หลังจากที่ตาเฒ่าหม่าเดินเลือกซื้อของจำเป็นบางอย่างได้แล้ว และเห็นว่าท้องฟ้าใกล้จะมืดลงจึงตัดสินใจเดินกลับไปยังโรงเตี๊ยม แต่ในขณะนั้นเองก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาขวางหน้าเขาไว้
"เจ้าเป็นใครกัน?"ตาเฒ่าหม่าเอ่ยถามออกไปอย่างหงุดหงิด พร้อมกันนั้นก็เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น
ชายคนนั้นแสยะยิ้มเยาะเย้ยออกมา ก่อนเหวี่ยงแขนชกออกไปที่ตาเฒ่าหม่าทันที การกระทำนั้นรวดเร็วปานสายฟ้าจนตาเฒ่าหม่าไม่มีเวลาตอบสนองได้ทัน แม้ว่าจะเตรียมตัวพร้อมอยู่เสมอก็ตาม
ตู้ม!
ร่างของตาเฒ่าหม่ากระเด็นลงไปนอนกับพื้นทันทีที่โดนหมัดซัดเข้าใส่แขนทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมากันใบหน้า แต่ถึงกระนั้นตาเฒ่าหม่าก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากนัก เขารีบลุกขึ้นมาก่อนเรียกกระบี่สีดำในแหวนมิติวาดเข้าใส่ชายหนุ่มคนนั้นที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงรีบหลบหนีออกไปจากที่นี่ทันที
ชายหนุ่มคนนั้นตกใจเล็กน้อย มันไม่ได้คาดหวังว่าตาเฒ่าหม่าจะตอบสนองได้รวดเร็ว แต่ก็ยังพริ้วตัวหลบคลื่นกระบี่ที่ตาเฒ่าหม่าฟันออกมาอย่างว่องไว เมื่อเห็นตาเฒ่าหม่ากำลังหลบหนี มันจึงรีบทะยานตัวตามไปก่อนเรียกดาบมาถือไว้ในมืออย่างรวดเร็ว
ผู้คนที่ยังเดินซื้อของภายในเมืองต่างหันมามองดูการต่อสู้นี้ด้วยความสนใจ เพราะต้องบอกก่อนว่าในเมืองนี้ไม่ค่อยได้มีการสู้กันมากนัก เนื่องจากกฎที่เจ้าเมืองได้ตั้งไว้ จึงทำให้พวกเขาต่างสงสัยกันว่า เป็นผู้ใดกันที่ไม่เห็นเจ้าเมืองอยู่ในสายตาเลย
ตาเฒ่าหม่ามีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างมากในขณะที่กำลังหลบหนีอยู่ ในหัวสมองก็ครุ่นคิดอย่างรวดเร็วว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร เพราะเขาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางที่ไหนมาก่อน โดยเฉพาะที่เมืองยั่วผางเขาพึ่งจะมาถึงวันนี้เอง มิหนำซ้ำพลังที่ชายหนุ่มคนนั้นปล่อยออกมา ตาเฒ่าหม่าก็รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นไม่อาจจะสู้ได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อหันหลังกลับไปก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มคนนั้นจะตามมาทันได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เมื่อรู้ว่าไม่อาจหลบหนีได้อีกตาเฒ่าหม่าจึงหันกลับมาวาดกระบี่เข้าใส่อีกครั้ง เพื่อหวังว่าเสียงการต่อสู้ครั้งนี้จะเรียกทหารที่เฝ้าอยู่ตามที่ต่างๆออกมาช่วยเขาได้
ชายหนุ่มคนนั้นเห็นตาเฒ่าหม่าหันหน้ามาต่อสู้กับมัน ก็ฟาดดาบเข้าปะทะกับคลื่นกระบี่นั้นอย่างคล่องแคล่ว เพราะมันก็รู้ดีเหมือนกันว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่อาจจะยืดเยื้อได้นาน เพราะจะทำให้มันพลาดโอกาสในการจับตัวตาเฒ่าหม่าไปได้
"อย่างไรเจ้าก็ไม่มีทางหนีพ้นข้าไปได้หรอก!"ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยออกมาก่อนจะพุ่งเข้ามาหาตาเฒ่าหม่าทันที
ตาเฒ่าหม่าจดจ้องชายหนุ่มคนนั้นไม่วางตา แรงกดดันที่ชายหนุ่มปลดปล่อยออกมาทำให้เขามีความตึงเครียดจนสงบใจลงได้ยาก แต่ด้วยประสบการณ์บอกเขาว่าต้องมีสมาธิเข้าไว้ เพื่อจะคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากตรงนี้ไปให้ได้
เมื่อเห็นชายหนุ่มพุ่งเข้ามาใกล้เขา ตาเฒ่าหม่าก็ขับเคลื่อนพลังปราณออกมาเป็นกระบี่เพลิงห้าเล่มพุ่งเข้าซัดชายหนุ่มคนนั้นทันที แต่ชายหนุ่มคนนั้นมีหรือที่จะให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ มันฟาดดาบออกมาเป็นคลื่นสีฟ้าเข้าต้านทานกระบี่เพลิงทั้งห้าอย่างไม่เกรงกลัว
คลื่นดาบกับกระบี่ปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่ว อาวุธในมือของทั้งสองต่างฟาดฟันเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เมื่อเผชิญกับการต่อสู้กับชายหนุ่มคนนี้หลายครั้ง ตาเฒ่าหม่าก็ตื่นตระหนกอย่างช่วยไม่ได้ เพราะไม่ว่าระดับพลังที่ห่างชั้นกันอยู่ หรือแม้กระทั่งพลังของแก่นแท้ธาตุน้ำที่สามารถต่อต้านพลังแก่นแท้ธาตุไฟของเขาได้อยู่หมัด
ตู้ม!
