D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    สิ่งที่ถูกลืม 5

     

            และเมื่อร่างของมังกรมิติหายไปพลังพิเศษของคัลโดร่าแมนติคอร์ก็แสดงออกมามันแหงนหน้าขึ้นสู่ท้องห้าก่อนจะร้องคำรามก้องหลังจากนั้นร่างที่มีขนาดใหญ่กว่ามันก็ปรากฏตัวออกมา และเมื่อมันปรากฏกายเสียงคำรามจากอสูรสัตว์ผู้มีการเป็นโลหะสีเงินวาวและใบหน้าของบุรุษก็ดังก้องพร้อมกับอุปกรณ์สวมใส่ทุกชิ้นของแทนสลายไปเสียงคำรามในครั้งนี้ดังกว่าครั้งที่เป็นเสียงของคัลโดร่าแมนติคอร์เสียอีกเสียงอันทรงพลังของผู้พิทักษ์ที่แท้จริงของวิหารมิเรดัสแห่งอดีต...รูโดร่าแมนติคอร์

     





     
     

            “อาร์มเดสทรอยเยอร์!” เสียงจากระบบประกาศชื่อท่าที่รูโดร่าแมนติคอร์กำลังใช้ออกมาและเมื่อสิ้นเสียงนั้น อุปกรณ์สวมใส่ทุกชิ้นของฝ่ายตรงข้ามทุกชิ้นก็แตกสลายทันทีทั้งอาวุธ เครื่องป้องกัน และอุปกรณ์สวมใส่อื่นๆ สลายไปในทันที...รวมทั้งอาวุธทั้ง6ชิ้นที่ร่างอวตารของตัวหัวหน้าถืออยู่ด้วย

            “เกิดอะไรขึ้น!”

            “ดาบกับเกราะฉัน!”

            “แย่แล้ว...เราโดนทำลายของสวมใส่การ์ดพวกนี้เจ้าพวกนี้ไม่น่าจะมี!”

            เสียงตื่นตกใจดังมาจากกลุ่มศัตรูพวกนั้นพูดได้ถูกต้องแล้วการ์ดที่มีคุณสมบัติทำลายอีควิปเช่นนี้หาได้ยากมาก และเงื่อนไขการได้การ์ดจำพวกนี้มักไม่ธรรมดาหากแทนคิดจะขายการ์ดใบนี้ราคามันน่าจะหลักหลายร้อยล้านเลยทีเดียว

    “เมทัลดับเบิ้ลแฟงก์!” หลังจากที่ทำลายอุปกรณ์สวมใส่ที่จะช่วยปกป้องร่างกายเอาไว้ได้แมนติคอร์ทั้งคู่ก็ใช้ท่าผสานเข้าโจมตีกลุ่มศัตรูทันทีค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมากน้อยตามแต่พลังป้องกันของตัวพวกนั้นเอง

     

    “15,453!”   “10,732!”    “16,114!”    “13,689!”

    “17,278!”   “14,410!”    “17,832!”    “12,911!

    “16,765!”   “12,092!”    “14,237!”    “11,623!”

    “17,248!”   “11,187!”    “15,453!”    “13,457!”

    “19,132!”    “12,772!”   “16,355!”    “12,312!”

     

            แทนซึ่งเป็นผู้เรียกใช้การ์ดมีเลเวลที่สูงกว่าครั้งที่เรียกใช้การ์ดใบนี้ตอนบุกไปที่กิลด์ไวท์พาลาดินค่าความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีของแมนติคอร์ทั้ง 2ตัวจึงรุนแรงกว่าครั้งนั้นมากถึงแม้ศัตรูจะมีเลเวลเพิ่มมากขึ้นก็ตาม

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...!” เจ้าตัวหัวหน้าที่มองเห็นลูกน้องของตัวเองโดนเล่นงานแถมอาวุธของตัวเองก็ถูกทำให้สลายไปตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจแต่ดูเหมือนว่าใขณะนี้จะไม่ใช่เวลาที่เขาควรจะหันไปสนใจที่อื่น...

            “ซัมอมน! ซัมมอน!” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของมอนสเตอร์เผ่าอัศวินสองตันแต่ไม่ทันที่เจ้าหัวหน้าของคู่ต่อสู้จะมองเห็นอัศวิน 2 ตนนั้นร่างของซัมมอนเหล่านั้นก็สลายกลายเป็นละอองแสงเมื่อสียงเดิมเรียกใช้การ์ดอีก 1 ใบ

            “ซัมมอน!” บลานซ์ที่อยู่ในร่างอวตารแห่งพฤกษาเรียกใช้การ์ดในมือการ์ดที่พลิกสถานการณ์ของเขาให้กลับมาไม่เป็นรอง...แบกเดอร์มากัสการ์ดบอสที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาเอง

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นซัมมอนระดับ15 ดาวของบลานซ์ก็ปรากฏออกมาการ์ดอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา และเมื่อแบกเดอร์มากัสปรากฏตัวออกมา การ์ดอีก2 ใบก็ถูกเรียกออกมาจากเด็คของบลานซ์การ์ดนักรบและอัศวินที่ถูกเรียกออกมาด้วยพลังของการ์ดกษัตริย์แบกเดอร์มากัสราชาผู้ถูกหลงลืมนาดัสผู้ไร้ความดีระดับ 11 ดาวและมาลาฟินนายกองแห่งอัศวินต้องสาประดับ 14 ดาวชุดการ์ดคอมโบที่ร้ายกาจที่สุดของบลานซ์ในตอนนี้

     

      






     

     

     

     

     

               ราชาผู้ถือดาบใหญ่ปรากฏกายออกมาพร้อมประกายแสงและเงาดำที่ห่อหุ้มชุดเกราะสีดำเงาปลาบเด่นชัด หมวกที่มีเขาคล้ายวัวกระทิงชี้ไปที่กลุ่มศัตรูด้านหน้าดวงตาส่องประกายออกมาจากด้านในของหมวกเกราะตามมาด้วยการปรากฏตัวของซัมมอนเผ่าอัศวินและนักรบอันแข็งแกร่งอีก 2 ตน นาดัสผู้ไร้ความดี นักรบมืดผู้สวมชุดเกราะเบาและปรากฏกายพร้อมมอนสเตอร์เผ่าสัตว์ป่าเสือเขี้ยวดาบเซเบอร์ทูธระดับ 7 ดาว

            หลังจากนั้นมอนสเตอร์ตนสุดท้ายก็ปรากฏกายออกมานายกองแห่งปราสาทสายหมอก มาลาฟินนายกองแห่งทัพอัศวินต้องสาปซัมมอนเผ่าอัศวินธาตุความมืดระดับ 14ดาวที่จะทำให้ค่าพลังโจมตีของเผ่านักรบ อัศวินเพิ่มขึ้น 50%และหากการ์ดใดที่เป็นธาตุความมืดก็จะได้รับพลังเพิ่มขึ้นอีก 50%

    แบกเดอมากัสเป็นเผ่าอัศวินซึ่งมีธาตุความมืดผสมอยู่ด้วยในขณะที่นาดัสเป็นเผ่านักรบธาตุมืด ซัมมอนทั้ง 2ตนที่ว่าจึงมีพลังเพิ่มขึ้นมาก

     

            “กลอรี่เบลด! บลัดดี้รีเวนจ์! แรมเพจโซล!”

     

            เสียงจากระบบแจ้งท่าที่มอนสเตอร์ทั้ง3 ตนและหลังจากสิ้นเสียงนั้นแบกเดอมากัสก็ฟาดดาบลงกับพื้นก่อนให้เกิดประกายแสงสีดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นเป็นแนวยาวมาลาฟินควงดาบยักษ์สองเล่มที่พุ่งเข้าไปกลางกลุ่มของเจ้าพวกที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มของเขาแล้วเรียกใช้ท่าโจมตีที่มีรัศมีวงกว้าง...แรมเพจโซล

            นาดัสนั้นเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจนสายตามมองตามไม่ทันเงาดำที่เกิดขึ้นติดตาราวกับมีหลายร่าง และเมื่อร่างของนักรบเงาตนนี้หยุดนิ่งคมมีดคู่ในมือก็โจมตีต่อเนื่องนับสิบๆ ครั้งใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม 1 คน

     

    “9,453!”     “5,634!”      “8,137!”     “5,871!”      “7,355!”     “3,815!”

    “5,485!”     “8,217!”      “9,673!”     “6,982!”      “7,574!”

    “7,476!”     “4,426!”      “7,326!”     “8,652!”      “3,965!”     “8,982!”

    “6,123!”     “6,426!”      “5,426!”     “4,365!”      “5,271!”

    “9,121!”     “8,537!”      “6,876!”     “3,784!”      “5,873!”     “5,873!”

    “3,758!”     “7,772!”      “4,426!”     “5,876!”      “4,945!”

    “4,976!”     “6,372!”      “3,642!”     “7,623!”      “3,815!”     “6,932!”

     

            จากการโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้ฝั่งตรงข้ามลดจำนวนลงสองสามคนร่างอวตารของบลานซ์ที่ได้รับผลจากพลังพิเศษของมาลาฟินที่จะทำให้อัศวินมีพลังเพิ่ม 50% ทรงพลังขึ้นอีกขณะนี้ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะใกล้เคียงกับศัตรูแล้ว

            “อย่าโกรธกันเลยนะพวกนายมาหาเรื่องเราเอง” บลานซ์พูดก่อนจะพุ่งเข้าไปกระหน่ำฟันร่างอวตารของศัตรู

            อวตารระดับ C นั้นแข็งแกร่ง การที่สามารถถืออาวุธได้ถึง 6ชิ้นเป็นจุดเด่นของการ์ดแอเรียที่ถูกใช้งานเลยทีเดียวแต่จุดอ่อนมักจะถูกซ่อนอยู่ในจุดเด่นเสมอ เพราะหากเรียกใช้การ์ดอาวุธถึง 6 ใบแล้วถูกทำลายลงได้พร้อมๆกันจะทำให้ผู้เล่นเสียการ์ดจำนวนมาก แต่ในกรณีนี้ก็โทษผู้ใช้ไม่ได้เสียทีเดียวเพราะการ์ดที่มีผลทำลายอุปกรณ์สวมใส่ทุกชนิดแบบที่แทนมีนั้นน้อยมากอย่างมากก็ทำลายเพียงแค่หนึ่งหรือสองใบ จึงทำให้การ์ดที่มีผลเช่นนี้มีราคาแพงมาก

            บลานซ์รุกไล่จนศัตรูล้มลงและในขณะนั้นเขาก็เรียกใช้ท่าที่เป็นของร่างอวตารนี้ท่าโจมตีที่จะรวบรวมพลังไว้ที่คมดาบแมกไม้ยักษ์แล้วฟันใส่ในทีเดียว

             “ดาร์กฟอเรส! (Dark Forest)” บลานซ์ตะโกนชื่อท่าออกมาหลังจากนั้นไอความมืดและใบไม้จำนวนนับไม่ถ้วนก็หมุนวนอยู่รอบดาบเล่มยักษ์ มันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดประกายแสงสีดำก็เจิดจ้าร่างอวตารของบลานซ์พุ่งเข้าฟันใส่หัวหน้าของศัตรูด้วยดาบที่อัดไปด้วยพลัง

     

    “125,487!”

     

            ความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับกว่าหนึ่งแสนแต่ก็ยังไม่สามารถล้มร่างอวตารของแอเรียระดับ C ได้ บลานซ์ไม่รอให้เสียจังหวะเขาพุ่งไปจัดการศัตรูต่ออีกนับสิบครั้งในขณะที่พวกสายสนับสนุนถูกอายะและทากะที่บุกเข้าประชิดตัวสังหารลงจนหมดเรียบร้อยและในที่สุดร่างอวตารของเจ้าตัวหัวหน้าก็สลายไป

     

            “โนเวมเบอร์เรน!”

    “เซเว่นเรย์! แอเรีย!”

             “คารูระ!”

    “ฮิริว!”

    “เบลส ออฟ ดิ อาร์คแองเจิ้ล!”

     

            เสียงเรียกใช้สกิลและคาถาระดับเกินกว่า15 ดาวดังขึ้นระรัวหลังจากนั้นซัมมอนโกเลมเหล็กจากการอวตารก็สลายไปตามไปด้วยฝ่ายศัตรูที่คนสุดท้ายถูกคมดาบของอายะและอสูรดาบจากต่างมิติโจมตีเข้าใส่จนกลายเป็นละอองแสง

            การต่อสู้จบลงความเงียบค่อยๆ แทรกตัวเข้าแทนความวุ่นวายสายตาทุกคู่ที่มองดูการต่อสู้นี้อยู่มองมาที่พวกของแทนเป็นตาเดียวจำนวนคนที่มุงดูอยู่จากระยะไกลนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนที่เริ่มการต่อสู้มากและเมื่อการต่อสู้จบลงโดยที่ผลที่ปรากฏออกมานั้นผิดจากที่ทุกคนคาดเอาไว้พวกของแทนก็เป็นจุดเด่นเข้าไปใหญ่เพราะจริงๆแล้วเจ้ากลุ่มนี้ด้วยจำนวนคนและเลเวลที่ไม่ใช่ต่ำแถมยังมีการ์ดแข็งแกร่งที่ชิงมาจากคนอื่นด้วยถือว่าเป็นเจ้าถิ่นเลยก็ว่าได้

            ทุกสายตาจ้องมายังพวกเขานิกกี้ที่มองเห็นเรื่องที่ว่ากำลังอยากรีบออกจากที่นี่แต่ดูเหมือนว่าจะมีบางคนไม่คิดแบบนั้น...อย่างน้อยก็สองคน

            “ตายเกลื่อนแบบนี้ช็อปปิ้งเพลินเลยดิพี่เอ็ด!” แทนพูดกับเอ็ดเวิร์ดขณะที่ทำตาวาวเมื่อเด็คของคู่ต่อสู้ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา

            “แหม...อย่างนี้มันน่าจะมามากกว่านี้อีกหน่อยจะได้ให้ช่วยบริจาคสมทบทุนกับคนเด็กนักเกรียนอย่างนายและคนพิการทางหัวใจอย่างพี่” เอ็ดเวิร์ดตอบกลับมาขณะที่เดินตรงไปที่แทนโดนเอามือสองข้างมาถูกันในระดับอกแล้วแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก

            “คุณเซบาสเตียนนี่ขำจังเลย ตลกแล้วแถมยังใจดีด้วย...เราชอบจริงๆ” มิร่าหันไปบอกกับเรนที่ครั้งนี้เธอไม่ได้ออกแรงอะไรเลย ในขณะที่เอ็ดเวณืดเองก็ไม่เข้าใจว่ามิร่าเห็นว่าเขาใจดีตรงไหน...




    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน