ถึงเมื่อกี้นี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวจะพูดหยอกล้อฉินซู่ไปอย่างนั้นแต่ก็ต้องยอมรับว่า...
ทั้งสองคนแต่งงานกันมานานขนาดนี้แล้วแต่...จำนวนครั้งที่ได้แนบชิดกันนั้นน้อยมากจริงๆ
"เฮ้อ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาเบาๆ
จะบอกว่าเธอไม่รู้สึกปรารถนาในตัวของฉินซู่เลยก็คงไม่ใช่
ยังไงซะเธอก็เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วแถมยังมีผู้ชายดีขนาดนี้อยู่ข้างตัวอีก
ยิ่งไปกว่านั้น ฉินซู่ก็เคยเป็นทหารมาก่อนรูปร่างของเขาจึงดูดีไม่น้อย ท่าทางเรื่องบนเตียง…ก็คงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
อีกอย่าง ทั้งสองคนแต่งงานกันแล้วรูปร่างหน้าตาและนิสัยใจคอของฉินซู่ก็ตรงตามที่เธอต้องการทุกอย่างถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ทั้งสองคนก็คงจะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า
คนก็อยู่ให้เห็นตรงหน้าแต่แตะไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ใครจะอดใจไหวบ้างล่ะ?
ระหว่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจมอยู่ในความคิดตัวเองอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีเสียงอึกอักของฉินซู่ดังออกมาจากห้องน้ำ
"เอ่อ... ที่รักฉันว่าให้เธอมาช่วยดีกว่า"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะผลักประตูเข้าไป ปิดให้เรียบร้อยแล้วยังลั่นกลอนอีกต่างหากพลางมองฉินซู่ที่ดูทุลักทุเลด้วยรอยยิ้ม
"ฉันบอกแล้วว่านายทำเองไม่ได้หรอก"
เสื้อผ้าหลุดลุ่ยครึ่งหนึ่งห้อยอยู่บนตัวฉินซู่รุ่มร่ามจนดูน่าตลกไปหมด
ฉินซู่ไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าของเขาแดงก่ำก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง
ต่งเสี่ยวเสี่ยววางมือข้างหนึ่งไว้บนเอวหนาของฉินซู่ก่อนจะเริ่มช่วยเขาถอดเสื้อผ้าออก
ภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ในใจฉินซู่กลับต้องอดทนอย่างหนัก
ทุกครั้งที่เธอสัมผัสเขาก็เผลอสะดุ้งเฮือกออกมา แต่เพื่อไม่ให้ดูเสียอาการมากเกินไปเขาจึงกัดฟันอดทนไว้
ไม่รู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจแกล้งเขาหรือเปล่าแต่เธอเคลื่อนไหวช้าลงกว่าเดิมมาก
เห็นผู้ชายตรงหน้าพยายามอดกลั้นอยู่แบบนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกสนุกขึ้นมา
ฮึ!
ผู้ชายที่ขี้อายแบบนี้ อยากรู้จริงๆว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแกล้งหยอกเขาอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะค่อยๆ ประคองเขาลงไปแช่อ่างอาบน้ำเพราะถ้าช้าไปกว่านี้อาจจะไม่ทันจังหวะที่ยาออกฤทธิ์
น้ำสมุนไพรในอ่างมีสีเขียวเข้มพอขาของฉินซู่สัมผัสกับยา ความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามา
เสียงของต่งเสี่ยวเสี่ยวดังขึ้นข้างๆ หูเขา
"อดทนหน่อย ต้องแช่น้ำนานๆ หน่อยนะ"
ฉินซู่กัดฟันนั่งลงไปในอ่างไม่นานเหงื่อเม็ดเป้งก็ผุดเต็มหน้าผาก ไหลลงมาตามขมับ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเอนตัวไปพิงเสาพลางเหม่อลอยคิดเรื่องบางอย่าง
จะว่าไป...หมอนี่ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกันแฮะ
พอคิดถึงเรื่องเมื่อกี้นี้แล้ว...
