'ตุบ ตุบ'เหล่าชายชาตรีล้อมรอบพากันกระหน่ำทุบไม้ทุบตีบนร่างของชายผู้หนึ่งที่เอามือปัดไปมา สีหน้าตื่นตะหนก พร้อมกับเสียงร้องไห้เวทนา
"ไม่ ไม่ ไม่ อย่าทำข้า ขะ..ข้า"ยังไม่สิ้นเสียงก็โดนไม้ที่ทุบตีฟาดที่หลังคอเข้าอย่างจัง เขาแน่นิ่งไปก่อนที่จะล้มลง ผู้คนที่ล้อมรอบต่างพากันหยุดนิ่งหันไปมองหญิงสาวผู้ออกคำสั่ง
หญิงสาวตกใจ เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มผู้นั้น เธอลุกลี้ลุกลน
"หึ ข้าเปล่า ข้าไม่ได้เป็นคนทำ มันตกลงมาเอง ใช่ไหม"เธอสั่งออกมาเสียงดังก่อนกวาดสายตาไปมองผู้คน
"ขอรับอี๋เหนียง"
"หึ ไป"เธอหันหลังและเดินจากไปพร้อมกับข้ารับใช้ทั้งหมด
ตอนนี้เหลือแต่เพียงชายผู้นอนอยู่เลือดอาบไปท่วมศีรษะ ฝนเริ่มตกลงก่อนที่มันจะหนักขึ้น
"ฮูหยิน!"เสียงชายผู้หนึ่งดังขึ้น เขาออกตามหาฮูหยินที่ออกจากเรือนมา เขาเป็นคนรับใช้คนสนิทข้างกายฮูหยินผู้น่าสงสาร ฮูหยินเป็นคนโง่ ความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ พูดจาไม่รู้เรื่อง เมื่อ 2 ปีก่อนถูกท่านเสนาบดีช่วยไว้ ตอนกำลังเดินทางผ่านมา ช่วยเหลือเอาไว้
น่าเสียดายที่ท่านเสนาบดีโดนแม่เลี้ยงตีกรอบให้ท่านเสนาบดีแต่งงานกับคนโง่ อ้างว่าเห็นทั้งสองรักใคร่กัน จึงส่งเสริม ทำให้กลายเป็นเรื่องตลกของคนทั้งเมือง ทั้งที่แต่งไม่ถึงเดือนก็ยัดสตรีญาติฝั่งตนมา ถึงแม้ไม่มีความรักใคร่แต่ท่านเสนาบดีก็แลฮูหยินอย่างดี ตอนนี้ท่านเสนาบดีออกไปทำธุระที่ต่างเมือง ทำให้อนุหญิงแพศยาผู้นั้นเหิมเกริมยิ่งกว่าเดิม
"ไอหยา ข้าจะทำยังไงดีนะ ท่านเสนาบดีท่านรีบๆกลับมาเถิด"ข้ารับใช้รีบพาฮูหยินกลับเรือนเรียกหมอ
"ไม่ ตอนนี้คุณหนูหกไม่สบายหมอกำลังตรวจอยู่ เจ้าจะให้คุณหนูหกตายรึ"น้ำเสียงของพ่อบ้านมีความดูถูก
"ไอหยา ฮูหยินข้าจะตายแล้วได้โปรดเถิด"ข้ารับใช้อ้อนวอนขอร้องให้พ่อบ้านตามหมอมาแต่กลับต้องผิดหวัง คุณหนูหกจะล้มป่วยป่านตายได้อย่างไรกัน นางแค่โดนเข็มจิ้มนิ้วแค่นั้นเอง ทำเป็นจะตายไปได้ นายข้าถูกทุบตีปานตายไม่รู้จะรอดยมบาลรึเปล่าเขาจำใจต้องเชิญหมอนอกเรือนมา ไม่งั้นฮูหยินได้ตายแน่ๆ
'ฆ่า' 'ฆ่า' 'ฆ่า' เสียงนั้นดังไปทั่วหู
ฮึก เจ็บชะมัด เพราะโดนไม้ทุบตีไปทั้งตัว แต่ต้องขอบคุณจริงๆ เพราะไม้ที่ตีหลังคอข้าทำให้ข้าได้นึกถึงมัน นึกถึงอดีตที่แสนหวาน นึกถึงกลิ่นคาวของเลือด อา ช่างคิดถึงจริงๆ ตัวข้าตอนนี้ไม่ใช่คนโง่ตลอด 2 ปีที่ลืมเรือนทุกอย่างอีกต่อไป เพราะข้าได้หวนคืนความทรงจำนั้นกลับคืนมาแล้ว
เหตุใดข้าจึงมีสภาพเช่นนี้นะหรือ คงต้องย้อนความตั้งแต่ชาติที่แล้วของข้า
ชาติที่แล้วของข้าเป็น 'มนุษย์' ที่แข็งแกร่งที่สุดเพราะว่าข้าเป็นคนสุดท้ายในวันสิ้นโลก ข้าเบื่อหน่ายชีวิตที่โดดเดี่ยว กลายเป็นคนบ้าที่สิ้นหวัง สุดท้ายตัดสินใจพลีชีวิตสิ้นไปพร้อมกับซอมบี้คิง
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นก็หลุดออกมาจากครรภ์ของมารดา ชีวิตในชาตินี้ของข้าช่างโชคดี เกิดใหม่ออกมาก็มีทั้งบิดา มารดา พร้อมยกขโยงเหล่าพี่น้องให้วุ่นไปหมด จำความทรงจำชาติก่อนได้แถมยังมีพลังเหนือธรรมดาที่กลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ุชาติก่อนติดมาด้วย มันช่างวิเศษสุด
ครอบครัวข้านั้นเองก็ไม่ธรรมดา บิดาเป็นถึงท่านอ๋อง น้องชายแท้ๆที่มีมารดาเดียวกับฮ่องเต้ ฮ่องเต้เป็นท่านลุง ท่านย่าเป็นถึงไทเฮา มารดาเป็นท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ ทั้งสองต่างรักใคร่จนปานกิน มีบุตรทั้ง6 คนข้าเป็นบุตรคนที่สี่
ยามมีสงคราม บิดาข้าจะไปออกรบ ข้ากับพี่คนโตจะคอยติดตามบิดาไปด้วย ยามชาติก่อนข้าคุ้นเคยกับการฆ่าฟัน ฆ่าสิ่งที่น่าเกลียด ดุร้ายกว่ามนุษย์ พวกมันว่องไว และดุร้ายแม้แต่สัตว์ก็กลายพันธ์ุ ยิ่งพวกระดับสูงมากเท่าไหร่ยิ่งมีสติปัญญาหรือแม้แต่มนุษย์ด้วยกันเอง เพราะฉะนั้นข้าเลยไม่หวาดกลัว แต่มันยิ่งกระตุ้นใจและกายข้าให้เร้าร้อน ข้าอยากสัมผัสกับมันอีก
ยามข้าอายุ13 ในที่สุดข้าก็ได้เข้าร่วมสงคราม ข้าสังหารเหล่าทหารของศัตรู บวกกับตัวข้ามีพลังที่ติดมา มีผลงานจนได้ชื่อมา แม่ทัพสีชาดทั่วตัวข้าอาบไปด้วยเลือดของศัตรู ที่ๆข้าเหยียบเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลเป็นสายน้ำของเหล่าศัตรู ผู้คนที่ได้เห็นเหมือนได้พบเจอกับปีศาจที่คลานออกมาจากขุมนรก จนเป็นเรื่องเล่าขานให้เด็กฟังจนต้องเก็บไปฝัน
เมื่ออายุได้18 ข้าได้เร่งเดินทางจากชายแดนประตูอุดรไปเมืองหลวงตัวคนเดียว โชคร้ายที่ฝนตกหนักดินถล่มลงมาอย่างรวดเร็วใส่ข้า จนหล่นลงเหวจนความจำเสื่อม กลายเป็นคนโง่ แถมยังถูกบังคับให้แต่งกับผู้ชาย เฮ้อ เวรกรรม กลายเป็นว่าข้ามีสามีจนได้ ในจวนนี้ข้าโดนดูถูกเหยียดหยาม แม้แต่บ่าวในเรือนตนยังไม่มีใครอยากมารับใช้ มีเพียงหลงเปา บ่าวคนสนิทที่ถูกสามีข้าส่งมาอยู่ข้างกายข้า บ่าวผู้ซื่อสัตย์ผู้นี้เท่านั้นที่จริงใจต่อข้า ตัวข้าด้วยความโง่เขลาจึงไม่เคยยื่นเท้าออกนอกจวนเลย บวกกับที่ข้าไม่ค่อยได้อยู่ในเมืองหลวงผู้คนส่วนใหญ่เพียงแต่เคยได้ยินชื่อเสียงของข้ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยเห็นข้า ข้าอยู่ใต้จมูกพวกท่านแท้ๆ แม้แต่สามีข้าก็ยังไม่เคยเห็นข้า แง่ละถ้าเห็นข้าคงไม่อยู่นี้ ให้พวกสารเลวนั้นทำร้ายข้า เหตุใดทั้งๆที่สามีข้าก็เป็นถึงเสนาบดีขุนนางในราชสำนักแถมยังดีกับข้าอีก แล้วทำไมถึงโดนกลั่นแกล้งอีกนะหรือ เพราะข้าทั้งโง่ทั้งขี้ขลาดยังไงละ ไม่กล้าที่จะบอกกล่าวสั่งห้ามหลงเปาห้ามพูด ถึงแม้หลงเปาบอกไปแต่ก็มีนังแม่มดใจร้ายคอยถือหาง รังแกตัวข้าในจุดร่มผ้า แถมสามีข้าก็ไม่มีเวลาว่างมาก ช่วง2ปีที่ข้าหายไปพวกชนเผ่าฝูตวนได้เหิมเกริมเตรียมบุกโจมตีแคว้นฉี ฮ่องเต้มีราชโองการให้สามีข้าเป็นที่ปรึกษาให้กับทหารคอยจัดการกับสงครามที่จะเกิดขึ้น พวกข้ายังไม่เคยได้บะบะโอบะบะกันเลย อา เรียก สามีแล้วรู้สึกกระดากปากจริงๆ แต่ช่างเถอะ ตอนเป็นคนโง่ข้าเรียกจนชินแล้ว
พูดถึงสามีข้า ตระกูลอี้ อยู่ที่เมืองหลวง ตระกูลอี้นั้นเป็นตระกูลใหญ่บิดาสามีข้าเป็นตระกูลพ่อค้า สามีข้าเป็นบุตรคนที่สามไต่เต้าตนเองจนเป็นเสนาบดี กำลังจะแยกออกจากจวนไปยังจวนที่ฮ่องเต้พระราชทาน มารดาเป็นฮูหยินเอก ที่ตอนนี้นางกำลังป่วยหนักอยู่ในเรือนนางจึงไม่สามารถดูแลได้ อำนาจเลยตกไปในมือของฮูหยินรองผู้หญิงที่น่ารังเกียจ นางต้องการกำจัดบุตรชายทุกคนยกเว้นบุตรของตน โดยเฉพาะสามีข้านางหลงคิดว่าบุตรของตนฉลาดเก่งกาจกว่าผู้ใด คิดว่าหากสามีข้าตายทุกอย่างก็จะเป็นของบุตรนาง นี้นางโง่รึเปล่า สิ่งที่พวกนางทำไว้กับข้าและสามี ข้าจะทำให้นางได้รู้ คนชั้นต่ำงั้นหรือ หึ ในเมื่อพวกเจ้าแสวงหาเลือด ข้าก็จะสนองให้ พวกเจ้าจะได้ลิ้มรสความสุขของคนบ้าว่ามันเป็นยังไง