บทที่ 16 เกี๊ยวนี้ไม่ได้กินฟรี (รีไรต์)
โกวเซิงส่งเสียงฮึดฮัด ก่อนจะหันหลังวิ่งออกไป
ไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับฟืนกองหนึ่งในเต็มไม้เต็มมือ “แม่ครับ ต้องไปก่อไฟหรือยัง?”
“แม่กำลังทำไส้เกี๊ยว เดี๋ยวค่อยก่อทีหลัง”
เมิ่งว่านถังนวดแป้งเสร็จแล้ว จึงวางพักไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเริ่มหั่นกุยช่ายเพื่อเตรียมไส้เกี๊ยว
คนในบ้านค่อนข้างเยอะ
เห็นได้ชัดว่า แค่ลู่ชิงเหยี่ยคนเดียวก็เทียบเท่ากับคนนับสิบแล้ว
โกวต้านกับโกวเซิงก็ต่างเริ่มเข้าสู่วัยที่พัฒนาการทางร่างกายกำลังโดดเด่น และกำลังอยู่ใน่เจริญเติบโตที่กำลังเริ่มกิน ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น คนหนึ่งอย่างน้อย ๆ ก็ต้องกินเกี๊ยวประมาณ 25 ลูก
ส่วนลู่ชิงเหยี่ยที่อยากอาหารแบบนี้ คาดว่าคงต้องกิน 60-70 ลูก
ส่วนเธอไม่ได้กินมานัก มากสุดเพียง 20 ลูก
ต้องห่อเกี๊ยวให้ได้อย่างน้อย 150 ลูก ถึงจะเพียงพอ
เกี๊ยวสามารถห่อเผื่อไว้ได้ ถ้ากินเหลือ ่บ่ายถ้ามีใครหิวก็กินรองท้องสักสองสามลูก โดยไม่ต้องอุ่นได้
เธอไม่ได้ใส่เกลือลงในไส้เกี๊ยว แต่ใส่เต้าเจี้ยวกับกุ้งแห้งแทน
แบบนี้รสชาติจะอร่อยกว่า
“โกวต้านไปเรียกพ่อของลูกมากินข้าวเร็ว ห่อเกี๊ยวเสร็จแล้ว” เมิ่งว่านถังห่อเกี๊ยวคนเดียว ต้องใช้เวลาห่อกว่าหนึ่งชั่วโมง ถ้ามีคนช่วยอีกคนคงจะเร็วขึ้นมาก
ลู่ชิงเหยี่ยกำลังทำงานอยู่ที่สวนหลังบ้าน
ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว อากาศเริ่มร้อนระอุ เข้าบ้านมาห่อเกี๊ยวย่อมดีกว่า
ลู่ชิงเหยี่ยกลับเข้ามา ล้างมือเสร็จก็เดินไปยืนอยู่ข้างหลังเมิ่งว่านถัง ทันใดนั้น ภายในห้องก็ราวกับมืดมิดลง
ตัวตนของเขารุนแรงอย่างมาก
“แป้งอยู่ตรงนี้ คุณนวดแผ่นเกี๊ยวก่อน เดี๋ยวฉันห่อเอง กินข้าวเสร็จแล้วค่อยออกไปทำงานต่อ อากาศร้อนแบบนี้ ระวังจะเป็ลมแดด ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้เสียเงินซื้อยามากินอีก”
ลู่ชิงเหยี่ยไม่พูดอะไร หยิบมีดมาตัดแป้งเป็ก้อน ๆ แล้วเริ่มทำแผ่นเกี๊ยว
เขาเป็ผู้ชาย มีแรงมาก ไม่นานก็นวดแผ่นเกี๊ยวออกมาได้มากมาย
เมิ่งว่านถังหันกลับไปมอง ชายหนุ่มตรงหน้าสวมเพียงเสื้อกล้ามสีขาว ตอนทำงานก้มตัวลงเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามท้องแน่นปึ้กของเขาผ่านช่องแขนเสื้อ
หุ่นแบบนี้...
ช่างเพอร์เฟกต์!
สมแล้วที่เป็ตัวละครในนิยายอีโรติก ถึงแม้จะเป็ผู้ชายของนางร้าย แต่เขาก็เป็ผู้ชายที่ทำให้นางร้ายตั้งท้องลูกแฝดได้ แถมยังมีเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำสูงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์
ไม่รู้ว่าพลังของเอวเขาจะรุนแรงแค่ไหน...
เมิ่งว่านถังห่อเกี๊ยวได้อย่างรวดเร็ว ลู่ชิงเหยี่ยอดใจไม่ได้ที่จะมองเธอ เมิ่งว่านถังรู้สึกใจหายวาบ นึกถึงเื่ที่ทั้งสองไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน จึงหันไปปะทะสายตาอย่างท้าทาย
“มองอะไร? ไม่เคยเห็นฉันห่อเกี๊ยวหรือไง?”
ลู่ชิงเหยี่ยก็ไม่เคยเห็นจริง ๆ
เกี๊ยวห่อเสร็จแล้ว โกวเซิงก็ต้มน้ำเดือดเรียบร้อย
เมิ่งว่านถังจึงเดินไปต้มเกี๊ยว
เสี่ยวพ่างก็นั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ จ้องเกี๊ยวในหม้อตาไม่กะพริบ
เมิ่งว่านถังคิดว่าเด็กคนนี้ไม่ได้โง่ แต่อาจจะตอบสนองช้าไปก็เท่านั้น
เกี๊ยวยังไม่ทันสุกดี
เด็กน้อยทั้งสามคนต่างก็จ้องมองเกี๊ยวในหม้อตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะโกวเซิง เขาแทบอยากจะยื่นคอเข้าไปในหม้อเสียให้ได้
แม้แต่โกวต้านที่มักจะทำตัวนิ่ง ๆ ก็ทนต่อการล่อลวงไม่ไหว แม้จะพยายามควบคุมสายตา ก็ยังอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเข้าไปในหม้อเป็ระยะ
“ยังไม่สุกเหรอครับ?”
โกวเซิงอดใจไม่ไหว จึงหันไปถาม
เมิ่งว่านถังจึงแกล้งเงียบ ไม่ยอมพูด เมื่อเห็นว่าโกวเซิงร้อนใจมากจึงพูดว่า “ใกล้เสร็จแล้ว ไปเอาชามกับจานมาให้แม่หน่อย”
“ครับ!”
โกวเซิงตอบรับอย่างร่าเริง ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป
ไม่นานก็กอดชามออกมาจากในบ้าน
เมิ่งว่านถังรับชามมา วางบนเตาไฟด้านนอกที่เย็นแล้ว
ใช้กระบวยตักเกี๊ยวใส่ชาม
“ถือชามของตัวเองเข้าไปกินในบ้านนะ ระวังร้อนด้วย ได้ยินไหม?”
เมิ่งว่านถังเป็ห่วงจริง ๆ กลัวว่าเ้าเด็กโง่พวกนี้นะจะเผลอทำลวกใส่ตัวเองตอนกินเกี๊ยว
ส่วนเกี๊ยวที่เหลือ เธอตักใส่จานอีกหลายใบ ไม่ต้องบอกลู่ชิงเหยี่ยก็ยกเข้าบ้านทันที
เมิ่งว่านถังตักน้ำซุปเกี๊ยวใส่ชาม แล้วนำไปพักไว้ให้เย็นลง
เธอตั้งใจคีบเกี๊ยวสามลูก แกะไส้วางพักไว้ในชามให้เย็นลง
ตั้งใจว่าอีกสักพักจะป้อนให้เสี่ยวพ่าง
ผลปรากฏว่าเสี่ยวพ่างหยิบเกี๊ยวไปถือไว้ในมือแล้ว นั่งกินทีละนิดอย่างเรียบร้อย
เหลือเพียงลู่ชิงเหยี่ยที่ยังไม่ได้กิน
เมิ่งว่านถังนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วพูดว่า “พวกเราเป็คนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น อาหารพร้อมแล้วก็กินก่อนได้เลย ไม่ต้องรอฉัน”
ลู่ชิงเหยี่ยจึงเริ่มลงมือกินข้าว
ต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดีไปหมด
อย่างไรเสียตอนนี้เธอก็มีลูกแล้ว จะแต่งงานหรือไม่แต่งงานก็ไม่สำคัญ
ถ้าในอนาคตลู่ชิงเหยี่ยอยากจะหย่าร้างแล้วไปเริ่มต้นใหม่ เธอจะไม่ขัดขวางความสุขของเขาแน่นอน
เมิ่งว่านถังรู้สึกว่าเธอห่อเกี๊ยวไว้เยอะมากแล้ว
คิดว่าอย่างน้อยต้องเหลือสักสิบกว่าลูก
ใครจะไปรู้ว่าไม่เหลือแม้แต่ลูกเดียว
เด็กทั้งสามคนกินจนท้องป่อง
โกวเซิงกินราวกับว่าเป็มื้อสุดท้ายของชีวิต แค่มองดูท่าทางก็รู้แล้วว่าใกล้จะอ้วกออกมาเต็มที
ส่วนลู่ชิงเหยี่ยก็นั่งกินเกี๊ยวอย่างเงียบเชียบ
เมิ่งว่านถังนับเกี๊ยวที่ตัวเองกินไป รวมกับเสี่ยวพ่างแล้วก็แค่ 20 ลูกเท่านั้น เธอทำเกี๊ยวมากกว่าที่คิดไว้ประมาณ 170-180 ลูก แต่สุดท้ายกลับไม่เหลือไว้เลยสักลูก
สีหน้าของเมิ่งว่านถังราวกับถูกฟ้าผ่า
พวกเขาสามคนกินเก่งขนาดนี้ อาหารในบ้านคงไม่พอกินถึงเจ็ดวันด้วยซ้ำ
ข้าวฟ่างที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านถึงแม้ว่าจะเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี แต่ก็คงไม่พอให้กินไปจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวในปีหน้า!
“กินอิ่มกันหรือยัง? ถ้าอิ่มแล้วก็ไปทำงานที่สวนหลังบ้าน จะได้ย่อยอาหารไปด้วย”
เมิ่งว่านถังนั่งไม่ติดที่แล้ว
เธอ้าไปที่สวนหลังบ้าน ไปพรวนดินทั้งผืน พรุ่งนี้จะได้ซื้อเมล็ดพันธุ์กลับมาแล้วรีบปลูกข้าวฟ่างและข้าวสาลีได้เร็ว ๆ
ลู่ชิงเหยี่ยลุกขึ้น “ฉันจะไปที่ฟาร์มสักหน่อย”
“ทำไม?”
เมิ่งว่านถังสงสัยว่าเขาไม่อยากทำงาน
ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้อธิบาย เพียงแค่พูดว่า “เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
เมิ่งว่านถัง “...”
ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานไม่เร็ว แต่ก็ไม่ช้า เธอถือจอบพรวนดินไปทีละนิด ๆ
ทันใดนั้น ก็ได้ยินโกวเซิงที่อยู่ข้าง ๆ ะโขึ้นเสียงดัง “มีรถแทรกเตอร์มาด้วย!”
ยังไม่ทันที่เสียงจะหายไป เด็กน้อยก็วิ่งไปที่กำแพงแล้ว พลางมองออกไปข้างนอกด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็ะโลงจากกำแพง แล้ววิ่งตรงไปที่ประตู
เด็กน้อยยังะโเรียกพี่ชายขณะที่วิ่งไปพลาง
“พี่รีบมาเร็ว ๆ มาขึ้นรถกัน!”
เมิ่งว่านถังเห็นประตูเล็ก ๆ ของสวนหลังบ้านถูกเปิดออก จากนั้นเด็กน้อยทั้งสามคนก็หายไป
หลังจากนั้น ลู่ชิงเหยี่ยก็ขับรถแทรกเตอร์พาเด็กทั้งสามคนเข้ามาจากด้านนอก
เมิ่งว่านถังเลิกคิ้ว
เธอไม่ได้เดินเข้าไปหา แต่กลับยืนอยู่ที่เดิม มองลู่ชิงเหยี่ยที่ขับรถแทรกเตอร์เพื่อพรวนหน้าดิน
แบบนี้มันเร็วกว่าที่เธอใช้จอบพรวนดินตั้งเยอะ
เมิ่งว่านถังคิด มื้อเที่ยงที่กินเกี๊ยวกันไปก็นับว่าไม่เสียเปล่าแล้ว
ตอนเย็นกินข้าวกับผัดผักกุยช่ายจานหนึ่ง แล้วก็ผัดเต้าหู้อีกจาน ประทังไปก่อนหนึ่งมื้อ
รออีกหน่อยค่อยทำถั่วหมักอะไรทำนองนั้น เอาเก็บไว้กิน่ฤดูหนาว
วันเวลาก็ไม่ได้ผ่านไปอย่างยากลำบากนัก
เมิ่งว่านถังเริ่มอารมณ์ดี มองผืนนาสองหมู่*[1]ที่ลู่ชิงเหยี่ยพรวนเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่างรวดเร็ว ก็ไปเตรียมอาหารเย็นด้วยความยินดี
เช้าวันรุ่งขึ้น
ตีห้า ฟ้าใกล้จะรุ่งสาง
เหมียวอิ๋นฮวายืนะโอยู่ข้างนอก “แม่โกวต้าน ตื่นหรือยัง!”
เมิ่งว่านถังรีบเดินออกไปข้างนอก “ฉันตื่นแล้ว พวกเราจะไปกันเลยไหม?”
“ยังหรอก ๆ อีกสักพักค่อยออกไป ฉันแค่แวะมาเรียกเธอก่อน กลัวว่าเธอจะตื่นไม่ทัน”
เมิ่งว่านถัง “...”
“งั้นฉันกลับก่อนนะไว้จะมาเรียกเธออีกที เธอก็รีบเตรียมตัวล่ะ”
เหมียวอิ๋นฮวามาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าเช่นเดียวกัน
เห็นได้ชัดว่าวันนี้หล่อนไม่ปวดท้องแล้ว
เมิ่งว่านถังกลับเข้าไปในห้อง พลางหากระเป๋าใบหนึ่ง จากนั้นก็ใส่ถุงผ้าอีกหลายใบลงไป
ลู่ชิงเหยี่ยตื่นนานแล้ว เขาเงยหน้ามองเธอ “วันนี้ฉันต้องออกไปทำงาน ส่วนลูก ๆ จะฝากไว้กับพ่อแม่ก่อน ถ้าเธอกลับมาแล้ว แวะรับพวกเขาด้วยได้ไหม?”
[1] หมู่ (ไร่) เป็การนับเลขแบบจีน ซึ่ง 1 หมู่จะเท่ากับ 166.5 ตารางวา หรือ 666 ตารางเมตร