ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 กลอุบายที่สมบูรณ์แบบ

            “เป็นพระชายาของพระองค์เพคะพระองค์รีบคิดหาวิธีช่วยพระนางเถิด”

            จากการกระทำของหลงเทียนอวี้ จิ่นเยว่มองออกว่าเขาเป็นห่วงหลินเมิ้งหยามาก

            ทว่าหลงเทียนอวี้มักจะเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ในใจตั้งแต่เด็กภายนอกเย็นชา ทว่าหัวใจของเขามิได้เย็นยะเยือกตาม

            อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยโกรธเกรี้ยวทำร้ายผู้บริสุทธิ์

            “หลินเมิ้งหยา? เกิดอะไรขึ้นกับนาง?” หลงเทียนอวี้เลิกคิ้วขึ้นไม่อยากจะเชื่อว่าบนโลกนี้จะมีคนสร้างปัญหาให้นางได้

            จิ่นเยว่ถอนหายใจก่อนจะเล่าเรื่องพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมให้ฟัง

            “ฮองเฮายังคงมีจิตใจน่าขยะแขยงจวบจนทุกวันนี้ท่านน้า หากข้าจำไม่ผิด น้าหมิงเยว่และซีเยว่ก็ต้องจบชีวิตลงเพราะการกลั่นแกล้งในคราวนั้นใช่หรือไม่?”

            คำพูดของหลงเทียนอวี้ฉุดเอาความทรงจำอันแสนเจ็บปวดของจิ่นเยว่กลับมาอีกครั้ง

            นางพยักหน้าลง ดวงตาสั่นไหว

            หมิงเยว่คือพี่สาวฝาแฝดของนางตอนแรกพวกนางสองพี่น้องถูกพระสนมเต๋อเฟยพาเข้าวัง

            คิดไม่ถึงเลยว่าพวกนางจะถูกพรากจากกันตลอดกาล

            ดังนั้นจิ่นเยว่จึงไม่คิดอยากให้เจ้าของสิ่งนั้นทำร้ายใครได้อีก

            “วางใจเถิด ข้าจะคิดหาทางแก้ไขเรื่องนี้เองขอบคุณท่านน้ามาก”

            แม้หลงเทียนอวี้จะไม่รู้เรื่องราวในอดีต แต่ทุกครั้งที่น้าจิ่นเยว่เอ่ยถึงเรื่องนี้หยาดน้ำตามักจะรินไหลออกมาจากใบหน้าของนางโดยไม่รู้ตัว

            เขา...ไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำสอง!

            ภายในตำหนัก หลินเมิ้งหยานอนอยู่บนตั่งนุ่มนิ่มของตนเองตลอดสามวัน

            ใช้ข้ออ้างที่ว่าพระชายาประชวรไม่อาจออกจากห้องได้แต่ความจริงแล้วนางอยู่ภายในห้องและมองดูเสี่ยวอวี้วาดภาพพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิม

            “พี่สาว ข้าวาดเสร็จแล้ว ท่านลองดู”

            ตลอดสามวันที่ผ่านมาเสี่ยวอวี้วาดภาพพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมออกมาสิบกว่าใบ

            จากตอนแรกที่เหมือนเพียงสามส่วนตอนนี้กลับกลายเป็นสวยงามเกินของจริงไปเสียแล้ว

            หลินเมิ้งหยาตกตะลึงในความสามารถทางด้านการวาดภาพของเสี่ยวอวี้

            “เจ้าหนูพี่สาวคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์ในการวาดภาพเช่นนี้เมื่อก่อนเจ้าร่ำเรียนจากปรมาจารย์ท่านใดมาอย่างนั้นหรือ?”

            หลินเมิ้งหยาเอ่ยถามลอยๆทว่าหลินจงอวี้กลับตอบกลับด้วยท่าทางเขินอาย

            “ไม่มีปรมาจารย์ท่านใดสอนข้าหรอกแต่เป็นขอทานเฒ่าที่เก็บข้ามาเลี้ยงต่างหากแม้เขาจะมีท่าทางเลอะเทอะเหมือนคนสติไม่ดี แต่เขากลับรอบรู้เป็นอย่างมาก”

            ทันทีที่เอ่ยถึงขอทานเฒ่าเสี่ยวอวี้อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางเคารพเลื่อมใส

            นางลูบศีรษะเด็กน้อย ครุ่นคิดตอนที่เด็กคนนี้ยังเด็ก สิ่งที่ขอทานเฒ่าให้กับเขาคงเป็นความอบอุ่นอันแสนเรียบง่าย

            เขาเป็นเด็กที่ทำให้คนอื่นรู้สึกเอ็นดูหัวใจของหลินเมิ้งหยาพลันรู้สึกอ่อนโยนขึ้นมา

            “เจ้าเป็นใครกัน! ที่นี่คือห้องของพระชายาเจ้ากล้าบุกเข้ามาได้อย่างไร!”

            ด้านหน้าตำหนัก อยู่ๆ ก็เกิดเสียงก่นด่าเอะอะโวยวายขึ้น

            หลินเมิ้งหยาและเสี่ยวอวี้สบตากัน ก่อนจะออกไปดู

            ป๋ายจื่อ ป๋ายจีและป๋ายซ่าวยืนอยู่ไม่ไกลจากสวนด้านหน้าพระตำหนักเหตุเพราะพวกนางคือสาวใช้ระดับหนึ่ง ดังนั้นปกติจึงอยู่ภายในห้องคอยรับใช้เจ้านาย

            เมื่อครู่เสียงก่นด่าไม่น่าฟังถูกส่งออกมาจากปากของป๋ายซ่าว

            ขณะเดียวกันนางยืนเท้าเอวถลึงตาคู่สวยดั่งนกการเวก อีกทั้งยังไม่คิดหลีกทางให้กับผ๋อจื่อตรงหน้า

            “เหตุใดแม่นางป๋ายซ่าวจึงพูดจาเยี่ยงนี้ ผอจื่อ1ได้รับคำสั่งมาจากผู้ดูแลให้ตรวจสอบทุกซอกทุกมุมให้ดีอย่าว่าแต่ห้องของท่านเลย แม้จะเป็นห้องบรรทมของพระชายา ข้า...”

            “หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้! ผู้ดูแลของเจ้าคือใครหน้าไหน!พระชายาคือเจ้านายตัวจริงของจวนแห่งนี้! ยัยแก่คนนี้หากเจ้ากล้าลบหลู่พระชายา ข้าป๋ายซ่าวจะไม่มีวันให้อภัย!”

            ทาสรับใช้ในสวนหน้าพระตำหนักล้อมวงดูไม่มีใครสังเกตเห็นว่าพระชายาและหลินจงอวี้มาถึงแล้ว

            ป๋ายซ่าว...สาวใช้ที่มีความภักดีและมิกลัวเกรงต่ออันตราย

            หลินเมิ้งหยารู้ ตัวเองไม่มีทางดูคนผิด

            “ฮึ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นป๋ายซ่าวหรือผู้ใดแต่วันนี้ข้าจะต้องเข้าไปตรวจสอบห้องนั้นให้ได้ เข้ามานี่ จับตัวนางออกไป!”

            ผอจื่อคนนั้นกลับดื้อดึงเช่นกันนางปักใจแล้วว่าจะเข้าไปในห้องพวกสาวรับใช้ให้ได้

            แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรป๋ายซ่าวถือเป็นคนของจวนแห่งนี้ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง

            “ข้าอยากรู้จริงเชียวว่าใครหน้าไหนกล้าเข้ามาตรวจสอบห้องของสาวใช้ประจำตัวข้า?”

            เสียงเรียบดังขึ้นหลินเมิ้งหยาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน

            ราวกับได้เจอญาติมิตรก็มิปาน ผอจื่อร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารต่อหน้าหลินเมิ้งหยา

            “พระชายาของหม่อมฉัน หม่อมฉันมิอาจขัดคำสั่งได้ผู้ดูแลต้องการให้หนู่ปี้เข้าไปตรวจสอบแต่แม่หญิงป๋ายซ่าวกลับไม่ให้หม่อมฉันเข้าไปท่านจะให้ทาสแก่อย่างหม่อมฉันทำเช่นไรเพคะ”

            ดวงตาของหลินเมิ้งหยาสงบนิ่ง ทว่าเพียงนางเหลือบมองผอจื่อผู้นั้นกลับหยุดร้องไห้กะทันหัน

            เหตุใดพระชายาจึงดูน่าหวั่นเกรงกว่าท่านอ๋องถึงสามเท่าเช่นนี้เล่า?

            “เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าแม้แต่ห้องข้าเองก็ต้องการตรวจสอบได้สิ ข้าจะให้เจ้าตรวจ แต่ข้ามีเรื่องจะพูดก่อนหากเจ้าทำให้ข้าวของของข้าเสียหายแม้เพียงเข็มเล่มเดียวเจ้าจะต้องรับผิดชอบมันด้วยชีวิต”

            หลินเมิ้งหยาสงบนิ่ง ทว่าผอจื่อที่ได้ยินดังนั้นกลับตกใจจนตัวโยน

            แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของผู้ดูแลขึ้นมาได้นางจึงขุดความกล้าที่มีน้อยนิดออกมา

            “พระชายาอนุญาตแล้ว เข้ามาไปตรวจสอบห้องของพระชายากับข้า”

            นัยน์ตาเย็นยะเยือกหลินเมิ้งหยาจับตัวป๋ายซ่าวที่คิดจะเข้าไปห้ามเอาไว้ ก่อนจะส่ายหน้า

            “เชิญพระชายาก่อนเลยเพคะ”

            ห้องของเจ้านาย ไม่อนุญาตให้ทาสรับใช้เข้าไป ผอจื่อคนนั้นจึงคิดจะเข้าไปเพียงคนเดียว

            หลินเมิ้งหยาจับมือหลินจงอวี้ นั่งลงบนโต๊ะสายตาเย็นชาจ้องมองผอจื่อที่กำลังตรวจสอบอย่างละเอียด

            “ปัง” เสียงดังขึ้นหลินจงอวี้โยนกล่องไม้ที่เก็บพระพุทธรูปซึ่งอยู่บนโต๊ะลงพื้น

            “นายน้อยอวี้ เหตุใดจึงไม่ระมัดระวังกันเล่า!”

            ใบหน้าของผอจื่อฉีกยิ้มกว้างขณะก้มตัวลงเก็บกล่องทว่าหลินจงอวี้กลับชำเลืองมองด้วยสายตาเย็นชาพลางร้องตะโกน

            “เข้ามา โต๊ะตัวนี้เละเทะหมดแล้วข้ายังจะวาดภาพได้อย่างไร เข้ามาช่วยข้าเก็บเดี๋ยวนี้!”

            สาวรับใช้ระดับสองรีบโผล่หัวออกมาพวกนางจ้องมองมือของผอจื่อที่กำลังถือกล่องไม้ใบหน้าโล่งอกและยืนต่อหน้านายน้อยอวี้

            “ตรวจสอบเสร็จหรือยัง? หากเสร็จแล้วก็ไสหัวออกไปเสีย”

            หลินจงอวี้กลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยน้ำเสียงและสีหน้าเย็นชา

            หลินเมิ้งหยาจ้องมองเจ้าเด็กน้อยมุมปากหยักยิ้มขึ้น เจ้าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่ฉลาดไม่เบา

            “ตรวจเสร็จแล้ว ตรวจเสร็จแล้วห้องของพระชายาไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่หม่อมฉันต้องเตือนพระชายาก่อนเล็กน้อยหลายวันมานี้เกิดความโกลาหลภายในเมืองหลวงมิเช่นนั้นคงไม่มีหัวขโมยเข้ามาขโมยของในพระตำหนักพระชายาเองก็ต้องระวังตัวไว้นะเจ้าคะ”

            เปลือกตาของหลินเมิ้งหยามิได้เปิดขึ้นคิดว่านางจะไม่รู้หรือว่าพวกเขาต้องการจะทำอะไรจึงแสดงละครใหญ่โตถึงเพียงนี้

            “อืม ข้ารู้แล้ว”

            แม้แต่ผอจื่อยังคิดไม่ถึงเลยว่าพระชายาจะพูดง่ายขนาดนี้

            ขณะเดียวกันพลันคิดว่าจวนแห่งนี้จะต้องมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในอนาคต

            คนกลุ่มนั้นค่อยๆ จากไป

            หลินเมิ้งหยาเปิดหน้าต่างออกดูมุมปากหยักยิ้มเย็นชา

            คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนยื่นหมอนมาให้ตอนนอนคนของฮองเฮาเหล่านั้นดูจะใจร้อนเกินไป

            หลินเมิ้งหยาไม่พูดอะไร สายตาจับจ้องถ้วยชาในมือ

            “นายหญิงเหตุใดท่านจึงให้พวกนางเข้ามาค้นห้องเล่าเจ้าคะ”

            ป๋ายซ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อครู่หากนางไม่ยื้อเวลาเอาไว้ป๋ายจีและป๋ายจื่อคงเก็บของไม่ทันเป็นแน่

            แต่ถึงกระนั้นกลับทำให้นายหญิงต้องอึดอัด

            “พวกนางเป็นเพียงลูกไล่เท่านั้น ไม่มีอะไรหรอกแต่เจ้านั่นแหละ ข้าดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะเก่งกล้าถึงเพียงนั้น”

            ป๋ายซ่าวที่เคยแสดงความกล้าออกมาเมื่อครู่หน้าแดงก่ำก่อนที่จะกำชายเสื้อของตัวเองเล่น

            “หนู่ปี้...แม่ของหนู่ปี้เป็นเพียงแม่ม่ายคนในชนเผ่าล้วนคิดกลั่นแกล้งหนู่ปี้และน้องชายน้องสาว ดังนั้นหนู่ปี้ก็เลย...”

            “ถือเป็นเรื่องที่ดีเจ้าสามารถปกป้องตัวเองและเอาใจใส่ผู้อื่น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีเจ้าอย่าได้รู้สึกต่ำต้อยไปเลย จวนของพวกเรายังขาดคนเก่งกล้าเช่นเจ้าอยู่!”

