เงาพรายอาชญากรรม

    [เล่ม 1: เงาของฆาตกร] ตอนที่ 29: ห้องนิรภัยแห่งความลับ

    เวลาแปดโมงสี่สิบนาที เช้าวันทำงานอันแสนวุ่นวายและจอแจของกรุงเทพมหานคร ย่านสีลมคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนหนาแน่นในชุดพนักงานออฟฟิศที่กำลังก้าวเดินเร่งรีบฝ่าละอองฝนบางเบาสลับสายหมอกควันพิษ คิรันขี่รถจักรยานยนต์คันเก่าเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถจักรยานยนต์ด้านข้างของธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่สาขาสีลม ตึกทรงสูงขนาดใหญ่โตโอ่อ่าสะท้อนความมั่งคั่งตระหง่านฟ้า มีพนักงานรักษาความปลอดภัยในเครื่องแบบสีกากีเข้มสองคนยืนตรวจตราสแกนกระเป๋าหน้าประตูทางเข้าหลักอย่างเข้มงวดกวดขัน ลลินรู้สึกใจสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อมองผ่านกระจกหน้าหมวกกันน็อกไปเห็นรถสายตรวจตำรวจนครบาลหนึ่งคันจอดเปิดไฟไซเรนกะพริบอยู่หน้าทางเข้าหลักของธนาคาร คิรันบีบข้อมือของเธอเบาๆ เป็นสัญญาณว่าให้สงบใจและก้าวเดินต่อไปตามปกติ ห้ามแสดงพิรุธใดๆ ออกไปเด็ดขาด ทั้งสองคนก้าวลงจากรถจักรยานยนต์ หยิบกล่องส่งอาหารสีเขียวขนาดใหญ่มาถือพยุงไว้เพื่อทำทีเป็นมาส่งพัสดุด่วน



    ลลินและคิรันเดินก้าวเท้าอย่างสุขุมเข้าไปในตัวอาคารธนาคาร ทั้งคู่สวมหมวกกันน็อกแบบเปิดหน้าครึ่งใบสีเข้มปิดบังใบหน้าเพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกตหรือมีพิรุธจนผู้คุมเรียกสืบประวัติ แต่ก็ยังคงอำพรางใบหน้าส่วนล่างด้วยแว่นตากรอบหนาสีดำและหน้ากากอนามัยสีเข้ม เสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขจีของไรเดอร์ส่งอาหารช่วยกลมกลืนรูปลักษณ์ของพวกเขากับสภาพแวดล้อมพนักงานรับส่งเอกสารและส่งพัสดุด่วนที่เดินขวักไขว่เข้าออกธนาคารขนาดใหญ่นี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา


    เมื่อก้าวเข้าสู่โถงบริการขนาดใหญ่ที่ปูพื้นด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตาสะท้อนแสงไฟระยิบ เสาแก้วหนาทึบและเพดานสูงลิบสร้างความเงียบงันปนความกดดัน ลลินกวาดสายตามองไปรอบๆ และสังเกตเห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาภูมิฐานคนหนึ่งกำลังยืนดูแลความเรียบร้อยอยู่ ชายผู้นั้นคือ "วิชัย" ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารสาขานี้ ชายวัยสี่สิบเศษ ร่างผอมสวมแว่นสายตากรอบเหล็กผู้มีแว่นตาสุภาพและใบหน้าเปี่ยมล้นความซื่อสัตย์ วิชัยหันสบตากับคิรันแวบหนึ่ง ใบหน้าของผู้ช่วยผู้จัดการชะงักงันเล็กน้อย แววตาฉายแววตระหนกวูบหนึ่งด้วยความหวาดระแวงทว่าชายหนุ่มยังคงความสุขุมเยือกเย็นได้อย่างยอดเยี่ยม วิชัยทำทีเป็นก้าวเดินเข้ามาสอบถามเพื่อบริการไรเดอร์ส่งของตามหน้าที่ปกติ: "สลิปส่งพัสดุหรือเอกสารสำคัญของสำนักงานอัยการใช่ไหมครับ? เชิญทางนี้เลยครับคุณส่งของด่วน"


