ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 67 : ทักษะไม้ที่บรรลุถึงระดับ.สาม

    กลุ่มชายร่างใหญ่ที่จับอาวุธของตัวเองออกมา พวกเขาเดินตีวงล้อมเซี่ยซีหาน


    แต่อยู่ๆ พวกเขาก็ต้องผงะกึก ร่างนิ่งเท้าหยุดก้าว


    นั่นย่อมต้องไม่ใช่เพราะคำพูดมั่นหน้าของเซี่ยซีหาน แต่เป็นเพราะ... อยู่ๆ เซี่ยซีหานก็โยนกระเป๋าหนังใบใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรของตัวเองลง มือของมันอยู่ๆ ก็ปรากฏรากไม้ม้วนงอกออกมารอบมือ


    ปรากฏเป็นขวานใหญ่ ที่ใบขวานทำด้วยหินสีดำที่ดูแหลมคม


    "เจ้าเป็นผู้วิเศษ" ชายร่างใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงมีกังวล เรื่องบางอย่างนั้น คนบนโลกนี้รู้ดีว่า มีความต่างระหว่างคนธรรมดาและผู้วิเศษ


    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนักรบระดับต่ำและผู้วิเศษกากๆ ที่ต้องกังวล นั่นคือ การแกว่งเท้าแล้วไปเจอตอที่ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว ใบหน้าเซี่ยซีหานดูหล่อและเขายังไม่ดูอายุมาก ร่างกายก็ไม่ได้ล่ำสันใหญ่โต นั่นจึงทำให้ชายร่างใหญ่ทั้งหลายประเมินเซี่ยซีหานต่ำ


    แต่ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่า นี่คือความผิดพลาดและเริ่มมีกังวล นั่นเพราะหากมันเป็นผู้วิเศษระดับต่ำ ย่อมไม่อาจจะสร้างธาตุหรือวัตถุจากความว่างเปล่าได้อย่างใหญ่โต อย่างต่ำที่สุดชายร่างใหญ่ประเมินเซี่ยซีหานเป็นผู้วิเศษระดับสอง หรือ 'ผู้ฝึกหัด' โจรร่างใหญ่หวังให้เซี่ยซีหานอยู่เพียงระดับนี้ ไม่แข็งแกร่งมากไปกว่านี้อีก ไม่เช่นนั้น... มันจะรู้สึกว่าวันนี้คือวันที่มันดวงซวยที่สุด


    "!!!ข้าคือนักรบสองดาบ" ช่างร่างใหญ่สุดในกลุ่มพูดขึ้น คล้ายต้องกายหยั่งเชิงเซี่ยซีหาน มันอยากดูท่าทีของเซี่ยซีหานว่า มีกังวลหรือไม่ต่อมันที่เป็นนักรบสองดาบ เพราะถ้าหากเซี่ยซีหานคือ 'ผู้ฝึกหัด' ผู้วิเศษระดับสอง มันจะต้องมีกังวลหากเจอกับนักรบจำนวนมากรายล้อมไม่มากก็น้อย หากแต่ถ้ามันเป็นผู้วิเศษระดับสาม 'นักวิจัย' มีโอกาสมากกว่าครึ่ง ที่พวกมันกลุ่มโจรร่างใหญ่จะถูกสังหารจนหมด โดยที่มือของชายหนุ่มตรงหน้าของพวกมันอาจจะไม่ต้องเปื้อนเลือดเลย ผู้วิเศษมีวิธีมากมายในการฆ่าคนธรรมดาด้วยเวทมนตร์


    แต่...


    "ข้าไม่สน" ร่างเซี่ยซีหานพุ่งเร็ว ตัวมันราวกับหมาป่าโจนทะยาน


    คำว่าเร็วและน่าหวาดกลัว คือสิ่งที่กลุ่มโจรร่างใหญ่เหล่านี้สัมผัสได้


    โจรร่างใหญ่สามคนที่อยู่ใกล้เซี่ยซีหานมากที่สุดตายในทันที ด้วยการเหวี่ยงแขนวาดวงรากไม้ที่ยืดยาวเป็นครึ่งวงกลม ขวานที่ทำจากไม้และหินสับเข้าที่ลำคอของพวกมันทันทีอย่างแม่นยำ


    โจรร่างใหญ่สุด เห็นแบบนี้มันเริ่มหนาวสั่น มันคิดวิ่งหนี แต่ทุกอย่างกลับดูช้าไปหมด


    มือของเซี่ยซีหานประดุจแส้ไม้ที่ยืดยาว มันเหวี่ยงและตวัดไปได้ทุกจุดระยะหลายสิบเมตร ฟาดแล้วก็ฟาดอีก พลังทำลายของมันอยู่ในระดับน่าหวาดกลัว ราวกับอสรพิษที่สะบัดตัวและพุ่งฉก ที่ไม่ว่ามันจะสะบัดตัวไปที่ไหน ที่ตรงนั้นมีแต่ความตาย


