ความเงียบเข้าปกคลุมร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเอเดนอีกครั้ง แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดูสดใสขึ้นเลยแม้แต่น้อย เครื่องดนตรีที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานยังคงถูกทิ้งร้าง เสียงค้อนกระทบโลหะที่เคยคุ้นเคย บัดนี้เงียบหายไปแล้ว เอเดนจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่เขารักไปอีกคนกัดกินหัวใจของเขาอย่างรุนแรง
เมโลดี้ตีตัวออกห่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง เธอไม่รับโทรศัพท์ ไม่ตอบข้อความ และในเซสชั่นบำบัด เธอก็ยังคงรักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัด ดวงตาของเธอหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับเขา ราวกับว่ามีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง
เอเดนมองไปยังขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุเศษผงสีฟ้าจากคริสตัลเสียงไว้บนโต๊ะทำงานของเขา มันเป็สิ่งเตือนใจถึงลูน่า ถึงบทเพลงสุดท้ายของเธอ และถึงความรู้สึกผิดที่ยังคงตามหลอกหลอนเขา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็สิ่งเตือนใจถึงเมโลดี้ ถึงความรักที่กำลังก่อตัวขึ้น และความกลัวที่จะต้องสูญเสียมันไป
“ผมจะเสียเธอไปอีกคนไม่ได้...” เอเดนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า
“ผมจะปล่อยให้เธอจากไปไม่ได้”
ความรู้สึกผิดต่อลูน่ายังคงอยู่ แต่ตอนนี้มันถูกบดบังด้วยความกลัวที่จะสูญเสียเมโลดี้ ความกลัวที่รุนแรงกว่าสิ่งใด เอเดนตระหนักว่าเมโลดี้ได้กลายเป็ส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตของเขาไปแล้ว เธอคือแสงสว่างที่นำทางเขาออกมาจากความมืดมิด เธอคือคนที่เข้าใจเขามากที่สุด และ เธอคือคนที่ทำให้เขากล้าที่จะเปิดใจ
รับความรักอีกครั้ง
เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงเมโลดี้กลับมา เขาจะต้องพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าความรักที่พวกเขามีให้กันนั้นเป็เื่จริง และ มันไม่ได้เป็การทรยศต่อความทรงจำของลูน่าเลยแม้แต่น้อย
เอเดนใช้เวลาตลอดทั้งวันนั่งคิดหาวิธีที่จะเข้าถึงเมโลดี้ เขาพยายามนึกถึงทุกสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับเธอ นอกเหนือจากบทบาทของจิตแพทย์ เขาจำได้ว่าเมโลดี้รักธรรมชาติ ชอบดอกไม้ และ รักการอ่านหนังสือ เขาจำได้ว่าเธอเคยพูดถึงความฝันที่จะขยายคลินิกของเธอให้ใหญ่ขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในหัวของเอเดน
เขาจำได้ว่าเมโลดี้เคยพูดถึงเปียโนตัวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านของเธอ ซึ่งเป็เปียโนเก่าแก่ที่ลูน่าเคยเล่น
เอเดนลุกขึ้นยืน เขาเดินไปที่ห้องเก็บของ แล้วหยิบเครื่องมือช่างของเขาออกมา เขาตัดสินใจที่จะซ่อมแซมเปียโนตัวนั้นให้เมโลดี้ มันอาจจะเป็วิธีเดียวที่จะทำให้เธอเห็นว่าเขายังคงห่วงใยเธอ และ ยังคง้าเธออยู่ในชีวิตของเขา
เขาใช้เวลาหลายวันในการซ่อมแซมเปียโนตัวนั้นอย่างประณีต เขาถอดประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ทำความสะอาด ขัดเงา และ ปรับแต่งเสียงให้สมบูรณ์แบบที่สุด ทุกครั้งที่เขาได้ัักับเปียโนตัวนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนได้ัักับความทรงจำของลูน่า และความรักที่เธอมอบให้ เอเดนรู้ว่าลูน่าคงจะมีความสุขถ้าได้เห็นเปียโนตัวนี้กลับมาบรรเลงเพลงได้อีกครั้ง
เมื่อซ่อมเปียโนเสร็จ เอเดนก็ตัดสินใจที่จะนำมันไปให้เมโลดี้ด้วยตัวเอง เขาขับรถไปยังคลินิกของเธอในตอนเย็น หลังจากที่คลินิกปิดแล้ว แสงไฟสีนวลส่องสว่างออกมาจากบ้านพักของเมโลดี้ ทำให้บ้านดูอบอุ่นและเงียบสงบ
เอเดนยกเปียโนลงจากรถอย่างระมัดระวัง แล้วเดินไปยังประตูบ้าน
