ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่459 ความช่วยเหลือของ องค์หญิงอิงฮวา

       สิ้นคำพูดของอี้เฉิน หมู่ชนที่เห็นเป็นพยานก็ต่างขาน  ใบหน้าเปลี่ยนสี รับคำพูดอี้เฉินอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดแก้ต่างให้อี้เฉินแม้แต่น้อย หลายคนในยามนี้ต่างก็ไม่อยาก สร้างปัญหา
 


       เหล่าทหารพวกเขาต่างก็เดือดดาลบ้าคลั่ง เมื่อเห็นอี้เฉินคิดจะกลับดำเป็นขาว จิตสังหารจึงเล็ดลอดออกมา อย่างไม่มีปิดบัง แค่นเสียงออกมาด้วยความเดือดดาล "เช่นนั้นเจ้าหนุ่ม เจ้าเอ่ยพูดมันออกมาเสีย เจ้าเป็นคนของใคร หรือเจ้าจะเป็นสายลับ ที่ถูกส่งเข้ามาสอดแนมเผ่ามังกรทองของข้า" สิ้นคำพูด อายสังหารของเหล่าทหารก็โหมซัด ราวกับกระบี่ที่พุ่งเข้าทิ่มแทง ทั่วสารทิศในฉับพลัน หากอี้เฉินไม่เอ่ยตอบสิ่งใด หอกในมือของพวกเขา พร้อมจะรุมทึ้ง ชายหนุ่มให้พรุนเป็นรังผึ้งอย่างไม่ลังเล

 


       กลุ่มคนที่อยู่บริเวณหน้าเมือง ที่มีอยู่ด้วยกันไม่น้อย ผู้ใดที่ขั้นพลังไม่แข็งแกร่งมากเพียงพอ ต่างก็กายาสั่นเทา จวนเท้าทั้งสองข้างจะยืนหยัดกับพื้นไว้ไม่อยู่ จากแรงบีบคั้นที่หนักอึ้ง แผ่ซ่านออกมาทั่วทิศ ประหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางลานประหาร ก็มิปาน

 


       อี้เฉิน ที่ไม่รู้เรื่องราวโลกภายนอก ยามนี้เขาจึงไม่รู้จะตอบออกไปเช่นไรดี มันจึงทำให้ ใบหน้าของเขาในยามนี้หน้าบูดหน้าเบี้ยวไม่น้อย จนไม่น่ามอง ภายในผ้าคลุมดำ

 


       ทว่าเมื่อผ่านไปหลายลมหายใจ อี้เฉินก็ยังไม่เอ่ยตอบสิ่งใด หอกในมือของเหล่าทหาร จึงเตรียมจะขยับไหวพุ่งเสียบร่างชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำที่อยู่เบื้องหน้า ฝ่ามือที่ออกแรง พร้อมที่จะฆ่าสังหารชายหนุ่ม อย่างไม่ลังเล

 


จู่ๆ คำพูดหนึ่งก็เอ่ยพูดขึ้นมากะทันหัน "ทุกท่านโปรดยั้งมือ น้องชายท่านนี้ เขาเป็นคนของข้าเอง"

 


       น้ำเสียงใสกังวาน หญิงสาวกล่าวคำพูดออกมา มันก็ทำให้เหล่าทหาร พวกนั้นหยุดชะงักโดยพลัน ก่อนจะหันสายตาไปมองเกี้ยวสีทองอย่างไม่วางตา แม้แต่อี้เฉินเองก็ยังต้องหันไปจ้องมอง ว่าใครกันที่ช่วยเหลือเขาไว้

 


       องค์หญิง อิงฮวา ที่รับรู้เรื่องราวภายนอกจากน้ำเสียง มองว่า อี้เฉินคงจะไม่รู้เรื่องราวอะไร เขาคงจะแค่มาสืบข่าวคราวเท่านั้น นางจึงไม่ลังเล ที่จะช่วยชายหนุ่ม ที่นางไม่มักคุ้นใบหน้า

 


       เหล่าทหารที่เห็นองครักษ์ส่วนตัวขององค์หญิงอิงฮวา นามว่า เล่งซุน อยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์ ไม่ใช่คนระดับเดียวกับพวกเขา หลายคนจึงถอยห่างจากอี้เฉิน ไม่กล้าขัดขวาง สอบถามเขาอีกต่อไป

 


ก่อนน้ำเสียงหญิงสาวจะกล่าวเชิญชวน อี้เฉิน "เจ้าเข้ามาด้านในเกี้ยว กับข้ามา อย่าทำให้คนอื่นๆ แตกตื่น"

 


อี้เฉินมีสีหน้าบึ้งตึงอยู่เล็กน้อย เมื่อได้ยินน้ำเสียงหญิงสาว มาพร้อมกับคำพูดสั่งการ ราวกับผู้เป็นนายเอ่ยสั่งผู้น้อย

 


       แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เมื่ออี้เฉินเห็นสายตาของ องครักษ์ขั้นพลัง เซียนสวรรค์ จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา ประหนึ่งว่า หากเขาไม่ก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในเกี้ยว ข้าผู้นี้จะเป็นคนไปลากหัวเจ้ามาเอง

 


       อี้เฉินจึงส่ายหัวออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ สืบเท้าตรงไปในทิศทางเกี้ยวสีทองโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เส้นทางที่สัญจร ที่เคยวุ่นวายเป็นอัมพาตจึงค่อยๆ กลับคืนสู่ความเรียบร้อยอีกครา

 


      มาพร้อมเสียงพูดคุยของเหล่าผู้คนโดยรอบ เสียงดังเอ็ดตะโร "หรือองค์หญิงก็หวังอยากเป็นผู้นำของดินแดนนี้ นางเองก็จะส่งคนต่างแดนเข้าร่วม ศึกชี้ชะตา เช่นนั้นหรือ?"

 


      "พวกเจ้าอย่าพูดเสียงดังไป รอดูสถานการณ์ไปก่อน"ชายหนุ่มกล่าวปรามหมู่ชนในทันที แม้ว่าองค์หญิงจะส่งอนุชนเข้าร่วมได้ แต่เกรงว่าจะเป็นปฏิปักษ์กับเหล่าผู้มีอำนาจในเผ่ามังกรทอง หากไม่ได้พูดคุยเจรจาอย่างถี่ถ้วน ผู้คนที่ส่งชื่อเข้าร่วม ล้วนได้สิ่งของล้ำค่าตอบแทนจากศึกชี้ชะตาอย่างไม่ต้องสงสัย หากองค์หญิงส่งอนุชนเข้าร่วมศึกชี้ชะตา เกรงว่าคงจะเกิดความวุ่นวายไม่น้อย

 


       เล่งซุน ที่เห็นอี้เฉินสืบเท้ามายืนประจันหน้าเขาได้ โดยไม่มีท่าทีหวาดเกรงเขาแม้แต่น้อย เขาส่งคำพูดออกไปหาอี้เฉินผ่านปราณจิตในทันที "หนุ่มน้อย เจ้าอย่าได้คิดทำอะไรที่โง่เขลาต่อ องค์หญิงอิงฮวาเชียว หากนางเกิดบาดแผล หรือมีอันตราย ข้าสาบานจะฆ่าเจ้า ด้วยมือของข้า"

 

อี้เฉินที่ได้รับข้อความที่มาพร้อมกับความกังวลของชายหนุ่มวัยกลางคน เขาเพียงก้มโค้งลงเล็กน้อย ก่อนจะสืบเท้าเข้าไปภายในเกี้ยวหลังใหญ่



      เมื่ออี้เฉิน เห็นใบหน้าโฉมสะคราญงามล่มเมือง ขององค์หญิงเผ่ามังกรทอง พร้อมกับเขาสีขาวบริสุทธิ์ ผมสีฟ้าครามปลิวไสว ใบหน้าขาวงามรูปไข่ คิ้วโค้งเป็นคันศร มาพร้อมชุดสีขาวที่น่าดึงดูด มันก็ทำให้สายตาของอี้เฉินถูกสะกดไว้ไม่น้อย ก่อนจะรีบละสายตาจากนางเมื่อได้ยินน้ำเสียงกระแอมไอ ดังเล็ดลอด ออกมาจากปากหญิงสาว

 


     "เจ้าเป็นอนุชนต่างดินแดนสินะ ทุกๆ หนึ่งพันปี คนดินแดนพวกเจ้า ก็มักจะส่งคนมาฝึกปรือยังดินแดนแห่งนี้ แม้ข้าจะเป็นอนุชนเฉกเช่นเดียวกับเจ้า แต่ก็รู้เรื่องราวของพวกเจ้า คนต่างดินแดนเป็นอย่างดี …เจ้าไม่คิดจะเปิดเผยใบหน้าพูดคุยกับข้าหน่อยหรือ"

 


อี้เฉินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนเปิดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแววตากับเป็นสีแดงเปล่งประกายดุร้ายไม่น้อย

 


      ทำให้องค์หญิงที่สบตา มีท่าทีตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะกลับมาสุขุมเยือกเย็นเอ่ยพูดออกมาอีกครา "เจ้าคงจะมาหาข่าวคราวความเป็นไปของดินแดนแห่งนี้สินะ หากเจ้าเป็นหน่วยสอดแนมของเผ่าอื่นๆ ข้ามั่นใจเจ้าต้องพูดปด โกหกเหล่าทหารไปแล้วเป็นแน่ เช่นนั้นเจ้าเอาป้ายนี้ไป มันเป็นป้ายตัวแทนของข้า เจ้าจะปลอดภัยภายในสถานที่แห่งนี้"

 


อี้เฉินเงียบนิ่งครุ่นคิดอยู่หลายลมหายใจ ก่อนเอ่ยถามออกไป "แล้วเหตุใด ท่านถึงช่วยข้าไว้อย่างนั้นหรือ? ประโยชน์ที่ท่านจะได้จากข้า ข้าไม่เห็นสิ่งใดเลย"

 


      หญิงสาวยิ้มบาง ทว่ารอยยิ้มนั้น น่าจะทำให้ชายหนุ่มหลายคน   ใจสั่นสะท้านได้ไม่น้อย แต่มันไม่ได้ผลกับอี้เฉิน "ข้าแค่ชอบความถูกต้องไม่อยากเห็นความอยุติธรรมต่อหน้าข้าเท่านั้น แล้วอีกอย่าง เมื่อข้าเห็นเจ้ามีอิสรเสรีไม่ต้องการถูกสิ่งใดผูกมัด"

 


      "แม้ว่าเจ้าจะรู้ว่าข้า เป็นองค์หญิงของชนเผ่าพื้นถิ่นบรรพกาล เจ้าก็ไม่คิดจะหาผลประโยชน์ จากข้าแม้แต่น้อย คนที่ข้าพบเจอส่วนใหญ่เข้าหาข้าหมายจะหาผลประโยชน์แทบทั้งสิ้น จนทำให้ข้าในยามนี้เป็นได้แค่เครื่องมือ แสวงหาอำนาจ จากกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น"

 


       "อย่างไรข้าก็ขอให้เจ้าโชคดี เจ้าใช้ป้ายตัวแทนของข้าได้ตามสะดวก เมื่อถึงวันที่ศึกชี้ชะตามาถึง ดินแดนแห่งนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง อย่างไม่ต้องสงสัย อนุชนต่างดินแดนจะเป็นตัวชี้วัดในศึกชี้ชะตาครานี้ หวังว่าเจ้าจะอยู่รอดปลอดภัยจนถึงวันที่เจ้าได้กลับบ้าน"

 


       อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงกล่าวพูดราวกับตัดพ้อในความไร้พลัง เขาโค้งคำนับไปที่ตัวนาง ชมชอบความคิดของนางไม่น้อย "องค์หญิงอิงฮวา ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือตัวข้าในยามนี้ ถึงข้าจะไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูดเท่าใดก็ตาม แต่ข้าเชื่อว่าสักวันท่านจะต้องหาความสุขของท่านเจอ"

 


ครั้นคำพูดของ อี้เฉินเอ่ยเสร็จสิ้น เขาก็ปกปิดใบหน้าออกไปภายนอกเกี้ยวสีทองในทันที

 


      เล่งซุน ที่บังคับสัตว์อสูรเดินทางอยู่ ครั้นเห็นในมือของอี้เฉิน มีป้ายแนะนำตัวขององค์หญิงอิงฮวา เขารีบเดินเข้าไปภายในเกี้ยว อย่างรีบร้อน "องค์หญิงภายในป้ายหยกนั้น สร้างมาจากสายเลือดของท่านบางส่วน หากผู้ใด ร่ายคำสาป หรือคิดร้ายกับท่าน มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างนั้นหรอกหรือ ให้ข้าไปเอาป้ายแนะนำตัวของท่าน กลับมาดีหรือไม่?"

 


      องค์หญิงอิงฮวา ส่ายหัว "ไม่เป็นไรเล่งซุน แล้วอีกอย่างข้ามีชีวิตเป็นของตัวข้าเอง ด้วยเช่นนั้นหรือ แม้แต่การที่ข้าจะเลือกคนที่ข้ารัก ข้ายังทำไม่ได้" คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของทั้งสอง แดงน้อย ออกมาอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับน้ำเสียงชายหนุ่ม ผ่อนลมหายใจออกมายาว มองใบหน้าหญิงสาวที่แดงน้อย ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง

 


"เอาเช่นนั้นอย่างที่องค์หญิงว่าก็ได้ แต่เหตุใด ท่านถึงใจดีกับเจ้าหนุ่มนั้นนักเล่า"



       องค์หญิงยิ้มด้วยใบหน้าแดงน้อย เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหวาน"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้ามีความรู้สึกว่า ชายหนุ่มผู้นี้ จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของข้า ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง"

 


       เล่งซุน ที่ได้ยินเขาเพียงเดินออกไปภายนอกเท่านั้นไม่ได้เก็บคำพูดของ องค์หญิงอิงฮวา มาใส่ใจ เสียด้วยซ้ำ แม้ว่าเขากับองค์หญิงน้อยจะรักกัน แต่ด้วยชาติกำเนิดที่ต่ำต้อยจึงไม่คิดอาจเอื้อม เป็นคู่แข่งของคุณชายหมิงเจ๋อ

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน