ตอนที่ 147 กระบี่หยินหยาง
ตอนนี้เมื่อไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตได้
จึงมีแต่ต้องใช้หนี้เลือดกับหนี้เลือดเท่านั้น
"ถ้าอยากแก้แค้นก็เข้ามา"
เจ้าสำนักอินทรีท้าทายศัตรูตรงหน้าเพื่อจะจบเรื่องราวในอดีต
หลังจากนั้นเมื่อได้ยินคำท้าทายของอีกฝ่ายก็มีบุคคลขึ้นมาเบื้องหน้าพวก เสี่ยหาย กับ ซือฟาง
จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก เต้าซื่อแห่งสำนักจันทรคลาส ที่ต้องการเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักอินทรี
"หลบไป อยู่ไปก็เกะกะข้า"
เต้าซื่อ ที่ขับไล่สองคนด้านหลังตนเองออกไปทันที
"เต็มที่ได้เลย"
เต้าซื่อ ที่อยากประมือกับบุคคลตรงหน้าอย่างเต็มฝีมือจึงไม่ต้องการให้อีกฝ่ายออมมือแต่อย่างใด
"บุตรเจ้าสำนักจันทรคลาสสินะ"
เจ้าสำนักอินทรีใช้ปราณจิตศาสตราวุธเรียกกระบี่คู่ออกมา กระบี่ในมือของเจ้าสำนักทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"กระบี่หยินหยางสินะ"
เต้าซื่อที่รู้จักชื่อเสียงเจ้าสำนักอินทรีเป็นอย่างดี เมื่อกระบี่ในมือเคยสร้างชื่อเสียงแก่ผู้ใช้มาแล้ว
หากหยางเจี่ยงเป็นผู้ใช้ดาบที่แข็งแกร่งสุดในทวีป
เจ้าสำนักอินทรีก็เป็นสุดยอดปรมาจารย์ด้านกระบี่เช่นกัน
"ขอข้าดูเป็นขวัญตาหน่อยเถอะ ฉายา ราชันกระบี่"
เต้าซื่อไม่ประมาทอีกฝ่ายใช้ปราณจิตสร้างพัดคู่ออกมาอีกอัน
เป็นพัดที่มีสีแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อพัดมีสีดำกับสีขาวกันอย่างละชิ้น
"พัดหมากล้อม"
เจ้าสำนักที่เห็นศาสตราวุธอีกฝ่ายมีสีขาวกับดำ เหมือนกับตัวหมากล้อมบนกระดานแข่ง แล้วยังเป็นศาสตราวุธของเจ้าสำนักจันทรคลาสที่เป็นศัตรูแกร่งสุดเท่าที่เคยต่อสู้กันมาเลย
เฟี้ยว
การปะทะกันของสองสุดยอดฝีมือเริ่มขึ้น
เปรี้ยง เคล้ง
กระบี่คู่หยินหยางทำการตวัดใส่คู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว จนดูเหมือนกับการร่ายรำของคู่รัก
กระบี่หยิน ลื่นไหล แต่สงบนิ่งดั่งสายน้ำ บางครั้งรวดเร็ว คล่องแคล่ว ดั่งสายลม
กระบี่หยาง หนักแน่น แข็งแกร่งดั่งขุนเขา บางครั้ง ดุดัน รุนแรง ดั่งเปลวเพลิง
"นี้สินะ ความสามารถของ ราชันกระบี่"
เต้าซื่อ ที่รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีทักษะกระบี่ที่สมบูรณ์แบบอย่างมาก
เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาสลับไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง จนแแทบจะทะลวงผ่านกระคู่หยินหยางเข้าไปทำร้ายเจ้าสำนักไม่ได้เลย
"ทักษะพัดของมันไม่ธรรมดาเลย"
เจ้าสำนัก แม้จะได้รับคำชมจากอีกฝ่ายแต่ตนเองก็อดที่จะชื่มชมทักษะพัดของศัตรูไม่ได้เช่นกัน
เมื่อเต้าซื่อ สามารถใช้พัดขาวดำหรือพัดหมากล้อมได้อย่างชำนาญ จนถึงขั้นเชี่ยวชาญมากนัก
สามารถใช้พัดหมากล้อมผลัดกันรุก-รับ ได้อย่างสุดยอด จนรับมือทักษะกระบี่หยินหยางตนเองได้หมดจนไม่สามารถแทรกผ่านพัดเข้าเล่นงานศัตรูได้
ตอนนี้ทักษะทั้งคู่ที่กำลังดวลกันอยู่ราวกับเล่นหมากล้อมในกระดาน
หากพลาดพลั้งไปแม้แต่น้อยก็มีโอกาสพ่ายแพ้ขึ้นมาทันที
เวลาผ่านไป 1ชั่วยาม
การปะทะกันของพัดกับกระบี่ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ
2ชั่วยามผ่านไป
การต่อสู้เริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
3 ชั่วยาม มาถึง
เต้าซื่อ กับ เจ้าสำนักยังคงมีทีท่าจะไม่หยุดการปะทะกันแต่อย่างใด
ตอนนี้พื้นบริเวณโดยรอบถูกทำลายจนหมดสิ้น
ระยะกว่าร้อยเมตรไม่มีสิ่งมีชีวิตที่สามารถเข้ามาชมการต่อสู้ทั้งคู่ได้เลย
เวลาเดินไปเรื่อยๆเหมือนกับการต่อสู้ของทั้งสองคนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง
จากเวลากลางวัน เป็นกลางคืนจนข้ามไปอีกวัน
การปะทะของสุดยอดฝีมือขยายเป็นวงกว้างออกไปไม่มีที่สิ้นสุด
ฉั่ว
จนล่วงเลยเวลามาสามวันในที่สุดกระบี่หยินหยางก็สร้างบาดแผลแก่ศัตรูจนเลือดไหลออกมาได้สำเร็จ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรับบาดเจ็บมาก่อน จนมาถึงตอนนี้ที่เต้าซื่อถูกกระบี่คู่เล่นงานขึ้นมาได้
"ร้ายกาจจริง สามารถต่อสู้ด้วยทักษะศาสตราวุธมาได้ถึงตอนนี้"
เจ้าสำนัก ที่ไม่คาดคิดว่าจะต้องดวลศาสตราวุธเป็นระยะเวลาหลายวันจากตอนแรกที่เข้าใจว่าวันเดียวก็น่าจะรู้ผลแล้วเชียว
แล้วศาสตราวุธที่อีกฝ่ายใช้คือ พัดแต่สามารถรับคมกระบี่ได้ง่ายดาย แสดงให้เห็นว่า ศาสตราวุธอีกฝ่ายไม่ธรรมดายิ่งนักหากไม่เช่นนั้น พัดหมากล้อม คงถูกฟันขาดเป็นสองท่อนไปนานแล้ว
"ประสบการณ์สินะ"
เต้าซื่อที่มีประสบการณ์ต่อสู้น้อยกว่า แล้วยังมีอายุน้อยกว่าอีกฝ่ายที่ผ่านโลกการต่อสู้มานานหลายช่วงอายุทำให้ตนเองต้องพ่ายแพ้แก่การดวลทักษะศาสตราวุธในครั้งนี้
"เมื่อทักษะข้าสู้เจ้าไม่ได้ งั้นมาขอดูวิชาหน่อยเถอะว่าจะสมฉายาราชันกระบี่ รึป่าว"
เต้าซื่อ ที่เปลี่ยนจากการดวลทักษะศาสตราวุธมาดวลวิชากันแทน
คราวนี้วิชาของทั้งคู่ต่างขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการได้เรียนรู้มา จึงสามารถแสดงอานุภาพวิชาออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ
ตอนนี้พัดหมากล้อมของเต้าซื่อลอยตรงดิ่งเข้าหาเจ้าสำนักอินทรีอย่างรวดเร็ว
"ตรงนั้น"
เจ้าสำนักอินทรีที่รับรู้พัดที่เสริมปราณจิตธาตุแสงลงไป สามารถรับรู้พัดของจริงจากอีกด้านได้อย่างรวดเร็ว
โดยเจ้าสำนักที่เดินทางมาถึงที่นี้ก่อนสักระยะแล้วเฝ้ามองดูการต่อสู้ของรองเจ้าสำนักกับเต้าซื่อ เพื่อจะวิเคราะห์ความสามารถฝีมือศัตรูไปด้วย ทำให้รู้ว่าปราณจิตขั้น 5 คือ ธาตุแสง สามารถสร้างความสับสนแก่คู่ต่อสู้ได้อย่างดี
แต่สำหรับเจ้าสำนักที่ผ่านประสบการณ์มาโชกโชนลูกเล่นแค่นี้ไม่อาจทำไรได้
"ไม่เลว"
เต้าซื่อที่สังเกตุการรับมือของอีกฝ่าย จนมองเห็นว่าก่อนที่คู่ต่อสู้จะฟันพัดหมากล้อมของตนได้ก่อนหน้านี้ได้สร้าง กระแสลมขึ้นมาทำการกระจายออกไปรอบๆตัวเอง
ซึ่งน่าจะเป็นปราณจิตขั้น 5 ธาตุลม ของเจ้าสำนัก ที่ค้นหาพัดของจริงในจุดที่ตัวเองมองไม่เห็น
เมื่อพัดหมากล้อมสัมผัสกับสายลมที่เกิดจากปราณเจ้าสำนักก็รับรู้ได้ทันทีว่าอยู่ตรงจุดไหน
"ถึงมองไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง"
เจ้าสำนัก กล่าวอย่างเรียบง่ายออกมาซึ่งเป็นจริงดั่งที่เจ้าสำนักกล่าวเอาไว้ถูกต้อง
"สมกับเป็นคำพูดเจ้าสำนัก ช่างยอดเยี่ยมนัก"
เต้าซื่อ ตบมือชมเชยแก่อีกฝ่าย
"แต่คิดว่าข้ามีเพียงลูกเล่นเด็กๆแค่นี้ข้าบอกได้เลยว่าเจ้าคิดผิด"
เต้าซื่อที่เริ่มกระทำการบางอย่างออกมา