    เสียงโจรร่างใหญ่ต่างสั่นระริก ราวกับคนที่กำลังร้องไห้ มันแผดเสียงขอความเมตตาจากเซี่ยซีหาน บ้างก็บอกว่าอย่าฆ่าข้า


    บ้างก็บอกว่า ข้าไม่ใช่โจร ข้าพึ่งมาทำงานนี้ครั้งแรก


    คำโกหกต่างๆ เหล่านี้ ช่างน่าตลก แต่สิ่งที่น่าตลกที่สุดสำหรับเซี่ยซีหานก็คือ ความแข็งแกร่งของพวกมันแทบจะไม่ได้ 1 ใน 10 ของทหารของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเลย ทำไมกัน


    ชายร่างใหญ่ตายเกือบหมดในสิบอึดใจ ตอนนี้เหลือเพียงชายร่างใหญ่สุดและชายอีกสองที่อยู่ด้านข้างมัน ที่คาดว่าน่าจะมีฝีมือที่สุด ร่างทั้งสามปรากฏไอปราณ แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้อยู่บนเส้นทางนักรบและฝึกศิลปะการต่อสู้


    แต่แม้จะเป็นแบบนั้น พวกมันก็รู้ตัวว่า... พวกมันไม่อาจจะสู้กับเซี่ยซีหานได้


    ชายร่างใหญ่สุดนั้นมันโกหกเซี่ยซีหาน มันไม่ได้เป็นนักรบสองดาบ มันเป็นเพียงแค่นักรบหนึ่งดาบเท่านั้น และนั่นทำให้มันประเมินตัวเองต่ำเมื่อพบกับภาพที่น่ากลัว มันพยายามคิดว่า สิ่งใดที่พอจะช่วยชีวิตมันได้บ้าง


    และมันก็คิดถึงหัวหน้าที่แท้จริงของมัน "หัวหน้าของข้าคือโหย่งเต๋อผู้เป็นนักรบซะ... ซะ... สี่.. สี"


    "จะบอกอะไรให้รู้นะ ข้ารู้จักโหย่งเต๋อนักรบสี่ดาบนั้นดี ทำไมรู้ไหม ก็เพราะข้าพึ่งฆ่ามันก่อนมาที่นี่เอง"


    ช่างร่างใหญ่สามคนที่เหลือต่างหนาวสั่น คำพูดคำนี้น่ากลัวเกรงนัก


    มันอยากร้องขอความเมตตาจากเซี่ยซีหาน แต่... ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว


    เซี่ยซีหานไม่สนใจที่จะฟังพวกมันอีก


    จื้อเพ่ยเด็กชายร่างสั่นระริก มันมองเซี่ยซีหานอย่างสั่นกลัว เด็กชายจื้อเพ่ยร้องไห้ไม่หยุด


    เซี่ยซีหานเดินไปตรงหน้าเด็กชายจื้อเพ่ย ก่อนมุมปากจะยกยิ้ม มันพยายามทำตัวให้ดูไม่น่าหวาดกลัวที่สุด


    "ข้าไม่ได้จะฆ่าเจ้า แต่ข้ากำลังช่วยเจ้า"


    จื้อเพ่ยประหลาดใจ แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เด็กชายจึงหยุดตัวสั่นไม่ได้


    เซี่ยซีหานหันหลังกลับไป พบว่าภาพตรงนี้ไม่น่ามองสุดๆ


    มันหลับตามือแตะที่หว่างคิ้ว จากตัวมันปรากฏรากไม้ดีดดิ้นละล่องไปทั่ว ราวเหล่างูนับร้อยเลื่อยแหวกว่ายบนผิวดิน


    รากไม้เหล่านี้ดึงร่างโจรทั้งหลายจมลงสู่พื้นดิน


    แต่ก่อนที่เหล่าโจรจะจมลงสู่พื้นดิน เหล่าโจรร่างใหญ่ก็ต่างถูกเซี่ยซีหานรูดทรัพย์ ปลายรากไม้ต่างๆ ราวกับเป็นดวงตาและแขนของเซี่ยซีหาน เซี่ยซีหานส่งสัมผัสผ่านพวกมันได้  รากไม้ต่างๆ ที่มันสร้างขึ้นสัมผัสโดนสิ่งใดเซี่ยซีหานจะรับรู้ได้ทันที นี่คือความสามารถที่ได้รับการขยาย เมื่อทักษะธาตุไม้อันบริสุทธิ์บรรลุถึงระดับ.สาม


    จื้อเพ่ยเด็กชายมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึง ความสามารถของผู้วิเศษของเซี่ยซีหาน ช่างแปลกประหลาดเหลือเกินสำหรับเด็กน้อยที่ไม่รู้จักโลกมากนัก แต่ในดวงตาที่ประหลาดใจไม่ได้แฝงไว้แค่ความรู้สึกนี้ มันมีบางอย่างซ่อนอยู่อีกในส่วนลึกของเด็กชาย


    หลังจัดการศพทั้งหมดเสร็จ เซี่ยซีหานโน้มตัวหาเด็กชายจื้อเพ่ยและยิ้ม


    "ข้าได้ยินว่าเจ้ามีน้อง ข้าช่วยน้องเจ้าได้ ถ้าเจ้าพูดความจริงกับข้า และช่วยบอกเล่าให้ข้าฟังทีว่า เจ้าและน้องเป็นใคร ทำไมถึงอยู่กับกลุ่มโจรดาบเถื่อนนี่ได้"


    อาจจะเพราะน้ำเสียงที่จริงใจและความช่วยเหลือที่อบอุ่น เด็กชายจื้อเพ่ยรู้สึกได้ว่าเซี่ยซีหานไม่ใช่คนเลว


    ดวงตาเด็กชายปรากฏแววตาแห่งความสุข เมื่อเซี่ยซีหานพูดถึงน้องของตัวเอง


    "นายท่าน ข้า... ข้าจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ท่านฟัง" เด็กชายพูดไปร้องไห้ไปด้วยความดีใจ


    และเมื่อเซี่ยซีหานได้ฟังเด็กชายพูด ใบหน้าของมันก็ปรากฏความตรึงเครียดและโกรธแค้นมากขึ้นเรื่อยๆ


    ...


    ค่ำคืน ณ คฤหาสน์ใหญ่ของผู้มีเกียรติชื่อกุ่ยหราน วันนี้แม้จะค่ำมืด แต่ทั่วคฤหาสน์ใหญ่หลังนี้กลับมีแต่โคมไฟสว่างทั่วไปหมด ทั่วคฤหาสน์ใหญ่วันนี้ สังเกตดีๆ จะพบคนแต่งชุดคลุมและสวมหน้ากากแปลกประหลาดมากมาย


    กุ่ยหรานเจ้าบ้านวันนี้ ในห้องจัดเลี้ยงที่แสนพิเศษอันหรูหราที่สุดของมัน อยู่ๆ ก็มีบริวารวิ่งมาหามันด้วยความรีบร้อน อย่างไม่เคยเป็น


    "นายท่านขอรับ มีจดหมายสำคัญแจ้งมาจากท่านเจ้าเมืองเหลียง มันระบุว่าด่วนมากขอรับ"


    กุ่ยหรานที่สองแขนโอบกอดหญิงงามอยู่ มองข้ารับใช้ด้วยความประหลาดใจ มันคือผู้วิเศษที่นับว่าเป็นตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียงของเมืองรากโสม แต่การที่มันได้รับจดหมายสำคัญจากเจ้าเมืองแบบนี้ไม่ได้มีกับมันมากนัก และทุกครั้งที่ได้รับจดหมายสำคัญ นั่นก็แปลว่ามีเรื่องสำคัญจริงๆ กุ่ยหรานให้คนของมันรีบนำจดหมายสำคัญจากท่านเจ้าเมืองมาให้มันเปิดอ่าน


    และเมื่อกุ่ยหรานเปิดอ่าน มันก็ลุกยืนขึ้นอย่างร้อนรน ไม่สนใจหญิงงามที่ออดอ้อนอยู่ข้างกายแม้แต่น้อย ก่อนมองไปที่กลุ่มชายที่อยู่ตรงหน้าหลายคน ในกลุ่มนี้มีชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมดูลึกลับเป็นพิเศษ และกุ่ยหรานจ้องไปที่มันนัยน์ตาไม่กะพริบ


    "บัดซบ... เจ้านำความเดือดร้อนมาให้ข้า"


    ไม่อาจจะมองออกว่า ชายชุดคลุมผู้นั้นคือใคร แต่ทุกคนสามารถมองเห็นรอยยิ้มจางๆ ของชายลึกลับคนนี้ได้ ลอดจากหมวกคลุม


    "ท่านผู้มีเกียรติกุ่ยหราน ท่านเป็นถึงขุนนางผู้วิเศษชั้น.สามของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง ท่านมีอะไรต้องกังวล"


    กุ่ยหรานกัดฟันก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ชายชุดคลุมไม่กล้ามีรอยยิ้มอีกต่อไป


    "โถงที่เก้า..."

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน