เบลคกะพริบตา “ก็ที่ผ่านมาฉันไม่เคยมีโอกาสได้คุยกับเธอนี่นา ได้ยินแต่นายพล่ามว่าเธอโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบนดาวรกร้าง แล้วต่อมาก็ถูกคนตระกูลซูรับไปเลี้ยงก็เท่านั้น...แต่จะว่าไปนะอาเฉิน ฉันว่าซูลั่วคนนี้ก็ไม่เลวเลย นอกจากจะนิสัยเย็นชาไปหน่อย ก็ไม่มีข้อเสียอะไรแล้ว”
จริง ๆ แล้ว...มีอีกประโยคที่ซ่อนอยู่ในใจของเบลค เพื่อนเอ๋ย เมื่อก่อนนี่นายตาบอดรึไงวะ?
แต่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนกันมานานหลายปี เขาจึงไม่ได้พูดประโยคแทงใจดำนี้ออกไป
สีหน้าของเจียงเฉินยิ่งดูไม่จืดเข้าไปใหญ่!
เขารีบเร่งความเร็วขึ้นทันที ตั้งใจจะแซงหน้าซูลั่วให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองอ่อนแอกว่าเธอ!
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจียงเฉินโชคร้ายเกินไป หรือว่าเขาไม่ระวังตัวเองกันแน่
ขณะที่กำลังจะวิ่งตามซูลั่วทันอยู่แล้วเชียว จู่ ๆ ก็มีเถาวัลย์กลายพันธุ์เส้นหนึ่งโผล่มาจากข้างทางเกี่ยวขาเขาไว้!
ด้วยแรงเฉื่อยมหาศาล เขาจึงหยุดไม่อยู่ ร่างทั้งร่างล้มคะมำลงไปกองกับพื้น...ในท่าหน้าทิ่มดิน!
เบลคที่วิ่งตามมาถึงกับอึ้งไปเลย!
ประเด็นคือ โดยปกติแล้วบีสต์แมนจะไม่พลาดอะไรง่าย ๆ แบบนี้ ขอแค่ระวังตัวอีกนิดเดียว ก็จะไม่ถูกเถาวัลย์กลายพันธุ์เกี่ยวล้มแล้ว
แล้วเจียงเฉินเป็นอะไรของเขา?
เบลคเงยหน้าขึ้น ก็เห็นซูลั่วที่อยู่ไม่ไกลหันกลับมามองแวบหนึ่ง...เขาพลันเข้าใจในทันที
หรือว่าเจียงเฉินจะเสียใจทีหลัง เลยคิดจะใช้แผนเจ็บตัวเพื่อดึงดูดความสนใจของซูลั่ว?
แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ในไม่ช้าซูลั่วก็หันกลับไป แล้ววิ่งต่อโดยไม่สนใจไยดี
แถมจินแอนนี่ที่อยู่ข้าง ๆ เธอยังพูดขึ้นมาอีกว่า “อ่อนแอชะมัด แค่เถาวัลย์กลายพันธุ์ก็ยังรับมือไม่ได้ โชคดีจริง ๆ ที่เธอเตะมันทิ้งไปแล้ว”
ซูลั่วยิ้มบาง ๆ
จริง ๆ แล้ว สำหรับเรื่องของเจียงเฉิน เธอต้องขอบคุณซูเสี่ยวซีจากใจจริง
ก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ตระกูลซูเลี้ยงดูเธอมา ซูลั่วจึงไม่ได้ปฏิเสธการหมั้นหมายกับเจียงเฉิน
แต่หลังจากหมั้นหมายกันแล้ว ทั้งเจียงเฉินและคนในตระกูลเจียงต่างก็ไม่พอใจในตัวเธอ โดยเฉพาะคุณนายเจียง ที่คอยหาเรื่องแดกดันและดูถูกซูลั่วอยู่ตลอด
ตอนนั้นซูลั่วไม่พอใจอย่างมาก แต่เพื่อเห็นแก่หน้าของท่านดยุกและภรรยา เธอจึงอดทนมาโดยตลอด
ตอนนี้ดีแล้ว ในที่สุดก็ไม่ต้องทนกับเจียงเฉินและครอบครัวสุดจะยี้ของเขาอีกต่อไป
ในท้ายที่สุด ซูลั่วก็วิ่งวิบากหนึ่งร้อยกิโลเมตรเสร็จสิ้นก่อนเวลา โดยใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมงสิบสองนาที อยู่ในอันดับท็อปเท็นของทั้งคณะการทหาร
จินแอนนี่ตามหลังซูลั่วมาสองก้าว ได้อันดับที่สิบเอ็ดพอดี แต่เจ้าตัวกลับดีใจเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง!
“ซูลั่ว เธอสุดยอดเกินไปแล้ว! ฉันตัดสินใจแล้วว่าตลอดช่วงฝึกทหารนี้ ฉันจะตามติดเธอ!”
ซูลั่วยิ้มแต่ไม่พูดอะไร จริง ๆ แล้วเธอก็ยังไม่เข้าใจนิสัยของจินแอนนี่ดีนัก แค่รู้สึกว่าบางทีแมวตัวนี้ก็ชอบเธอมาก แต่บางทีก็เกลียดเธออย่างไม่มีเหตุผล
แต่ซูลั่วก็ไม่ได้รังเกียจ เพราะคนอย่างจินแอนนี่ที่แสดงทุกอย่างออกมาทางสีหน้า กลับเป็นคนที่คบหาง่ายกว่าเยอะ
คนที่เธอรังเกียจที่สุดคือคนประเภทซูเสี่ยวซี ที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่เนื้อแท้กลับมืดมนและเน่าเฟะ
ขณะที่ทั้งสองกำลังลงทะเบียนกับอาจารย์และเตรียมจะกลับหอพัก ทันใดนั้นก็มีคนห้าคนเดินเข้ามาขวางหน้า
เด็กหนุ่มที่เป็นผู้นำมีใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ชุดฝึกของโรงเรียนทหารยิ่งขับเน้นให้เรียวขาของเขาดูโดดเด่น
ส่วนอีกสี่คนที่อยู่ข้างหลังก็ล้วนแต่ดูยอดเยี่ยมและมีออร่าที่แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะเด็กสาวผมสีทองคนหนึ่ง ที่มีเค้าหน้าคล้ายกับจินแอนนี่อยู่หลายส่วน แต่กลับแผ่ออร่าที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
จินแอนนี่รีบเก็บท่าทีขี้เล่นของตัวเองทันที เธอกระซิบเสียงเบา “กลุ่มคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทมาแล้ว”
ก่อนหน้านี้ซูลั่วเป็นแค่ลูกบุญธรรมของตระกูลซู จึงไม่ค่อยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงของเหล่าตระกูลขุนนาง แม้จะเคยได้ยินชื่อ ‘คณะสวรรค์ขององค์รัชทายาท’ มาบ้าง แต่ก็ไม่เคยข้องเกี่ยวอะไรกัน
และอีกอย่าง คนระดับพวกเขาคงไม่ชายตามองลูกบุญธรรมอย่างเธออยู่แล้ว
ที่เรียกว่าคณะสวรรค์นั้น องค์รัชทายาทไม่ได้อยู่ในกลุ่มด้วย ผู้นำคือลูกพี่ลูกน้องขององค์รัชทายาท นามว่า มู่หรงซ่งฉือ ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะด้านการบัญชาการ
มีคนถึงกับพูดว่าพรสวรรค์ด้านการบัญชาการของมู่หรงซ่งฉือ ไม่ได้ด้อยไปกว่าฉู่ซิงหลานเลยสักนิด
ซึ่งนั่นก็ค่อนข้างจะเกินจริงไปหน่อย
เพราะอายุไล่เลี่ยกัน แต่ฉู่ซิงหลานได้เป็นถึงผู้บัญชาการแล้ว ในขณะที่มู่หรงซ่งฉือยังเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่ง
ส่วนอีกสี่คนที่อยู่ข้างหลังเขา คือทายาทรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นจากตระกูลขุนนางฝ่ายองค์รัชทายาท ประกอบด้วยหน่วยรบเดี่ยวสามคนและนักบินเมคคาหนึ่งคน เมื่อรวมกับมู่หรงซ่งฉือแล้ว ก็จะกลายเป็นหน่วยรบย่อยแห่งดวงดาวที่สมบูรณ์แบบ
เด็กสาวผมสั้นสีทองคนนั้น คือลูกพี่ลูกน้องของจินแอนนี่ และยังเป็นทายาทที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นของตระกูลจิน
ซูลั่วหันไปมองจินแอนนี่แวบหนึ่ง...อืม พอเทียบกันแบบนี้แล้ว จินแอนนี่ก็เป็นแค่แมวไม่มีพิษมีสงตัวหนึ่งดี ๆ นี่เอง
กลุ่มคณะสวรรค์ทั้งห้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าซูลั่ว เหมิงซาน นักบินเมคคาในกลุ่มเอ่ยปากขึ้น “นักศึกษาซูลั่ว เอาแส้ของเธอมาให้ฉันดูหน่อย”
แม้จะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ก็เป็นน้ำเสียงของคนที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
ซูลั่วไม่ได้ตอบอะไร
กลับเป็นโรมิโอ ที่อยู่ข้างหลังมู่หรงซ่งฉืออดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “เมื่อกี้พวกเราเห็นว่าแส้ของเธอน่าสนใจดี ก็เลยอยากจะขอดูหน่อย รีบ ๆ เอาออกมา อย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง”
ทั้งห้าคนล้วนเป็นบีสต์แมนระดับ S ขึ้นไป ไม่เพียงเท่านั้นมู่หรงซ่งฉือยังเป็นถึงระดับ SS การที่พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น ทำให้เกิดแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมา
แม้แต่จินแอนนี่ที่เป็นบีสต์แมนระดับ S ก็ยังแทบจะทนไม่ไหว เธอหันไปมองซูลั่วอย่างเป็นกังวล
ทว่าซูลั่วกลับมีสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ให้ดู”
เหมิงซานถาม “แล้วถ้าฉันจะซื้อล่ะ?”
“ขอโทษด้วย อาวุธเป็นของสั่งทำพิเศษ ไม่ขาย”
“เธอ!”
เหมิงซานขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ซูลั่วก็ไม่สนใจ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอิทธิพลของฉู่ซิงหลาน หรือเป็นเพราะกลุ่มคณะสวรรค์ทั้งห้าทำตัวอวดดีเกินไปกันแน่ สรุปคือซูลั่วไม่สบอารมณ์พวกเขาอย่างแรง
ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังอยู่ตระกูลซู เธอสามารถอดทนอดกลั้นและซ่อนตัวตนของตัวเองได้ทุกอย่าง
แต่ตอนนี้...ซูลั่วต้องการจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง จะไม่ยอมฝืนใจตัวเองเพื่อใครอีกต่อไป
พูดจบ ซูลั่วก็หันหลังเดินไปยังหอพักทันที
จินแอนนี่ถึงกับตกตะลึง!
เธอแอบมองเหมิงซานที่หน้าดำคล้ำเดินถอยกลับไปอยู่ข้าง ๆ มู่หรงซ่งฉือ ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกัน
มู่หรงซ่งฉือเหลือบมองมาทางนี้แวบหนึ่ง แม้จะอ่านสายตานั้นไม่ออก แต่ก็ไม่ใช่ความหวังดีอย่างแน่นอน!
จินแอนนี่รีบวิ่งตามไป แล้วกระซิบกับซูลั่วเสียงเบา “เธอนี่มันเจ๋งจริง ๆ! กล้าต่อปากต่อคำกับกลุ่มคณะสวรรค์ด้วย!”
“ฉันก็แค่พูดความจริง ของสั่งทำพิเศษ ไม่ขายเด็ดขาด”
“แต่เธอไม่กลัวว่าจะไปล่วงเกินพวกเขาเหรอ?”
ซูลั่วหันกลับมามอง “ล่วงเกินแล้วยังไง? ถ้าไม่พอใจ ก็ไปเจอกันที่ลานประลอง ฉันไม่ได้จับเมคคามานานแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวจะขึ้นสนิมซะก่อน”
จินแอนนี่เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าฝีมือการขับเมคคาของซูลั่วเก่งกาจมาก!
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ชั้นเรียนฝึกซ้อม เธอยังสู้ซูลั่วไม่ได้เลย!
พอพูดถึงเรื่องนี้ จินแอนนี่ก็สงสัยขึ้นมา “นั่นสิ ทำไมเธอไม่เลือกเรียนภาควิชาหน่วยรบเดี่ยวกับฉันล่ะ ทำไมถึงไปเป็นนักบินเมคคา?”
ซูลั่วพูดอย่างจริงจัง “เป็นนักบินเมคคาหาเงินได้ดีกว่า”
จินแอนนี่ไม่เคยขาดเงิน จึงลืมเรื่องนี้ไปชั่วขณะ พอคิดได้ว่าตอนนี้ซูลั่วไม่ใช่คนของตระกูลซูอีกต่อไปแล้ว ต้องหาเลี้ยงตัวเอง ทำเงินด้วยตัวเอง จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้คงลำบากน่าดู
แต่วินาทีต่อมา จินแอนนี่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “งั้นเมื่อกี้ก็รับสั่งทำอาวุธให้กลุ่มคณะสวรรค์ไปสิ พวกนั้นรวยจะตาย ตอนขูดรีดน่ะ ไม่ต้องไปเกรงใจเลยนะ”
“ไม่ ใครที่ฉันจะสร้างอาวุธหรือเมคคาให้...ต้องแล้วแต่อารมณ์”
คราวนี้จินแอนนี่หมดคำพูด เธอชูนิ้วโป้งให้ซูลั่วอีกครั้ง
“ถึงจะยังเป็นแค่นักศึกษา แต่เธอเริ่มมีอีโก้ของปรมาจารย์ด้านเมคคาแล้วนะเนี่ย!”
ทั้งสองคุยกันไปพลางเดินกลับหอพักไปพลาง พวกเธอเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่กลับมาถึง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะได้พักผ่อนยาว ๆ
ขณะที่จินแอนนี่กำลังตะโกนว่าจะไปมาร์กหน้าที่ค้างไว้ อาจารย์กู้ซีแห่งภาควิชาเมคคาก็เดินเข้ามา
“นักศึกษาซูลั่ว เธอออกมาหน่อย”
“อาจารย์ มีอะไรรึเปล่าคะ?”
“องค์ชายเก้าทรงต้องการพบเธอ”