จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 43 ลมสงบก่อนพายุจะมา Re

            วันรุ่งขึ้นไป่ฉีไปโรงเรียนตามปกติ  เขาพบว่ามู่ซื่อเฉิงกับต้าถงมาถึงก่อนเขา  เขาเข้าไปทักทายเพื่อนทั้ง 2 คนและลองสอบถามพวกต้าถงดูว่าถนัดกีฬาอะไรกันบ้าง  เขาจะช่วยหาข้อมูลให้  ซึ่งวันนี้เขาได้นำเอกสารข้อมูลของโรงเรียนมัธยมปลายที่มีความโดดเด่นด้านกีฬาแต่ละประเภทกับพวกต้าถงไป


            “พวกนายลองเอาไปอ่านแล้วค้นข้อมูลเพิ่มเติมเอานะ  ในนั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนที่มีความโดดเด่นในเรื่องของกีฬา  ส่วนการฝึกฝนร่างกาย  เดี๋ยวถ้าปิดเทอมนี้ฉันว่างเมื่อไหร่จะจัดคอร์สฝึกบนเขาให้” ไป่ฉีกล่าว


            “ขอบใจนายมากไป่ฉี” ต้าถงตบบ่าไป่ฉีเบา ๆ


            “นี่ไป่ฉี วันนี้นายดูอารมณ์ดีจริงนะ  มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับนายเหรอ” มู่ซื่อเฉิงถาม


            “ความรักละมั้ง” ไป่ฉีกระซิบบอกมู่ซื่อเฉิง  แล้วมู่ซื่อเฉิงก็จับบ่าของเขา  สายตาจ้องมาราวกับจะบอกว่า [เล่ามาให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้]


            “สารภาพมาซะสหายไป่  นายไปฟันใครเขามา  นางแบบ หรือว่านักแสดง” มู่ซื่อเฉิงกระซิบเบา ๆ


            “มันเรื่องส่วนตัวของฉัน  นายเองก็ควรจะเริ่มคิดเรื่องอนาคตของตัวเองได้แล้วนะ” ไป่ฉีเปลี่ยนเรื่องคุยทันที


            จากนั้นทั้งวัน  ไป่ฉีถูกมู่ซื่อเฉิงรบเร้าถามหลายครั้ง  แต่เขาก็ไม่เปิดปากพูดถึงแฟนสาวของเขาแม้แต่น้อย  สุดท้ายมู่ซื่อเฉิงจึงต้องยอมแพ้ไปก่อน และไม่ถามเรื่องนี้อีก


            ศูนย์ฝึกอบรม LSA

            หลังเลิกเรียนไป่ฉีไปยังศูนย์อบรมของ LSA  เพื่อเข้าเรียนคลาสการแสดงของอาจารย์ถง  ระหว่างทางเขาแวะไปหาเมิ่งชิงชิงที่แผนก


            “ป้าจาง สวัสดีครับ” ไป่ฉีกล่าวทักทาย


            “อ้าว ไป่ฉี มาทำอะไรที่นี่ล่ะ” ป้าจางถาม


            “พี่ชิงชิงอยู่ไหมครับ” ไป่ฉีหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาเมิ่งชิงชิง


            “วันนี้เป็นวันประเมินการฝึกงานของเสี่ยวเมิ่งน่ะ  เธอเลยเข้าไปที่สำนักงานใหญ่น่ะ” ป้าจางกล่าว  ไป่ฉีขอบคุณป้าจาง  แล้วเดินไปยังชั้นเรียนของอาจารย์ถงทันที


            บริษัท LSA สำนักงานใหญ่

            ภายในบริษัทตอนนี้มีพนักงานทดลองงานอยู่ 10 คนกำลังนั่งรออยู่ในห้องประชุมเล็กของแผนกทรัพยากรมนุษย์ (HR)  เพื่อรอพนักงานฝ่ายทรัพยากรมนุษย์มาประกาศผลการทดลองงานของแต่ละคน


            “ฉันว่าฉันทำดีแล้วนะ” หญิงสาวที่นั่งด้านซ้ายของเมิ่งชิงชิงเริ่มพูดคุยกับคนข้าง ๆ


            “พวกเธอคิดว่าจะได้งานแผนกไหนกันบ้าง” ชายหนุ่มทางขวาของเมิ่งชิงชิงพูดขึ้น


            “ฉันอยากได้งานแผนกธุรการ อย่างน้อยก็มีโอกาสได้พบพวกดาราบ่อย ๆ” หญิงสาวอีกคนกล่าว

             

            “พวกดาราใช่ว่าจะอัธยาศัยดีหมดทุกคนนะ  พวกขี้เหวี่ยงขี้วีน หรือพวกถือตัวก็มี  ตอนถูกเวียนไปที่นั่นฉันเจอหลายคนเลยล่ะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ริมสุดพูด


            ขณะที่การพูดคุยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  ประตูห้องประชุมเล็กก็ถูกเปิดออก  มีชายวัยกลางคนเดินเข้ามา  ด้านข้างของเขาเป็นหญิงสาวในชุดสีไวน์แดงที่เดินตามเข้ามาด้วย


            “เอาล่ะ  วันนี้จะประกาศผลการทดลองงานของทุกคน” ชายวัยกลางคนกล่าว


            ซึ่งชายหนุ่มทางด้านขวาของเมิ่งชิงชิง  เขาได้งานฝ่ายประชาสัมพันธ์  เพราะหน้าตา  บุคลิกภาพดี  สุภาพ สามารถควบคุมอารมณ์ และแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี  ส่วนหญิงสาวที่นั่งทางซ้ายนั้นไม่ผ่าน  เพราะเธอดันไปมีปัญหากับพนักงานในแผนกที่เธอย้ายไปทดลองงานแทบทุกแผนก  ดังนั้นทางฝ่ายบุคคลจึงไม่จ้างเธอ


            รายชื่อถูกประกาศออกมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้เหลือแค่เมิ่งชิงชิงที่ยังไม่ได้ประกาศ  ทุกสายตามองมาที่เธอ  สายตาของชายหนุ่ม 2 คนที่ได้งานต่างคาดหวังว่าเมิ่งชิงชิงจะได้งาน  ส่วนสายตาของหญิงสาวใส่แว่น  ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้งานก็จ้องเมิ่งชิงชิงเช่นกัน  เธอหวังให้เมิ่งชิงชิงได้งานที่บริษัทนี้   เพราะตอนที่ทดลองงานอยู่ที่แผนกธุรการ  เมิ่งชิงชิงมักจะคอยดูแลเธอไม่ให้โหมงานหนักเกินไปเสมอ


            “เมิ่งชิงชิง สำหรับผลการทดลองงานของคุณ  ทางเราพบว่าคุณมีความสามารถในการจัดการงานต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม  ตอนแรกผมคิดจะให้คุณไปอยู่ในตำแหน่งเลขาของฝ่ายบริหารที่ว่างลงเนื่องจากเลขาคนเก่าลาออกไป  แต่ว่ามีการร้องขอมาจาก PD เฉินเฟิง  ให้เธอไปทำงานเป็นผู้จัดการของไป่ฉีที่เพิ่งเซ็นสัญญากับทางเรา” ชายวัยกลางคนกล่าว


            ชายหนุ่ม 2 คนคอตกทันที  พวกเขานึกว่าเมิ่งชิงชิงจะได้งานที่สำนักงานใหญ่ซะอีก  จะได้สานสัมพันธ์กับเธอได้  ส่วนหญิงสาวใส่แว่น  เธอเสียดายที่เมิ่งชิงชิงไม่ได้อยู่แผนกธุรการกับเธอ  นั่นเท่ากับว่าเธอจะไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันในแผนกเลย


            “เอ๋ ฉันเหรอคะ” เมิ่งชิงชิงชี้หน้าตัวเอง


            “ใช่  ตอนแรกฉันก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะ  แต่เขาบอกว่าเธอมีประสบการณ์มาแล้ว และทำงานได้ดี  จากนี้ก็ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานล่ะ  อย่าลืมว่ามีคนอยากเข้ามาแทนที่พวกคุณ  เมื่อได้รับโอกาสแล้วก็จงทำให้เต็มที่” ชายวัยกลางคนกล่าว


            “ขอบคุณค่ะ/ครับ” เมิ่งชิงชิง กับคนที่ได้งานในบริษัทยืนขึ้นโค้งตัวลงเพื่อขอบคุณ


            “แบบนั้นแหละ  วิธีการขอบคุณจากใจจริง  จำไว้  วงการนี้ผู้คนสวมหน้ากากใส่กัน  ต่อให้อีกฝ่ายปฏิบัติกับเราไม่ดีอย่างไร  ก็ต้องทักทายหรือให้ความเคารพตามมารยาท  ส่วนเมิ่งชิงชิง  ไป่ฉีที่เธอดูแลยังเป็นวัยรุ่น  เธอต้องควบคุมความพฤติกรรมของเขาให้ดี  อย่าให้มีข่าวเสียหายเชิงลบออกมา  เข้าใจไหม  วันนี้พอแค่นี้  คนที่ได้งาน 4 คน  พวกคุณจะเริ่มงานในพรุ่งนี้  ส่วนเมิ่งชิงชิง  พรุ่งนี้เธอต้องไปเรียนรู้งานกับฉีฟง  ผู้จัดการของซีโม่  ไปรับตารางงานที่ฝ่ายธุรการหลังจากนี้เลย และนัดเวลากับฉีฟงเอาเอง  เพราะงานของเขาค่อนข้างยุ่งทีเดียว” ชายวัยกลางคนกำชับ


            “เข้าใจแล้วค่ะ  ขอบคุณที่สั่งสอนค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวขอบคุณ


            หลังจากชายวัยกลางคนและหญิงสาวชุดสีไวน์แดงเดินออกไป  การพูดคุยก็เริ่มต้นขึ้น


            “ดีจังเลยนะ ชิงชิง  เธอได้เป็นผู้จัดการดาราด้วย” หญิงสาวที่ได้งานแผนกธุรการแสดงความยินดีกับเมิ่งชิงชิง


            “ชิงชิง  ยินดีด้วยนะ  ว่าง ๆ มาหาผมที่แผนกต้อนรับบ้างนะ” ชายหนุ่มที่ได้งานเป็นพนักงานต้อนรับกล่าว


            “ผมอยู่ฝ่าย PR  ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะ  ผมจะช่วยเท่าที่จะทำได้” ชายหนุ่มอีกคนกล่าว


            “ฉันอยู่ฝ่ายธุรการ  ถ้ามีปัญหาเรื่องงานเอกสารล่ะก็  บอกฉันได้เลยนะ” หญิงสาวที่ได้งานแผนกธุรการกล่าว


            คนที่ได้งานต่างพูดคุยกัน  ส่วนคนที่ไม่ได้งานนั้นพูดคุยกับคนที่ได้งานพอเป็นพิธีก่อนจะเดินออกไป


            เมิ่งชิงชิงพูดคุยได้สักพักเธอก็ขอตัวออกมาพร้อมกับหญิงสาวใส่แว่นที่ได้งานแผนกธุรการ  ชื่อของเธอคือ ปี่เซียน  ทั้งสองคุยกันมาตลอดทางจนมาถึงแผนกธุรการ  ปี่เซียนรีบไปนำตารางงานของซีโม่ กับเบอร์ติดต่อของฉีฟงมาให้  ก่อนจะกลับเข้าไปในแผนกเพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ


            ‘ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เป็นผู้จัดการดารา  แถมยังได้เป็นผู้จัดการให้หมอนั่นอีก’ เมิ่งชิงชิงคิด


            ศูนย์ฝึกอบรม LSA

            หลังเลิกคลาสการแสดง  ไป่ฉีได้รับใบรับรองจากอาจารย์ถง และบอกว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปเข้าเรียนคลาสของอาจารย์หลิวแทน  เขาจึงคำนับอาจารย์ถงอีกครั้ง  ก่อนจะตัวลากลับบ้าน


            ไป่ฉีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาโทรหาเฉินเฟิง  เขารอสายเพียงไม่นานเฉินเฟิงก็รับสาย  แน่นอนว่าอีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังจะถามอะไร  จึงชิงพูดขึ้นมาก่อน


            [เว่ย  ไป่ฉี  ฉันจัดการให้แล้วนะ  แต่มันจะดีจริง ๆ เหรอที่ให้เมิ่งชิงชิงมาเป็นผู้จัดการให้นายแบบถาวรน่ะ] เฉินเฟิงถามด้วยความกังวล  เพราะเมิ่งชิงชิงนั้นไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย  ถึงเขาจะส่งให้อีกฝ่ายไปเรียนรู้งานกับฉีฟงหลังจากนี้ก็ตาม


            “ครับ  ผมว่าพี่ชิงชิงมีศักยภาพนะ  ยังไงเธอก็จบบริหารมา  คุณเองก็คงส่งเธอไปเรียนรู้งานกับผู้จัดการคนอื่นในช่วงที่ผมยังมีงานเข้าไม่มาก  ใช่ไหมครับ” ไป่ฉีพูดเหมือนรู้ทัน


            [ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอนี่ฉลาดจริง ๆ  ใช่แล้วฉันส่งเมิ่งชิงชิงไปเรียนรู้งานกับฉีฟง  เขาเป็นผู้จัดการของซีโม่  คงจะเป็นกันเองมากกว่าให้ไปเรียนรู้งานกับคนอื่นล่ะนะ] เฉินเฟิงกล่าว


            “อ้อ โฆษณาผมจะออกอากาศวันพรุ่งนี้แล้วนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [โอ้  บริษัทมู่เทียนทำงานกันเร็วจริง ๆ วันนี้ฉันเพิ่งได้ข่าวว่าน้ำหอมรุ่นผลิตจำนวนจำกัด  พอเปิดประมูลก็มีคนประมูลไปในราคาที่สูงมาก  รู้สึกราคาจะเริ่มที่ 4 หมื่นหยวน  แต่ราคาปิดประมูลนี่อยู่ที่ 2 แสนกว่าละนะ  (ราคาต่อออนซ์) ราคานี้ขนาดน้ำหอมแบรนด์ดังยังทำไม่ได้เลย  ถึงดีไซน์ขวดจะสวย  แต่วัสดุมันไม่ได้หรูขนาดนั้น] เฉิงเฟิงรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้  เขาไม่รู้ว่าทางมู่เทียนส่งตัวอย่างเพียงเล็กน้อยไปให้ผู้เข้าร่วมประมูลนั้นได้ทดสอบ  จึงทำให้ได้ราคาที่สูงแบบนี้  การประมูลน้ำหอม 1 ขวด  4 ออนซ์  ราคาจะประมาณ 8 แสนหยวน  นั่นทำให้ไป่ฉีเปลี่ยนจากยาจกเป็นเศรษฐีใหม่เลยทีเดียว


            “งั้นเหรอครับ  แต่น้ำหอมที่ผมไปถ่ายโฆษณามาก็จะวางจำหน่ายในวันพรุ่งนี้เหมือนกัน  ต้องมาดูว่ากระแสน้ำหอมจะทำให้ผมพอจะมีชื่อเสียงขึ้นมาได้บ้างรึเปล่า” ไป่ฉีกล่าว


            [จะว่าไปฉันได้ยินมาว่า นายทำผลงานในรายการราชานักกินได้ดีเลยนี่  แต่อย่าลืมออกกำลังกายด้วยล่ะ  ถ้าหุ่นไม่เฟิร์ม  ฉันเอานายออกจากละครฉันแน่] เฉินเฟิงเตือน


            “ไม่ต้องห่วงครับ  สัปดาห์นี้เขาให้พัก  ผมเลยว่าจะใช้เวลานี้ออกกำลังกาย” ไป่ฉีกล่าว


            [ดีแล้ว ๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะ] เฉินเฟิงวางสายไป


            หลังจากเฉินเฟิงวางสายไปแล้ว  ไป่ฉีก็โทรหาซีหลัวต่อ  สำหรับเขาแล้ว  ซีหลัวคือผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสเขา  ทำให้เขาหาช่องทางเข้าสู่วงการบันเทิงได้


            [ว่ายังไงหลานรัก] ซีหลัวรับสายและทักทายไป่ฉี


            “ปู่ครับ พรุ่งนี้โฆษณาที่ผมถ่ายจะออกอากาศแล้วนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [โอ้ จริงเหรอ  ดี ดี ดี] ซีหลัวดีใจมาก  ไม่ใช่เรื่องงานโฆษณาของไป่ฉี  แต่เป็นเพราะไป่ฉีโทรหาเขาต่างหาก  เพราะช่วงหลังมานี้ซีโม่โทรหาเขาน้อยมาก  มีแต่ไป่ฉีนี่แหละที่มักจะหาเวลามาทานข้าวกับเขา  แม้ไม่บ่อยมากนัก  เพราะไป่ฉีนั้นต้องคอยดูแลพ่อกับแม่ของตัวเองด้วย


            “ครับ  แล้วก็ตอนนี้ผมมีงบอยู่ประมาณ 4 ล้านหยวน  ปู่พอจะมีบ้าน 2 ชั้น  3 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัว  มีห้องรับแขก  กับห้องครัว  ขนาดไม่ต้องใหญ่มากครับ” ไป่ฉีถามซีหลัว  เขาอยากซื้อบ้านมากกว่าเช่าอะพาร์ตเมนต์


            [มีสิ  ปู่มีอยู่ที่หนึ่งในเมืองหลวง  ใกล้กับบริษัท LSA  เดินทางโดยรถยนต์ไม่เกิน 15 นาทีก็ถึงแล้ว  ตอนแรกปู่ซื้อไว้  กะว่าจะไปพักที่นั่น  เวลาซีโม่เข้าไปที่บริษัทจะได้แวะมาหาปู่  แต่ปู่ยังหาคนมาทำงานแทนที่ปู่ไม่ได้เลย เฮ้อ……..] ซีหลัวบ่น


            “ราคาอยู่ในงบรึเปล่าครับ” ไป่ฉีถาม


            [ประมาณ 3 ล้านกว่าน่ะ  เพราะเป็นบ้านขนาดค่อนข้างเล็ก  หลานสามารถไปดูได้นะ  เดี๋ยวจะให้คนขับรถเอากุญแจบ้านไปให้  เสาร์นี้จะไปงานเปิดตัวหนังสือไม่ใช่เหรอ  น่าจะลองแวะไปดูนะ] ซีหลัวกล่าว


            “ครับ  แล้ว…..ปู่จะไปด้วยไหมครับ” ไป่ฉีถาม


            [เฮ้อ  ปู่ก็อยากไปด้วยอยู่หรอก  แต่งานมันรัดตัวมาก  ขอโทษด้วยนะ] ซีหลัวตอบ  น้ำเสียงดูเศร้า  ไม่ว่าจะไป่ฉีหรือซีโม่  เขาก็มักจะไม่มีเวลาให้หลาน ๆ เลย


            “ไม่เป็นไรครับ  เดี๋ยวผมเข้าไปดูบ้านหลังนั้นในเมืองหลวงเองครับ  ปู่ส่งแผนที่มาให้ทางอีเมลของผมก็ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [ได้ ๆ ว่าง ๆ ก็หาเวลามาทานข้าวกับปู่บ้างนะ] ซีหลัวกล่าว


            “ได้ครับ  งั้นแค่นี้นะครับปู่  รักษาสุขภาพด้วยนะครับ” ไป่ฉีรับคำ  ก่อนจะวางสายไป


            หากไป่ฉีใช้เงินก้อนนี้ไปซื้อบ้าน  เขายังต้องหาเงินเพื่อให้พ่อกับแม่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย  พวกท่านเหนื่อยมามากกว่า 20 ปีแล้ว  เขาคิดว่างานประมูลที่สมาคมการค้าตะวันจันทรา  จะทำให้เขาได้เงินก้อนใหญ่มาสำหรับดูแลความเป็นอยู่ของพ่อกับแม่


            ในคืนนั้น  บริษัทมู่เทียนได้นำรูปของไป่ฉีที่ถ่ายไว้ทำโปสเตอร์ และสื่อการตลาด  ออกติดตั้งตามที่ต่าง ๆ ทั้งตามป้ายรถประจำทาง หรือตามห้างสรรพสินค้า  ประธานมู่เทียนมั่นใจอย่างมากหลังได้เห็นภาพของไป่ฉีที่ถ่ายไว้  เขาตัดสินใจเลือกภาพจำนวน 100 ภาพ  และทำการติดตั้งตามที่ต่าง ๆ โดยเขาเตรียมแผนนี้ตามที่ไป่ฉีได้บอกเอาไว้  โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดเหตุการณ์ที่เหมือนกับสงครามขนาดย่อมขึ้น

    ___________________________________

    ผมทำรีไรท์จนถึงตอนที่ 45 แล้วนะครับ จะพยายามทำให้ได้วันละ 1-2 ตอน

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810