ตอนที่ 18 วัยรุ่นเขาก็แต่งตัวกันแบบนี้
เหมือนฝันขับรถมอเตอร์ไซค์กลับมาหลังจากเปลี่ยนใส่กางเกงขายาวเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีใครอยู่ที่หน้าบ้าน เพราะลงสวนกันไปหมดแล้ว ทว่าแทนที่เด็กสาวจะไปทำงาน กลับจอดรถเอาไว้ แล้วก็เดินขึ้นเรือนไปด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวว่ามีใครสักคนกำลังมองตนอยู่ไหมเหมือนฝันเข้าไปในห้องนอนของปัณณวัตร เวลานี้ความหึงหวง เสียหน้า และโกรธ...กระตุ้นให้ทำอะไรบางอย่างลงไป ด้วยการขโมยของของอนงค์นาง ขณะที่กำลังรื้อหาของมีค่าในกระเป๋าสัมภาระ พบเจอบางอย่างแล้วดึงออกมา เป็นภาพของอนงค์นางกับชีวานนท์ จึงยิ่งทำให้เด็กสาวชิงชังสาวชาวกรุงคนนี้นัก“มีแฟนแล้ว ยังมาแต่งงานกับน้าเขมของกูอีก!”เหมือนฝันแค่นเสียงด้วยความโกรธ แล้วก็คิดทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้ทั้งสองทะเลาะกัน ด้วยการวางรูปในที่ที่ปัณณวัตรน่าจะมองเห็น จากนั้นก็ลงจากเรือนไป พร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์“นังฝัน!”นกน้อยส่งเสียงเรียกด้วยความโกรธ เพราะกำลังร้อนใจ ที่ลูกสาวทำให้ปัณณวัตรซึ่งเป็นคนไม่ค่อยพูดมากตำหนิออกมาได้ เพราะยังอยากทำงานกับชายหนุ่มอยู่เหมือนฝันลงจากเบาะด้วยอารมณ์ที่รื่นเริงขึ้น แต่จิตใจยังรุ่มร้อนด้วยความโกรธระคนอิจฉาริษยา เด็กสาวหยิบกระป๋องที่อยู่ใต้ต้นไม้ จากนั้นก็เดินเข้าไปหามารดา“วันนี้แกแต่งตัวโป๊มากรู้ไหม โดนเขมว่าเลย”“โอ๊ยแม่! วัยรุ่นเขาก็แต่งตัวกันแบบนี้”“ฉันไม่เคยว่าแกจะแต่งตัวยังไง แต่ถ้าทำงานในสวนของเขม แกต้องใส่ขายาว”“รู้แล้ว!” เด็กสาวตอบเสียงสะบัดพลางชักสีหน้าใส่มารดา“ฉันทำงานงกๆ หาเลี้ยงแกอยู่ตัวคนเดียว ถ้าไม่ได้ทำงานที่นี่ จะเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวสารกรอกหม้อ แล้วก็อย่าลืม ค่าทงค่าเทอมเนี่ย เขมออกให้ทั้งนั้น”เด็กสาวเถียงอยู่ในใจ แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วยล่ะ คนอย่างเธอมีความรักไม่ได้หรือไง หน้าตาก็นับว่าดี แม้จะดีน้อยกว่าเมียแม่สื่อนั้น แต่เธอหมายปองเขาก่อน ตอนนี้ก็สิบแปดแล้ว นับว่าเป็นสาวแล้ว มีผัวได้แล้ว ทำไมไม่ใช่เธออนงค์นางขึ้นเรือนไปทำกับข้าว พอวางสำรับลงที่พื้น จึงมองหาสามี แล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอน เพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า...ยังไม่ได้โทร.