หลิงซีไม่ได้มีความคิดจะปะทะให้รู้ผลแพ้ชนะกับคนตรงหน้า เขาฉวยโอกาสภายในชั่วพริบตาฉกฉวยเอาขวดน้ำเต้าที่ผูกเอาไว้ตรงสายคาดเอวของอีกฝ่ายมาเปิดดื่มอย่างสบายอารมณ์
“..เหล้าดี”
“ไม่เลว เ้าเป็ใคร ้าอะไรจากเรา”
‘ลู่หลาง’ รับรู้ได้จากหนึ่งฝ่ามือเมื่อครู่นี้แล้ว เขาไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเป็มิตร แต่ก็ย่อมไม่ใช่ศัตรูอย่างแน่นอน วิชาพลิกปฐีที่เด็กหนุ่มใช้เมื่อครู่เป็เคล็ดวิชาของตระกูลลู่ ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังฝึกไม่สำเร็จ เขาไม่อาจรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มรู้จักเคล็ดวิชาตระกูลลู่ได้อย่างไร แต่หากเมื่อครู่เขาคิดจะลงมือจริงๆ ตนคงไม่ได้ยืนพูดอยู่เช่นนี้เป็แน่…
“ข้ามีนามว่าหลิงซี ส่วนสิ่งที่ข้า้าข้าได้บอกไปแล้ว”
เขา้าว่าจ้าง? ก็ไม่แปลก แต่ว่า…
“พวกเรามีกฎสามข้อในการรับงาน…”
หลิงซี “ตอนนี้ข้า้าแค่เหล้าไม่ได้้าใช้คน อีกอย่างก็ไม่จำเป็ต้องรีบร้อน ข้าไม่ใช่ศัตรูของท่าน และไม่ได้สนใจว่าท่านจะเป็ใครมาจากไหนหรือมาทำอะไร ข้าสนใจเพียงสิ่งที่ท่านมีอยู่เท่านั้น ในอนาคตอาจมีสักวันหนึ่งข้างหน้าที่พวกเราจะได้ร่ำสุราร่วมกัน (อีก) ก็เป็ได้”
..หลิงซีหวนนึกถึงอดีตที่เคยได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็ในกระท่อมไม้หลังเล็กๆ ที่มีสภาพเกือบผุพัง อีกทั้งยังมีชายฉกรรจ์นอนเบียดเสียดกันอยู่ในนั้นมากกว่าสิบชีวิต ในป่าเขาที่มีศัตรูมากมายคอยตามไล่ล่า หรือแม้แต่กลางสนามรบที่ไม่มีแม้แต่ความหวังว่าจะได้รับชัยชนะ
พวกเขาก็ยังคงอยู่เคียงข้างหลิงซีเสมอมา ไม่เคยถอยห่างไม่เคยละทิ้ง เหล้าสดับจันทร์ยังคงถูกยกขึ้นดื่ม แม้แต่ตอนถูกปิดล้อมอยู่กลางสมรภูมิที่ไม่มีแม้แต่ความหวังว่าจะได้รอดกลับไป พวกเขาก็ยังคงจับมือตนเอาไว้ไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ล้วนพร้อมที่จะเผชิญหน้าไปด้วยกัน นั่นคือสหายของเขา เปรียบเสมือนพี่น้อง เป็ดั่งครอบครัวที่สามารถฝากชีวิตเอาไว้ด้วยกันได้
“หากเ้า้าเช่นนั้นก็ต้องดูกันต่อไป ว่าในอนาคตที่ว่ามันจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่หากมันมีอยู่จริง..เื่ร่ำสุราข้าไม่มีทางแพ้เ้าแน่”
หลิงซีดึงสติของตนเองกลับมาอย่างรวดเร็ว อย่างไรเสียตอนนี้ก็ยังเป็เพียงคนแปลกหน้า แต่ว่ามันก็แค่ตอนนี้เท่านั้น อีกไม่นาน…หลิงซีได้แต่ปลอบใจตัวเองซ้ำๆ อยู่เช่นนี้ สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงแค่รอเท่านั้น
“ก็ต้องคอยดูกันต่อไป แล้วพบกันใหม่”
หลิงซีแกะผ้าผูกผมสีแดงของตนเองออก ก่อนจะฉีกเป็ทางยาว ครึ่งหนึ่งมอบมันให้กับลู่หลาง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ใช้มัดผมตนเองเช่นเดิม ตัวอักษร ‘หลิง’ ถูกปักด้วยด้ายสีขาวบนเศษผ้าสีแดงยังคงเด่นชัดและงดงาม แน่นอนว่าผ้าผูกผมนี้มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างมากในยุทธภพ หากเขารู้วิธีใช้งานมัน..
หลิงซี “ถือเป็ค่าตอบแทนสำหรับเหล้าที่อยู่ในน้ำเต้านี่ก็แล้วกันนะ”
ลู่หลางมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เดินจากไปพร้อมกับน้ำเต้าของเขา เขาได้แต่ยืนทึ่มทื่อมองเศษผ้าที่ได้มาเป็ของตอบแทน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่ชอบมันเลยสักนิด ลู่หลางมัดเศษผ้าที่ตนได้รับมาไว้ที่แขนข้างหนึ่งอย่างระมัดระวัง จนเกือบจะเรียกได้ว่าทะนุถนอมราวกับกลัวว่าหากใช้แรงมากไปอาจจะทำให้เศษผ้าเปื่อยยุ่ยนั้นขาดเอาได้ง่ายๆ รอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยผุดขึ้นบนใบหน้าที่เ็าก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับมันไม่เคยมีอยู่
“หึ เ้าเด็กแสบอย่าให้เจออีกนะ ไม่อย่างนั้นละก็…” ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็าอยู่ในที แต่ในดวงตากลับยังมีเศษเสี้ยวความอ่อนโยนฉาบเอาไว้ ถึงแม้มันจะน้อยนิดจนแทบไม่มีอยู่ก็ตาม
“พี่ใหญ่จะทำอย่างไรต่อไปดี เขาจะเป็ปัญหาต่องานของเราในอนาคตหรือไม่?” หงซีลูกน้องคนสนิทของลู่หลางเอ่ยขึ้น
“..ส่งคนไปสืบดูสักหน่อยก็ไม่เลว” ลู่หลางไม่ได้สนใจความเป็มาของเด็กหนุ่มมากนัก ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมแต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่าเด็กคนนั้นเชื่อถือได้และไม่ใช่ศัตรู สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือจริงๆ แล้วเด็กคนนั้น้าอะไรต่างหาก เขาไม่มีทางเชื่อว่าเด็กนั่น้าแค่เหล้าสดับจันทร์หรอก พวกที่เข้ามาหาเขาแต่ละคนล้วนมีจุดประสงค์กันทั้งนั้น เด็กคนนั้นเองก็คงไม่ต่างกัน…
หานคุนและหานหลินที่เฝ้าดูเด็กหนุ่มอย่างไม่คลาดสายตามาั้แ่ต้น พวกเขาย่อมเห็นว่าอาหลิงทำอันใดบ้าง หนึ่งฝ่ามือนั้นแม้ไม่อาจชี้ชัดถึงผลแพ้ชนะ แต่มันก็ดูออกได้ไม่ยากว่าอาหลิงเหนือกว่าอยู่ขุมหนึ่ง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมอาหลิงถึงได้ไปแย่งเหล้ากับชาวบ้านกลุ่มนั้น แต่ดูเหมือนเขาจะมีความสุขมากที่ได้มันมา
หานคุนมอง ‘ลูกบุญธรรม’ ของตนนั่งดื่มเหล้าในน้ำเต้าอยู่นานพอสมควรจึงถามขึ้น “นี่อาหลิงเ้าดูมีความสุขจังนะ เหล้านั่นมันวิเศษขนาดนั้นเชียวหรือ จึงทำให้เ้าอารมณ์ดีได้ถึงขนาดนี้”
“แน่นอน มันหาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว” ทั้งเหล้าสดับจันทร์ทั้งสหายที่รู้ใจ..หลิงซีตอบประโยคนั้นในใจเงียบๆ เขามีความสุขที่ได้ดื่มเหล้านี้อีกครั้ง และมีความสุขมากที่ได้พบกับสหายเก่าที่คุ้นเคย
หานคุนอาศัยทีเผลอฉกเอาน้ำเต้าในมือของเด็กหนุ่มไปอย่างรวดเร็ว เขาอยากจะรู้นักว่ามันเป็เหล้าที่วิเศษวิโสขนาดไหน ถึงได้ทำให้อาหลิงมีความสุขได้ถึงขนาดนี้ บางทีในอนาคตเขาอาจจะต้องหาเหล้านี้มาปะเหลาะลูกชายของเขาเวลาโดนอีกฝ่ายโกรธบ้าง อืม ไม่เลวความคิดนี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
“..ท่านผู้เฒ่านั่นมันของข้า”
