บทที่ 6 การต่อสู้ครั้งแรก
ร่างเล็ก ๆ นั้นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง อีกทั้งยังพุ่งออกมาจากจุดบอดด้านข้าง ฝ่ามือขาวฟาดลงมา ตรงไปยังดวงตาของปีศาจหมาป่าที่กำลังกระโจนขึ้น
ในครั้งนี้ ถังซานสามารถควบคุมเวลา ตำแหน่ง และระยะทางได้อย่างแม่นยำยิ่ง
เขาเข้าใจดี แม้ว่าตัวเขาจะมีวิชาลับของสำนักถัง และมีพลังเสวียนเทียนขั้นสาม แต่ถึงอย่างนั้น ปีศาจหมาป่าก็มีพร์พิเศษ ร่างกายแข็งแกร่ง หากต่อสู้กันซึ่ง ๆ หน้า เขาอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาอายุยังน้อย เืลมไม่เต็มเปี่ยม แน่นอนว่าไม่สามารถต่อสู้ได้นาน หากมิใช่เพราะมนุษย์แปลงกายนั้นสังหารปีศาจหมาป่าไปหนึ่งตัว เมื่อเผชิญหน้ากับปีศาจหมาป่าระดับสามสองตัว เขาอาจจะไม่ลงมือ ชีวิตของเขาสำคัญที่สุด
แต่ทว่า เมื่อเขาลงมือแล้ว ก็จำเป็ต้องโจมตีให้ถึงจุดตาย
ปีศาจหมาป่าในยามนี้กำลังอยู่ในภาวะโกรธแค้นอย่างรุนแรง ดังนั้น กระทั่งฝ่ามือของถังซานตบลงมาที่ด้านข้างดวงตาของมัน มันถึงได้รู้สึกตัว มันสะบัดศีรษะอย่างแรง ปากที่ยื่นออกมาพุ่งเข้ากัดถังซานทันที
มืออีกข้างของถังซานกลับคว้าเสื้อของมันไว้ในทันที อาศัยความได้เปรียบจากรูปร่างที่เล็กและผอมของตน ดึงขนหมาป่าแล้วเปลี่ยนทิศทางของตัวเอง แทบจะแนบชิดอยู่กับหน้าอกของปีศาจหมาป่าระดับสาม พลิกตัวไปอยู่ด้านหลังของมัน
นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือขวาประกบกันเป็รูปกระบี่ ใช้วิชาฝ่ามือหยกเร้นลับ ทำให้นิ้วทั้งสองเปล่งประกายสีหยกบริสุทธิ์ แทงเข้าไปที่ดวงตาของปีศาจหมาป่าที่กำลังหันกลับมาดุจสายอัสนี
พรวด!
นิ้วเรียวบางแทงเข้าไปในเบ้าตาเกือบจะในทันที หากพูดถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย ถังซาน แน่นอนว่าสู้ปีศาจหมาป่าระดับสามนี้ไม่ได้ แต่เมื่อโจมตีถูกจุดอ่อนสำคัญ ในสถานการณ์ที่ระดับพลังอยู่ในระดับเดียวกัน ก็ไม่มีโอกาสรอดพ้นอีกต่อไป
พลังเสวียนเทียนถูกอัดเข้าไปด้วยฝ่ามือหยกเร้นลับ หมุนวนเข้าไปในสมองของปีศาจหมาป่าเกือบจะในทันที ถึงขนาดที่ดวงตาอีกข้างของปีศาจหมาป่าก็ะเิออกในพริบตา สมองถูกบดเป็โจ๊กไปแล้ว
เสียงคำรามเหมือนถูกบีบคอหยุดลงกะทันหัน ร่างกายกำยำร่วงลงสู่พื้น ตามมาด้วยถังซานที่ใช้ปลายบาทาถีบร่างของมัน แล้วพลิกตัวะโไปยังที่ห่างออกไป
การโจมตีครั้งนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ดีเช่นนี้ ก็เพราะประสบการณ์การต่อสู้อันโชกโชนจากชาติก่อน ร่างกายผอมเล็กของเด็กน้อยและความมืดของราตรีกาลเป็การพรางตัวที่ดีที่สุด อีกทั้งปีศาจหมาป่าระดับสามนั้นกำลังอยู่ในภาวะโกรธเกรี้ยว ทำให้การรับรู้ลดลง
หากเผชิญหน้ากันตรง ๆ แม้แต่ฝ่ามือหยกเร้นลับของถังซานก็อาจไม่สามารถทะลวงิัหนาของมันได้ แต่ดวงตากลับเป็จุดอ่อนที่เปราะบางที่สุด เมื่อถูกแทงทะลุและส่งพลังเสวียนเทียนเข้าไป มันก็ตายสนิทไม่มีทางฟื้นคืนชีพได้อีก
ปีศาจหมาป่าระดับสามไม่มีการเคลื่อนไหวอีกต่อไป ถังซานจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาไม่ได้รีบไปตรวจสอบมนุษย์คนนั้น แต่กลับรีบนอนราบกับพื้นอย่างรวดเร็ว หูแนบสนิทกับพื้นดิน ฟังเสียงความเคลื่อนไหวรอบข้าง เพื่อดูว่ายังมีกองกำลังไล่ล่าตามมาอีกหรือไม่
ด้วยพละกำลังของเขาในยามนี้ การเผชิญหน้ากับปีศาจหมาป่าระดับสามยังเป็เื่ยากลำบาก แม้จะมีเคล็ดวิชาที่ดีเพียงใด ร่างกายที่ยังเยาว์วัยก็อ่อนแอเกินไป หากถูกปีศาจหมาป่าโจมตีเพียงครั้งเดียว อาจถึงแก่ชีวิตได้ การโจมตีที่ดูเหมือนง่าย ๆ เมื่อครู่นี้ แท้จริงแล้วเขาได้ทุ่มเทสุดชีวิต ยกระดับพลังิญญาของตนเองไปถึงขีดสุดแล้ว
รอบ ๆ ไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวอื่นใดปรากฏ เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ไล่ล่ามนุษย์ที่สามารถแปลงกายได้นั้น มีเพียงปีศาจหมาป่าระดับสามสองตัวเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้ถังซานรู้สึกโล่งอกอีกครั้ง มิฉะนั้นเขาคงต้องเลือกที่จะหนีไปแล้ว
ว่าแล้วถังซานก็เดินเข้าไปหามนุษย์ผู้นั้นอย่างระแวดระวัง
เมื่อเขาเข้าไปใกล้ชายผู้นั้น ก็พบว่าขนที่งอกออกมาบนร่างของเขาก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว ทำให้หัวใจของถังซานเต้นแรงขึ้นอีกหลายจังหวะ
ด้วยสถานการณ์ในวัยเด็กของเขา และการที่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับมนุษย์แปลงกายนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดก่อนหน้านี้ย่อมเป็การไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว รอให้ปีศาจหมาป่าจากไป แต่เขาก็ยังเลือกที่จะลงมือช่วย เหตุผลหนึ่งคือผู้ที่ถูกไล่ล่านั้นเป็มนุษย์ และอีกเหตุผลสำคัญคือการแปลงกายของเขาเมื่อครู่นี้
ในมหาพิภพโต้วหลัวโลกเดิมของถังซาน มีวิญญาจารย์ที่มีิญญายุทธ์สถิตร่างซึ่งมีความสามารถคล้ายคลึงกัน พวกเขายังสามารถฝึกฝนิญญายุทธ์สถิตร่างเพื่อเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ได้อีกด้วย
หากในโลกนี้มีความสามารถที่คล้ายคลึงกัน สำหรับเขาแล้ว ถ้าสามารถเรียนรู้ได้ ย่อมเป็ประโยชน์มหาศาลต่อการเพิ่มพูนพลังของตนเอง และยังทำให้ปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย!
ถังซานย่อตัวลง ตั้งใจจะพลิกร่างของคนผู้นั้น ทันใดนั้น ร่างที่นอนคว่ำอยู่กับพื้นและไม่ขยับเขยื้อนเลยก็พลิกตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน พุ่งกรงเล็บเข้าหาเขาทันที และในขณะที่เขาพลิกตัว ทั้งสองคนก็ได้เห็นหน้ากันอย่างชัดเจนในระยะประชิดภายใต้แสงสลัว
กรงเล็บของคนผู้นั้นหยุดชะงักกลางอากาศทันที ไม่ได้ตะปบลงมา
ถังซานะโถอยหลังทันใด ออกนอกระยะโจมตีของอีกฝ่าย
“เ้าเป็มนุษย์หรือ” เสียงของชายผู้นั้นแหบพร่า เขาดูอายุราว ๆ ยี่สิบกว่าปี ใบหน้าซีดขาว รูปโฉมยังคงดูหล่อเหลาอยู่บ้าง มีเืสด ๆ ไหลซึมออกมาจากปากและจมูก
ขณะที่เขาพูด มือของเขาก็ห้อยลงมาอย่างอ่อนแรง บัดนี้ถังซานถึงสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณหน้าอกและท้องของชายผู้นี้มีาแฉีกขาดฉกรรจ์ ลำไส้ถึงกับไหลออกมานอกร่างกาย เสียเือย่างหนัก
ถังซานพยักหน้าให้เขา แล้วรีบเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ชายผู้นั้นดูเหมือนจะสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมดไปแล้ว ใบหน้าซีดขาวล้มลงกับพื้น หายใจหอบแรง ม่านตาเริ่มเบิกกว้างขึ้น
ถังซานไม่ได้หยุดชะงัก มือทั้งสองของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปัญหาใหญ่ที่สุดของชายผู้นี้ในยามนี้คือการเสียเืมากเกินไปและอวัยวะภายในแตกสลาย ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตชายผู้นี้ได้ ทำได้เพียงพยายามยื้อชีวิตของเขาออกไปอีกสักพัก
เขารีบผูกปมส่วนที่ขาดของลำไส้ที่ไหลออกมานอกร่างกาย จากนั้นก็ยัดกลับเข้าไปในช่องท้อง แล้วฉีกชายเสื้อของชายผู้นั้นเพื่อกดแผลไว้ อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เืไหลออกมามากขึ้นอีก จากนั้นมืออีกข้างหนึ่งก็กดลงบนหน้าอกของชายผู้นั้น ค่อย ๆ ส่งพลังเสวียนเทียนเข้าไปในช่องอก ปกป้องลมหายใจสุดท้ายของเขาไว้
ลมหายใจของชายผู้นั้นค่อย ๆ สงบลงเล็กน้อย ดวงตามีประกายขึ้นมาบ้าง
“เ้า... เ้ายังเป็เด็กอยู่เลย... เ้า...”
ถังซานกล่าวว่า “าแของท่านคงไม่มีทางรักษาได้แล้ว ท่านมีความปรารถนาสุดท้ายอะไรที่ข้าสามารถช่วยทำให้สำเร็จได้หรือไม่ แต่ท่านต้องตอบคำถามข้าหนึ่งข้อก่อน”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่สงบนิ่งเกินวัยของถังซาน ชายหนุ่มผู้นั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ได้ เ้าถามมาก่อนเถิด หากข้าสามารถตอบคำถามเ้าได้ ข้าจะขอความช่วยเหลือจากเ้าอีกอย่าง”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คืุ์คนแรกที่มีสติสัมปชัญญะและความคิดที่ชัดเจนที่ถังซานได้พบเจอหลังจากมาถึงโลกใบนี้ คนผู้นี้มิใช่ผู้ที่กำเนิดมาจากทาสอย่างแน่นอน
ถังซานรีบถามคำถามที่ตนเองสนใจที่สุดทันที “ความสามารถในการแปลงกายของท่านเมื่อครู่นี้มาจากไหน? ทำอย่างไรถึงจะได้มันมา”
ชายหนุ่มผู้นั้นได้ยินคำถามของเขาก็ถึงกับอึ้งไป “เ้าไม่รู้จักเทพอสูรสถิตร่างหรือ? แล้วเ้าสังหารปีศาจหมาป่านั่นได้อย่างไร?”
ถังซานกล่าวอย่างครุ่นคิด “เทพอสูรสถิตร่างคืออะไร? ของข้านั้นเป็พร์ติดตัวมา ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร” เขาสลักคำว่า ‘เทพอสูรสถิตร่าง’ ไว้ในใจอย่างแ่า
ดวงตาของชายหนุ่มพลันเปล่งประกายสดใสขึ้นทันที “เ้าเกิดมาพร้อมกับการตื่นรู้ของพลังเทพอสูรสถิตร่างหรือ? ความสามารถของเ้าคืออะไร?”
ถังซานขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “ตอนนี้ข้าเป็ฝ่ายถามท่านอยู่”
ชายหนุ่มหายใจหอบสองสามครั้งแล้วกล่าวว่า “เทพอสูรสถิตร่าง คือพลังที่สืบทอดมาจากสายเืส่วนหนึ่งที่เชื่อมโยงระหว่างพวกเราเผ่ามนุษย์กับเผ่าปีศาจหรือเผ่าภูต”
ถังซานรู้สึกใจหายวาบ “ท่านหมายความว่าท่านเป็ลูกผสมหรือ?”
ชายหนุ่มยิ้มขื่นพลางกล่าวว่า “ใช่แล้ว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้พวกเรามีพลังบางอย่างได้ และคนที่ยอมรับว่าตัวเองเป็มนุษย์อย่างข้านั้นยิ่งมีน้อยนัก ส่วนใหญ่ผู้ที่มีพลังเทพอสูรสถิตร่างจะเลือกที่จะเป็บริวารของเผ่าปีศาจและเผ่าภูต ซึ่งมีสถานะสูงกว่าทาสมนุษย์ธรรมดามาก
แต่พวกเราไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็ปีศาจหรือภูต พวกเราเพียง้าให้มนุษย์มีสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่ของตัวเอง ไม่ถูกเอาเปรียบอีกต่อไป ดังนั้นพวกเราจึงลุกขึ้นต่อต้าน ครั้งนี้ข้าตั้งใจจะลอบสังหารหมาป่าวายุ แต่พลาดท่าถูกเขาทำร้ายสาหัส จึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”