หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 - สังหารศัตรู

            เยี่ยซางเห็นว่าระยะทางยังคงห่างออกไปมากกว่าสิบหมี่เขายกมือขวาขึ้นแล้วขว้างหอกสังสารวัฏออกไปอีกครั้งโดยเล็งไปที่เสื้อคลุมของลัวซื่อไห่แทน

            สิ่งที่เยี่ยซางสามารถทำได้คือการชะลอความเร็วของลัวซื่อไห่เพื่อให้ชิงจีและหยางเหล่ยตามมาให้ทัน

            พอลัวซื่อไห่ได้ยินเสียงแหวกอากาศจากด้านหลังของเขาอีกครั้งก็รีบขยับกายหลบไปอีกด้านหนึ่ง การหลบครั้งนี้ทำให้เทียนอวี่มาอยู่ข้างหลังเขาพอดี

            “มอบความตายให้ข้า”หยางเหล่ยคำรามด้วยเสียงนุ่มนวล นางทิ้งตัวลงจากเทียนอวี่ ใช้มือขวาของตนเองตบไปที่หลังของลัวซื่อไห่เยี่ยซางเห็นว่าฝ่ามือของหยางเหล่ยมีลมพายุสีฟ้าขนาดเท่าอ่างล้างหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาของคัมภีร์หัตถ์คลุมสวรรค์หัตถ์พลิกเมฆา

            ลัวซื่อไห่ไม่กล้ารับฝ่ามือนี้เขารีบหลบไปอีกด้านแล้ววิ่งไปข้างหน้าพร้อมตั้งหน้าตั้งตาที่จะหนีต่อไป เขาไม่มีแผนจะเผชิญหน้ากับหยางเหล่ย

            ฝ่ามือของหยางเหล่ยฟาดลงไปในอากาศนางกระโดดขึ้นและฟาดฝ่ามือที่สองไปทางลัวซื่อไห่อีกครั้ง

            ลัวซื่อไห่วิ่งหนีพร้อมพยายามหลบทำให้เขาไม่สามารถหลบหนีด้วยความเร็วเต็มที่ได้

            เยี่ยซางหยิบหอกสังสารวัฏตามหลังหยางเหล่ยและลัวซื่อไห่ก่อนเทียนอวี่จะร่อนลงบนหลังคาของอาคารแห่งหนึ่ง

            หยางเหล่ยยังคงโจมตีลัวซื่อไห่ด้วยฝ่ามือทีละข้างส่วนลัวซื่อไห่ก็ยังพยายามหลบหลีกด้วยการพุ่งไปข้างหน้า

            ลัวซื่อไห่ที่หลบหัตถ์พลิกเมฆาไปได้ไม่กี่ฝ่ามือเริ่มวิ่งได้อย่างไม่มั่นคงนักหยางเหล่ยคว้าโอกาสกระโดดขึ้นและฟาดมือลงบนศีรษะของอีกฝ่ายฝ่ามือนี้มีระยะโจมตีครอบคลุมทั้งร่างของลัวซื่อไห่

            “หญิงชั้นต่ำรังแกกันเกินไปแล้ว” ลัวซื่อไห่ต่อยสวนฝ่ามือของหยางเหล่ยเมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้น

            ตูม!

            เสียงปะทะดังขึ้นร่างของลัวซื่อไห่สั่นสะท้าน แขนข้างหนึ่งบิดงอผิดปกติทั้งยังเห็นได้ชัดว่าฝ่ามือของหยางเหล่ยก็หักเหมือนกัน

            “นอกจากทักษะการเคลื่อนไหวของเจ้าที่เหลือล้วนเป็นขยะ ขยะไร้ค่า!”เมื่อเห็นว่าลัวซื่อไห่ที่ล้มลงกับพื้นลุกขึ้นมาอีกครั้งทั้งยังสูญเสียความเร็วที่จะหลบหนี หยางเหล่ยก็ขยับมือของนางไปไว้ข้างตัวและเคลื่อนตัวไปทางลัวซื่อไห่อย่างช้าๆ

            ในเวลานี้ชิงจีกระโดดลงมาจากชิงเตียวและปิดกั้นทางออกอีกฝั่งหนึ่งของซอย

            “ยอดเขาไท่เสวียนของเจ้ายังไม่ยอมจบเรื่องอีกหรือ? พวกเจ้าตามล่าข้ามานานกว่าสิบปีแล้วข้าก็สูญเสียนิกายสี่ช่องสมุทรไปแล้วยังไม่พออีกหรือไร?” ลัวซื่อไห่ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

            “ชีวิตที่ต่ำต้อยของเจ้าจะมาเทียบกับศิษย์น้องคนที่สิบสองของข้าได้อย่างไร? ถ้ามันคือการต่อสู้เป็นตายตามปกติยอดเขาไท่เสวียนของข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด แล้วนิกายสี่ช่องสมุทรของเจ้าเล่า? พอเห็นสมบัติก็เอาคนกว่ายี่สิบคนมาปิดล้อมน้องชายสิบสองของเรา บัญชีนี้จะต้องถูกชำระในวันนี้”หยางเหล่ยกล่าวอย่างเย็นชาจากเส้นผมที่สั่นไหวของนางเห็นได้ชัดว่านางตื่นตัวอย่างถึงที่สุด

            “ข้าจะสู้กับเจ้า”ลัวซื่อไห่พุ่งเข้าหาและใช้ดาบในมือซ้ายแทงไปที่หน้าอกของหยางเหล่ย

            “เจ้ามีคุณสมบัติที่จะต่อสู้กับข้าด้วยหรือ?” เท้าของหยางเหล่ยกระแทกลงกับพื้นทำให้กายท่อนล่างของนางก้าวถอยหลัง แต่ร่างส่วนบนเหยียดไปข้างหน้าจากนั้นมือขวาของนางก็ฟาดออกไป

            ในเวลานี้หยางเหล่ยดูคล้ายกับเซียนในอากาศ มือของนางตบลงบนแขนซ้ายของลัวซื่อไห่ที่ถือดาบอยู่ทำลายแขนซ้ายของลัวซื่อไห่จนแหลกเละเป็นภาพไม่น่ามอง

            “หญิงชั้นต่ำนางบ้า ข้าจะสู้กับเจ้า ถ้าข้าตาย ข้าจะลากเจ้าไปด้วย” ลัวซื่อไห่คำรามใบหน้าของเขาเริ่มแดงและร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้น

            “ระเบิดตัวเองหรือ?” หยางเหล่ยถอยห่างด้วยความประหลาดใจขณะที่นางถอยกลับ นางเอื้อมมือออกไปคว้าเยี่ยซางที่กำลังไล่ตามนางออกมาด้วยชิงจีก็ถอยออกไปเช่นกัน

            เมื่อหยางเหล่ยและชิงจีถอยห่างออกไปเจ็ดหรือแปดจั้งเสียงกึงก้องก็ดังขึ้น ลัวซื่อไห่กลายเป็นเศษเนื้อกระจัดกระจายแม้แต่กำแพงหินและบ้านเรือนทั้งสองข้างของตรอกก็พังราบ

            “มันน้อยเกินไปสำหรับเขา”หยางเหล่ยพูดอย่างขมขื่น

            “ศิษย์พี่เก้านี่คือฆาตกรที่ฆ่าศิษย์พี่สิบสองหรือ?” เยี่ยซางถาม

            “อืม มันผู้นี้หลังจากนิกายสี่ช่องสมุทรถูกทำลายผู้ชายคนนี้ใช้เงินทั้งหมดที่เก็บไว้ของนิกายสี่ช่องสมุทรแลกสำเนาทักษะต่อสู้ล่าเงาผีเสื้อสายลมดังนั้นเราจึงจับเขาไม่ได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา” หยางเหล่ยกล่าว

            “ถ้าไม่ใช่เพราะความฉลาดของสิบสามน้อยในวันนี้ผู้ชายคนนี้คงหนีไปได้อีกครั้ง” หลังจากที่ชิงจีเข้ามานางก็พูดกับเยี่ยซางด้วยรอยยิ้ม

            “ที่สามารถฆ่าเขาได้เพราะศิษย์พี่เก้าแข็งแกร่งมากต่างหาก”เยี่ยซางส่ายหัวและพูด

            “ถ้าเขาไม่ได้ระเบิดตัวเองข้าต้องตัดแขนตัดขาของเขา แล้วค่อยๆ ทรมานเขากล้าดีอย่างไรมาเรียกข้าว่าหญิงชั้นต่ำต่อหน้าสิบสามช่างทำตัวเป็นโจรที่กล้าหาญเสียจริง” หยางเหล่ยพูดอย่างไม่พอใจ

            “เฮอเฮอศิษย์พี่หญิงเก้า ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น” เยี่ยซางส่ายหัว

            “เช่นนั้นหรือวันนี้ข้ามีความสุขมาก ศิษย์พี่หญิงเก้าจะเชิญเจ้าไปรับประทานอาหารมื้อใหญ่ทีหลัง”หยางเหล่ยตบไหล่เยี่ยซาง

            ทั้งสามคุยกันได้ไม่นานเจ่อจ้วงและถังเทียนก็วิ่งเข้ามา

            หลังมองไปที่เศษเนื้อที่ติดอยู่ตามกำแพงทั้งสองก็ไม่กล้าพูดอะไร พวกเขาไม่เคยเห็นฉากนี้มาก่อน

            “สิบสามเจ้าใจเย็นมากเมื่อเป็นเรื่องสำคัญ การขว้างหอกสองครั้งของเจ้าทรงพลังมาก”หยางเหล่ยตบไหล่ของเยี่ยซางอย่างแรงอีกครั้ง

            “การบ่มเพาะของข้าต่ำเกินไปข้าไม่กล้าเข้าใกล้ ดังนั้นข้าจึงทำได้เพียงพยายามลดความเร็วของเขาลงแล้วให้ศิษย์พี่หญิงจัดการเขาเอง” เยี่ยซางคุ้นเคยกับบุคลิกของหยางเหล่ยแม้ว่าตอนนี้ไหล่ของเขาจะชาเล็กน้อยก็ตาม

            ไม่นานนักกลุ่มองครักษ์ของนครชื่อเหยียนก็ปรากฏตัวขึ้น โดยมีชิวเจินเป็นผู้นำ

            “ห้ามใช้กำลังในเมืองพวกเจ้าต่อสู้กันในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ส่งอาวุธของเจ้ามาเสียอย่าได้ต่อต้าน” ชิวเจิน กล่าวด้วยเสียงดัง

            “มากันเร็วมากแต่พวกเจ้าจับกุมเราไม่ได้ ไปตามคนที่ตัดสินใจได้ในเมืองของเจ้ามา!”หยางเหล่ยกล่าวขณะที่นางมองไปยังชิวเจิน

            ชิวเจินตกตะลึงครู่หนึ่งเขารู้ว่าคนที่กล้าพูดแบบนี้จะต้องเป็นคนที่มีอำนาจขณะที่เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปดี ก็เหลือบไปเห็นเยี่ยซางเสียก่อน

            “หัวหน้าชิวท่านไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องยาก ไปหารองเจ้านครฉินเถิด ข้าจะอธิบายให้เขาฟัง”เยี่ยซางกล่าว เขาไม่ต้องการให้ชิวเจินอับอาย

            “ท่านอาชิวนี่คืออาจารย์อาของข้า คนที่ถูกฆ่าก็เป็นฆาตกร พวกเราไปที่คฤหาสน์รองเจ้านครก่อนเถิด!”ถังเทียนก็พูดเช่นกัน

            ในเวลานี้ชิวเจินเพิ่งสังเกตเห็นสัญลักษณ์หม้อโอสถสีทองที่ปักอยู่บนชุดกระโปรงผ้าไหมของหยางเหล่ยทำให้เขาเข้าใจว่าตัวตนของหยางเหล่ยและชิงจีนั้นไม่ธรรมดาพวกเขาจึงทำได้เพียงนำทางทุกคนไปเท่านั้น

            หยางเหล่ยกำลังอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัดนางเดินไปข้างหน้าแล้วใช้แขนของนางโอบไหล่ของเยี่ยซางขณะพูดคุยกันระหว่างทางนางรู้สึกว่าเยี่ยซางเป็นแม่ทัพที่โชคดี1ของยอดเขาไท่เสวียนก็ว่าได้ไม่อย่างนั้นนางจะสามารถจับฆาตกรที่เอาแต่หลบหนีมาเป็นสิบปีที่ร้านอาหารได้อย่างไร?

            ชิวเจินและถังเทียนคุยกันด้วยเสียงต่ำเมื่อเขารู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของเยี่ยซาง เขาก็ตกใจเป็นอย่างยิ่งตอนแรกเขาคิดว่าการที่เยี่ยซางสามารถเข้าไปในหุบเขาโอสถและได้เป็นศิษย์สายนอกก็ดีที่สุดแล้วเขาไม่คิดว่าเยี่ยซางจะได้เข้าร่วมกับยอดเขาไท่เสวียนโดยตรงทั้งยังกลายเป็นศิษย์รุ่นที่สองของยอดเขาไท่เสวียนด้วย

            ภายในคฤหาสน์ของเจ้านครเยี่ยซางและคนอื่นๆ ได้พบกับฉินเอ้าเซวียนและชายในชุดคลุมสีทอง

            “นี่คือศิษย์น้องหญิงชิงจีและศิษย์น้องหญิงหยางเหล่ยหัตถ์พลิกเมฆาไม่ใช่หรือ?”ฉินเอ้าเซวียนทักทาย เขารู้จักพวกนางทั้งสองคนก่อนหน้านี้เขาอยู่ในหุบเขาโอสถมาก่อนพวกนาง แต่สถานะของเขาในหุบเขาโอสถไม่ดีเท่าชิงจีและหยางเหล่ยมิฉะนั้นเขาคงไม่มาเป็นรองเจ้านครที่นครชื่อเหยียน

            “ข้าจำได้ท่านคือลูกศิษย์ของอาจารย์อาหยานจากยอดเขาเป่ยจี๋”ชิงจีลูบหน้าผากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วป้องมือคารวะฉินเอ้าเซวียน

            “รายงานท่านเจ้านครและรองเจ้านครตอนที่ข้าน้อยมาถึง ศิษย์ของหุบเขาโอสถได้ลงมือสังหารคนไปแล้ว”ชิวเจินก้าวไปข้างหน้าเพื่อรายงานสถานการณ์

            “ถึงเจ้าจะมาจากหุบเขาโอสถแต่เจ้าไม่ควรเพิกเฉยต่อกฎของนครชื่อเหยียนเพื่อฆ่าผู้คนไม่ใช่หรือ? ที่นี่คือนครชื่อเหยียน”ชายหนุ่มในชุดคลุมสีทองกล่าว

            “เฮอเฮอ!มีคนกล้าตั้งกฎกับข้า เช่นนั้นหากข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าจะทำอย่างไร?” เมื่อได้ยินคำพูดของชายในชุดคลุมสีทองหยางเหล่ยก็หัวเราะแล้วใช้ความเอาแต่ใจไร้ความปราณีของนาง

            “ศิษย์น้องจี้”เมื่อได้ยินชายที่สวมเสื้อคลุมพูดขึ้น ท่าทางของฉินเอ้าเซวียนเปลี่ยนไป เขารีบตะโกนขัด

            -----------------------------------------------------

            1 แม่ทัพที่โชคดี หมายถึงแม่ทัพที่ได้รับชัยชนะจากการต่อสู้ทุกครั้ง หรือคนที่ทำทุกอย่างได้ดี

    คล้ายกับเรื่องหมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】 ที่คุณอ่าน