เช้าวันใหม่ หลังตึกสมาคมปรุงยาเป็นที่โล่งสำหรับฝึกวิชาและมีศาลานั่งพักเพื่อพูดคุยจางเฉินกำลังนั่งเขียนตำราเพื่อแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆ ของเขา
“จางเฉินเมื่อคืนที่ผ่านมาเราเริ่มการผลิตยาเม็ดของเจ้าแล้ว คิดว่าจะเริ่มขายวันนี้ แต่การผลิตนั้นอัตราสำเร็จเพียงครึ่งเดียวสิบครั้งได้เพียงห้าครั้ง คนที่เราคัดเลือกนั้นมีห้าสิบคน บางคนไม่สามารถปรุงยาได้เลยหลายคนบ่นว่าวิธีมันไม่ถูกต้อง”
หลินจงเป่าเดินมาหาจางเฉินพร้อมกับรายงานเกี่ยวกับการปรุงยา
“มีคนปรุงได้แต่บ่นวิธีไม่ถูกวิธีท่านอาจารย์หลินช่วยนัดประชุมนักปรุงยาที่ท่านคัดเลือกทั้งหมดที จริงๆแล้วมันควรจะได้ผลสำเร็จเต็มสิบ ท่านช่วยจัดห้องประชุมวางเตาปรุงยาสิบเอ็ดเตาแล้วช่วยส่งผู้พิทักษ์สมาคมไปเรียกสหายข้ามาด้วย”
“อ่า ได้ นี่ของที่เจ้าต้องการตามที่เขียนไว้เมื่อวาน”
หลินจงเป่าส่งแหวนมิติให้กับจางเฉินจางเฉินประทับใจกับความเร็วในการหาสมุนไพรของสมาคมมากเพียงวันเดียวก็ได้ครบแล้วเขาจึงกลับห้องเขาสู่มิติ
“พี่โสมเมล็ดสมุนไพร พืชสวนต้นไม้ พวกนี้พี่ช่วยปลูกหน่อย” จางเฉินเอาเมล็ดพันธุ์ต่างๆที่ขอไว้ให้กับโสมแดงปลูก แล้วไปปรุงยา
จางเฉินนำหม้อเก้ามังกรออกมาปรุงยาปลุกวิญญาณก่อน ส่วนผสมหลักคือแก่นอสูรห้าธาตุดึงจิตวิญญาณจากแก่นอสูรเข้าสู่สมุนไพรบำรุงวิญญาณต่างๆสูตรนี้เป็นยาระดับ 5 กระบวนการค่อนข้างซับซ้อนเขาใส่วัสดุทั้งหมดลงในหม้อเก้ามังกร มือทำเป็นสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อขัดเกลาสมุนไพรทุกชนิดไปพร้อมกัน จางเฉินแพ่งสมาธิเข้าไปที่กระบวนการในหม้อเก้ามังกรพอขัดเกลาสมุนไพรจนได้ความบริสุทธิก็ควบแน่นเป็นเม็ดยาจากนั้นก็ใช้พลังวิญญาณสร้างอาเรย์เวทมนตร์ใส่แก่นอสูรทั้งห้าบีดอัดให้แตกแล้วกระจายวิญญาณเข้าสู่เม็ดยา
“สำเร็จ”จางเฉินนั้นไม่แน่ใจกับความสามารถในการปรุงยาตัวเองมากนักครั้งแรกในการปรุงยาระดับกลางทำเขาเหงื่อแตก เขาพักสักครู่ แล้วปรุงต่อไปอีกตามจำนวนที่ต้องการคือ60 เม็ด
เช้านี้มีสองข่าวดังในเมืองหนึ่งคือตระกูลมู่ถูกโจมตีและบ่อน้ำพุเซียนหายไป ตระกูลอันดับหนึ่งถุกโจมตีและมีคนตายจำนวนมากตระกูลมู่ต่างกระจายตัวสืบข่าวไปทั่วอีกข่าวหนึ่งเป็นเรื่องของยาตัวใหม่ของสมาคมปรุงยาซึ่งให้ผลดีกว่าเดิมสองเท่าจากยาเดิมมีผู้คนมากมายมารอซื้ออยู่ที่สมาคมปรุงยา
จางเฉินออกจากมิติก็ไปที่ห้องประชุมของสมาคมเตาหลอมมีการจัดวางเรียบร้อยแล้ว และสมาชิกก็มากันครบ จางต้าไห่ ถังฟู่เฉิงต้วนเฉิน หนิงชิวเอ๋อ หนิงชิงเอ๋อ ก็เดินทางมาถึงแล้ว
“อ้วนต้าไห่หายดีแล้วหรือยัง”
“ดีมากแล้วเพราะยาของท่านอาจารย์หลินเทียนและได้เจ้าช่วยฝังเข็ม เจ้าให้พวกข้ามารวมตัวกันทำไมเหรอ”
“เดี่ยวจะบอกไปพร้อมๆ กัน”จางเฉินเดินไปหาหลินเทียน และหลินจงเป่า ทั้งสามคนผงกหัวว่าพร้อมแล้ว
“เอาละหลายคนคงอยากทราบว่าทำไมจึงมีการเรียกตัว ทั้งที่พวกท่านได้วิธีปรุงยาแบบใหม่และกำลังศึกษากันอยู่ ข้าได้ยินข่าวบางอย่างเกี่ยวกับอัตราสำเร็จที่ได้เพียงครึ่งเดียวและบางคนไม่สามารถทำได้เลยจึงอยากพูดคุย”
“สิ่งที่พวกเจ้าทำอย่างแรกเลยการเรียนรู้เกี่ยวกับการปรุงยาโดยเข้าไปในห้องของตัวเองเพื่อปรุงยาอย่างสงบข้าเข้าใจว่าพวกเจ้านั้นทำตามวิธีการที่บันทึกอยู่อย่างเต็มที่ แต่สิ่งนั้นมันผิดการทำงานในชีวิตจริงนั้นต้องมองตำราเป็นของที่ตายไปแล้วพวกเจ้าเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ตอนนี้อย่าจมอยู่กับของไม่มีชีวิต หลักการ วิธีการนั้นควรปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเสมอ ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีคนเขียนไว้ว่าหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากันสอง ถ้าพวกเจ้าทำได้แค่ผลลัพท์ที่ได้คือสองนั่นพวกเจ้ายังไม่มีความก้าวหน้า น้ำสองแก้วเทรวมกันเป็นน้ำแก้วเดียว เชือกสองเส้นยาวหนึ่งศอกนำมาต่อกันจะไม่ได้สองศอกมันจะมีส่วนเชื่อมต่อที่หายไปตำรานั้นเรียกอีกอย่างได้ว่าเป็นวาทกรรม ส่วนที่พวกเจ้ากระทำนั้นเรียกว่า บริบทบริบทควรแยกย่อยไปตามความแตกต่างของแต่ละคน อายุ ประสบการณ์ สภาพร่างกาย วิธีคิดมันต้องถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเอง”
ผู้คนที่เข้าร่วมการประชุมต่างฟังอย่างนิ่งเงียบ หลายคนรู้สึกไม่เข้าใจแต่หลักๆ คือวิธีที่ให้ผิดจริงและผิดสำหรับทุกคนการทำสิ่งที่ถูกคือการปรับให้เป็นแบบตัวเอง
“เอาละ จากนี้ไปให้แบ่งกลุ่มออกเป็น11 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คนทุกกลุ่มจะต้องเปลี่ยนกันปรุงยาแล้วศึกษาวิธีการปรุงยาของคนอื่นเมื่อปรุงยาเสร็จทุกครั้งให้พูดคุยถึงความผิดผลาดและการปรับเปลี่ยนรายละเอียดการปรุงยาไปทีละคนข้าฝากสหายของข้า 5 คนด้วย พวกเขาเป็นนักเรียนจากวิทยาลัย”
“การปรุงยาต้องอยู่ในพื้นที่สงบไม่ถูกรบกวน การทำแบบนี้จะปรุงยาสำเร็จหรือไม่” หลินเทียนสงสัยในวิธีการของจางเฉินแต่เรื่องการแนะนำในครั้งแรกนั้น ดูสมเหตุสมผลอยู่
“การอยู่คนเดียวอย่างสงบนั้นไม่จำเป็นไม่มีใครสามารถพัฒนาตัวเองได้ด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวเหมือนกับเราส่องกระจกแล้วมองเห็นตัวเอง มันต่างมากจากคนอื่นมองเราเราอาจคิดว่าดีแต่คนอื่นจะมองเราอีกแบบหนึ่ง ถ้าหลายคนก็หลายแบบ มันเป็นการจำกัดตัวเองถ้าไม่รับรู้จากผู้คนรอบข้าง”
การจัดกลุ่มสิบเอ็ดกลุ่มนั้น คละกันระหว่างนักปรุงยาระดับสาม ระดับสี่มีการจัดกลุ่มอย่างรวดเร็ว จางเฉินจึงนำยาบำรุงวิญญาณออกมา 11ขวดแล้วให้คนแจกจ่ายไปแต่ละกลุ่ม
“นี่คือ”
“ข้าเรียกว่ายาบำรุงวิญญาณคนที่ยังไม่เปิดทะเลสติมันจะทลวง ส่วนคนที่เปิดทะเลสติแล้วมันจะเป็นการบำรุงคือการเพิ่มขึ้นของพลังวิญญาณของทุกคน”
ทุกคนต่างตกตลึงสิ่งนี้เป็นไปได้ ไม่เคยได้ยินได้พบมาก่อน ปกติต้องปรุงยาต่อเนื่องเพื่อค่อยๆ ใช้พลังวิญญาณกระตุ้นให้เกิดการเปิดทะเลสติต้องลงทุนสมุนไพร เวลา และความมุ่งมั้น นานกว่าสิบปีจึงเปิดทะเลสติได้แต่นี่แค่เม็ดยาถ้ามีใครรู้เกี่ยวกับเม็ดยานี้คงต้องต่อสู้กันจนตายเพื่อให้ได้สักเม็ดหนึ่ง
หลังจากได้รับยาเม็ดกันหมดแล้วทุกคนก็นั่งสมาธิเพื่อปรับการรับรู้ใหม่ ให้เข้ากับพลังวิญญาณที่ได้รับ ราวๆครึ่งชั่วยามทุกคนก็ลุกขึ้นยืนด้วยแววตาสดใสเปี่ยมด้วยความสุขทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในจางเฉินมาก รวมทั้งความรู้สึกเคารพเลื่อมใสอย่าง
“ต่อไปข้าจะปรุงยาทั้งสามให้ดู พวกเจ้าจงใช้พลังวิญญาณจดจ่อเข้าไปที่เตาปรุงยาอย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง จากนั้นก็ปรุงยากันตามกลุ่มทุกกลุ่มต้องดูกระบวนการปรุงยาของคนที่ปรุงแล้วบอกสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนเสนอแนวคิด วิธีการใหม่ๆ สิ่งที่ข้าจะทำให้ดูเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับตัวข้าเองแต่ไม่เหมาะสมสำหรับพวกเจ้า จงจำไว้ว่าให้ปรับเปลี่ยนเป็นแบบตัวเองมันจะมีความรู้สึกว่าง่าย และสะดวกสบายในการทำงาน นั่นคือเข้ากับตัวเจ้าเองแล้ว”
จางเฉินเดินไปที่เตาโยนหินวิญญาณเพื่อเปิดใช้อาเรย์ไฟพิภพบนเตา จากนั้นก็ใส่สมุนไพรเข้าไปที่เตาทำสัญลักษณ์มือต่างๆ เพื่อควบคุมไฟ และสมุนไพร
ฉากนี้ประหลาดใจมากสำหรับทุกคน ดวงตาแต่ละคนกลมโตเหมือนกับเห็นผี ส่วนใหญ่นั้นใช้เวลากับการปรุงยามานานกว่าสามสิบ สี่สิบปีแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นการกำจัดสิ่งสกปรกในสมุนไพรเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเรียบง่าย
จางเฉินสะบัดมือไปมาเหมือนสายน้ำที่ไหลและมีรูปดาวหกแฉกที่ซับช้อนและลึกลับปรากฏขึ้นในหม้อปรุงยาเพื่อแยกส่วนประกอบต่างๆตามระดับความร้อนของไฟให้เหมาะสมกับสมุนไพร ด้วยจิตวิญญาณเทวะระดับสองจางเฉินนั้นปรุงยาระดับกลางได้อย่างง่ายดายมาก
การที่ทุกคนได้ดูจางเฉินปรุงยาและคำอธิบายก่อนหน้าทำให้ทุกคนรู้เหมือนเหมือนเห็นแสงสว่างในที่มืดเมื่อเดินไปก็เหมือนแสงสว่างค่อยๆ แผ่กระจายมากขึ้นทุกคนดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้อย่างมีความสุข
เมื่อตัวยาถูกขัดเกลาสิ่งสกปรกหมดแล้วก็เปลี่ยนเป็นของเหลว เสร็จแล้วก็ทำการควบรวมเพื่อเป็นเม็ดยากระบวนการผ่านไปเพียงไม่นาน ไม่ถึงชั่วยามเม็ดยาก็เสร็จ จางเฉินให้ทุกคนนั่งพักก่อนเพื่อนั่งสมาธิจดจำเรียนรู้ รอจนคนสุดท้ายลุกขึ้นยืนแล้วก็ปรับยาอีกเม็ด
กระบวนการกลั่นของจางเฉินนั้นแตกต่างจากที่พวกเขาเรียนรู้เป็นอย่างมากมันยากที่จะเข้าใจเช่นการทำตามตำราแต่มันง่ายที่จะเข้าใจถ้าเข้าถึงการปรับเปลี่ยนตนเองทำให้เกิดวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
“เอาละยาทั้งสามยารวบรวมลมปราณ ยาฟื้นฟูลมปราณ ยารักษาร่างกาย ทั้งหมดครบแล้ว จากนี้พวกเจ้าก็จับกลุ่มเริ่มการศึกษาได้ถ้ามีใครสักคนที่ไม่ได้ผลสำเร็จเต็มสิบทุกคนห้ามออกจากห้อง ข้าขอตัว”
“รวมพวกข้าด้วยเหรอ”ต้วนเฉินมองจางเฉินด้วยความสงสัยเพราะมันไม่เคยปรุงยามาก่อนแต่มันก็รู้สึกว่ามีความเข้าใจเรื่องการปรุงยามากมายจากการดูจางเฉินปรุงยา
“รวม ถ้าจะเป็นสหายข้าต้องมีความสามารถเท่าๆ กับข้า วันข้างหน้าเราจะได้แลกเปลี่ยนกันถ้ามีอะไรใหม่ๆทั้งเรื่องการฝึกศิลปะการต่อสู้ การปรุงยา การหลอมกลั่นอุปกรณ์ อาเรย์ทุกอย่างพวกเจ้าก็ต้องศึกษา เป็นสหายข้าต้องก้าวหน้าไปกับข้าได้”
จางเฉินตอบอย่างมั่นใจทุกคนต่างรู้สึกเลื่อมใสต่อจางเฉินมากขึ้นไปอีก ทั้งวิธีปฏิบัติกับสหายทั้งความรู้ที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะมีความลับมากแค่ไหนพวกเขาก็พร้อมจะติดตามจางเฉินจนชั่วชีวิต ใครบ้างไม่อยากมีอาจารย์ดีๆคอยแนะนำสั่งสอน นี่คือสิ่งที่นักปรุงยาทุกคนฝันถึง
"และรวมท่านทั้งสองคนด้วย จางเฉินชี้ไปที่หลินเทียนและหลินจงเป่า ซึ่งไม่ได้เข้ากลุ่มกับใครเลยเพียงยืนอยู่ข้างๆ จางเฉิน"
ยาบำรุงวิญญาณนั้นใช้ได้แต่กับผู้ไม่มีทะเลสติหรือพลังวิญญาณระดับต่ำไม่มีผลกับทั้งสองคน จางเฉินจึงไม่ได้ให้ทั้งสองคนกินและอธิบายให้ทราบแล้ว ทั้งสองคนเกาหัวอย่างอายๆ ที่ต้องให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สอบสั่งสอน แต่ก็น้อมรับด้วยความเคารพ