ไปบอกมารดา เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อจากชีวานนท์ เธอจำเป็นจะต้องมีเบอร์ใหม่หญิงสาวตั้งใจกำชับมารดา ว่าอย่าให้เบอร์นี้กับใคร แต่มารดาก็คงไม่บอกใครหรอก โดยเฉพาะชีวานนท์ เพราะแฟนของพี่...ได้กลายเป็นสามีของน้องไปแล้วอนงค์นางสะดุด เพราะสิ่งที่อยู่ในมือหยาบกร้านของสามี ใจดวงน้อยสั่นระรัวด้วยความอึดอัดขึ้นมาทันที เพราะกลัวเขาเข้าใจผิด คิดว่ายังมีเยื่อใยกับแฟนเก่าอยู่ เธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้น“คนในรูปนี้หรือเปล่าที่ทิ้งไป”เสียงห้าวดังขึ้น และดวงตาคู่คมกริบจ้องมองมาที่เธอ แล้วจะให้ตอบอะไรล่ะ ก็ต้องตอบตามความเป็นจริง“ค่ะ”“หน้าตาหล่อเหลา ทำงานอะไร” เขาถามอีกเสียงเข้ม“ทำธุรกิจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ค่ะ”“เก็บเอาไว้ทำไม”“ก็ไม่ได้ตั้งใจเก็บเอาไว้นะคะ” น้ำตาปริ่มขอบตา วินาทีนี้อยากจะร้องไห้จริงๆ ทั้งร้อนใจและกลัว เพราะไม่อยากให้เขาโกรธ ตอนนี้เธอแคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายมาก“ถ้าอย่างนั้น...ขอได้ไหม”“คะ?”“ขอรูปนี้”“ค่ะ” เธอให้ในทันที“กรรไกรอยู่ไหน”“ไม่รู้ค่ะ”ร่างสูงกำยำเดินหากรรไกร ดวงตากลมโตมองตามหลัง เธออยากรู้ว่าเขาจะทำอะไร ตัดให้ขาดจนละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยใช่ไหม เมื่อมือใหญ่หยิบกรรไกรที่หาเจอแล้วขึ้นมา อนงค์นางจ้องการกระทำของสามีตาเขม็ง และลืมหายใจปัณณวัตรตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจริงๆ แต่ตัดไม่หมด ยังเหลืออีกส่วนหนึ่งอยู่ ซึ่งทำให้คนที่มองอยู่ขมวดคิ้ว แล้วเขาก็หันไปหา ตาสบตา จากนั้นก็พูดขึ้น“ฉันจะเก็บเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์”“คะ!?”“จะเปลี่ยนใบใหม่...เป็นรูปตอนที่อุ้มลูก”“ไม่ได้โกรธใช่ไหมคะ” เธอถามออกไปจนได้ ตอนนี้อยากจะร้องไห้ด้วยความรู้สึกโล่งอก“โกรธที่เก็บรูปแบบนี้เอาไว้นะหรือ”“ค่ะ”“ไม่โกรธ แต่กำลังสงสัย”อนงค์นางเริ่มขมวดคิ้ว เพราะนึกสงสัยอะไรบางอย่างเหมือนกัน เธอเก็บรูปนี้เอาไว้ในซอกหลืบของกระเป๋าสัมภาระ เขาเจอมันได้ยังไง หรือว่าค้นกระเป๋าเธอ“พี่เขมเจอรูปนี้ที่ไหนหรือคะ”“บนที่นอน”“บนที่นอนหรือ นางเก็บเอาไว้ในกระเป๋า” เธอมองไปยังกระเป๋าสัมภาระของตัวเองที่ยังตั้งอยู่มุมห้อง ใกล้กับตู้เสื้อผ้าของเขา“ฉันถึงได้แปลกใจ รูปแบบนี้น่าจะเก็บซ่อนให้พ้นจากสายตาของฉัน”อนงค์นางใจชื้นขึ้นมาเป็นกองที่สามีของเธอไม่โง่ สุขุม และฉลาด พอเบนสายตาไปมองโทรศัพท์มือถือ เห็นแต่ความว่างเปล่า หญิงสาวมั่นใจว่าวางเอาไว้ตรงนั้น ก็ร้องขึ้นมาทันทีอย่างตกใจ“โทรศัพท์มือถือของนางหายไปค่ะ นางวางเอาไว้ตรงนี้”“มีใครเข้ามาในห้องแน่” เขาเอ่ยเสียงเข้ม เพราะชักโกรธหัวขโมยที่สร้างความเดือดร้อนให้“กระเป๋าสตางค์ของนางก็หายไป!”