และเมื่อร่างของมังกรมิติหายไปพลังพิเศษของคัลโดร่าแมนติคอร์ก็แสดงออกมามันแหงนหน้าขึ้นสู่ท้องห้าก่อนจะร้องคำรามก้องหลังจากนั้นร่างที่มีขนาดใหญ่กว่ามันก็ปรากฏตัวออกมา และเมื่อมันปรากฏกายเสียงคำรามจากอสูรสัตว์ผู้มีการเป็นโลหะสีเงินวาวและใบหน้าของบุรุษก็ดังก้องพร้อมกับอุปกรณ์สวมใส่ทุกชิ้นของแทนสลายไปเสียงคำรามในครั้งนี้ดังกว่าครั้งที่เป็นเสียงของคัลโดร่าแมนติคอร์เสียอีกเสียงอันทรงพลังของผู้พิทักษ์ที่แท้จริงของวิหารมิเรดัสแห่งอดีต...รูโดร่าแมนติคอร์

“อาร์มเดสทรอยเยอร์!” เสียงจากระบบประกาศชื่อท่าที่รูโดร่าแมนติคอร์กำลังใช้ออกมาและเมื่อสิ้นเสียงนั้น อุปกรณ์สวมใส่ทุกชิ้นของฝ่ายตรงข้ามทุกชิ้นก็แตกสลายทันทีทั้งอาวุธ เครื่องป้องกัน และอุปกรณ์สวมใส่อื่นๆ สลายไปในทันที...รวมทั้งอาวุธทั้ง6ชิ้นที่ร่างอวตารของตัวหัวหน้าถืออยู่ด้วย
“เกิดอะไรขึ้น!”
“ดาบกับเกราะฉัน!”
“แย่แล้ว...เราโดนทำลายของสวมใส่การ์ดพวกนี้เจ้าพวกนี้ไม่น่าจะมี!”
เสียงตื่นตกใจดังมาจากกลุ่มศัตรูพวกนั้นพูดได้ถูกต้องแล้วการ์ดที่มีคุณสมบัติทำลายอีควิปเช่นนี้หาได้ยากมาก และเงื่อนไขการได้การ์ดจำพวกนี้มักไม่ธรรมดาหากแทนคิดจะขายการ์ดใบนี้ราคามันน่าจะหลักหลายร้อยล้านเลยทีเดียว
“เมทัลดับเบิ้ลแฟงก์!” หลังจากที่ทำลายอุปกรณ์สวมใส่ที่จะช่วยปกป้องร่างกายเอาไว้ได้แมนติคอร์ทั้งคู่ก็ใช้ท่าผสานเข้าโจมตีกลุ่มศัตรูทันทีค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมากน้อยตามแต่พลังป้องกันของตัวพวกนั้นเอง
“15,453!” “10,732!” “16,114!” “13,689!”
“17,278!” “14,410!” “17,832!” “12,911!
“16,765!” “12,092!” “14,237!” “11,623!”
“17,248!” “11,187!” “15,453!” “13,457!”
“19,132!” “12,772!” “16,355!” “12,312!”
แทนซึ่งเป็นผู้เรียกใช้การ์ดมีเลเวลที่สูงกว่าครั้งที่เรียกใช้การ์ดใบนี้ตอนบุกไปที่กิลด์ไวท์พาลาดินค่าความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีของแมนติคอร์ทั้ง 2ตัวจึงรุนแรงกว่าครั้งนั้นมากถึงแม้ศัตรูจะมีเลเวลเพิ่มมากขึ้นก็ตาม
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...!” เจ้าตัวหัวหน้าที่มองเห็นลูกน้องของตัวเองโดนเล่นงานแถมอาวุธของตัวเองก็ถูกทำให้สลายไปตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจแต่ดูเหมือนว่าใขณะนี้จะไม่ใช่เวลาที่เขาควรจะหันไปสนใจที่อื่น...
