CHAPTER07 เมียปลอมๆ
ฉันเดินตรงไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปห้องพักอย่างสบายใจนายจะต้องปวดหัวเพราะฉันแน่นอน ทอย..ฉันเดินสำรวจรอบๆ ห้องอย่างอารมณ์ดี รอเวลาที่ทุกอย่างค่อยๆ เป็นไปในสิ่งที่มันควรจะเป็นจะว่าไปแล้วห้องในโรงแรมของเขาก็ถูกออกแบบมาหรูหรามีระดับสมกับเป็นโรงแรมของคุณเทวินณ์เขาจริงๆ เพราะได้ยินมาว่า ทุกๆ พื้นที่ของอาคารนี้เขาร่วมออกแบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือสถานบันเทิง เขาเป็นคนควบคุมทั้งการออกแบบอาคารและตกแต่งเอง ทุกอย่างถึงออกมาเฟอร์เฟคขนาดนี้ แถมยังได้ไทม์ น้องชายที่เรียนจบตรีการตลาด และโทบริการมาช่วยดูแลร้านด้วย มันถึงรุ่งโรจน์ขนาดนี้ ถึงฉันจะเกลียดเขายังไงแต่ก็ต้องยอมรับกันตามตรงเลยว่าเขาน่ะสมกับคำว่าเก่งจริงๆ แต่ถ้าถามถึงเรื่องนิสัย ฉันว่าเขามันเลวบรมเลยล่ะ เพราะก็เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเขามาบ้าง ว่าก่อนจะแต่งงานเขาน่ะ ทั้งทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับบ้างล่ะ มีเรื่องชกต่อยบ่อยบ้างล่ะ อีกทั้งสารพัดเรื่องราวที่ผ่านเข้าหูฉันมา แต่เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะเข้าไปยุ่ง ฉันจึงไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรกับเรื่องนี้ ขนาดเสื้อผ้าของเขายังห้ามเอามาไว้ในตู้ฉันเลย นับประสาอะไรกับเรื่องของเขา ฉันจะเข้าไปยุ่งได้หรอเอาจริงแล้ว ที่ทำอยู่ ฉันไม่ได้อยากจะทำให้ถึงขนาดที่เราสนิทสนมกัน เข้ากันได้ดีมาก เขายอมรับฉันอะไรหรอกนะ ก็แค่พยายามทำให้เขารู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของฉันแค่นั้นแหละ..ปัง!"มาทำอะไรที่นี่? " เสียงประตูถูกเปิดออกด้วยแรงของคนข้างนอก แล้วผลักมันไปกระทบผนังจนเกิดเสียงดังทอยนั่นเอง.."ฉันถามไม่ได้ยินหรอ" เมื่อฉันไม่ตอบ เขาถึงถามน้ำขึ้นอีกครั้ง"ใจเย็นสิ.. ก็เอารถมาให้นายไง เห็นบอกว่าต้องใช้" ฉันเดินเข้าไปพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น มืออีกข้างยกลูบที่แผงอกกำยำจากการออกกำลังกายของเขา"เอามาให้แล้วก็กลับไป" เขาว่าพร้อมกับโน้มตัวลงมาในระดับที่ริมฝีปากอยู่ระดับเดียวกับหูฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดลงมาที่ใบหูของฉันเป็นจังหวะ ทำเอาขนอ่อนในร่างกายมันลุกอย่างน่าฉงน รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอย่างบอกไม่ถูก"น่ารำคาญว่ะ รู้ตัวป่ะ? " เขากระซิบถาม พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นสูง แล้วเดินไปทางด้านหลังฉัน หยิบกุญแจรถที่วางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินชนไหล่ฉันออกไปโดยไม่ฟังอะไรเฮ้ออออ..ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่เอ๊ะ! ทำไมต้องโล่งอกด้วย!? นี่ฉันเป็นอะไรของฉันเนี่ย!ตั้งสติหน่อยริสา!!เมื่อยังคิดอะไรไม่ออก แล้วก็ไม่รู้จะไปไหนเพราะไม่อยากกลับบ้านด้วย ฉันจึงอยู่ที่นี่แล้วก็เช็ดยอดการขายจากเอกสารที่หยิบติดมือมาก่อนก๊อกๆ ๆ"อาหารมาเสิร์ฟแล้วค่า" หือ? ฉันยังไม่ได้สั่งอาหารเลยนะ ทำไมมาส่งได้ เมื่อเดินไปเปิดประตูก็เห็นพนักงานกำลังเข็นรถอาหารมายืนรออยู่หน้าห้อง"ฉันไม่ได้สั่งนะคะ" ฉันบอกไปด้วยสีหน้างุนงง"คุณไทม์ให้เอามาให้ค่ะ" เมื่อได้ฟังฉันก็ร้องอ๋อขึ้นมา พร้อมกับเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อให้พนักงานเอาอาหารมาวางในห้องให้ไทม์บอกงั้นหรอ.. แสดงว่าอีตาทอยคงไปบ่อยให้ไทม์ฟังสินะว่าฉันมาที่นี่"ขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงาน เมื่อเธอเดินออกไปแล้วฉันจึงปิดประตูห้องลงติ๊งง~เสียงแจ้งเตือนไลน์จากสมาร์ทโฟนฉันดังขึ้น ฉันจึงหยิบขึ้นมาดู ปรากฎว่าเป็นยัยนิวนั่นเอง"แหมม แล้วบอกว่าเหมือนตกนรกนะยะ มีไปซื้อเสื้อให้กันด้วย" ยัยนิวส่งลิงค์กระทู้ข่าวกระทู้หนึ่งมา ตามด้วยข้อความแซวอีกหนึ่งข้อความ ฉันก็กดเข้าไปดูข่าวอย่างรวดเร็ว'นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงในช่วงนี้ ก็คงจะพ้นใครไปไม่ได้นอกจากคุณทอย เทวินณ์ วรวัฒน์สกุล เจ้าของกิจการโรงแรมและสถานบันเทิงชื่อดังใจกลางเมือง ล่าสุดมีคนตาดีเห็นไปเดินห้างกับภรรยาสุดสวย คุณริสา เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ resay พนักงานร้านขายเสื้อที่ทั้งคู่ไปซื้อแอบกระซิบมาว่า คุณริสาเลือกเสื้อให้ แล้วก็ซื้อให้ด้วยนะคะ หวานกันซะขนาดนี้ ทำเอาสาวๆ ที่ปลื้มคุณทอยเขาตายกันไปเป็นแถบๆ เลยจ้าาาา'ฉันอ่านข่าวจบก็แค่นหัวเราะหึในลำคอ ในใจก็นึกตลกว่าทำไมคนพวกนั้นไม่เห็นบ้างนะว่าเขาทำตัวป่าเถื่อน แล้วก็ปากคอเราะร้ายกับฉันแค่ไหนแค่ในขณะเดียวกัน ก็เข้าใจขึ้นมาทันที ถึงเหตุผลที่อยู่ดีๆ เขาก็ให้ฉันไปเลือกเสื้อให้ นี่คงเป็นแผนการการตลาดของเขาสินะ..ว่าแล้วฉันก็รีบคว้ากระเป๋าตังค์และคีย์การ์ดห้อง ก่อนจะรีบตรงไปที่ลิฟต์และกดไปที่ชั้นบนสุดทันทีทันทีที่ลิฟต์เปิดออก ฉันก็เดินตรงไปที่ห้องผู้บริหาร แต่กลับไม่มีคนอยู่"คุณริสา.. มาหาคุณทอยหรอคะ" ป้าแม่บ้านที่ทำความสะอาดอยู่ถามฉันขึ้น"ค่ะ เขาไปไหนหรอคะ" ฉันถาม"วันนี้พวกคุณๆ เขาไปสังสรรค์กันข้างล่างนู่นค่ะ" ป้าแม่บ้านบอก ฉันจึงไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ แล้วมุ่งหน้าไปที่ชั้นล่างที่เป็นโซนผับเมื่อเดินลงมาถึง ก็ไม่ต้องมองหาซะให้ยาก เพราะที่นี่จัดโต๊ะห่างกันพอสมควร ทุกโต๊ะเลยดูเป็นสัดส่วน และมีความเป็นส่วนตัวมาก เวลามองไปก็หาได้ง่ายว่าใครนั่งไหน แต่นอกจากนี้ก็ยังมีห้องที่มีผนังกั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวอีกระดับด้วย แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำอะไรมากเกินกว่าการดื่มกันหรอกนะ ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องไปเปิดห้อง เพราะแบบนี้ฉันถึงคิดว่า แผนการตลาดเขามันดีจริงๆกลับมาที่สามีตัวดีของฉันเขานั่งอยู่กับไทม์ เพื่อนผู้ชายอีกสามคน และมีผู้หญิงนั่งด้วยประมาณห้าคน และสองในห้าคนนั้นก็กำลังเกาะเกี่ยวแขนซ้ายขวาของทอยอยู่ฉันยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะสวมร่างเป็นริสาเวอร์ชั่นโซแบดเกิร์ล แล้วย่างเท้าเข้าไปที่โต๊ะนั้น"ริสา..! " ไทม์เป็นคนแรกที่กล่าวทักฉัน ก่อนจะทำสีหน้าตกใจแล้วหันไปมองที่ทอย ที่ตอนนี้กำลังจูบกับอีผู้หญิงข้างๆ อย่างดุเดือดฉันยิ้มให้กับภาพข้างหน้าที่เห็น ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ พวกเขามากขึ้น"ขอโทษนะคะ ขอเวลาฉันคุยกับสามีหน่อย" ฉันสะกิดแขนผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดเสียงสุภาพ พร้อมกับส่งยิ้มหวานๆ ตามไป เธอผละตัวออกแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาไม่พอใจโอโห.. หมดคำจะพูดเลย นี่ขนาดเมียเขายืนอยู่ตรงนี้ยังมีหน้ามาทำหน้าไม่พอใจอีก"เธอคงไม่อยากมีปัญหากับฉันหรอกมั้ง? " ฉันถามด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูใจดีเหมือนทีแรก แล้วตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ ด้วยการเดินไปทิ้งตัวลงนั่งตักทอยก่อนจะยกแขนข้างหนึ่งขึ้นโอบรอบคอเขาเอาไว้ เจ้าตัวไม่มีท่าทีขัดขืนหรือปฏิกิริยาใดๆ ให้ทายคงกำลังอึ้งอยู่แน่นอนเห็นฉันทำแบบนั้นผู้หญิงพวกนั้นก็ทำท่ากระฟัดกระเฟียดแล้วเดินออกไปทันที"เป็นแค่เมียปลอมๆ อย่าสะเหล่อมายุ่งมากได้ป่ะ" เขาบีบสันกรามของคนฉันแน่นแล้วปล่อยออกอย่างรวดเร็วคล้ายรำคาญ ก่อนจะยกตัวฉันลงจากตักของเขา แล้วเปลี่ยนเป็นเอามือมาบีบคางฉันให้เชิดขึ้นเพื่อสบตาเขาแทน"รู้แบบนี้ฉันเองก็คงฆ่าตัวตายไปตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าจะได้เป็นเมียนายแล้ว! " ฉันสะบัดหน้าออกจากการเกาะกุมของผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามี ที่แม่ของเขาเป็นคน'ยัดเยียด ' มันให้ฉันเอง ทำเก่งไปเถอะ คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง เหอะ"งั้นตายวันนี้ดีมั้ย ก็ยังไม่สายนะ"