เขาเคาะประตูเบาๆ
ไม่นานนัก เมโลดี้ก็เปิดประตูออกมา เธอแปลกใจที่เห็นเอเดนมาหาในยามวิกาล และยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นเปียโนเก่าที่อยู่ในมือของเขา
“คุณเอเดน!” เมโลดี้อุทานด้วยความใ
“มาทำอะไรคะ”
เอเดนยิ้มเล็กน้อย “ผม... ผมซ่อมเปียโนให้คุณครับ”
เมโลดี้มองเปียโนใน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ เปียโนตัวนั้นดูเหมือนใหม่เอี่ยม มันถูกขัดเงาจนเป็ประกาย และดูเหมือนจะพร้อมสำหรับการบรรเลงเพลงอีกครั้ง
“คุณ... คุณซ่อมมันให้ฉันเหรอคะ"” เมโลดี้ถามเสียงสั่น
เอเดนพยักหน้า “ครับ ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบ”
เมโลดี้รู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา เธอจำได้ว่าเปียโนตัวนี้เป็ของลูน่า เป็เปียโนที่ลูน่ารักมาก และ มักจะเล่นเพลงให้เธอฟังเสมอ
“ขอบคุณนะคะคุณเอเดน” เมโลดี้พูดเสียงแ่
“ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”
เอเดนเดินเข้าไปในบ้าน เขาค่อยๆ วางเปียโนลงในห้องนั่งเล่นอย่างระมัดระวัง แสงไฟสลัวๆ ส่องกระทบเปียโน ทำให้มันดูงดงามและมีชีวิตชีวา
เมโลดี้เดินเข้าไปใกล้เปียโน เธอใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามลิ่มนิ้วอย่างแ่เบา ความทรงจำเกี่ยวกับลูน่าและเสียงเพลงของเธอก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ
“คุณลองเล่นดูสิครับ” เอเดนพูดอย่างอ่อนโยน
เมโลดี้ลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเปียโน เธอวางมือลงบนลิ่มนิ้ว แล้วเริ่มบรรเลงเพลงอย่างช้าๆ
เสียงเพลงที่ไพเราะและคุ้นเคยดังก้องไปทั่วห้อง มันคือบทเพลงที่ลูน่าเคยเล่นเสมอ บทเพลงที่เต็มไปด้วยความสุข ความรัก และความหวัง
เอเดนยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เมโลดี้ เขามองดูเมโลดี้ที่กำลังบรรเลงเพลงด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความสุขที่ได้ยินเสียงเพลงอีกครั้ง ความเศร้าที่คิดถึงลูน่า และความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในใจของเขา
เมโลดี้เล่นเพลงจบ เธอเงยหน้าขึ้นมองเอเดน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ก็มีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“มัน... มันเหมือนลูน่ากลับมาอยู่ตรงนี้เลยค่ะ” เมโลดี้พูดเสียงสะอื้น
เอเดนพยักหน้า “ครับ ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับ”
เขายื่นมือออกไปััแก้มของเมโลดี้อย่างแ่เบา ใบหน้าของเมโลดี้แดงระเรื่อเล็กน้อย เธอไม่ได้หลบสายตา แต่กลับจ้องมองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
“เมโลดี้...” เอเดนเรียกชื่อเธอเสียงแ่เบา
“ผม... ผมไม่อยากเสียคุณไปอีกคนนะครับ”
เมโลดี้มองเอเดน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจ เธอรู้ว่าคำพูดของเอเดนมีความหมายต่อเธอมากแค่ไหน
“ฉันก็ไม่อยากเสียคุณไปเหมือนกันค่ะคุณเอเดน” เมโลดี้ตอบเสียงแ่
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณอีกครั้ง
แต่คราวนี้ความเงียบนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ความรู้สึกที่พวกเขาต่างมีให้กันนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
แสงจันทร์ส่องสว่างเข้ามาในห้องนั่งเล่นของเมโลดี้ มันเป็แสงที่อบอุ่นและอ่อนโยน ราวกับกำลังบอกว่าแม้ความมืดมิดจะเคยปกคลุม แต่แสงสว่างแห่งความหวังก็ยังคงอยู่เสมอ
บทเพลงแห่งความรักบทใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น... บทเพลงที่เอเดนและเมโลดี้จะร่วมกันบรรเลงด้วยหัวใจของพวกเขาเอง บทเพลงที่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ การยอมรับ และความหวังที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
Alice คนชอบทะเล