            หลินเมิ้งหยาชื่นชมป๋ายซ่าวแม้ป๋ายจื่อจะจงรักภักดี แต่นางไร้เดียงสาจนเกินไป

            ส่วนป๋ายจีเป็นคนสงบนิ่ง อุปนิสัยอ่อนโยน

            แต่ป๋ายซ่าวเป็นคนมีเสน่ห์และกล้าหาญมีความเป็นผู้นำ หากสั่งสอนให้ดีจะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก

            “จริงสิเพคะพระชายาคนพวกนั้นบอกว่าที่มาตรวจสอบก็เพราะมีหัวขโมยเข้ามาขโมยของพวกเราเองก็ต้องทำการป้องกันนะเพคะ!”

            หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า แม้จะมีหัวขโมยเข้ามาแต่ก็ไม่มีทางย่ำกรายมาถึงตำหนักของนางได้

            นับตั้งแต่วันที่นางถูกชิงหูจับตัวไป

            พ่อบ้านเติ้งแทบเป็นบ้าเขาสั่งให้องครักษ์จำนวนมากซุ่มดูอยู่ที่ตำหนักของนาง

            แม้นางจะไม่พบร่องรอยใดๆ แต่นางกลับสัมผัสได้

            “เจ้าจงไปแจ้งข่าวกับพ่อบ้านเติ้งบอกพ่อบ้านเติ้งให้สืบด้วยว่าคนที่ผ๋อจื่อเรียกว่าผู้ดูแลคือใคร จำเอาไว้ต้องทำเรื่องนี้ให้เงียบเฉียบที่สุด อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น”

            ป๋ายซ่าวกลับออกไป หลินเมิ้งหยานั่งภายในห้องก่อนจะเริ่มคลายปมทั้งหมด

            สายลับที่แอบซ่อนตัวอยู่ในจวนอวี้โดยมิทำให้ผู้อื่นสงสัยจะยอมเปิดเผยตัวตนได้อย่างไร

            ทั้งหมดจะต้องมีเหตุมีผล

            ตกลงต้องการจะซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่?

            ยังไม่ทันที่เรื่องของพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมจะจบยังจะมีเรื่องเพิ่มขึ้นมาอีก แม้แต่นางยังรู้สึกมึนงง

            ไม่ได้การ นางจะต้องทำใจให้เย็น มิเช่นนั้นคนของนางจะต้องพบเจอกับอันตราย!

            “เจ้าเด็กน้อย กำลังคิดอะไรอย่างนั้นหรือ?”

            เสียงเจ้าเล่ห์พลันดังขึ้นหลินเมิ้งหยารีบเปิดตาออก ภายในห้องนอกจากนางยังมีหลินจงอวี้ที่กำลังแสดงสีหน้าสงสัย

            “ชิงหู? มิใช่ว่าอีกสามเดือนเจ้าจึงจะมาคุ้มกันข้าหรือ?ออกมาเถิด อย่าหลบซ่อนเลย”

            หลินเมิ้งหยาส่งเสียงเรียบกลางอากาศ

            อยู่ๆ ร่างขาวนวลก็ปรากฏขึ้นต่อหน้านาง

            ทั้งที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วันเท่านั้นแต่รู้สึกราวกับว่าเขาสูงขึ้นเล็กน้อย

            “เจ้า...”

            “เหยียหล่อขึ้นอีกแล้วใช่หรือไม่?”

            หลินเมิ้งหยาอดไม่ได้ที่จะถลึงตาทำไมเจ้าเด็กนี่จึงหลงตัวเองเช่นนี้กันนะ?

            “เจ้าเป็นนักฆ่า หาใช่โจรขโมยดอกไม้หล่อไปแล้วจะได้อะไร?”

            เมื่อเทียบกับหลินเมิ้งหยาที่มีท่าทีสงบนิ่งหลินจงอวี้กลับรู้สึกเหมือนเจอศัตรูตัวฉกาจเขาตั้งแนวป้องกันเด็กหนุ่มท่าทางประหลาดตรงหน้า มือกำกริชที่ถือเอาไว้แน่นใบหน้าเรียวเล็กเริ่มแข็งเกร็ง

            “ดูเจ้าเถิด หาได้คิดเชยชมความงดงามของเหยียไม่เอ๋? นี่คือพี่ชายที่ไหนกันเหตุใดจึงหล่อเหลาเช่นนี้ แม้แต่เหยียยังอดที่จะยอมแพ้มิได้”

            หลินเมิ้งหยาเข้าไปลูบศีรษะหลินจงอวี้ก่อนจะเอ่ยวาจาโอ้อวด

            “นี่คือน้องชายของข้า เป็นอย่างไรเล่าสุนัขจิ้งจอกอย่างเจ้าเทียบไม่ติดเลยใช่หรือไม่!”

     

    ***********************

    1 ผอจื่อ สรรพนามแทนตัวสาวใช้

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199