'วาบ' ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีแดงจนเหมือนกุ้งต้มสุก
โชคดีที่ตอนนี้ฉินซู่หลับตาอยู่เขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของต่งเสี่ยวเสี่ยวแต่กำลังจดจ่ออยู่กับการรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ยาค่อยๆ ซึมเข้าสู่ร่างกาย
เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไปต้มน้ำร้อนมาเพิ่มอีกสองถัง
"เสร็จแล้ว!"
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบ ฉินซู่ก็ลืมตาขึ้นแล้วรับผ้าเช็ดตัวจากภรรยามา
"นายออกมาเถอะเดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนเป็นน้ำสะอาดให้"
ฉินซู่ค่อยๆออกมาจากอ่างอาบน้ำอย่างระมัดระวัง แล้วก็รีบคว้าผ้าคลุมร่างกายอย่างรวดเร็วไม่ให้มีส่วนใดหลุดรอดสายตาออกมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้ว เขาจะป้องกันใครกัน?
ฉินซู่ออกไปยืนรออยู่ข้างๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเทน้ำสมุนไพรที่เปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีดำปี๋ลงในท่อระบายน้ำใต้ห้องน้ำน้ำสมุนไพรจะไหลไปตามท่อระบายน้ำก่อนจะไหลลงทุ่งนาที่แห้งแล้งด้านนอกจากนั้นเธอก็เปลี่ยนน้ำสะอาดให้ฉินซู่
"อาบน้ำสะอาดอีกรอบก็พอแล้วละฉันเอาเสื้อผ้าไปวางไว้บนเก้าอี้ข้างๆ ให้แล้ว นายใส่เองก็แล้วกันนะ"
พูดจบ เธอก็ถือถังเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับปิดประตู
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเอาถังสองใบที่เคยใส่น้ำสมุนไพรมาล้างให้สะอาดแล้วเอาไปคว่ำไว้รอให้แห้ง
จากนั้นเธอก็กวาดลานบ้านให้สะอาดเด็กน้อยทั้งสามก็ช่วยกันทำงานเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่พวกเขาพอจะช่วยได้
หลังจากฉินซูออกมาจากห้องน้ำตงเสี่ยวเสี่ยวก็คอยสังเกตการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอดพบว่าเขาขยับตัวคล่องแคล่วขึ้นกว่าก่อนมาก ดูท่าการรักษาจะได้ผลไม่น้อยเลย
ไม่ใช่แค่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเท่านั้นที่สังเกตเห็นฉินซู่เองก็รู้สึกได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับขาที่เคยบาดเจ็บ
เขาเดินได้คล่องขึ้นมากแถมช่วงนี้ยังใช้วิธีคลายกล้ามเนื้อขาตามที่ภรรยาสอนให้จึงทำให้กล้ามเนื้อไม่อ่อนแรงลงไปมากนัก
ทุกอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเวลาใกล้จะบ่ายสามโมงผู้ใหญ่บ้านก็มาที่บ้านของพวกเขา
ชื่อจริงๆ ของผู้ใหญ่บ้านคือ ฉินไห่ซู่ปีนี้เขาอายุห้าสิบสองปีแล้ว ผมเริ่มขาว มือถือกล้องยาสูบ เขานั่งลงในลานบ้านเขาสูบยาสูบเป็นระยะๆ แล้วพ่นควันข้นออกมา สีหน้าดูเป็นกังวล
"อาซู่พี่สาวคนโตของนายกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?"
เขาไม่เข้าใจจริงๆ
ตอนแรกเขาสงสารเด็กคนนั้นมากแต่ตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าเด็กคนนั้นสมควรได้รับผลจากการกระทำของตัวเองแล้วแต่ก็ยังอดสงสารไม่ได้ ทำให้เขารู้สึกว่าหัวใจของถูกบีบรัดแน่นไปหมด!
