item monster ไอเทมมอนสเตอร์

    ตอนที่ 37 ร้านขายปากกา

    ตอนที่ 37 ร้านขายปากกา

    สถานที่แห่งนี้ ถึงจะเป็นหลุมหลบภัยล้าง แต่ก็ไม่แออัดและคับแคบเพราะด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าพื้นที่ ทำให้แต่ละล้านมักจะตั้งห่างกันหลายสิบเมตร แน่นอนว่าก็มีสิ่งที่แย่เหมือนกันคือกลิ่นความอับชื้นเพราะการอยู่ใต้ดินและใกล้กับท่อน้ำ ซึ่งนับเป็นเรื่องธรรมดา

    ลุคไม่แวะเข้าไปในร้านต่าง ๆ อย่างมั่วซั่ว แต่ตรงไปยังจุดหมาย

    ร้านอสูรกาย เป็นร้านที่ประตูทั้งหมดทำจากปูนและหิน มันดูเก่าแต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดี ลุคผลักประตูที่ทำจากเหล็กหนาเปิดเข้าไปด้านในมีกลิ่นหอมของเครื่องหอมและควันที่ลอยมาเตะจมูก

    แสงจากไฟไม่สว่างมากนัก ชวนให้ต้องเพ่งมองรอบ ๆแต่ลุคสวมใส่เกราะหมาป่าขนเหล็กจึงมองเห็นรอบตัวอย่างชัดเจน

    ลุคหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อพบว่าด้านหน้ามีหญิงสาวผมสีม่วง สวมใส่ชุดขนสัตว์ในมือถือแก้วไวน์และซิก้า กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่ละสายตา

    ความรู้สึกแรกที่ได้รับจากเธอคือ เสน่ห์แบบผู้ใหญ่แต่พอเห็นว่านอกจากตัวของเธอที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วยังคงมีชายหนุ่มเปลือยเปล่าทั้งตัวโดยมีเพียงปลอกคอสวมที่สวมใส่ไว้และสายโซ่สีเงินแวววาวอยู่ในมือของหญิงสาวด้วย

    ทั้งสองคนมองไปที่หญิงสาวด้วยความปรารถนาแต่ลุคสัมผัสได้ว่าร่างกายของทั้งสองเกรงกลัวหญิงสาวคนนี้ด้วยเช่นกัน

    “ต้องการอะไร” หญิงสาวนักค้าทาสสอบถาม

    “มอนสเตอร์เป็น ๆ แล้วก็ราคา” ลุคสนใจเรื่องของตัวเอง

    “รายการอยู่บนนั้นเปิดดูเอง”

    ลุคหันไปมองจอที่วางอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเดินเข้าไปเปิดดูพบว่าเป็นรายการสินค้าที่มีรูปถ่าย รายละเอียดและราคาติดไว้อย่างชัดเจน

    รายการทั้งสองแบ่งออกเป็นมนุษย์และมอนสเตอร์

    ‘ไม่ใช่ขายเพียงมอนสเตอร์ แต่ที่นี่ค้ามนุษย์ด้วย’

    พอรู้เรื่องนี้ก็ขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่แปลกใจมากนักเพราะเขาได้ยินเรื่องค้าทาสมาจากชายชราขาพิการมาก่อน

    ถึงลุคจะยอมรับการมีอยู่ของตลาดมืดแต่เขาก็ไม่ชอบเรื่องค้ามนุษย์ทุนเดิม เพราะเคยโดนพวกมาเฟียข่มขู่เรื่องนี้มาก่อน

    ‘มันมีมาก่อนที่เราจะเข้ามา พลังเราทำอะไรไม่ได้และมันจะมีต่อไป’ลุคเตือนตัวเอง

    ลุคกดในช่องค้นหาและใส่ชื่อของมอนสเตอร์ที่เขาต้องการลงไปก่อนจะกดค้นหา เขาพบอยู่ทั้งหมด 3 รายการที่เกี่ยวข้องกับหมาป่าขนเหล็ก มี 3 ตัว

    ตัวแข็งแกร่งสุดพลังอยู่ที่ 900 หน่วย ราคา 5 แสนเครดิต รองลงมาพลัง500 หน่วยราคาอยู่ที่ 1 แสนเครดิต และอ่อนแอสุดคือ 50 หน่วยเป็นลูกหมาป่าพึ่งลืมตาราคาที่3 หมื่นเครดิต

    “ราคาแพงมาก” ลุคเงยหน้ากล่าว

    “มอนสเตอร์ตัวเป็น ๆ จับยากกว่าพวกที่ตาย ดังนั้นอย่าบอกว่าแพงถ้านายจับมาเองได้มาขายให้ฉันได้เลย ฉันยินดีซื้อด้วย”หญิงสาวตอบอย่างไม่ใจว่าลุคจะคิดยังไง

    ได้ยินเขาก็พอเข้าใจได้และเป็นอย่างที่เธอพูดจริง ๆ

    “พาไปดูได้ไหม”

    “ได้ 1 แสนเครดิตมัดจำไว้ก่อน ถ้าไม่ซื้อฉันจะได้ไม่เสียเวลาไปฟรี ๆ”

    “ตกลง ยังไงเขาก็จะซื้ออยู่แล้ว”

    หลังจากลุคจ่ายเงินไปหญิงสาวค้าทาสก็พาเข้าไปยังด้านหลังร้านและไม่ได้พาชายหนุ่มที่ถูกล่ามโซ่เหมือนสนุกมาด้วย

    ลุคพบว่าด้านหลังร้านอสูรกายเป็นทางเดินขนาดใหญ่อีกแห่งที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นโกดังด้านในมีกรงจำนวนมากขนาดแตกต่างกันไปด้านในกลับมีมนุษย์ทั้งหญิงสาวและชายหนุ่มถูกจับขังไว้ด้านในพอได้ยินเสียงคนเดินพวกเขาพยายามจะยื่นมือมาขอให้ลุคช่วยแต่พอเห็นว่าลุคมากับหญิงสาวค้าทาสก็ถอยหนีด้วยความกลัว

    “คนพวกนี้เป็นใคร” ลุคอดจะสอบถามไม่ได้

    “คนที่ไม่มีใครต้องการ แม้แต่สหพันธรัฐก็ด้วย สนใจไหมหรือกลัวว่าจะโดนจับโดยพวกตำรวจ ถ้านายซื้อพวกเขาทางร้านจะมีการทำประวัติปลอมให้ หรือแค่เล่นสนุกก็ซื้อแล้วไปด้านหลังร้านได้มีห้องให้บริการอยู่”

    ลุคเงียบไปไม่ตอบ หญิงสาวค้าทาสจึงไม่กล่าวอะไรอีกพาเขาตรงไปยังกรงที่ขังมอนสเตอร์ไว้ พอมาถึงที่นี่กลิ่นแรงกว่าส่วนหน้าอยู่มากจึงทำให้ต้องมีการทำประตูกั้นไว้ ยังไงมอนสเตอร์ก็เป็นสิ่งมีชีวิต พวกมันยังต้องขับถ่าย

    มนุษย์ที่อยู่ในกรงด้านหน้าตรงนั้นมีความคิดจึงสามารถขับถ่ายลงในถังที่เตรียมไว้และมีคนยกไปเทได้แต่ที่นี่มอนสเตอร์ขับถ่ายเรี่ยราด จึงยากจะทำความสะอาด

    ในตอนนี้มีคนงานสองสามคนทำความสะอาดและให้อาหารพวกมอนสเตอร์อยู่พอดี

    “ออกไป” หญิงสาวค้าทาสไล่คนงานออกไปจากตรงนี้ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้ากรงของหมาป่าขนเหล็กทั้งสามตัว

    แฮร่...

    หมาป่าขนเหล็กสองตัวพอเห็นว่ามีคนเข้ามาใกล้ก็ส่งเสียงข่มขู่ทันที

    “มันเป็นอะไร”ลุคสอบถามเมื่อเห็นว่าสภาพของหมาป่าขนเหล็กอ่อนแอกว่ามอนสเตอร์ทั่วไป

    “มันได้รับยาทำให้เซื่องซึมอยู่ตลอดเวลาไม่อย่างนั้นมันจะอาละวาดได้รีบดูสินค้าแล้วตัดสินใจ” หญิงสาวค้าทาสอธิบายและกล่าวเร่งลุคให้ตัดสินใจ

    ลุคไม่สนใจว่ามันจะซึมหรืออะไรสิ่งที่เขาต้องการคือมันไม่ตายแค่นั้น

    “ตกลงผมเอาตัวนี้”

    “ราคา 5 แสนเครดิต จ่ายเงินไว้แล้วเราจะส่งไปให้เอาที่อยู่จัดส่งมาด้วย”

    “ส่งไปที่...”

