วิฬาร์ต่อสู้ด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าพยายามจี้จุดอ่อนเรื่องความเร็วร่ายเวทต่ำของสายดาราเวทโดยไม่ยอมปล่อยใช้ประสบการณ์หลายครั้งที่เคยประมือกับไซออนและออโรรากลับขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์
เวททั้งเจ็ดสายที่เขามีส่องประกายวูบไหวราวไฟบนต้นคริสต์มาสเขาใช้กระบวนหอกวิชชุมมาลาเป็นหลักเพื่อเร่งการโจมตี จึงยิ่งสู้ยิ่งเร็วแถมเมื่อผสานกับธาตุเวทเพลิงและสายฟ้าเข้าไป ดาเมจต่อหอกของเขาก็ทะยานขึ้นอีกช่วง การต่อสู้ของปาร์ตี้เขากับเรมิงตันจึงเหมือนกำลังชักเย่อกันโดยไม่มีใครยอมใครนับเป็นการเอาจุดแข็งของเขาเข้าปะทะกับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ไปโดยปริยายซ้ำแล้วยังมีโครงกระดูกอสูรและสัตว์อสูรอีกมากมายช่วยซ้ำเติม ทั้งหมดจึงช่วยกันโจมตีจนเรมิงตันแทบจะเป็นบ้า
ฝั่งเรมิงตันแม้ใช้เวทสองสายได้อย่างช่ำชองแต่เพราะดาราเวทเป็นเวทสายเสริมพลังแบบหมู่เป็นหลัก รวมถึงบาดเจ็บมาก่อนจึงถูกกดดันจนตกเป็นรองในบางครั้ง ทว่าเจ้าตัวก็ใช้ธาตุเวทได้คล่องแคล่วซ้ำยังมีระดับสูง บางครั้งจึงโต้กลับจนพวกวิฬาร์รับมืออย่างฉุกละหุก มุเตาเองก็ได้รับบาดเจ็บหลายแผลจนตั้งรับอย่างลำบากอีกสี่คนก็บาดเจ็บมากน้อยพอกัน
สตาร์ดัสต์เองแม้มีเลเวลเฉียดร้อยทว่าเมื่อเทียบชั้นกับผู้เล่นอย่างเรมิงตัน ก็ยังนับว่าห่างกันหลายช่วงตึกวิฬาร์ที่รู้ดีจึงไม่เน้นดาเมจ ทว่ามุ่งไปที่การสร้างสถานะผิดปกติแทนเขาจึงพยายามให้มันใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ประเภทมายาและคำสาปเข้าโจมตี
ยังดีที่การต่อสู้นี้วิฬาร์สามารถใช้ประสบการณ์และจำนวนถึงหกคนเข้าข่มได้เขาไม่เลือกใช้มนตร์ชุดใหญ่แบบพร่ำเพรื่อแต่เลือกใช้มนตร์ระดับต้นที่มีข้อได้เปรียบคือร่ายเร็ว ใช้ง่าย ไม่เปลืองพลังเวท ค่อยๆกัดกร่อนทำลายการประสานทักษะของเรมิงตันลง บางครั้งถึงกับเสกเวททิ้งขว้างเพื่อดึงความสนใจของเรมิงตันไปทำให้ไม่นาน ฝั่งตรงข้ามก็เริ่มเสียสมาธิราววิหคหวาดเกาทัณฑ์ ความสามารถลดลงอีกหนึ่งส่วนและเขาจะเร่งใช้เวทระดับกลางเพื่อซ้ำเข้าไป
ทว่าแม้วิฬาร์จะเก่งกาจแต่เขาพึ่งเลเวลพึ่งร้อยต้นๆ ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นมาก็ใช่ว่าจะถล่มทลายมุเตาเองแม้ประสานการโจมตีได้อย่างไหลลื่นแต่ความแตกต่างของเลเวลก็ไม่อาจถมให้เต็มได้โดยง่าย ส่วนอีกสี่คนก็ไม่ต่างกันคนพวกนี้เป็นสมาชิกระดับทั่วไปของกิลด์ แถมเขาก็ไม่เคยรู้จักมาก่อนการประสานงานจึงไม่ได้เพอร์เฟคนัก
ส่วนเรมิงตันก็เริ่มจับจังหวะวิฬาร์ได้อย่างรวดเร็ว การมีชื่อแขวนอยู่ในทัพแดงได้ศักยภาพต้องไม่ใช่เล่นๆ ทำให้ยิ่งสู้ วิฬาร์ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนมัดมือมัดเท้า จุดแข็งของฝ่ายตรงข้ามคล้ายขยายตัวขึ้นบดบังกัดกร่อนชัยชนะของเขาลงทุกทีๆ
ซ้ำแล้วการสู้ด้วยดาราเวทแม้มันจะมีจุดอ่อนเรื่องความเร็วใช้งานต่ำ ทว่าจุดแข็งมันคือใช้ได้นานทำให้ยิ่งสู้ วงเวทก็ยิ่งซ้อนทับกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความได้เปรียบก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายขั้น
แถมนี่เป็นการต่อสู้ต่างเลเวลถึงร้อยห้าสิบระดับบวกกับใช้เวทต่างกันถึงเจ็ดสาย สมาธิที่วิฬาร์ต้องใช้ถึงกับเข้าขั้นวิปริตที่เขาทำได้ขนาดนี้นับว่าสุดกำลังแล้ว
พลังเวทมนตร์ของวิฬาร์เองก็ถูกผลาญไปเหมือนเททิ้งตอนนี้มันมีน้อยกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่เพิ่งสู้กันมาได้เพียงสี่ห้านาทีเท่านั้นหากยืดต่อไปแบบนี้ ไม่เกินสองนาที วิฬาร์ก็จะไม่สามารถสู้ต่อได้อีก
ทว่าเขาไม่อาจหยุดมือเนื่องจากนี่เป็นวิธีเดียวที่จะยื้อการต่อสู้ออกไปได้เพราะถ้าเกิดเขาเปลี่ยนไปดวลเวทสายร่ายยาวหรือยืนอัดปัจเจกวิชาแล้วให้มุเตาสดอยู่หน้างานกับพวกสี่คนนั้นโดยไม่บัญชาการเกรงว่าเขาร่ายเวทไม่ถึงสิบคำ ก็คงตายแบบนับศพไม่ครบชิ้น
ซึ่งดูเหมือนเรมิงตันก็จะรู้ในจุดนี้เช่นกันเจ้าตัวจึงเน้นรับมือแบบป้องกันเป็นหลัก ยื้อเวลาเอาไว้อย่างรอบคอบเพราะรู้ดีว่าแม้เลือดของเขาจะลดลงเพราะตกเป็นรองรวมถึงบาดเจ็บจนต่อสู้ได้ไม่เต็มร้อยทว่าสิ่งที่ไหลออกไปเร็วกว่าคือพลังเวทมนตร์ของฝ่ายตรงข้าม และเมื่อใดก็ตามที่ใครสักคนหมดพลังเขาจะสวนกลับได้อย่างไม่ต้องกังวลอีกแล้ว
นี่คือชัยชนะที่ขึ้นอยู่กับเวลา!
วิฬาร์ต่อสู้ภายใต้แรงกดดันมหาศาลการต่อสู้นี้เหมือนกินยาพิษแก้กระหาย ไม่กินก็คอแห้งตายถ้ากินก็มีแต่ตายช้าลงนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ต้องหลับหูหลับตากลืนลงคอไป
การต่อสู้ยิ่งมายิ่งเสียเปรียบมุเตาเริ่มถูกตีจนถอยร่นวิฬาร์ก็รีดเร้นพลังเวทมนตร์ออกมาไม่หยุดเพื่อช่วยยื้อชีวิตไว้สมาชิกหน้าใหม่ทั้งสี่ก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว แถมตอนนี้พลังของเขาเหลือเพียงเลขหลักเดียวอีกด้วย
ดูท่าคงจะยันไว้ไม่อยู่จริงๆ
แต่แล้วจู่ๆเสียงวัตถุแหวกอากาศก็ลอยมาแต่ไกลเรมิงตันที่กำลังรุกไล่วิฬาร์อยู่พลันเสียจังหวะทันที
ธาร์สโผล่มาจากหลังคาด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบเขาเขวี้ยงเวทมนตร์มาชุดใหญ่ พร้อมแฝงน้ำยาฟื้นพลังข้ามหัวเรมิงตันมาสี่ห้าขวดพอเรมิงตันหลบเพราะกลัวว่าจะเป็นอาวุธลับ มันก็โดนตัววิฬาร์และมุเตาพอดีนับว่าเป็นการช่วงชิงจังหวะที่เหนือชั้นมาก
จากนั้นเจ้าตัวก็เสกร่ายคำสาปเสริมมาแต่ไกลฝ่ายวิฬาร์เองก็รู้ว่าโอกาสทองนี้มีค่ามากแค่ไหน การโจมตีของทั้งหกคนก็ปะทุขึ้นหนึ่งระดับเพื่อโต้กลับกดดันจนเรมิงตันถอยหลังไปสามก้าว ได้รับบาดแผลไม่เล็กไม่ใหญ่อีกหลายแผล
เพราะอาบน้ำยาฟื้นพลังวิฬาร์จึงมีเวทมนตร์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย นับว่าต่อชีวิตได้อีกอึดใจเจ้าตัวจึงเร่งเสกเวทเข้าคุมสนาม เพิ่มพลังให้คนอื่นๆ ต่อ จากนั้นเมื่อเห็นจังหวะ วิฬาร์ก็ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายถอยร่นพึมพำเวทมนตร์ระดับกลางอันหนึ่งเพื่อเริ่มการสวนกลับแล้วพุ่งเข้าไปหาเรมิงตันที่ยังตั้งหลักไม่ถนัดทันที
ธาตุเวทระดับกลางตราอัคคี
มนตร์ที่เขาเรียกใช้คือตราประทับแห่งเพลิงที่เมื่อโจมตีด้วยธาตุเวทไฟต่อจากนี้เป็นผลหนึ่งครั้ง จะเพิ่มดาเมจให้การโจมตีใดๆ สองเปอร์เซ็นต์และเริ่มนับถอยหลังสามวินาที หากในช่วงเวลานั้นโจมตีด้วยธาตุไฟเป็นผลอีกก็จะบวกดาเมจอีกสองเปอร์เซ็นต์ และเริ่มนับถอยหลังใหม่ วนไปเรื่อยๆและเมื่อคอมโบขาด สภาพการโจมตีที่ทบมาจะคงอยู่อีกสามวินาที ก่อนจะหายไป
เรมิงตันที่ถูกกดดันจนถอยร่นย่อมไม่ทันสังเกตว่าวิฬาร์ทำอะไรทำให้กว่าจะรู้ว่าตนโดนตราประทับเพลิง ก็ถูกโจมตีไปแล้วห้ากระบวนท่า
ถ้าหากปล่อยให้หมอนี่ใช้มนตร์ได้จนสุดเจ้าตัวรู้ดีว่าความฉิบหายจะมาเยือน จึงรีบใช้มนตร์เพื่อตัดคอมโบ
พิโธ่พิถังมีมุเตากับธาร์สหนุน ซ้ำยังมีอีกสี่คนรอท่า เรมิงตันประดุจตกอยู่กลางพายุ ซ้ายก็รุกขวาก็ไล่ บนก็แทง ล่างก็เสียบ อีนุงตุงนังจนยุ่งเหยิง เอ้า! โน่นยังมีโครงกระดูกอสูรโผล่มากจากไหนไม่รู้อีกสามตัวเขารับมือจนหัวหมุนหัวปั่น อยากจะมีสักสี่เศียรแปดกร พยายามอย่างยิ่งเพื่อรับการโจมตีที่โถมใส่ราวเขื่อนทะลักทักษะที่มีเร่งใช้อย่างฉุกละหุก เห็นได้ชัดว่าเริ่มจะไม่ไหวแล้ว
เมื่อมีผู้ช่วยเพิ่มมาวิฬาร์ก็เหมือนปลาได้น้ำ เริ่มมีเวลาฟื้นพลัง ซดน้ำยาราวเทอาบเจ้าตัวพลันกระดี๊กระด๊าขึ้นมา มีเวลาเลือกสรรทักษะอย่างบรรจงกว่าเดิมถึงกับเสกโครงกระดูกอสูรขึ้นมาช่วยธาร์สได้จากนั้นก็แบ่งใจแบ่งพลังไปโยนฮีลกระจอกๆ ใส่สมาชิกสี่คน คนละนิดละหน่อยเรมิงตันจึงยิ่งมายิ่งอนาถ สตาร์ดัตส์เองก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันมันวูบซ้ายวูบขวา ก่อกวนสมาธิซ้ำไปซ้ำมา
ตอนนี้ขอเพียงมีเวลาพอวิฬาร์ก็จะฆ่าหมอนี่ได้แล้ว คอมโบตราแห่งเพลิงพุ่งขึ้นไม่หยุดจนพลังโจมตีทบทวีขึ้นวิฬาร์จึงใส่ไม่ยั้ง โหมกระหน่ำราวคลื่นยักษ์ซัดสาด เรมิงตันถูกกดดันจนเข่าทรุดรับการโจมตีไปพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต
ทว่าความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก
รุสโซไม่รู้โผล่มาจากไหนเจ้าตัวที่เห็นเจ็ดรุมหนึ่งไม่มีเขินอาย มาถึงก็เรียกสัตว์เลี้ยงของตัวเองออกมาจากนั้นกระโดดเข้าร่วมวงไพบูลย์ด้วยทันที
แปดคนโอบล้อมเรมิงตันราวเป็นดาวบริวารหมุนคว้างรอบด้าน มุเตาถึงกับแปลงร่างเป็นนักกายกรรม กระโดดข้ามหัวคู่ต่อสู้ไปด้านหลังแล้วจ้วงเอาจ้วงเอาส่วนเรมิงตันก็รู้สึกคล้ายกับตัวเองเป็นพระอาทิตย์ หัวสมองร้อนจนไหม้มือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย เลือดลดฮวบๆ ราวเททิ้งดูท่าคงจะต้องจบชีวิตในไม่กี่นาทีนี้แล้ว
แต่ดูเหมือนองค์พรหมผู้ลิขิตชะตาโลกยังไม่สาแก่ใจท่านจึงประทานน้ำส้ม น้ำตาลลงมาอีกหน่อย
อรุณวดีโดดผึงลงมาจากหลังคาจากนั้นก็วาบ วงเวทขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ปูขึ้นกลางวงต่อสู้สมาชิกทั้งหมดรวมวิฬาร์พลันรู้สึกร่างกายกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีเลือดที่เหือดแห้งก็ดีดกลับขึ้นมาช่วงเล็กๆ
ตอนนี้แต่ละคนต่อสู้อย่างไหลลื่นมากขึ้นเรื่อยๆนับว่าความเป็นตายสามารถหล่อหลอมจนเปลี่ยนคนได้โดยแท้
แต่เมื่อเห็นอรุณวดีสาดวงเวทไปทั่วในหัววิฬาร์ก็มีประกายความคิดหนึ่งขึ้นมาเจ้าตัวผู้มองโลกในแง่ร้ายเหลียวมองรอบด้านอย่างระแวง ก่อนจะดีดนิ้วเรียกอรุณวดีออกมาจากแนวหน้า กระซิบกระซาบกันหลายคำ
………………..
สไปร์ทพุ่งออกจากอาคารเตี้ยๆหลังหนึ่งตรงดิ่งมาทางทิศตะวันตกของเมืองด้วยความเร็วสูงเพราะไอเทมติดตามตัวที่พวกเขาสวมใส่เอาไว้แจ้งว่าเลือดเรมิงตันกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องไรเดลล์จึงเร่งให้เขามาดูและช่วยเหลือถ้าเป็นไปได้
เพราะเป็นผู้เล่นระดับสูงการเคลื่อนที่บนหลังคาที่สูงจากพื้นยี่สิบกว่าเมตรจึงไม่ใช่เรื่องลำบากเจ้าตัวกระโดดไปมาอย่างคล่องแคล่ว จนกระทั่งมาถึงได้ในเวลาครู่เดียว
เขาเบี่ยงตัวหลบที่หลังปล่องไฟหนึ่งก่อนจะกระแอมในลำคอโดยให้มีเสียงเบาบางที่สุด ทว่าน่าแปลกที่เขาหายใจออกมาเป็นไอขาวเห็นได้ชัดว่ามีอาการบาดเจ็บภายในจากธาตุน้ำแข็งจนเป็นอุปสรรค
แต่เจ้าตัวไม่ท้อถอยเขาชะเง้อมองผ่านหลังคาไปดูอีกฟาก ก็เห็นว่าภายในตรอกแห่งหนึ่งที่มีอาคารชุดล้อมรอบมีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งกำลังดวลเดือดกันอยู่
แม้การต่อสู้ดำเนินไปด้วยความเร็วสูงทว่าสไปร์ทก็จำแนกได้อย่างชัดเจนว่าคนที่กำลังเสียเปรียบคือเรมิงตันหรือเพื่อนของตนซึ่งกำลังถูกล้อมอยู่ตรงกลาง
เห็นได้ชัดว่าเขาตกเป็นฝ่ายรับเพียงข้างเดียว
ทว่าเล่นเกมมานานนับปีหน้างานแบบนี้ยังไม่นับว่าแย่ ก็แค่ผู้เล่นเลเวลปริ่มร้อยไม่กี่คนและสภาพของเรมิงตันก็ยังห่างไกลจากความตายอยู่พอควร เจ้าตัวจึงไม่ผลีผลามลงมือเพียงแต่เร่งส่งข้อความให้ไรเดลล์เพื่อแจ้งสถานะ
จากนั้นหนุ่มร่างบางก็กระชับคันศรยาวในมือขึ้นจากมุมมืด แล้วง้างขึ้น เตรียมลอบสังหารมือดาเมจของศัตรูที่เป็นคนถือดาบยักษ์นั่นทันที
บึ้มมม!!!
เสียงอากาศระเบิดดังขึ้นด้านหลังสไปร์ทโดยที่เขาไม่รู้ตัวทว่าเพราะสัญชาตญาณและประสบการณ์ที่สั่งสมมาเจ้าตัวก็ผนึกพลังเวทมนตร์ขึ้นมาไว้ทั่วร่างอย่างรวดเร็วแขนขาแข็งแกร่งประดุจเกราะระดับสูงและยิ่งบวกกับไอเทมทั่วกายที่ถูกพลังรสายนเวทของเขาเร่งเร้าตอนนี้เขาก็แทบไม่ต่างจากคนที่สวมเซตไอเทมระดับ B ครบชุดพลังป้องกันอยู่ในระดับชั้นนำของเกม
เจ้าตัวม้วนหน้าตามสัญชาตญาณจากการรบหวังหลบการโจมตีจากด้านหลัง
โธ่ถังการโจมตีนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้เขาแม้แต่หน่วยเดียว แต่มันคือการประสานธาตุเวทและมายาเวทเข้าด้วยกันโดยนายวิฬาร์และสมาชิกอีกคนผู้ซึ่งไม่ได้ร่วมวงอยู่ข้างล่างแต่แอบซุ่มซ่อนรอจับจังหวะจากเหยื่อรายใหม่ เขาจึงไม่ทันสังเกตเห็นตั้งแต่แรก
สิ่งที่ระเบิดขึ้นคือระเบิดสุญญากาศเพื่อสร้างแรงดันโดยเฉพาะ แรงระเบิดนั้นแม้ไม่มากพอจะทำลายการป้องกันระดับสูงแต่มันก็ทำให้สไปร์ทตัวลอยหวือขึ้นมาจากบนหลังคา ดูไม่ต่างจากนักบินอวกาศที่ยานระเบิดแล้วโดนดูดออกไปนอกยานเขาพุ่งหลาวลงมาเป็นดาวตก ปักสวบลงกลางวงเวทของอรุณวดีราวจับวาง
เอวัง
เอ้า! เร่เข้ามาๆๆ