“โรคจิตได้ใจเลยพี่กู” ชายดัดฟันแอบบ่นพึมพำ
แม้ท่าทางและเสียงครวญครางจะทนทุกข์ทรมาน แต่ตาที่เบิกโพลงเริ่มเสียแววของมันไป ธารารู้ดีว่าหากปล่อยให้ตกอยู่ในสภาพนี้ต่อไป ธันยาอาจไม่สามารถกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก ธาราสอดส่ายสายตาไปตามห้องเผื่อคิดหาวิธีช่วยแฟนของตน ดูไม่มีอะไรช่วยเขาได้เลย โต๊ะสนุกเกอร์ กำแพงอิฐ โต๊ะเกลื่อนด้วยขวดเบียร์ เก้าอี้โซฟาเขียวพาสเทลเก่าคร่ำคร่า ตู้ปลาที่มีรักเร่สีดำ
ตู้ปลา!!
มันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณ กระแสจิตของธาราพุ่งไปยังน้ำในตู้ปลา สะท้อนกลับมาที่ตัวเขา สะท้อนกลับไปมานับหลายสิบรอบในชั่วเสี้ยววินาที ทุกรอบของการไปกลับคือการสะสมพลังที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดระเบิดกระแสใจก็เบนทิศเปลี่ยนเป็นพุ่งเข้าหาร่างของธันยา ราวกับคลื่นน้ำซัดสาด กวาดเอาพลังจิตที่ครอบงำเธออยู่กระเด็นกลับคืนไปยังผู้ใช้ พลังจิตมหาศาลปะทุแผ่กระจายอัดใส่จิตสำนึกของชายทั้งสี่จนหน้าหงายและกระเด็นล้มลง มึนงงและในแก้วหูส่งเสียงวิ้งๆ ไม่ต่างกับเพิ่งถูกแรงอัดจากระเบิดในสนามรบเล่นงาน พลังพันธนาการของอีกฝ่ายไม่มีผลอีกแล้ว ธารารีบวิ่งเข้าไปดูอาการธันยาซึ่งตอนนี้หมดสติ ช้อนร่างเธอขึ้นมาประคองในอ้อมกอด กระชับร่างนั้นแน่นแล้วจูบหน้าผาก พูดกับเธอด้วยเสียงสั่นเครือ
“ฉันขอโทษ”
เด็กสาวเพียงปรือตามองอย่างอ่อนแรงขณะหนึ่งก่อนจะปิดเปลือกตาและคออ่อนพับลงหมดสติไป พวกแก๊งอาเคล่าไม่ใช่มือใหม่ ต่างสลัดอาการมึนงงแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมสู้อย่างรวดเร็ว ลูกพี่ใหญ่ยืนได้ก่อนเพื่อน ชายหน้าประหลาดเพิ่งฟื้นสติ ชายดัดฟันอ้วกเอาน้ำย่อยออกมา
“อูยย พลังอะไรวะเนี่ย รุนแรงชิบหาย” ชายเมามายโอดครวญ ท่าทางคล้ายสร่างเมา ทุลักทุเลเกาะผนังเพื่อพยุงตัวขึ้น “นึกว่าเป็นแค่คนนอกนะเนี่ย”
ขณะนั้นเองลูกพี่ใหญ่ก็มองไปยังชายเมามายด้วยสีหน้าซีดเผือด อ้าปากค้างราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าตื่นตระหนกของหัวหน้าแก๊งทำเอาชายเมามายขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “มีอะไรวะพี่”
“พลังเมื่อกี้ทำระบบซ่อนตัวของห้องเราพัง ซวยแล้วว่ะ”
ชายเมามายพยักหน้าอย่างเชื่องช้า พยายามทำความเข้าใจสู้ความมึนงง ทันใดนั้นเองที่กำแพงอิฐด้านหลังของเขาพังทลายลงจากแรงกระแทกที่สั่นไปทั้งห้อง ชายเมามายหันกลับไปมองยังช่องโหว่กำแพงนั้น มือใหญ่ยักษ์ข้างหนึ่งตะปบเข้าที่คอของเขาแล้วยกร่างของชายร่างท้วมลอยขึ้นอย่างง่ายดาย ลิ้นแลบออกมาจากปากสองขาตะกายไปมากลางอากาศ
“ว่าไง ไอ้พวกลูกหมา” เสียงพูดเหี้ยมเกรียมดังตามมา “พี่เสือมาแล้วจ้า”
ขาลมาแล้ว!!
เขาเดินบีบคอยกร่างชายเมามายเข้ามา ผู้ถูกบีบคอทุรนทุรายใช้สองมือแกะหยิกและข่วนอย่างไร้ผล ส่งเสียงคร่อกๆ โหยหาอากาศ ในขณะที่ชายร่างยักษ์ผู้มาเยือนมองไปรอบๆ ห้องด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ “รังซอมซ่อดีนี่ แต่กลิ่นพลังระเบิดเมื่อกี้แรงดีว่ะ” จากนั้นหันไปพูดกับธาราที่กอดร่างธันยาอยู่ “หาที่หลบก่อนไอ้หนู”
แม้จะตื่นตระหนกอย่างรุนแรงแต่อีกสามคนที่เหลือก็ไม่ปล่อยจังหวะให้เสียเปล่า กระจายตัวกันล้อมขาลไว้สามมุม พลังหลอนประสาทตามความถนัดของตนถูกทุ่มเทโจมตีใส่ขาล (ชายเมามายที่ถูกบีบคอก็พยายามแผ่พลังเข้าใส่ด้วยเช่นกัน) ทว่าจิตใจของขาลถูกกำแพงจิตแข็งแกร่งฉาบเอาไว้เป็นเกราะกำบัง เกราะพลังจิตที่มีใครอีกคนหนึ่งเป็นคนสร้างไว้ให้ พลังของผู้หญิงที่ได้ฉายาว่าราชินีน้ำแข็ง
พละกำลังส่งไปยังนิ้วที่บีบคอของอีกฝ่าย เสียงดังกร๊อบส่งผลให้ชายเมามายลิ้นจุกปากคอพับสิ้นใจในทันที ก่อนจะโยนทิ้งราวกับซากสัตว์ตัวหนึ่ง ขาลบ่นพึมพำว่า “แบบนี้ตายง่ายไปแฮะ” ขาลเดินหน้าเข้าไปหาชายดัดฟันเป็นรายถัดไป ธาราลากธันยามาหลบตรงมุมห้องที่น่าจะปลอดภัยจากวงล้อมการปะทะที่สุด พลังพันธนาการของอีกฝ่ายเพียงทำให้ขาลเดินช้าลงเล็กน้อยแม้ว่าจะรีดพลังจนเหงื่อเม็ดโป้งไหลออกมาตามใบหน้า เริ่มมีท่าทีลนลานเมื่อขาลเดินเข้ามาประชิดตัว เปลี่ยนใจจะหนีแต่ก็ไม่ทัน มีใหญ่แข็งแกร่งข้างซ้ายกระชากคอเสื้อขึ้น ส่วนหมัดขวาต่อยกระทุ้งเขามาที่ลำตัว ชายดัดฟันอ้วกออกมาทั้งอาหารและก้อนเลือดคำโต ซี่โครงหลายซี่แหลกละเอียด ก่อนจะโดนอีกหมัดหนึ่งกระทุ้งเข้ามาซ้ำทำให้ขาดใจตาย ศพที่สองถูกปล่อยทิ้งอย่างไร้ความหมายเหมือนศพแรก พลังเกราะของอลิสาที่ปกป้องขาลไว้เริ่มหมดแล้ว
ขณะนั้น อลิสา ก็ปรากฏกายด้านหลังของชายหน้าประหลาด สัมผัสฝ่ามือที่หลังส่งความหนาวเย็นเข้าไป
“ข้างในนี้มันเย็นนะ หมายถึงข้างในตัวน่ะ”
ชายหน้าประหลาดแปรเปลี่ยนเป็นชายหน้าซีดราวกระดาษ ทิ้งตัวลงนอนขดคู้ปากสั่นกระทบกันดังกึกกัก ตัวสั่นเป็นจ้าวเข้าก่อนจะค่อยๆ แผ่วลงและแน่นิ่งไป อลิสาเพียงก้มลงมองอีกฝ่ายตายอย่างช้าๆ ด้วยสายตาไร้ความรู้สึก
“เจอกันหน่อยจ้าวแห่งความเจ็บปวด” ขาลแสยะยิ้ม ประจันหน้ากับลูกพี่ใหญ่หนึ่งต่อหนึ่ง “ไหนลองบีบมาให้เจ็บที่สุดซิ”
กระแสจิตเข้มข้นถูกแผ่ไปยังชายร่างยักษ์ซึ่งบัดนี้ไม่มีเกราะพลังป้องกัน ความเจ็บปวดในระดับที่คนธรรมดาคงนอนขดทุรนทุรายอย่างที่ธันยาเพิ่งเจอไป ขาลกลับแสยะยิ้มเดินย่างสามขุมเข้ามาหา
“ความเจ็บปวดคือเพื่อนแท้ของสายกายภาพ” ขาลกล่าวพลางยิ้มร่า แต่ก็ยังคงกัดฟันกรอดและเกร็งใบหน้าต้านทานความเจ็บปวดอยู่ “เอาให้เจ็บกว่านี้!!”
ลูกพี่ใหญ่ทุ่มพลังจนร่างสั่นระริก เส้นเลือดตรงหน้าผากและขมับเริ่มปูดโพน ขาลตัวเกร็งฝืนความเจ็บปวดเดินเข้าหาต่อพลางหัวเราะร่า “กระจอกชะมัด! ลูกเตะของคนพิการเพื่อนไอ้หนูนี่ยังน่ากลัวกว่า” ขาลน่าจะพูดถึงชาคริต ดูค่อนข้างประทับใจเพื่อนของธาราคนนี้อยู่เอาการ แม้ตอนนี้ชาคริตจะจำขาลไม่ได้แล้วก็ตาม
“ชอบข่มขืนเหรอ” ชายชื่อขาลเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายสำเร็จ กระชากคอยกร่างอีกฝ่ายขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะตะปบมือขวาไปที่กล่องดวงใจ ลูกพี่ใหญ่แผดร้องเสียงหลงก่อนจะกลายเป็นแหลมลั่นหมดมาดเดิมเมื่ออวัยวะแห่งการเป็นชายถูกกระชากติดมือมาอย่างช้าๆ จนขาดในที่สุด เลือดสีออกคล้ำกระเซ็นและไหลโจกลงมาจากหว่างขา ขาลปล่อยมือลงให้อีกฝ่ายยืนแผดร้องอย่างทำใจไม่ได้ที่เสียอาวุธประจำกายที่สร้างชื่อเรื่องการข่มขืนไป ความเจ็บปวดเล่นงานจ้าวแห่งความเจ็บปวดเองซะแล้ว ขาลโยนส่วนที่กระชากติดมือมานั้นลงไปในตู้ปลาอย่างแม่นยำ ก่อนจะหัวเราะก๊ากชอบใจ
“หาผ้าห้ามเลือดแล้วไปที่รถ วางกุญแจบนหลังคาแล้วขังตัวเองไว้ในหลังรถ” อลิสาแวบปรากฏกายเบื้องหลังลูกพี่ใหญ่แล้วกระซิบบอก คลื่นพลังจิตแห่งการหลอนประสาทแผ่เข้าครอบงำ การแผดร้องพลันหยุดชะงักลง พยักหน้า ถอดเสื้อกล้ามของตนมากดห้ามเลือดตรงหว่างขาไว้ ก่อนจะรับกุญแจรถจากมือของอลิสาและเดินออกทางช่องโหว่กำแพงที่ขาลพังเข้ามาไปอย่างว่าง่าย อลิสาส่ายหน้าหันมากล่าวกับขาลอย่างขัดใจ “พี่ขาลลองหัดทำงานแบบไม่เละเทะเลอะเทอะดูบ้างได้มั้ยคะ”
“ขอโทษจริงๆ” ขาลหัวเราะแห้งๆ “พอเลือดข้ามันพล่านแล้วคุมยากน่ะ”
“หลังรถหนูเปื้อนเลือดอีกแล้ว เลือดสกปรกของพวกชั่วโรคจิตอีกต่างหาก” อลิสากล่าวอย่างไม่พอใจ
“เดี๋ยวล้างให้เลย” ขาลวิงวอนเสนอตัว
อลิสาหันมามองธารา คราวนี้เธอแต่งตัวด้วยสูทผู้หญิงและกางเกงสีดำ สวมเชิ้ตขาวข้างในซึ่งซ่อนสัดส่วนเว้าโค้งตามธรรมชาติสตรีสาวได้ไม่มิด ผมย้อมสีเทาม่วงยาวประบ่าดัดลอนปลาย มาในมาดสาวทำงานกระฉับกระเฉงที่ฉายแววเซ็กซี่ “เจอกันอีกแล้วนะคะ” จากนั้นหันไปคุยกับขาลที่ยืนอยู่ข้างๆ “หนูบอกแล้วไม่เชื่อว่าน้องคนนี้คือนักลวงจิต”
ขาลในชุดเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้าและกางเกงลายทหาร ยืนเกาผมรองทรงเส้นหน้าตัวเองแกรกๆ บุคลิกตอนสงบยังผิดจากบุคลิกยามต่อสู้อย่างลิบลับเช่นเคย “พลังเยอะซะด้วย ระเบิดทีเดียวห้องซ่อนพลังกระจุยกระจาย” ขาลทำท่าสูดจมูกฟึดฟัด “ได้กลิ่นพลังรอบๆ ห้อง แต่ไม่ได้กลิ่นพลังจากตัวไอ้หนูนี่เลย พลังมีกลิ่นเฉพาะตัว จับทิศทางและการมีอยู่ยาก เหมือนดมกลิ่นของน้ำเปล่ายังไงยังงั้น”
อลิสาสบตากับธารา ก่อนจะพูดว่า “โชคดีที่แฟนน้องยังไม่เป็นอะไร ขืนปล่อยช้ากว่านี้อีกหน่อยสภาพจิตใจคงกู่ไม่กลับแล้ว”
“ขอบคุณครับ ที่ช่วยเราไว้” ธารากล่าว ขณะมองศพทั้งสามในห้องด้วยความแขยงเล็กน้อย ยักไหล่อย่างทำใจได้ ส่ายหน้าให้กับชิ้นส่วนอวัยวะประจำกายที่กำลังถูกปลารักเร่ดำตอดกิน ก่อนจะหันมาลูบหน้าผากแฟนสาวที่หมดสติไปอย่างทะนุถนอม
“ขอโทษนะที่ข้าทำเละไปหน่อย” ขาลในบุคลิกสงบยอมรับกับธาราอย่างสุภาพ
“พวกพี่พร้อมพิสูจน์ให้พวกองค์กรของน้องรู้ว่าตอนนี้เราเป็นพันธมิตรกันจริงๆ” อลิสานิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แล้วสำหรับตัวประกันเราจะมอบเจ้าแห่งความเจ็บปวดให้ฝ่ายของน้องเป็นคนสอบสวน เชื่อว่าฝั่งน้องมีคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้มากกว่าฝ่ายของพี่ ป่ะ ไปกันเถอะ” พูดจบอลิสาก็ยิ้มออกมา ธารารู้สึกว่าเป็นรอยยิ้มที่แฝงความนัยอะไรอีกมากทีเดียว