ฉินซู่เม้มปากแล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"พี่สาวคนโตของผมแต่งงานออกไปได้หกเจ็ดปีแล้วอะไรๆ ก็คงจะเปลี่ยนไปมาก ตอนนี้พี่สาวกับภรรยาของผมไม่ลงรอยกันแถมที่บ้านยังมีลูกสองคนอีก ตามหลักแล้ว ผมก็ต้องเข้าข้างภรรยาของผมมากกว่าอย่างที่ใครๆ เขาก็พูดกันว่า 'ควรช่วยคนที่มีเหตุผลไม่ใช่แค่เพราะเป็นญาติ'"
สีหน้าของฉินซู่เคร่งขรึมพอคิดถึงท่าทีของพี่สาวที่ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
ถ้าเธอยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนเมื่อก่อนเรื่องคงไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้หรอก
"เฮ้อ!"
ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจออกมาสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย
"เสี่ยวเสี่ยวเป็นคนจิตใจดีที่เธอทะเลาะกับเจียวเจียว คงเป็นเพราะเจียวเจียวทำเกินไปสินะ"
ช่วงนี้ในหมู่บ้านก็มีข่าวลือมากมายในฐานะผู้ใหญ่บ้าน เขาจึงต้องคอยสอดส่องข่าวต่างๆ อยู่เสมอแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เขาจึงปล่อยผ่านไป
"เมื่อวานฉันหาบ้านพักให้เจียวเจียวแล้วเป็นบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้านนั่นแหละฉันเห็นว่าคนแก่ที่เคยอยู่ที่นั่นเพิ่งเสียไปไม่นานแถมเจียวเจียวก็ไม่มีเงินติดตัว ฉันก็เลยจัดแจงให้เธอไปอยู่ที่นั่นแล้วก็ให้เมียฉันเอาข้าวกล้องกับผัก แล้วเนื้อเค็มตากแห้งไปให้ด้วย
แต่ใครจะรู้ว่าเจียวเจียวจะบ่นนู่นบ่นนี่ไม่หยุดไม่ถึงสองชั่วโมงก็วิ่งมาขออันนั้นขอนี่ จนฉันกับเมียแทบหมดแรง ไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องมาหานายนี่แหละ!"
พวกเขาทั้งสองคนอายุมากแล้ว พอถูกรบกวนเยอะๆเข้าแบบนี้ มันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจิบชา แล้วแค่นหัวเราะออกมา
"คนบางคนก็ถูกตามใจมากเกินไปมีข้าวกินมีที่อยู่ก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้าเธอว่างมากนักผู้ใหญ่บ้านก็หาอะไรให้เธอทำสิคะ งานที่ทั้งสกปรกทั้งเหนื่อยพอทำไปได้วันสองวันเธอก็สงบเสงี่ยมเองแหละค่ะ"
ทั้งหมดก็เพราะเธอว่างมากเกินไปน่ะสิ
"ฉันกลัวว่าเจียวเจียวจะคิดว่าฉันแกล้งน่ะสิก็เลยมาถามความเห็นของพวกเธอสองคนก่อน"
ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วแน่น
การเป็นผู้ใหญ่บ้านมันยากจริงๆเรื่องแบบนี้ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"แล้วแต่ผู้ใหญ่บ้านเลยค่ะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยรอยยิ้มจากนั้นเธอก็เหลือบไปมองฉินซู่
ฉินซู่ก็ส่ายหน้า"ผมก็ไม่มีความคิดเห็นอะไรผู้ใหญ่บ้านจัดการตามที่เห็นสมควรเลยครับ"
พอฟังคำพูดของทั้งสองคนผู้ใหญ่บ้านก็สบายใจขึ้น
"ดีงั้นฉันจะทำตามที่พวกเธอสองคนว่ามา ฉันขอตัวกลับก่อนนะ"
พูดจบ เขาก็เก็บกล้องยาสูบ เอามือไขว้หลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน
"ผู้ใหญ่บ้าน รอเดี๋ยวค่ะ"