คลื่นดาบที่พริ้วไหวราวกับสายน้ำพุ่งเข้ากระแทกที่หน้าอกของตาเฒ่าหม่าอย่างจังจนร่างกระเด็นไปไกล ตาเฒ่าหม่าลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าซีดเซียวจากความเจ็บปวด กระดูกซี่โครงของเขาไม่รู้ว่าหักไปแล้วกี่ซี่ แต่ตอนนี้เขารีบหยิบเม็ดยายัดเข้าปากเพื่อฟื้นฟูร่างกายของตนเองอย่างเร่งด่วน
ชายหนุ่มเห็นว่าตาเฒ่าหม่ายังไม่คิดจะยอมแพ้ ก็ฟาดดาบออกไปอย่างดุเดือด คลื่นพลังที่ผสานกับแก่นแท้ธาตุน้ำเกิดการผันผวนอย่างรุนแรง แล้วก่อตัวเป็นลูกบอลสีฟ้าพุ่งเข้าหาตาเฒ่าหม่าอีกครั้ง
ตาเฒ่าหม่ากัดฟันเร่งพลังปราณออกมาจนสุดขีดก่อนจะวาดกระบี่ด้วยกระบวนท่าคลื่นสะบั้นออกไปต้านรับลูกบอลสีฟ้านั้นอย่างรวดเร็ว กระบี่เพลิงเล่มใหญ่พุ่งเข้าปะทะกับลูกบอลสีฟ้านั้นจนคลื่นพลังแตกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง
แต่ด้วยความที่พลังของทั้งสองคนแตกต่างกันมาก ทำให้ดาบเพลิงยักษ์ของตาเฒ่าหม่าถูกลูกบอลสีฟ้าสลายลงได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ตาเฒ่าหม่ากำลังจะออกกระบวนท่าอีกรอบ ชายหนุ่มคนนั้นก็มาถึงตัวเขาแล้ว ก่อนจะเตะเข้าที่ท้องของตาเฒ่าหม่าอย่างแรง
เปรี้ยง!
อ้าก!
กระดูกซี่โครงที่หักอยู่ก่อนหน้านั้นถูกกระแทกซ้ำอย่างรุนแรง จนตาเฒ่าหม่าไม่สามารถจะพยุงตัวเองไปได้อีก ก็ทรุดตัวล้มลงพร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างทรมาน
"ข้าบอกเจ้าแล้วว่าหนีข้าไม่พ้นหรอก!"
ชายหนุ่มเหวี่ยงขาเตะไปที่ใบหน้าของตาเฒ่าหม่าที่นั่งคุกเข่าอย่างรวดเร็ว จนเลือดสาดกระเซ็นออกมาจากปากราวกับน้ำพุ ร่างของตาเฒ่าหม่าร่วงลงพื้นอย่างแรงก่อนจะหมดสติไปในที่สุด
"เฮ่อ! ทำไมข้าต้องมารังแกคนแก่อย่างนี้ด้วยกัน!"
ชายหนุ่มคนนั้นถอนหายใจพลางส่ายหัว ก่อนจะรีบแบกตาเฒ่าหม่าหายลับไปจากตรงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วราวกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ณ กระท่อมร้างหลังหนึ่งนอกเมืองยั่วผาง สองมือของตาเฒ่าหม่าถูกมัดแขวนไว้กับคานด้านบนอย่างแน่นหนา ตามร่างกายมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกทรมานไปทั่วตัว
ซู่!!
เสียงสาดหน้าเข้ากระทบที่ใบหน้าทำให้ตาเฒ่าหม่าที่หมดสติอยู่พลันรู้สึกตัวขึ้นมา แววตาที่อิดโรยจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างเคียดแค้น แต่ชายหนุ่มคนนั้นมิได้สนใจลากเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งมานั่งลงด้านหน้าพลางยิ้มอย่างเยาะเย้ย
"บอกข้ามาตามตรงดีกว่าว่าพวกเจ้ามาจากที่ไหนกันแน่!"
ตาเฒ่าหม่าจ้องมองชายหนุ่มคนนั้นตาไม่กระพริบ แต่ก็ไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำเดียวพลางนึกถึงเทียนฉินขึ้นมา เขาพอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มคนนี้น่าจะจับตัวเขามาเพื่อล่อให้เทียนฉินตามมาช่วยเขาแน่ เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงได้ตกตายไปนานแล้ว แต่ที่ยังสงสัยคือชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกันถึงได้ต้องการจะฆ่าพวกเขาสองคน
"โดนซ้อมไปขนาดนี้แล้วยังปากแข็งอยู่อีก ข้านี่ยอมรับนับถือเจ้าจริงๆ!"
"แต่คงอีกไม่นานหรอกที่พวกเจ้าสองคงจะได้ตายอย่างไร้ที่ฝัง!"ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก ก่อนจะลุกเดินออกไปไม่สนใจตาเฒ่าหม่าอีก
ในห้องพักของโรงเตี๊ยม เทียนฉินนั่งสมาธิฝึกฝนอยู่อย่างเงียบสงบ โดยไม่รู้เลยว่าตาเฒ่าได้ถูกจับตัวไปแล้ว เพราะบางครั้งที่เขาออกจากห้องมาเพื่อหาอาหารกินด้านล่าง เมื่อไม่เห็นตาเฒ่าหม่าอยู่ที่ห้องก็คิดว่าคงจะออกไปเดินเล่นตามประสาของคนที่ชอบความสนุกเท่านั้นเอง
แต่เมื่อครบสามวันที่ตกลงกันไว้ เทียนฉินก็เริ่มคิดแล้วว่ามันมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับตาเฒ่าหม่าแน่ เพราะเขาไม่ได้ยินเสียงการเข้าออกในห้องพัก รวมถึงนิสัยของตาเฒ่าหม่าที่ไม่ใช่คนที่ไม่รับผิดชอบอะไร เขาจึงเริ่มออกตามหาไปตามที่ต่างๆเพื่อหาเบาะแส.....
ทางด้านของโหวงจู้ หลังจากได้รับข่าวจากสหายของมันว่าพบตัวเทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าแล้ว มันจึงรีบออกเดินทางมายังเมืองยั่วผางทันที โดยมีโหวงจ้งกับอาวุโสที่พาน้องชายมันไปที่นิกายเหาะตามหลังมาติดๆ
สี่วันผ่านไป ที่กระท่อมร้างหลังเดิมที่ตาเฒ่าหม่าถูกกักขังอยู่ โหวงจู้ โหวงจ้งและอาวุโสคนนั้นได้ยืนมองตาเฒ่าหม่าด้วยสายตาเคียดแค้น แทบจะห้ามใจไม่ไหวที่อยากจะฆ่าให้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่ด้วยแผนการที่วางไว้จึงต้องระงับอารมณ์ของตนเองให้ใจเย็นลง
"ข้าได้ส่งจดหมายพร้อมกับแหวนของตาเฒ่านี่ไปให้มันแล้ว!"
"คาดว่าคืนนี้มันต้องออกมาหาพวกเราอย่างแน่นอน!"ชายหนุ่มคนที่จับตาเฒ่าหม่ามาเอ่ยบอกให้โหวงจู้ได้รู้หลังจากที่มาถึง
"ขอบใจเข้ามากกังลู่! ไว้เสร็จเรื่องนี้แล้วข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม" โหวงจ้งตบไปที่ไหล่กังลู่พร้อมยิ้มออกมาอย่างจริงใจ
"ฮ่าๆ! เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าไม่ต้องเกรงใจไปหรอก!"กังลู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าตนเองจะได้สิ่งตอบแทนไม่ใช่น้อย ก่อนเอ่ยถามกลับไป
"ว่าแต่เจ้าวางแผนไว้อย่างไร?"
"ล่อมันเข้ามาในกระท่อมนี้ก่อน! แล้วข้ากับเจ้าจะช่วยกันกำจัดมันทันที!"
"ส่วนอาวุโสจุนกับน้องชายข้าจะคอยแอบโจมตีอยู่ด้านนอกเผื่อมันจะคิดหลบนีออกมา!"
โหวงจู้กล่าวแผนการของตนเองออกมาด้วยความมั่นใจ เพราะมันไม่เชื่อหรอกว่าศัตรูคนเดียวจะหนีรอดไปจากพวกมันทั้งสี่คนได้ ยิ่งมันกับกังลู่มีพลังระดับผั
นแปรขั้นสูงด้วยแล้ว ถ้าร่วมมือกันอย่างไรก็สามารถสังหารศัตรูได้อย่างแน่นอน
จบตอนที่ 97