“ซัมอมน! ซัมมอน!” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของมอนสเตอร์เผ่าอัศวินสองตันแต่ไม่ทันที่เจ้าหัวหน้าของคู่ต่อสู้จะมองเห็นอัศวิน 2 ตนนั้นร่างของซัมมอนเหล่านั้นก็สลายกลายเป็นละอองแสงเมื่อสียงเดิมเรียกใช้การ์ดอีก 1 ใบ
“ซัมมอน!” บลานซ์ที่อยู่ในร่างอวตารแห่งพฤกษาเรียกใช้การ์ดในมือการ์ดที่พลิกสถานการณ์ของเขาให้กลับมาไม่เป็นรอง...แบกเดอร์มากัสการ์ดบอสที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาเอง
เมื่อสิ้นเสียงนั้นซัมมอนระดับ15 ดาวของบลานซ์ก็ปรากฏออกมาการ์ดอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา และเมื่อแบกเดอร์มากัสปรากฏตัวออกมา การ์ดอีก2 ใบก็ถูกเรียกออกมาจากเด็คของบลานซ์การ์ดนักรบและอัศวินที่ถูกเรียกออกมาด้วยพลังของการ์ดกษัตริย์แบกเดอร์มากัสราชาผู้ถูกหลงลืมนาดัสผู้ไร้ความดีระดับ 11 ดาวและมาลาฟินนายกองแห่งอัศวินต้องสาประดับ 14 ดาวชุดการ์ดคอมโบที่ร้ายกาจที่สุดของบลานซ์ในตอนนี้

ราชาผู้ถือดาบใหญ่ปรากฏกายออกมาพร้อมประกายแสงและเงาดำที่ห่อหุ้มชุดเกราะสีดำเงาปลาบเด่นชัด หมวกที่มีเขาคล้ายวัวกระทิงชี้ไปที่กลุ่มศัตรูด้านหน้าดวงตาส่องประกายออกมาจากด้านในของหมวกเกราะตามมาด้วยการปรากฏตัวของซัมมอนเผ่าอัศวินและนักรบอันแข็งแกร่งอีก 2 ตน นาดัสผู้ไร้ความดี นักรบมืดผู้สวมชุดเกราะเบาและปรากฏกายพร้อมมอนสเตอร์เผ่าสัตว์ป่าเสือเขี้ยวดาบเซเบอร์ทูธระดับ 7 ดาว
หลังจากนั้นมอนสเตอร์ตนสุดท้ายก็ปรากฏกายออกมานายกองแห่งปราสาทสายหมอก มาลาฟินนายกองแห่งทัพอัศวินต้องสาปซัมมอนเผ่าอัศวินธาตุความมืดระดับ 14ดาวที่จะทำให้ค่าพลังโจมตีของเผ่านักรบ อัศวินเพิ่มขึ้น 50%และหากการ์ดใดที่เป็นธาตุความมืดก็จะได้รับพลังเพิ่มขึ้นอีก 50%
แบกเดอมากัสเป็นเผ่าอัศวินซึ่งมีธาตุความมืดผสมอยู่ด้วยในขณะที่นาดัสเป็นเผ่านักรบธาตุมืด ซัมมอนทั้ง 2ตนที่ว่าจึงมีพลังเพิ่มขึ้นมาก
“กลอรี่เบลด! บลัดดี้รีเวนจ์! แรมเพจโซล!”
เสียงจากระบบแจ้งท่าที่มอนสเตอร์ทั้ง3 ตนและหลังจากสิ้นเสียงนั้นแบกเดอมากัสก็ฟาดดาบลงกับพื้นก่อนให้เกิดประกายแสงสีดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นเป็นแนวยาวมาลาฟินควงดาบยักษ์สองเล่มที่พุ่งเข้าไปกลางกลุ่มของเจ้าพวกที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มของเขาแล้วเรียกใช้ท่าโจมตีที่มีรัศมีวงกว้าง...แรมเพจโซล
นาดัสนั้นเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจนสายตามมองตามไม่ทันเงาดำที่เกิดขึ้นติดตาราวกับมีหลายร่าง และเมื่อร่างของนักรบเงาตนนี้หยุดนิ่งคมมีดคู่ในมือก็โจมตีต่อเนื่องนับสิบๆ ครั้งใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม 1 คน
“9,453!” “5,634!” “8,137!” “5,871!” “7,355!” “3,815!”
“5,485!” “8,217!” “9,673!” “6,982!” “7,574!”
“7,476!” “4,426!” “7,326!” “8,652!” “3,965!” “8,982!”
“6,123!” “6,426!” “5,426!” “4,365!” “5,271!”
“9,121!” “8,537!” “6,876!” “3,784!” “5,873!” “5,873!”
“3,758!” “7,772!” “4,426!” “5,876!” “4,945!”
“4,976!” “6,372!” “3,642!” “7,623!” “3,815!” “6,932!”
จากการโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้ฝั่งตรงข้ามลดจำนวนลงสองสามคนร่างอวตารของบลานซ์ที่ได้รับผลจากพลังพิเศษของมาลาฟินที่จะทำให้อัศวินมีพลังเพิ่ม 50% ทรงพลังขึ้นอีกขณะนี้ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะใกล้เคียงกับศัตรูแล้ว
“อย่าโกรธกันเลยนะพวกนายมาหาเรื่องเราเอง” บลานซ์พูดก่อนจะพุ่งเข้าไปกระหน่ำฟันร่างอวตารของศัตรู
อวตารระดับ C นั้นแข็งแกร่ง การที่สามารถถืออาวุธได้ถึง 6ชิ้นเป็นจุดเด่นของการ์ดแอเรียที่ถูกใช้งานเลยทีเดียวแต่จุดอ่อนมักจะถูกซ่อนอยู่ในจุดเด่นเสมอ เพราะหากเรียกใช้การ์ดอาวุธถึง 6 ใบแล้วถูกทำลายลงได้พร้อมๆกันจะทำให้ผู้เล่นเสียการ์ดจำนวนมาก แต่ในกรณีนี้ก็โทษผู้ใช้ไม่ได้เสียทีเดียวเพราะการ์ดที่มีผลทำลายอุปกรณ์สวมใส่ทุกชนิดแบบที่แทนมีนั้นน้อยมากอย่างมากก็ทำลายเพียงแค่หนึ่งหรือสองใบ จึงทำให้การ์ดที่มีผลเช่นนี้มีราคาแพงมาก
บลานซ์รุกไล่จนศัตรูล้มลงและในขณะนั้นเขาก็เรียกใช้ท่าที่เป็นของร่างอวตารนี้ท่าโจมตีที่จะรวบรวมพลังไว้ที่คมดาบแมกไม้ยักษ์แล้วฟันใส่ในทีเดียว
“ดาร์กฟอเรส! (Dark Forest)” บลานซ์ตะโกนชื่อท่าออกมาหลังจากนั้นไอความมืดและใบไม้จำนวนนับไม่ถ้วนก็หมุนวนอยู่รอบดาบเล่มยักษ์ มันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดประกายแสงสีดำก็เจิดจ้าร่างอวตารของบลานซ์พุ่งเข้าฟันใส่หัวหน้าของศัตรูด้วยดาบที่อัดไปด้วยพลัง
“125,487!”
ความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับกว่าหนึ่งแสนแต่ก็ยังไม่สามารถล้มร่างอวตารของแอเรียระดับ C ได้ บลานซ์ไม่รอให้เสียจังหวะเขาพุ่งไปจัดการศัตรูต่ออีกนับสิบครั้งในขณะที่พวกสายสนับสนุนถูกอายะและทากะที่บุกเข้าประชิดตัวสังหารลงจนหมดเรียบร้อยและในที่สุดร่างอวตารของเจ้าตัวหัวหน้าก็สลายไป
“โนเวมเบอร์เรน!”
“เซเว่นเรย์! แอเรีย!”
“คารูระ!”
“ฮิริว!”
“เบลส ออฟ ดิ อาร์คแองเจิ้ล!”
เสียงเรียกใช้สกิลและคาถาระดับเกินกว่า15 ดาวดังขึ้นระรัวหลังจากนั้นซัมมอนโกเลมเหล็กจากการอวตารก็สลายไปตามไปด้วยฝ่ายศัตรูที่คนสุดท้ายถูกคมดาบของอายะและอสูรดาบจากต่างมิติโจมตีเข้าใส่จนกลายเป็นละอองแสง
การต่อสู้จบลงความเงียบค่อยๆ แทรกตัวเข้าแทนความวุ่นวายสายตาทุกคู่ที่มองดูการต่อสู้นี้อยู่มองมาที่พวกของแทนเป็นตาเดียวจำนวนคนที่มุงดูอยู่จากระยะไกลนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนที่เริ่มการต่อสู้มากและเมื่อการต่อสู้จบลงโดยที่ผลที่ปรากฏออกมานั้นผิดจากที่ทุกคนคาดเอาไว้พวกของแทนก็เป็นจุดเด่นเข้าไปใหญ่เพราะจริงๆแล้วเจ้ากลุ่มนี้ด้วยจำนวนคนและเลเวลที่ไม่ใช่ต่ำแถมยังมีการ์ดแข็งแกร่งที่ชิงมาจากคนอื่นด้วยถือว่าเป็นเจ้าถิ่นเลยก็ว่าได้
ทุกสายตาจ้องมายังพวกเขานิกกี้ที่มองเห็นเรื่องที่ว่ากำลังอยากรีบออกจากที่นี่แต่ดูเหมือนว่าจะมีบางคนไม่คิดแบบนั้น...อย่างน้อยก็สองคน
“ตายเกลื่อนแบบนี้ช็อปปิ้งเพลินเลยดิพี่เอ็ด!” แทนพูดกับเอ็ดเวิร์ดขณะที่ทำตาวาวเมื่อเด็คของคู่ต่อสู้ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา
“แหม...อย่างนี้มันน่าจะมามากกว่านี้อีกหน่อยจะได้ให้ช่วยบริจาคสมทบทุนกับคนเด็กนักเกรียนอย่างนายและคนพิการทางหัวใจอย่างพี่” เอ็ดเวิร์ดตอบกลับมาขณะที่เดินตรงไปที่แทนโดนเอามือสองข้างมาถูกันในระดับอกแล้วแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก
“คุณเซบาสเตียนนี่ขำจังเลย ตลกแล้วแถมยังใจดีด้วย...เราชอบจริงๆ” มิร่าหันไปบอกกับเรนที่ครั้งนี้เธอไม่ได้ออกแรงอะไรเลย ในขณะที่เอ็ดเวณืดเองก็ไม่เข้าใจว่ามิร่าเห็นว่าเขาใจดีตรงไหน...