ปัณณวัตรเดินตรวจข้าวของทุกอย่างในบ้านทันที ไม่มีอะไรที่เป็นของเขาหายไปเลย นอกจากข้าวของของอนงค์นางเท่านั้น เขาคิดทันทีว่า...น่าจะเป็นฝีมือคนใกล้ตัว แต่ว่าใครกัน“นางว่าจะโทร.หาแม่สักหน่อย ยังไม่ได้บอกเบอร์ใหม่เลยค่ะ”เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาใช้งาน ผลออกมาว่า...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เจ้าหัวขโมยคงปิดเครื่องอนงค์นางมองสีหน้าเข้มๆ คล้ายกับกำลังโกรธอยู่ของสามี เธอนึกสงสัยอยู่คนหนึ่ง แต่ไม่กล้าพูดชื่อออกมา เพราะเดี๋ยวจะเป็นการใส่ร้ายป้ายสี“ลงไปข้างล่างกันเถอะ”“ไม่กินข้าวก่อนหรือคะ”“เดี๋ยวกลับมากิน”ร่างบางเดินตามร่างสูงใหญ่ลงจากเรือน มุ่งไปหาคนงานที่กำลังช่วยกันจัดผลผลิตใส่ถุง ในกลุ่มคนนั้น ไม่มีร่างของเหมือนฝันอยู่ด้วย“ลุงสน!”เจ้าของชื่อหันไปมองผู้เรียก เมื่อเห็นสีหน้าเข้มๆ ของชายหนุ่มก็เลิกคิ้ว ราวกับมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้น และก็เป็นอย่างที่แกคิดจริงๆ ด้วย“มีคนขโมยโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ของนางไป”“จริงเหรอ ใครมันขโมย หายไปตอนไหน” ชายแก่ถามแล้วกวาดสายตามองหน้าทุกคน เวลานั้นนกน้อยกำลังช่วยล้างผลมะเขือเปราะ สองมือกำลังโกยผลที่อยู่ในอ่างน้ำใบใหญ่ใส่ถุงคงไม่ใช่นังฝันหรอกนะ!นกน้อยอดคิดไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของลูกสาวตัวเอง เนื่องจากเหมือนฝันแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่ชอบหน้าหรือเกลียดชังอนงค์นาง“ใครขโมย?”ลุงสนเป็นคนเปิดปากถามเสียงเข้ม สายตาของแกมองสีหน้าเหลอหลาระคนมึนงงของทุกคน แล้วก็มีเสียงปฏิเสธดังขึ้นมาเป็นระลอก“ฉันไม่ได้เอาไปนะลุง ฉันอยู่กับลุงตลอดเวลา ฉันจะเอาไปได้ยังไง”“ฉันก็ไม่ได้เอาไปเหมือนกันนะ ฉันไม่กล้าหรอก แล้วนี่นังฝันไปไหน”นกน้อยสะดุ้งโหยง อดไม่ได้ที่จะร้อนตัวแทนลูกสาว เพราะใจหนึ่งก็คิดว่าเอาไป อีกใจก็ยังเชื่อในตัวของเหมือนฝันอยู่บ้าง“มันขี่รถกลับไปกินข้าวที่บ้าน”ปัณณวัตรอยากได้ของหญิงสาวคืน แต่ใครกันเป็นผู้ที่เอาไป เพราะทุกคนปฏิเสธออกมาเหมือนกันหมด ครั้นเห็นสีหน้ามีพิรุธของนกน้อย จึงมีความคิดที่จะเรียกเหมือนฝันมาคุย