที่ดูแลเมืองเรื่องการปล้นหรือฆ่าก็เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งโจรสามคนกระโดดมาขวางหน้าเคนจิทันที และนักฆ่าอีกสองปิดทางหนีด้านหลังคมอาวุธของพวกมันชี้มาทางเคนจิ หนึ่งในโจรพูดออกมาทันที
“สวัสดีครับคุณหนู ! หากคุณหนูอยากมีชีวิตรอดกลับไปกรุณาทิ้งของที่ซื้อมาเมื่อครู่ไว้ด้วยและพวกพี่จะปราณีไม่ฆ่าคุณนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เฮ้ย! ไม่เห็นต้องพูดมารยาทงามขนาดนั้นหรอกคลื่นไส้ว่ะ บอกแค่ให้มันทิ้งของไว้ แล้วจะไสหัวไปไหนก็ไป ถ้าไม่อยากตาย!”
“เฮ้ยใจเย็นน่าเดียวคุณตกใจช็อกตายขึ้นมาจะอดกันหมด เอาล่ะไอ้หนูได้ยินแล้วก็รีบๆ ส่งมา”
เคนจิยืนนิ่งไม่ไหวติงไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ จากตัวเขา กลุ่มโจรเริ่มมีเส้นเลือดปูดพองขึ้นทั่วที่ใบหน้า แสดงถึงความน่าหวาดเกรงของพวกมันเคนจิถอดถอนลมหายใจ หยิบอุปกรณ์ที่ซื้อมาทั้งหมดกองลงที่พื้นท่ามกลางสีหน้ายินดีของพวกมัน แต่ในมือของเคนจิก็ถือคาตานะออกมาด้วย เขาสะบัดคาตานะหนึ่งครั้งชี้ลงบนกองอุปกรณ์
“อยากได้เข้ามาเอาไป!”
“หนอย~~ย แก อยากลองดีใช่ไหมเตรียมตัวตาย~! ย้าก~~!!!”
หนึ่งในโจรพุ่งเข้าใส่ด้วยความโมโหระดับของมันอยู่ที่สามร้อยห้าสิบ ความหวาดกลัวต่อเคนจิไม่มีอยู่ในใจ แล้วแทบจะทันทีที่เสียงร้องของโจรผู้นั้นหายไปท่ามกลางความมึนงงของกลุ่มเพื่อน เคนจิยังคงอยู่นิ่งไม่ขยับไปไหน
“อั๊ก!!”
เสียงร้องจากโจรออกมาอย่างแผ่วเบาศีรษะของมันล่วงหล่นสู่พื้นดินดัง “ตุบ!” เลือดจากตัวพุ่งสูงเป็นดั่งน้ำพุท่ามกลางความตกใจของพวกที่เหลือ เคนจิใช้ทักษะเคลื่อนที่พริบตามาปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังของสองนักฆ่ามือของเคนจิที่มีเล็บยาวและแหลมคมแทงทะลุผ่านอกจากด้านหลังของพวกมันทั้งคู่ก้อนเนื้อที่กำลังเต้นอยู่ในมือทั้งสองข้างเต้นระรัว เคนจิออกแรงบีบเบาๆก้อนเนื้อทั้งสองแหลกคามือพร้อมกับร่างของนักฆ่าทั้งสองก็สลายหายไป
เคนจิก้มหยิบของที่หล่นจากตัวพวกมันส่วนใหญ่เป็นเหรียญทองจำนวนหนึ่ง สายตาที่แดงก่ำสาดส่องไปหาโจรอีกสองคนที่เหลือหนึ่งในนั้นเมื่อเห็นเพื่อนตายอย่างน่าเวทนา ตามันเหลือกขึ้นเห็นเพียงแต่ตาขาวมีน้ำไหลที่เป้ากางเกงส่งกลิ่นเหม็น เป็นลมล้มพับไปอีกคนวิ่งหนีเข้าไปในซอกตึกสุดชีวิต ในความคิดของมันตั้งแต่เล่นเกมมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้และไม่มีใครลงมือได้เหี้ยมโหดขนาดนี้มาก่อน
“เหว๋อ~~ ช่วยด้วย!!!”
เคนจิสะบัดมือไล่คราบเลือดที่ติดอยู่ที่มือทั้งสองข้างย่างเดินมาหยุดอยู่ที่โจรที่กำลังสลบ เคนจิเอาเท้าเขี่ยไปที่ร่างของมันร่างกายของโจรกระตุกเบาๆ เคนจิรู้ทันทีว่าโจรคนนี้แกล้งสลบ มือข้างหนึ่งจับกุมไปที่หัวของโจรแล้วยกลอยขึ้นฟ้าท่ามกลางเสียงกรีดร้อง
“กล้าดียังไงมาแกล้งสลบต่อหน้าฉันคนนี้ ถึงแม้แกจะสลบ แกก็ต้องตายอยู่ดี”
“อั๊ก! แกเป็นใครกล้าดียังไงมาทำกับพวกเราแบบนี้ กิลของเราจะไล่ล่าแก คอยดู!”
“เป็นพวกแกที่แส่หาเรื่องใส่ตัวเองฉันคือจอมปีศาจริชเตอร์ จะรอคอยการมาแก้แค้นของกิลพวกนาย”
“ห่ะ!! จอมปีศาจริชเตอร์!!!”
เมื่อโจรพูดจบมืออีกข้างของเคนจิที่มีเล็บแหลมคมฟันเป็นแนวขวางร่างกายของโจรผู้นั้นหล่นไปกระแทกพื้น ในมือของเคนจิยังคงกุมหัวของโจรนั้นอยู่มืออีกข้างเก็บอุปกรณ์ต่างๆ โยนเก็บเข้าไปในช่องมิติเคนจิเดินหน้าต่อไปในมือของเขายังมีหัวของโจรผู้นั้นอยู่
“แหะแหะ แหะ!! หา!! ทางตัน หวังว่ามันคงไม่ตามเรามานะน่ากลัวเป็นบ้าเลย”
โจรอีกผู้หนึ่งวิ่งหนีมาไกลด้านในสุดซอกตึกนั้นเป็นทางตัน ทันใดนั้นวัตถุทรงกลมสีดำโผล่ออกมาจากเงามืดโจรรับมันมาในฝ่ามือแบบไม่ทันตั้งตัวของที่อยู่ในมือมันนั้นคือหัวของเพื่อนร่วมทีมของมัน มันโยนทิ้งไปทันทีแล้วกรีดร้องออกมาแทบสิ้นเสียงเคนจิออกมาจากเงามืดด้วยความรวดเร็วฝ่ามือของเขาปิดไปที่ปากของโจรผู้นั้น ปากของเคนจิกระซิบที่ข้างหูมัน
“จุ๊จุ๊ จุ๊ อย่าเอ็ดไป จะรบกวนคนอื่น”
โจรรีบพยักทันทีอย่างถี่ยิบ หมายมั่นว่าจะรอด เคนจิเอามือออกจากปากของโจรมือทั้งข้างลูบที่ข้างหูข้างโจรอย่างแผ่วเบา ตัวโจรสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวเคนจิจับที่หัวด้านข้างของโจรทั้งสองฝั่งแล้วหมุนอย่างรวดเร็วหัวของโจรหมุนดังลูกข่าง ล้มลงไปกับพื้นก่อนที่ร่างมันจะสลายไปเคนเหลือบมองรอบด้านเมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่อีกแล้วเขาถอดหน้ากากและชุดแฟนตาซีเก็บใส่ช่องมิติแล้วเดินออกมาจากซอกตึก เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมุ่งหน้าสู่โรงแรมที่พัก
เมื่อถึงโรงแรมคนด้านในมีจำนวนเยอะผิดปกติ มีคนคุยกันหลายกลุ่มถึงเรื่องของบึงมรณะเคนจิจึงตัดสินใจไปหาที่นั่งพร้อมทั้งสั่งอาหารเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของผู้คนเขานั่งรออาหารอย่างใจเย็น เหลือบมองดูผ่านช่องหน้าต่างของโรงแรมแต่หูของเขากำลังฟังกลุ่มผู้คนคุยกันอยู่
“เฮ้ย!รู้เรื่องบึงมรณะหรือยัง เมื่อช่วงเช้ามืดมีกลุ่มคนตั้งใจจะไปเก็บระดับบริเวณนั้นแต่ไปก็ต้องพบกับซากจระเข้เป็นภูเขาเลย แถมนะบึงมรณะยังย้อมไปด้วยเลือดจนกลายเป็นบึงเลือดไปแล้ว”
“ข้าว่าเมื่อคืนต้องมีกิลใดกิลหนึ่งไปถล่มที่นั้นแน่ๆ เพื่อท้าทายจ้าวบึงหรือเปล่า”
“จระเข้แถบนั้นมีเป็นพันตัวเลยนะถ้าจะถล่มนี้ ต้องพาพวกมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนแน่ๆ แต่ทำไมไม่เห็นมีกิลไหนออกมาเคลื่อนไหวเลยล่ะ”
“นั้นน่ะซิถ้าไปเป็นกลุ่มขนาดนั้น ต้องมีคนเห็นบ้างล่ะ”
“ไม่ใช่!! ต้องเป็นเขาต้องเป็นเขาแน่ๆ”
กลุ่มคนที่กำลังถกเถียงกันเรื่องบึงมรณะต่างหันไปที่คนๆ หนึ่งรวมทั้งเคนจิด้วย เขาคนนั้นคือพนักงานขาย ของร้านขายอุปกรณ์ เขากำลังนั่งดื่มกินให้กับความสำเร็จกับค่าคอมของเขาขณะที่ทุกคนนิ่งเงียบ เสียงประตูโรงแรมเปิดออก ปรากฏกลุ่มโจรและนักฆ่าที่เคนจิพึ่งฆ่าไป พวกมันมานั่งรวมตัวกันที่โต๊ะ ด้วยสีหน้าหวาดกลัว คนอื่นเลิกให้ความสนใจแล้วหันไปถามพนักงานขายต่อ
“เฮ้ย! ไอ้น้องที่น้องบอกว่าไม่ใช่ๆ มันคืออะไร”
พนักงานขายของยกเครื่องดื่มของเขาดื่มหนึ่งอึกใหญ่ก่อนกระแทกลงที่โต๊ะอย่างรุนแรงดัง “ปัง!”ท่ามกลางความตกใจของผู้คนในโรงแรม แล้วเขาก็พูดต่อไป
“เมื่อเช้ามีคนๆ หนึ่ง เขาเอาหนังจระเข้มาขายที่ร้านผม”
“เหอะ!! แค่ขายหนังจระเข้ไอ้น้องใครๆ เขาก็ทำเหมือนกัน มันน่าแปลกใจตรงไหน”
“ไม่!! ไม่เหมือนกัน ปกติคนจะเอามาขายแค่ สามถึงสี่ชิ้น แค่สิบก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้วแต่ที่ชายคนนั้นเขาเอามาขาย มันมีทั้งหมด 1,280 ชิ้น”
“หา!!!!!! 1,280 ชิ้น”
คนในโรงแรมต่างพูดออกมาโดยพร้อมเพรียงกันและไม่ได้นัดหมายหยาดเหงื่อเริ่มปรากฏที่ใบหน้าของผู้คน
“เป็นไปได้ยังไงคนเดียว มันเหลือเชื่อเกินไปหรือเปล่าไอ้น้องไม่ได้โกหกกันนะ หน้าตามันเป็นยังไงคนที่เอามาขายพี่อยากเจอจริงๆ มันจะเก่งขนาดปราบฝูงจระเข้เป็นพันๆ ตัวได้ยังไง ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ผมไม่เห็นหน้าของเขาเขาใส่เสื้อคลุมของจอมเวทย์สีดำ มีหมวกคุมทั้งหัว เขาใส่หน้ากากสีขาวเต็มใบนอกเหนือจากนั้นผมไม่รู้จริงๆ”
“อ๊ากกก~~~~~~กก!!!”
เสียงกรีดร้องเสียงหนึ่งร้องลั่นในโรงแรมผู้คนต่างหันไปมองยังต้นเสียงโดยพร้อมเพียงกัน ที่โต๊ะนั้นพวกมันกำลังนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวหนึ่งในกลุ่มโจรร้องลั่น กุมหัวตัวเองหมอบลงไปกับโต๊ะอาหาร พร้อมกับพูดชื่อคนๆหนึ่งออกมาท่ามกลางความตกใจของผู้คน
“เป็นเขาเป็นเขา!!! จอมปีศาจริชเตอร์ จอมปีศาจริชเตอร์ อย่า อย่าฆ่าฉัน อย่าฆ่าฉัน!! อ๊ากก~~!!”
โจรคนนั้นสลบลงไปทันทีที่กล่าวจบท่ามกลางความสับสนของผู้คน หนึ่งในนักฆ่าคนหนึ่งก็พูดออกมา
“ฉันเป็นนักฆ่าระดับ 350ขอบอกตามตรงอย่างไม่อายถึงมันจะเป็นการกระทำที่ชั่วช้าต่อผู้เล่นก็เถอะเมื่อไม่นานมานี้ พวกเราห้าคน ติดตามคนที่พนักงานขายบอกไป เพื่อปล้นเขาเพราะเขาซื้ออุปกรณ์ระดับสูงไปหลายชิ้น พวกเราอยากได้เลยตั้งใจจะไปดักปล้นพวกเราทั้งห้า ระดับอยู่ที่สามร้อยห้าสิบ ทั้งห้าคนพวกนายคงคิดว่าคงได้ปล้นสมใจซินะ เปล่าเลยพวกเราทั้งห้าคน ถูกเขาฆ่าตายถูกฆ่าตายเพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียว ทั้งหัวขาด ถูกควักหัวใจ หักคอ เขาคนนั้นลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมและหมดจดจริงๆ ชื่อของเขาจอมปีศาจริชเตอร์ เขาคือคนที่พวกเราไม่สามารถเอื้อมถึงได้เขาคือชื่อแห่งความหายนะ เขาคือตัวแทนของความหวาดกลัว”