“อะไรกันหวงหรือ เดี๋ยวพ่อบุญธรรมจะหามาคืนให้เ้าทีหลังก็ได้ ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าเหล้าที่เ้าชอบดื่มมีรสชาติเช่นไรเท่านั้น”
หานคุนจิบสุราในน้ำเต้าพลางครุ่นคิดเงียบๆ อะไรกันเหล้านี้แรงใช่เล่น รสชาติก็ไม่ถือว่าแย่ แต่จะให้บอกว่าเป็เลิศก็พูดได้ไม่เต็มปาก สำหรับเขามันยังมีเหล้าชั้นยอดกว่านี้อยู่อีกมากมาย ในเมื่อเป็เช่นนี้เขาคงต้องหาเหล้าดีๆ มาปะเหลาะเอาใจลูกชายเขาเสียแล้ว อาหลิงจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วยังมีเหล้าที่ดีกว่านี้อยู่อีกมากมายนัก
“ข้าเพิ่งรู้ว่าเ้าชอบดื่มด้วย เอาไว้เดี๋ยวพ่อบุญธรรมจะหาเหล้าดีๆ มาให้เ้าชิมดู ส่วนเหล้าในน้ำเต้านี้รสชาติก็ไม่ถือว่าแย่ ถ้าหากเ้าชอบเดี๋ยวพ่อบุญธรรมจะหาซื้อมาให้เ้าเพิ่ม”
“..ท่านทำไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะเป็ตอนนี้หรือในอนาคตข้างหน้า ท่านก็ไม่มีทางได้มันมา”
“อะไรทำให้เ้ามั่นใจนักมันก็แค่เหล้าหมักเองไม่ใช่หรือ เอาเถอะในเมื่อเ้าชอบมันพ่อบุญธรรมจะหามาให้เ้าเอง” หานคุนไม่เข้าใจในสิ่งที่เด็กหนุ่มอยากจะสื่อถึง ก็แค่เหล้าบ้านๆ หากแม่ทัพใหญ่อย่างเขา้ามีหรือจะไม่ได้มา
“ท่านผู้เฒ่าอย่าได้ลำบากเลย เหล้าสดับจันทร์ไม่ได้มีไว้ขายแต่มีไว้สำหรับผู้ที่คู่ควรจะได้ดื่มมันเท่านั้น ต่อให้ท่านจะจับคนที่มีเหล้านี้เอาไว้แล้วบังคับให้เขาเอาออกมา มันก็จะกลายเป็ของไร้ค่าหากท่านไม่ได้รับมันมาอย่างถูกต้อง”
“..เ้ากำลังจะบอกอะไรข้ากันแน่อาหลิง”
“เปล่า ข้าว่าพวกเรากลับบ้านกันเถอะ…”
“...” หานคุน
“...” หานหลิน
พวกเขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่ออีก แม้จะยังมีสิ่งที่สงสัยอยู่แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ถามออกไป ไม่ว่าอย่างไรก็คงต้องสืบเื่นี้กันอีกสักหน่อย ชาวบ้านที่มากับขบวนสินค้าพวกนั้นน่าสงสัยไม่น้อย อีกทั้งอาหลิงเองก็ทำตัวแปลกไปเมื่อเจอกับพวกเขา ถึงแม้จะมีจุดน่าสงสัยอยู่เพียงน้อยนิด พวกตนก็ไม่อาจมองข้ามได้อย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใดตามมาในอนาคต พวกตนย่อมต้องวางแผนให้รอบคอบและรัดกุมที่สุด
อย่างไรเสียความปลอดภัยขององค์ชายรองก็ถือเป็เื่สำคัญอย่างยิ่ง การที่พวกตนยื้อเวลาอยู่ที่นี่ถึงครึ่งปีย่อมต้องไม่ไร้ความหมาย หากสามารถวางรากฐานที่นี่ได้สำเร็จ แถบทางใต้ของแคว้นหยางจะอยู่อย่างสงบอย่างน้อยที่สุดก็ห้าปีสิบปี แถบทางใต้แห่งนี้จะกลายเป็เส้นทางการค้าหลักของแคว้นหยาง ความเจริญรุ่งเรืองก็จะเกิดขึ้นตามมาในอีกไม่ช้า
นั่นคือความหวังที่อาจจะเป็ไปได้
สิ่งที่พวกเขาทุ่มเทลงแรงไปตลอดครึ่งปีย่อมต้องไม่สูญเปล่า ขอแค่พวกเขาทำสำเร็จ ความสงบสุขจะตามมา ชีวิตความเป็อยู่ของประชาชนที่นี่จะดีขึ้น พวกเขาเชื่อแบบนั้นเสมอ..
และเพราะแบบนั้นไม่ว่าจะเป็ใครหรืออะไรก็ตาม พวกเขาย่อมไม่ปล่อยให้มีสิ่งใดมาทำลายแผนการที่ถูกวางเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด…