(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 86 หวูเหยียนจีผู้แสดงความยินดีอย่างบ้าคลั่ง

            หุ่นจิตพฤกษาโบราณทั้งห้าตนยืนตระหง่านอยู่กลางลานฝึก เปลือกไม้สีม่วงเข้มเปล่งประกายแผ่วเบาภายใต้แสงแดด เส้นรากที่ถักทอกันเป็นโครงสร้างแข็งแกร่งขยับเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงและเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นนักล่ามังกรที่มีชีวิตและจิตวิญญาณของตนเอง


            ขณะที่หวงเยี่ยได้แสดงวิชาหุ่นจิตพฤกษาโบราณออกมาถึงห้าตน


            พ่อบ้านและเหล่านักเรียนคนอื่นๆต่างก็ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในใจอย่างไรดี


            โดยเฉพาะพ่อบ้านชรา ผู้ซึ่งติดตามและรับใช้คณบดีหวูเหยียนจีมานานนับหลายสิบปี


            เขาเฝ้ามองการเติบโตของศิษย์นับไม่ถ้วน เคยเห็นทั้งอัจฉริยะผู้โดดเด่นและผู้มีความเพียรอันน่าชื่นชม


            แต่ไม่ว่าใครก็ล้วนต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือกระทั่งนับเดือน กว่าจะสามารถสร้างหุ่นจิตพฤกษาโบราณขึ้นมาได้เพียงหนึ่งตน และยังต้องใช้สมาธิอย่างสูงในการควบคุมให้เคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคง


            แต่หวงเยี่ยกลับทำได้ในชั่วพริบตา ยังสำแดงออกมาพร้อมกันถึงห้าตน


            และทุกตนล้วนเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตนเองเลยก็ว่าได้


            มือของพ่อบ้านสั่นเล็กน้อย ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความตื่นตะลึงปนยินดี


            “อัจฉริยะ.. ไม่สิ นี่มันเหนือกว่าอัจฉริยะเสียอีก..”


            เขาพึมพำกับตนเองอย่างตกตะลึง


            รอบด้าน นักเรียนชั้นปีหนึ่งและปีสองต่างยืนนิ่งงัน บางคนเบิกตากว้าง บางคนอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว


            ความพยายามที่พวกเขาทุ่มเทมาตลอดหลายวัน มันกลับดูเลือนรางลงทันทีเมื่อเทียบกับภาพตรงหน้า ความรู้สึกซับซ้อนเอ่อล้นอยู่ในอก ทั้งชื่นชม ทั้งตกตะลึง และยากจะปฏิเสธว่ามีประกายของความอิจฉาริษยาปะปนอยู่ด้วย


            ในจังหวะที่ทุกคนยังจมอยู่กับความตะลึงงันนั้นเอง เสียงคำรามที่เปี่ยมด้วยความยินดีก็ดังก้องออกมาจากภายในอาคารด้านหลังลานฝึก


            “เจ้าชายน้อยหวงเยี่ยซื่อจื่อ!”


            “รีบเข้ามาหาอาจารย์เร็วเข้า!”


            น้ำเสียงนั้นคือของคณบดีหวูเหยียนจี ผู้เป็นเจ้าของวิชานี้และเป็นตัวตนระดับสูงของสถานที่แห่งนี้นั่นเอง


            ทันทีที่เสียงนั้นจบลง ทุกคนต่างเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม


            หวงเยี่ยได้รับการยอมรับแล้ว


            พ่อบ้านชราพลันได้สติจากความตื่นตะลึง สูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความสั่นไหว ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็โค้งคำนับให้หวงเยี่ยอย่างนอบน้อม ท่าทีที่เคยเป็นเพียงการต้อนรับแขกผู้มีพรสวรรค์ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคารพต่อศิษย์โดยตรงของคณบดี


            “เชิญเข้าไปหาท่านคณบดีได้เลยขอรับ เพราะท่านถือเป็นลูกศิษย์ของท่านหวูเหยียนจีอย่างเป็นทางการแล้ว!”


            คำประกาศนั้นยิ่งตอกย้ำความจริงให้ชัดเจนขึ้นไปอีก นักเรียนโดยรอบต่างกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก


            หวงเยี่ยเมื่อได้ยินดวงตาก็เปล่งประกายขึ้น รอยยิ้มแห่งความคาดหวังปรากฏบนใบหน้าอย่างเปิดเผย


            “ขอบคุณ..”


            เขาพยักหน้าให้พ่อบ้านอย่างสุภาพ ก่อนจะยกมือขึ้น


            เพียงชั่วความคิดเดียว หุ่นจิตพฤกษาโบราณทั้งห้าตนก็สลายตัว


            รากไม้สีม่วงเข้มแปรเปลี่ยนเป็นละอองพลังแล้วจมหายลงสู่พื้นลานอย่างไร้ร่องรอย


            หวงเยี่ยก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เดินผ่านพ่อบ้านที่ยังคงโค้งคำนับอยู่ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่อาคารอันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

    ประตูขนาดใหญ่เปิดออกอย่างเงียบงัน ราวกับต้อนรับผู้ที่คู่ควรโดยเฉพาะ


            ร่างของหวงเยี่ยค่อยๆเลือนหายเข้าไปในส่วนลึกของอาณาเขต ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักเรียนทั่วไปยากจะได้ย่างกราย


            ภายนอกลานฝึก เหล่านักเรียนยังคงยืนมองแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆห่างออกไป


            “เขากลายเป็นศิษย์โดยตรงของคณบดีแล้วจริงๆ!”


            “ทั้งที่เราเพิ่งเริ่มเรียนวิชาเดียวกัน..”


            ภาพแผ่นหลังของหวงเยี่ยที่ก้าวเข้าสู่ส่วนลึกของอาคาร ยังคงสะท้อนอยู่ในสายตาของพวกเขาอย่างชัดเจน เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของช่องว่างระหว่างผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงสุดกับผู้ที่ยังต้องดิ้นรนไต่เต้าขึ้นไปทีละก้าวเลยก็ว่าได้


            ...


            ภายในห้องโถงอันโอ่อ่าของอาคารใหญ่ แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างบานสูงที่ประดับด้วยลวดลายเถาวัลย์ แสงสีทองตกกระทบพื้นไม้ขัดเงาจนเกิดเงาสะท้อนนุ่มนวล กลิ่นหอมอ่อนของไม้เก่าแก่และสมุนไพรลอยอวลอยู่ในอากาศ


            บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกสง่างามและหนักแน่น สมกับเป็นสถานที่พำนักของยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่


            ทว่าบรรยากาศอันสุขุมกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความคึกคัก


            คณบดีหวูเหยียนจีในเวลานี้กำลังแสดงอารมณ์ที่แตกต่างจากภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามโดยสิ้นเชิง


            ชายวัยกลางคนผู้มีหนวดเคราครึ้ม ใบหน้าคมเข้มและร่างกายกำยำ ยกขวดเหล้าขึ้นกระดกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหัวเราะเสียงดังอย่างไม่คิดปิดบัง ความยินดีปรากฏชัดในแววตา ราวกับเพิ่งค้นพบสมบัติล้ำค่าที่เฝ้ารอมานาน


            เสียงหัวเราะทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักต้องหันมองหน้ากันโดยพร้อมเพรียง


            ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆอย่างจนใจต่อท่าทีของผู้เป็นอาจารย์


            “ดูเหมือนพวกเราจะได้รับศิษย์น้องที่น่าเหลือเชื่อแล้วสินะ?”


            ชายหนุ่มผู้มีนามว่าหลี่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความทึ่งและขบขันในเวลาเดียวกัน


            เขามีบุคลิกสุขุม ดวงตาเฉียบคม บัดนี้กลับฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด


            หญิงสาวที่ยืนเคียงข้างกัน นามว่าไป๋อวี้ เผยรอยยิ้มบาง ก่อนจะส่ายศีรษะอย่างทอดถอนใจ


            “เฮ้อ.. หวงเยี่ยคนนี้เป็นมังกรในร่างมนุษย์หรือยังไงกันเนี่ย สามารถฝึกฝนวิชาการต่อสู้ธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิได้ในชั่วอึดใจเดียว”


            “ขนาดเราเองยังต้องใช้เวลานับเดือน กว่าจะได้มาเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์!”


            ถ้อยคำของนางเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ แม้จะฟังดูเหมือนบ่น แต่กลับไม่มีความขุ่นเคือง มีเพียงความยอมรับในพรสวรรค์ที่เหนือชั้น


            คำพูดนั้นราวกับสะกิดความทรงจำของหลี่เฉิน เขาหัวเราะแห้งๆพลางยกมือเกาศีรษะอย่างเขินอายเล็กน้อย


            “ข้ายังต้องใช้เวลากว่าสองอาทิตย์ เร็วสุดก็อาจเป็นศิษย์น้องหญิงซ่งอี้ที่ยังต้องใช้เวลากว่าหนึ่งอาทิตย์ นั่นคือเร็วสุดแล้วนะ”


            เมื่อเอ่ยจบ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจ พลางส่ายหน้าอย่างยอมรับ ถึงความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะทั่วไปกับอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาด


            หวูเหยียนจีซึ่งยังถือขวดเหล้าอยู่ในมือ หันศีรษะมามองศิษย์ทั้งสอง ดวงตาคมฉายแววจริงจังในทันที


            เขาหยุดหัวเราะ ก่อนจะคำรามเสียงดัง


            “ตอนนี้พวกเจ้ามีศิษย์น้องที่น่าสะพรึงกลัวคนใหม่แล้ว จงรักษาความเร็วในการฝึกฝนของตนเองเอาไว้ซะ!”


            “อย่าคิดว่าตนเองเป็นถึงนักล่ามังกรระดับห้าแล้วจะประมาทได้กันละ”


            “เพราะถ้าเผลอประมาทเพียงนิดเดียว หวงเยี่ยได้แซงหน้าพวกเจ้าไปอย่างแน่นอน!”


            น้ำเสียงของเขาทรงพลังและเด็ดขาด แฝงทั้งคำเตือนและความคาดหวัง


            หลี่เฉินและไป๋อวี้พลันตั้งสีหน้าเคร่งขรึม ความผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ทั้งสองประสานมือคำนับพร้อมกันอย่างเคารพ


            “เข้าใจแล้วครับ!”


            “เข้าใจแล้วค่ะ!”


            คำตอบหนักแน่น สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เพราะพวกเขารู้ดีว่าอาจารย์มิได้กล่าวเกินจริงไปเลยซักนิด


            ในขณะเดียวกัน ประตูห้องโถงไม้ขนาดใหญ่ค่อยๆเปิดออกอย่างเงียบงัน


            หวงเยี่ยก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง พื้นไม้ส่งเสียงแผ่วเบาตามจังหวะฝีเท้า แสงจากด้านนอกสาดตามหลังเขาเข้ามา ทำให้เงาร่างทอดยาวบนพื้นห้องโถง สายตาของเขากวาดมองโดยรอบอย่างสำรวม ก่อนจะหยุดลงที่บุรุษผู้ยืนเอามือไพล่หลังอยู่เบื้องหน้า


            ในเวลานั้น หวูเหยียนจีได้วางขวดเหล้าลงแล้ว ท่าทางกลับคืนสู่ความเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม


            ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งดุจภูผา มือไพล่หลังอย่างสง่างาม กลิ่นอายพลังอันลุ่มลึกแผ่ซ่านอย่างสงบ ทว่าแม้ใบหน้าของเขาจะดุดันและจริงจังเพียงใด แววตาที่มองมายังหวงเยี่ยกลับไม่อาจปิดบังความยินดีและความพึงพอใจได้เลยแม้แต่น้อย


            หวงเยี่ยก้าวเข้าไปจนถึงระยะที่เหมาะสม ก่อนจะประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม


            “ศิษย์หวงเยี่ย..”


            “คารวะท่านอาจารย์!”


            หลี่เฉินและไป๋อวี้ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างต่างหันมองเขาอย่างพิจารณา สายตาเต็มไปด้วยความสนใจและชื่นชม


            ขณะที่หวูเหยียนจีพยักหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองหวงเยี่ยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหมือนกำลังตรวจสอบอัญมณีล้ำค่าที่เพิ่งได้มา


            “ดะ.. ดะ.. ดีมาก!”


            “สามารถฝึกหุ่นจิตพฤกษาโบราณขั้นแรกได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังควบคุมได้พร้อมกันถึงห้าตน”


            “พรสวรรค์เช่นนี้ต่อให้มองไปทั่วทั้งทวีปก็ยังหาได้ยากยิ่ง!”


            เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย สายตาเปี่ยมด้วยความคาดหวังอันแรงกล้า


            “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป.. เจ้าคือศิษย์สายตรงของข้า หวูเหยียนจี!”


            คำประกาศนั้นหนักแน่นและชัดเจน กังวานสะท้อนอยู่ภายในห้องโถงราวกับคำสัตย์แห่งโชคชะตา


            หลี่เฉินยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร


            “ยินดีต้อนรับ ศิษย์น้องหวงเยี่ย ต่อจากนี้พวกเราก็คือพี่น้องร่วมสำนักเดียวกันแล้ว!”


            ไป๋อวี้พยักหน้า พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน


            “หวังว่าในภายหน้า ศิษย์น้องจะช่วยผลักดันให้พวกเราก้าวหน้าไปด้วยกัน”


            หวงเยี่ยหันไปประสานมือคำนับทั้งสองอย่างให้เกียรติ


            “ขอฝากตัวกับศิษย์พี่ทั้งสองด้วยนะ”


            บรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความยินดีและความคาดหวังที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน


            ภายใต้สายตาที่พึงพอใจของหวูเหยียนจี เส้นทางของหวงเยี่ยในฐานะศิษย์สายตรงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668