มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 96 ลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ

            เมื่อได้เห็นคัมภีร์ทั้งสองม้วน หลังจากพิจารณากังหลงจึงตัดสินใจจะฝึกปรือวิชาทั้งสองนี้เพิ่มทันที แม้เคล็ดวิชามายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ มิทราบจะเป็นวิชาฝีมือประเภทใด แต่สิ่งนี้ก็เป็นถึงเคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำหากฝึกสำเร็จคุณค่าที่ได้คงมิอาจจะประมาณได้ ส่วนเคล็ดวิชาลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ คงเป็นวิธีเดินลมปราณชนิดหนึ่งอย่างแน่นอน


            ตนเองตั้งแต่เริ่มฝึกปรือฝีมือก็ยังมิมีวิชาฝึกลมปราณที่เลิศล้ำใดมาก่อน นอกจากวิธีเดินลมปราณพื้นฐานธรรมดาทั่วไปของตระกูลที่บิดาเคยถ่ายทอดให้มาเท่านั้นตั้งแต่จำความได้เท่านั้น และการต้องพกพาม้วนคัมภีร์อันล้ำค่าไว้กับตัวหากมีใครทราบก็จะเป็นอันตราย ดุจดังคำ คนไม่ผิด ผิดที่มีหยกติดตัว หากไม่มีกำลังพอที่จะรักษาไว้ได้ หรือหากบังเอิญพลาดท่าทำหายไปจะเป็นสิ่งที่น่าเสียดายยิ่ง


            นี่คงเป็นเหตุผลที่เฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ได้เก็บรักษาไว้ในแหวนมิตินิลกาลจน์รอให้ตนมีปราณยุทธระดับราชันย์จึงสามารถเปิดดูและฝึกปรือได้ และที่สำคัญขณะที่ตนอยู่ในหอนิรทุกข์พยายม คงมิมีใครพบเห็นและมิมีใครมารบกวนอย่างแน่นอน การที่จะเรียนรู้และฝึกปรือจึงเหมาะสมยิ่งมิต้องกังวลว่าจะมีใครบังเอิญมาพบเห็นหรือมารบกวน


            เมื่อคิดได้เช่นนั้นกังหลงจึงเริ่มปลดผนึกม้วนคัมภีร์ทั้งสองเพื่อเรียนรู้ตามลำดับ เป็นเหมือนเช่นม้วนคัมภีร์เคล็ดวิชาท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอย ที่ก่อนหน้านี้ เมื่อปลดผนึกจะมีอักขระและเม็ดพลังความรู้ที่อธิบายเกี่ยวกับคุณสมบัติที่มาและวิธีฝึกปรือของคัมภีร์  หลังจากกลืนกินเม็ดพลังความรู้และซึมซับอักขระจากม้วนคัมภีร์จนหมดสิ้น กังหลงก็เริ่มเข้าฌาณเเพ่งสมาธิจิตพื่อเรียนรู้และซึมซับทุกอย่างเข้าสู่ทะเลแห่งจิต


            ภายนอกหอนิรทุกข์พยายมบัดนี้ ผู้คนยิ่งแห่มาชมดูกันมากมาย เนื่องจากมีคนกระจายข่าวว่าผู้ที่ชนะการทดสอบของสมาคมโอสถทั้งสามอันดับแรก ต่างเข้าทดสอบหอนิรทุกข์พยายมทั้งสิ้น และยิ่งมีข่าวว่าหนึ่งในนั้นมี นงคราญสุรางค์สวรรค์ ผู้ที่มีนามอยู่ในวลีจุตรนามสู่ราชันย์ และขณะนี้ยังเข้าทดสอบหอนิรทุกข์พยายมด้วย จึงต่างอยากมาชมดูให้เป็นบุญตา


            และยังมีข่าวที่ดังชั่วข้ามคืนดุจดังประทัดแตกที่มาแรงไม่แพ้กัน โจษจันไปทั่วเมืองคือ เทพบุตรอัสนีได้สังหารศรัตรูผู้มีปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้นภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว และที่สำคัญมีคนจดจำได้ว่า เทพบุตรอัสนีผู้นี้คือผู้ที่ชนะการทดสอบอันดับหนึ่งของสมาคมโอสถ

     

            เมื่อต่างมาถึงก็สอบถามกันจนวุ่นวายจนได้ทราบว่า เทพบุตรอัสนีกำลังทดสอบอยู่ในหอชั้นที่หนึ่ง นงคราญสุรางค์สวรรค์และผู้ที่ชนะการทดสอบอันดับสามของสมาคมโอสถกำลังทดสอบอยู่ในหอชั้นที่สาม เมื่อทราบเช่นนี้ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันวุ่น

     

           "เป็นไปได้อย่างไรเทพบุตรอัสนีถึงกับไม่อาจผ่านหอชั้นที่หนึ่งไปได้"

     

            "รึความเก่งกาจของเทพบุตรอัสนีเป็นเพียงข่าวโคมลอย แท้จริงแล้วความสามารถมิอาจสู้สามคนที่อยู่ในหอนิรทุกข์พยายมชั้นที่สามได้"


            "เฮอะ !! เมื่อวานเจ้ามิเห็นการต่อสู้กับตาหากเจ้าได้เห็นคงมิอาจพูดแบบนี้"


            "แต่มันดูแปลก ๆ นะ นั่นจุดสีเหลืองในหอชั้นที่หนึ่งกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่อีกแล้วเขากำลังทำอะไรกันแน่"


            "ดูนั่น ๆ มีผู้ผ่านหอชั้นที่สามไปสู่หอชั้นที่สี่แล้วถึงสองคนมิทราบเป็นผู้ใดกัน"


            "โอ..ครานี้ถึงกับมีอัจฉริยะสามารถผ่านการทดสอบของหอไปสู่ชั้นที่สี่ได้ถึงสองคนแล้ว นานมากแล้วนะที่ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ มารอดูกันว่าจะมีใครผ่านการทดสอบไปสู่ชั้นใดที่สูงที่สุด"


            เสียงพูดคุยดังกระหึ่มไปทั่วลานที่เฝ้าดูจอแสดงผล ฝ่ายกังหลงบัดนี้สามารถซึมซับจดจำเคล็ดวิชาทั้งสองไว้ได้หมดสิ้นแล้ว หลังจากย่อยสลายเม็ดพลังความรู้จึงได้ทราบว่า เคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ เป็นวิชาสำหรับหลอมรวมควบคุมไฟวิเศษตามธรรมชาติในพิภพชนิดหนึ่ง ไฟวิเศษสำหรับนักปรุงโอสถแล้ว ถือเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่ง ตนตอนนี้เพียงจดจำเคล็ดวิชาไว้เพราะยังไม่มีความจำเป็นต้องศึกษาวิชามายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษในตอนนี้


            เนื่องจากปัจจุบันความสามารถด้านโอสถของตนพอจะต่อกรกับนักปรุงโอสถในวัยเดียวกันได้อย่างสบาย ส่วนเคล็ดวิชาลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุตินั้น เป็นแนวทางการฝึกฝนลมปราณที่ลึกล้ำชนิดหนึ่งที่สามารถดูดกลืนปราณธาตุธรรมชาติทุกชนิด มาเปลี่ยนเป็นพลังปราณของตน จนสามารถฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายได้อย่างรวดเร็ว


            ที่ผ่านมาเคล็ดวิชาลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติมีความก้าวหน้าถึงเจ็ดระดับ


            หากแม้นฝึกปรือสำเร็จระดับที่หนึ่ง สามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงสองเท่าตัว กระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงสองเท่า ทนทานรับน้ำหนักได้ห้าพันชั่ง และเรียกว่าสำเร็จกายาทองแดงขั้นต้น ทนทานความร้อนหนาวและพลังฝ่ามือของผู้มีปราณยุทธระดับเดียวกันทุกชนิด


            หากแม้นฝึกปรือสำเร็จระดับที่สอง สามารถดูกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงสามเท่าตัว กระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงสามเท่าและสำเร็จกายาทองแดงขั้นปลาย ทนทานรับน้ำหนักได้หนึ่งหมื่นชั่ง

     

            หากแม้นฝึกปรือสำเร็จระดับที่สาม สามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงสี่เท่าตัว กระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงสี่เท่า ทนทานรับน้ำหนักได้ห้าหมื่นชั่ง และสำเร็จกายาเงินขั้นต้น ทนทานฝ่ามือและอาวุธระดับเดียวกันกับระดับปราณยุทธของตน

     

            หากแม้นฝึกปรือสำเร็จระดับที่สี่ สามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงห้าเท่าตัว กระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงห้าเท่า และสำเร็จกายาเงินขั้นปลายทนทานรับน้ำหนักได้ถึงหนึ่งแสนชั่ง

     

            หากแม้นฝึกปรือสำเร็จระดับที่ห้า สามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงหกเท่าตัว กระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงหกเท่า ทนทานรับน้ำหนักได้ห้าแสนชั่ง และสำเร็จกายาทองคำขั้นต้นทนทานอาวุธพลังฝ่ามือระดับเดียวกันกับระดับปราณยุทธของตนและพิษทุกชนิด

     

            หากแม้นฝึกปรือสำเร็จระดับที่หก สามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงเจ็ดเท่าตัว กระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงเจ็ดเท่า ทนทานรับน้ำหนักได้หนึ่งล้านชั่ง และสำเร็จกายาทองคำขั้นปลายทนทานอาวุธพลังฝ่ามือระดับเดียวกันกับระดับปราณยุทธของตนและพิษทุกชนิด


            หากแม้นฝึกปรือสำเร็จระดับที่เจ็ด สามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงสิบเท่าตัว กระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงสิบเท่า ทนทานรับน้ำหนักได้สิบห้าล้านชั่ง และสำเร็จกายาเทวะ กายาเทพในตำนานภายใต้พลังสิบห้าล้านชั่งไร้สิ่งใดกล้ำกราย


            หากแม้น.......................



    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน