“ใช่แล้วล่ะ”นายเมฆินทร์ตอบก่อนจะพูดต่อ“อัคคีนายรู้อะไรไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกที่จะเป็มาเฟีย”
“ไม่ทราบครับ”
“ก็เพราะว่าฉันเองก็อยากเปลี่ยนแปลงภาพของมาเฟียในสายตาของคนอื่นเหมือนกับที่พวกชายชุดดำนั้นคิดเหมือนกันแต่วิธีการของข้ากับพวกมันไม่เหมือนกันและเพราะเหตุนี้ข้าจึงตั้งใจที่จะขึ้นเป็ผู้นำสูงสุดในสภาสูงแห่งนี้อย่างไรล่ะ”
ในร่างหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่นั้นอัคคีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเขาได้ทำบางอย่างไปพร้อมกับการชวนผู้เป็นายคุยไปด้วยโดยการแอบนำมีดที่ตนแอบพกไว้ค่อยๆตัดเชือกที่มัดตนกับผู้เป็นายออกและการที่เขาถามผู้เป็นายถึงระยะเวลาที่เร็วที่สุดที่ตนสามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้นั้นก็เพื่อที่ตนจะได้ทราบว่าตนมีเวลามากน้อยแค่ไหนสำหรับปฏิบัติการนี้และด้วยเวลาไม่ถึงสามนาทีอัคคีก็สามารถแก้เชือกที่มัดตนเองกับผู้เป็นายได้
“นี่นายสามารถแก้เชือกที่มัดพวกเราด้วยเวลาแค่สามนาทีเพียงเท่านั้นเองหรือ”นายเมฆินทร์ถามออกมาอย่างแปลกใจก่อนที่อัคคีจะนำนิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปากของผู้เป็นายเพื่อเป็สัญญาณว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรในตอนนี้
ก่อนที่ตนจะเริ่มเข้าไปจัดการกับะเิเวลาที่อยู่ที่เ้านายของตนอัคคีค่อยๆตัดสายชนวนของะเิเวลานั้นทีละเส้น ทีละเส้นอย่างระมัดระวังจนกระทั้งเหลือสองเส้นสุดท้ายที่เป็เส้นชีชะตา แต่เพราะความที่ตนเรียนมาทางด้านนี้เมื่อสมัยที่ตนยังไม่ได้เข้ามาสู่วงการมาเฟียทำให้อัคคีสามารถตัดสินใจเลือกตัดเส้นได้ถูกต้องทำให้ะเิเวลาที่อยู่ที่นายของตนนั้นหยุดลงหลังจากทั้งคู่เห็นว่าะเิเวลานั้นหยุดลงแล้วทั้งคู่ก็ถึงกับมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา
“เรารีบไปกันเถอะครับผมไม่รู้ว่าพวกมันวางะเิเวลาแบบนี้ไว้กี่ลูก และไว้ที่ไหนบ้างเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”อัคคีรีบนำะเิเวลาออกจากตัวผู้เป็นายก่อนจะรีบพากันหนีออกไปจากสภาสูงแห่งนี้โดยใช้เส้นทางที่นายของตนตั้งใจจะพาพวกเขาหนี้ั้แ่ในทีแรก
“หวังว่าพี่โจจะสามารถเอาตัวรอดออกมาได้เหมือนกันนะครับ”อัคคีหันไปพูดกับผู้เป็นายด้วยความที่ยังอดห่วงพี่โจที่เป็ที่พี่ชายเป็ทั้งพ่อและคนที่คอยดูแลตนมาตลอดไม่ได้
ระหว่างทางที่พวกเขาทั้งสองคนหลบหนีกันออกมานั้นก็ต้องเจอกับกลุ่มชายชุดดำเป็ระยะๆแต่อัคคีก็สามารถจัดการพวกมันได้ในนัดเดียวโดยอัคคีนำปืนที่พบเจอจากคนที่นอนตายอยู่แถวนั้นเพื่อมาใช้เป็อาวุธเนื่องด้วยปืนพกคู่ใจของตนโดนพวกชายชุดดำนั้นเอาไปนั้นเอง
ปัง...ปัง...ปัง
เสียงปืนยังคงดังอยู่เป็ระยะๆทั้งจากฝีมือของอัคคีเองและจากคนอื่นที่คงจะมีการต่อสู้กันในบริเวณนี้อย่างแน่นอนดังนั้นอัคคีจึงเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นตลอดทางตนก็สอดส่ายสายตามองหาพี่โจไปพร้อมกันด้วยและก็ได้เห็นว่าในบรรดากองศพที่นอนตายอย่างน่าอนาถนั้นไม่มีคนที่ตนกำลังห่วงนั้นรวมอยู่ด้วย
และระหว่างที่ทั้งคู่กำลังวิ่งจะเกือบจะพ้นจากชายคาของสภาสูงก็มีปืนจากชายชุดดำคนหนึ่งเล็งมาที่นายของตนอัคคีทันได้เห็นพอดีแต่ด้วยระยะเวลาที่กระชั้นชิดแบบนั้นทำให้อัคคีไม่สามารถที่จะยิงป้องกันไว้ได้ในขณะที่ลูกะุปืนกำลังพุ่งตรงเข้ามาหมายเอาชีวิตนายของตนอัคคีตัดสินใจเพียงเสี่ยววินาทีพลิกตัวเข้าไปกอดผู้เป็นาย แล้วใช้ร่างของตัวเองเป็เกาะบังะุปืนที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาให้
“อ๊าก”อัคคีร้องออกมาด้วยความเ็ป ยังผลให้เมฆินทร์ถึงกับเบิกตาออกมาอย่างใที่คนของตนเองถูกยิงเพราะปกป้องตนเองไว้จากะุปืน
“อัคคีอย่าเป็อะไรไปนะ”เมฆินทร์รับร่างของอัคคีที่ล้มลงไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มหัวฟาดพื้นก่อนที่ตนเองจะพยายามจับเนื้อจับตัวคนของตนเพื่อมองหาาแ และก็ต้องแปลกใจเมื่ออยู่ๆคนที่ล้มลงไปเมื่อครู่กับฟื้นขึ้นมา
“ผมปลอดภัยดีครับนายโชคดีที่ผมใส่เสื้อเกาะไว้แต่เล่นเอาจุกเหมือนกันครับ รุนแรงขนาดนี้ถ้าขืนผมไม่ใส่ชุดเกาะตอนนี้ผมก็นอนตายจมกองเืไปแล้วล่ะครับ”
“โชคดีที่นายยังไม่ตายฉันเป็ห่วงแทบแย่เลยรู้ไหม” เมฆินทร์อดที่จะโล้งใจออกมาไม่ได้ที่อย่างน้อยตนไม่ต้องสูญเสียคนตรงหน้านี้ไป
“ต้องขอบคุณลางสังหรณ์ที่แม่นยำของตัวเองที่ทำให้ผมตัดสินใจใส่เสื้อเกาะมาด้วยในครั้งนี้ เรารีบไปกันเถอะครับอยู่ที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัยเราต้องออกไปสมทบกับพวกที่เหลือที่รออยู่ด้านนอกเราถึงจะปลอดภัยเพราะตอนนี้คนข้างนอกคงเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติในครั้งนี้แล้ว แต่เพราะติดเ้ากำแพงนั้นทำให้พวกเขาเข้ามาในนี้ไม่ได้”
หลังจากที่ทั้งสองคนออกมาพ้นเขตหวงห้ามของสภาสูงได้แล้วก็พบว่ากลุ่มของผู้ติดตามที่รอกันอยู่ด้านนอกเริ่มมีการเคลื่อนไหวกันแล้วผมรีบพานายไปสมทบกับพวกของตนที่รออยู่ด้านนอกทันทีและก็ต้องยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะในกลุ่มของคนที่รออยู่ด้านนอกได้มีพี่โจที่ได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยรวมอยู่ด้วย
“พี่โจ”ผมรีบพานายไปสมทบกับทุกคนก่อนจะวิ่งไปหาพี่โจ “เป็อย่างไรบ้างพี่ผมก็นึกว่าพี่จะม่องเท่งไปแล้วเสียอีก” ประโยคท้ายไม่วายเอ่ยแซว
“ไอ้นี่นิเดี๋ยวปัด”พี่โจทำท่าจะเข้ามาตบกระโหลกผมแต่เพราะแผลโดนยิงที่แขนทำให้พี่โจถึงกับต้องนิ่วหน้าออกมาผมเห็นตังนั้นก็รีบเข้าไปดูอาการทันที
“ไว้พี่หายแล้วผมจะยอมให้พี่วิ่งไล่เตะก้นผมเลย แต่ตอนนี้รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะข้างในมีะเิเวลา ผมไม่รู้ว่าพวกวางไว้กี่ลูก และแรงะเิจะรุนแรงแค่ไหนแต่ผมว่าเราอยู่ตรงนี้คงไม่ปลอดภัยแน่” ผมรีบบอกให้ทุกๆคนรีบออกไปจากทีนี้ก่อนที่พี่ๆคนอื่นจะประคองนายเมฆินทร์ไปที่รถ และประคองพี่โจไปที่รถอีกคันส่วนผมรีบตามขึ้นรถคันเดียวกันกับผู้เป็นายก่อนที่พวกเราจะรีบขับรถกันออกไปหลังจากพวกเราคล้อยหลังไปได้ไม่นานเสียงะเิก็ดังขึ้นที่ทางด้านหลังที่มาของะเิก็คือที่สภาสูงนั้นเอง
“พี่โจพี่เห็นเหมือนที่พวกเราเห็นไหมนั้นะเิดังมากจากทางสภาสูงนี่นา แบบนี้คนข้างในจะไม่เป็อะไรหรือครับ”ลูกน้องคนหนึ่งของนายเมฆินทร์ะโออกมาอย่างใเมื่อหันไปมองทางด้านหลังแล้วเห็นไฟกำลังลุกไหม้หลังจากเสียงะเิเงียบลง
“กูก็ไม่รู้เหมือนกันแต่นี่นับเป็การสูญเสียครั้งหญิงใหญ่ของแก๊งมาเฟียของพวกเราเลยทีเดียวล่ะเพราะคนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั้นล้วนเป็ถึงหัวหน้าแก๊งมาเฟียกันทั้งนั้นโชคยังดีที่หนึ่งในนั้นไม่มีเ้านายของพวกเรารวมอยู่ด้วย”
“ผมล่ะอยากรู้จริงๆเลยว่าใครกันที่มันคิดกระทำการอุกอาจเยี่ยงนี้”ลูกน้องอีกคนที่อยู่ในรถคันเดียวกันกับพี่โจถามรำพึงออกมา
“แต่คนที่มันคิดจะทำการเช่นนี้ได้คงไม่ใช่คนธรรมดาอย่างเราๆเป็แน่คนที่มันสามารถวางแผนได้อย่างรอบคอบขนาดนี้ แถมยังสามารถเจอเข้าไปในระบบรักษาความปลอดภัยที่ขึ้นชื่อว่าดีเยี่ยมของสภาสูงได้กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกมันเป็ใคร”