    ลุคบอกสถานที่ให้กับทางหญิงสาวค้าทาสจากนั้นก็จ่ายเงินและกลับออกไปทันทีถึงจะสนใจมอนสเตอร์ที่แปลกประหลาดตัวอื่น ๆ

    แต่ด้วยเรื่องของราคาเขายังไม่อยากจะเสียเงินกับพวกมันมากเกินไปเพราะต้องเก็บเงินไว้ซื้อยายกระดับคลื่นพลังอยู่

    การยกระดับคลื่นพลังสำคัญมากกว่ามอนสเตอร์พวกนี้ฆ่าและเปลี่ยนเป็นไอเทมอะไรก็ยังไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์หรือเปล่า

    แถมถ้าขายก็ไม่มีทางคืนทุนได้ด้วย เนื่องจากมอนสเตอร์เป็น ๆแพงกว่าไอเทมระดับเดียวกันมากเกินไป

    ลุคชอบมอนสเตอร์ในชิ้นส่วนโลกต่างมิติมากกว่าไม่ต้องลงทุนแค่ออกแรงก็ได้ไอเทมที่ขายได้ราคาดีมาแล้ว

    ...

    พอออกจากร้านอสูรกาย เขาก็ไปที่ร้านขายข้อมูลแต่เขาเดินหาอยู่นานก็ไม่เจอ จนกระทั่งเดินมาเรื่อย ๆตามทางเดินร้านค้าเริ่มน้อยลงจนถึงจุดหนึ่งที่ไม่มีร้านค้าแล้วเขาเกือบจะหันหลังกลับไปยังทางเดิมและไปถามชายชราขาพิการแล้ว แต่ก็เหลือบไปเห็นร้านค้าสุดปลายถนนที่ตั้งตระหง่านอยู่ซะก่อนร้านกินพื้นที่ทั้งหมดของอุโมงค์ด้านหลังสุดจนเต็มด้านบนร้านมีสัญญาลักษณ์ขนนกอยู่หนึ่งอัน

    “ปากกาขนนก”

    เมื่อรู้ว่ามาถูกแล้วเขาก็เข้าไปในร้านทันที

    กริ้ง!

    ประตูเปิดเข้าไปก็ขอบด้านบนก็ชนเข้ากับกระดิ่งทองเหลืองเล็ก ๆสั่นไหวให้ได้ยินเสียงเตือนว่ามีคนเข้ามาในร้าน

    ลุคมองด้านในร้านด้วยสีหน้าประหลาดใจเมื่อครู่ยังมั่นใจแต่พอเห็นด้านในแล้วเขาคิดว่าตัวเองอาจจะมาผิดเพราะว่าร้านนี้แท้จริงกลับเป็นเหมือนห้องสมุดหลังหนึ่ง

    กำแพงทุกด้านเต็มไปด้วยชั้นหนังสือแม้แต่ระเบียงที่ยืนมาของชั้นลอยก็มีชั้นหนังสือแถมด้านบนยังมีชายชราร่างผอมแห้งสวมแว่นตาคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดกำลังเลือกดูหนังสืออยู่ด้วยคนหนึ่ง

    ลุคยืนรออยู่กลางร้านเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อแต่ชายชราก็ยังคงไม่สนใจราวกับไม่ได้ยินว่าลุคเข้ามาในร้าน

    “ขอโทษนะครับ ผมมาซื้อข้อมูล” ลุคตะโกนเรียกอีกครั้งแต่ชายชราก็เหมือนจมอยู่ในโลกของการหาหนังสือ

    ตอนนั้นเองก็มีประตูเปิดออกมาจากหลังร้านเป็นหญิงชราท่าทางราวกับคุณยายใจดีคนหนึ่ง

    “ตายจริงมีคนเข้ามาในร้าน” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจก่อนจะเดินเอาไม้เท้าไปสะกิดชายชราที่อยู่บนราวบันได

    “ตาแก่มีคนมาซื้อข้อมูล”

    “หา...อะไรนะ” ชายชราหันมาถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดัง

    “มีคนมาซื้อข้อมูล”คุณยายท่าทางใจดีพูดอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิน พร้อมทั้งชี้ไปยังลุคที่ยืนหัวโด่อยู่กลางร้านมาสักพักแล้ว

    “อ้อมีคนมาซื้อข้อมูล ไอ้หนุ่มแล้วทำไมไม่เรียก”

    “ผมเรียกแล้วครับ” ลุคพูดเสียงดัง

    “ผมเป็นอะไรนะ หาข้อมูลเกี่ยวกับผมเหรอ” ชายชราถามด้วยความสงสัย

    “เออ...” ลุคหมดคำจะกล่าวจึงปล่อยให้ชายชราเดินลงมาจากบันไดอยู่พักใหญ่ด้วยขาที่สั่นเทาก่อนจะใช้เวลาอีกเล็กน้อยเดินมาที่โต๊ะ

    “นั่ง ๆ มาดูเรื่องผมกันเป็นอะไร” ชายชราเชิญให้ลุคมานั่ง

    “นี่ลองกินขนมนี่ก่อน” คุณยายเดินกลับไปเอาคุกกี้ในครัวมาให้กับลุค

    ลุคไม่ได้แตะต้องอะไร ที่นี่เป็นตลาดมืดเขาไม่กล้าเสี่ยงแม้ทั้งสองจะเป็นชายแก่และหญิงชรา แต่เป็นเจ้าของร้านในตลาดมืดได้คงไม่ธรรมดา

    “ผมต้องการซื้อข้อมูล”

    ชายชราเหมือนจะตั้งใจฟัง แต่ก็ยังเงียบอยู่

    “มาทำอะไรนะ”

    “ผมมาซื้อข้อมูล”

    “อ้อ...มาซื้อข้อมูล เอาอะไรละ บอกมาได้เลย”

    “ผมต้องการวิธีการติดต่อกับคนที่ลักลอบขายชิ้นส่วนโลกต่างมิติระดับ F”

    “..........พูดอีกที” ชายชราถามเขาอีกครั้ง

    จะคุยกันรู้เรื่องใหม่เนี่ย...ลุคถอนหายใจเหนื่อยหน่ายสุดท้ายก็ใช้เวลาเกือบ 10 นาทีกว่าจะพูดคุยกันรู้เรื่องและใช้เวลาอีก 5นาทีให้คุณตาเดินไปหาข้อมูลที่เขาต้องการ

    ลุคมองดูตาที่ค้นหาของในชั้นสอง ก่อนจะเดินกลับลงมาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่เต็มไปด้วยตัวเลขราวกับการเข้ารหัสลับ

    หลังจากเขียนอยู่สักพักก็ได้ตัวเลขบนกระดาษมาแถวหนึ่ง

    “นี่และอันนี้ใช้ได้” ชายชรายื่นกระดาษมาให้ลุคด้วยมือที่สั่นเทา

    “นี่คือเบอร์โทรเหรอ ราคาเท่าไหร่ครับ”

    ชายชราเอียงหูมาฟังอีกครั้ง ลุครู้ว่าต้องทำยังไง

    “ราคาเท่าไหร่ครับ”

    “ราคาเหรอ...นั้นสิแป๊บนะ ยายแก่ราคาเท่าไหร่”

    “ราคาอะไร”

    “หา...! ว่าอะไรนะ!”

    ลุคนั่งกุมขมับมองสองตายายตะโกนกันไปมาระหว่างห้องอยู่สักพักใหญ่สุดท้ายคุณยายก็เดินออกมาคิดเงินให้กับลุคด้วยราคา 100,000 เครดิต

    “ถ้าอย่างนั้นผมจอตัวก่อนนะครับ”

    “ไม่เป็นไร” ชายชราตอบ

    ลุคไม่แน่ใจว่าชายชราได้ยินแบบเดียวกับที่เขาพูดไปเขาลุคขึ้นกำลังจะออกจากร้านไป แต่ก็ได้ยินเสียงเพียงดูเหมือนชายชราจะหันไปเปิดแผ่นเสียงฟัง

    แล้วจะได้ยินไหม...ลุคคิดในใจ ก่อนจะเห็นว่าชายชราไปเปิดลิ้นชักไม้หยิบเครื่องช่วยฟังออกมาสวมใส่ที่หูและนั่งฟังเพลงอย่างผ่อนคลาย

    มุมปากลุคกระตุกทันที ก่อนจะโอดครวญในใจ

    ‘แล้วทำไมไม่ใส่ตั้งแต่ที่แรกละคุณตา...’