    วิชัยผุดยิ้มบางๆ นำทางทั้งคู่เดินลัดเลาะเลี่ยงผ่านเคาน์เตอร์บริการและแนวกล้องตรวจจับใบหน้าปกติ เดินผ่านบานประตูคู่ตรวจความปลอดภัยเฉพาะของพนักงาน บังคับลิฟต์ส่วนตัวของพนักงานลงสู่ชั้นใต้ดินบี 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องนิรภัยเก็บตู้นิรภัยส่วนบุคคลในระหว่างทางเดินผ่านโถงทางเดินชั้นใต้ดินที่ปูพื้นกระเบื้องยางสีเทาเงาวับ พวกเขาเดินผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งที่กำลังยืนตรวจเช็คเอกสารระบบกล้องวงจรปิด วิชัยยกมือทักทายและรีบร้องบอกเจ้าหน้าที่คนนั้นอย่างสนิทสนม: "เดี๋ยวผมพาพนักงานส่งของสองคนนี้ไปตรวจเอกสารที่ตู้เก็บเอกสารชั้นใต้ดินหน่อยนะ พอดีเป็นพัสดุเร่งด่วนของท่านประธานบอร์ดน่ะ" เจ้าหน้าที่คนนั้นยิ้มแย้มพยักหน้าและกดเปิดประตูระบบสแกนการ์ดให้ผ่านทางสะดวกโดยไม่มีการทักท้วง ลลินลอบถอนหายใจและก้มหน้าหลบสายตาอย่างมิดชิดที่สุด ทันทีที่ประตูด้านหน้าลิฟต์ส่วนตัวปิดลง วิชัยหันมาร้องบอกด้วยสีหน้าจริงจังกระซิบเสียงเคร่งเครียดตื่นตระหนก: "คุณรัน คุณทนายลลิน! ตอนนี้ที่กองปราบและอัยการสมเกียรติจี้ตัวส่งหมายจับของคุณไปทุกสถานีแล้ว รูปของคุณสองคนพาดหัวข่าวในสื่อทุกช่อง ผมยินดีช่วยอย่างสุดความสามารถเพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณอัครพ่อของคุณที่ช่วยชีวิตผมสู้คดีฉ้อโกงที่ดินทำกินเมื่อเจ็ดปีก่อนจนผมพ้นผิดล้างมลทินได้ แต่เราต้องรีบทำเวลากันหน่อยนะครับ ก่อนที่ตำรวจสายสืบจะบุกเข้ามาตรวจค้นที่นี่"



    ลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินคอนกรีตเสริมเหล็กหนาทึบเงียบสนิท กลิ่นอายเหล็กเก่าและกระดาษเก็บสะสมลอยโชยมา ประตูห้องนิรภัยทำด้วยเหล็กกล้าผสมคาร์บอนความหนาทึบมีแป้นหมุนรหัสตัวเลขกลมโบราณตั้งตระหง่าน วิชัยใช้อำนาจและรหัสบัตรประจำตัวส่วนตัวเปิดกลไกประตูเหล็กกล้าพาคนทั้งสองแทรกตัวเข้าไปด้านใน ตู้นิรภัยนับพันช่องเรียงรายเป็นระเบียบบนผนังเหล็กเงาวับดุจกำแพงเหล็กกล้าไร้ก้นบึ้ง


    ลลินดึงกุญแจทองเหลืองของพิมลภาที่เธอได้มาจากตู้จดหมายออฟฟิศออกมาด้วยมือที่สั่นระริก วิชัยช่วยนำทางไปยังตู้นิรภัยตู้หมายเลข "408" ซึ่งตั้งอยู่แถวกลาง วิชัยสอดกุญแจหลักของธนาคารเข้าไปในช่องไขรูกลอนแรกก่อน จากนั้นลลินสอดกุญแจทองเหลืองของพิมลภาเข้าไปในช่องไขที่สอง เสียงกลไกเหล็กสปริงภายในดีดตัวหมุนตัวดังกริ๊กเบาๆ ประตูตู้เหล็กเปิดออกสู่ความมืดภายในช่องว่างอย่างง่ายดาย


    ลลินเอื้อมมือดึงกล่องเหล็กสีเทายาวข้างในออกมาวางบนโต๊ะไม้สำหรับตรวจเช็คเอกสาร เมื่อเปิดฝากล่องออก ภายในนั้นมีสมุดบันทึกเล่มหนาปกหนังสีดำดิบมีรอยถลอกชำรุดหลายจุด หน้ากระดาษภายในเหลืองกรอบและเขียนด้วยลายมือหวัดแกมรีบร้อนสะท้อนความรู้สึกหวาดกลัวตื่นตระหนกของเจ้าของบันทึกก่อนหน้าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีซองกำมะหยี่สีแดงขนาดเล็กที่มีเอสดีการ์ด แฟลชไดรฟ์โลหะจิ๋วบรรจุซ่อนอยู่ด้วย


    ลลินรีบเปิดสมุดบันทึกอ่านคร่าวๆ ข้อความในหน้าแรกระบุว่า: "ฉันรู้ดีว่าชีวิตฉันกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง อัยการสมเกียรติเป็นคนสั่งการเก็บเงียบปิดปากพยานปากสำคัญในคดีทุจริตเวสเปอร์ทั้งหมด โดยใช้บริการฆาตกรเงาใต้สมาคมนกฮูกมืด แต่สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกที่สุดคือ ฉันค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตระกูลอัครเดโชชัย คิรันและคิรินฝาแฝดสบโอกาสสะสางความแค้นส่วนตัวกับพวกลัทธิมืด มีไฟล์วิดีโอบันทึกพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดแสดงการตายของเหยื่อรายแรกและร่องรอยการลอบวางยาพิษที่ฉันแอบก๊อปปี้ไฟล์มาจากเซิร์ฟเวอร์หลักของสมาคมนกฮูก ไฟล์นั้นชื่อ 'Vesper_Final_Proof.mp4' และคีย์ถอดรหัสผ่านหลักอยู่ในเอสดีการ์ดใบนี้ มันจะไขปมทุกอย่างและกระชากหน้ากากฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ชื่อ 'โนอาห์' ออกมาสู่แสงสว่างได้..."


    มือเรียวบางของลลินสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงกับข้อความเบื้องหน้า เธอเงยหน้าหันมองคิรันที่ยืนเฝ้ายามคุมเชิงอยู่หน้าประตูห้องนิรภัย ชายหนุ่มสบตาเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเรียบเฉยแต่ทว่าเต็มไปด้วยความตึงเครียดระแวดระวัง ลลินสูดหายใจลึกจัดการห่อเอสดีการ์ดและแฟลชไดรฟ์โลหะไว้ในผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสอดเก็บซ่อนไว้ในซอกลึกสุดของกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตไรเดอร์อย่างแน่นหนาปลอดภัย



    ขณะที่ลลินกำลังจะเก็บของทั้งหมดลงกระเป๋าเป้ ทันใดนั้น โทรศัพท์วิทยุสื่อสารที่เหน็บข้างเอวของวิชัยก็ดังส่งเสียงกระโชกตื่นตระหนกจากพนักงานรักษาความปลอดภัยด้านบน: "หัวหน้าครับ! มีตำรวจสืบสวนและสายตรวจจากนครบาลแปดคน บุกเข้ามาด้านหน้าธนาคาร แจ้งขอเข้าตรวจค้นและปิดล้อมทางเข้าออกตึกทั้งหมดด่วนเพื่อจับตัวทนายความผู้ต้องหาคดีอาญาหลบหนีครับ!"


    วิชัยหน้าถอดสีทันควัน หันมาบอกคิรันและลลินเสียงรัวด่วน: "คุณรัน คุณลลิน! ตำรวจปิดล้อมทางออกด้านหน้าหมดแล้ว! พวกคุณรีบตามผมมาทางลิฟต์ส่งของด้านหลังนี้ ลิฟต์นี้จะลงตรงสู่ชั้นลานจอดรถใต้ดินชั้นบี 3 ซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิดเชื่อมต่อกับระบบหลัก และเป็นจุดจอดรถส่งของ มีประตูระบายน้ำทิ้งเชื่อมต่อกับตรอกซอยสาธรด้านหลัง รีบไปเร็วครับ!"


    วิชัยรูดการ์ดเปิดลิฟต์ขนของด้านหลัง พาลลินและคิรันก้าวเข้าไป คิรันจับไหล่วิชัยและบีบกระชับแน่น: "ขอบคุณมากครับพี่วิชัย บุญคุณครั้งนี้ผมไม่มีวันลืมแน่นอน" วิชัยยิ้มบางๆ พยักหน้าบอก: "ขอให้ปลอดภัยและล้างมลทินให้ตระกูลอัครเดโชชัยด้วยครับคุณรัน"


    ประตูลิฟต์ปิดตัวลง ดิ่งลงสู่ชั้นบี 3 ที่มืดสลัวและอับชื้นทันควัน ทันทีที่ประตูเปิดออก คิรันจูงมือลลินวิ่งก้าวเท้าอย่างร่องรอยหลบหลีกผ่านแนวท่อส่งน้ำและกองไม้ซากขยะใต้ตึก มีรถบรรทุกขนส่งขนาดใหญ่คันหนึ่งกำลังถอยเข้าจอดส่งของช่วยบดบังสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เริ่มก้าวเข้ามาตรวจค้นชั้นใต้ดิน ทั้งคู่ลัดเลาะผ่านกลุ่มพนักงานขนของที่กำลังยุ่งอยู่กับการยกลังกระดาษใบใหญ่ คิรันพาลลินวิ่งมายังรถจักรยานยนต์คันเก่าที่จอดซุกซ่อนไว้ ชายหนุ่มขึ้นคร่อมรถและสตาร์ทเครื่องยนต์พาลลินซ้อนท้ายขับขี่พุ่งตัวทะลุออกไปทางประตูระบายน้ำทิ้งด้านหลังอาคารที่เปิดค้างไว้


    เสียงหวีดไซเรนของรถตำรวจหลายคันดังแว่วระงมล้อมรอบพื้นที่ด้านหน้าอาคารธนาคารใหญ่ คิรันเร่งเครื่องยนต์จักรยานยนต์เก่าฝ่าลมฝนพุ่งลัดออกสู่ถนนซอยแคบสีลมซอย 8 ลลินเหลียวหลังกลับไปมองเห็นรถกระบะสายตรวจตำรวจสายสืบนครบาลสองคันเลี้ยวปาดเข้ามาจอดที่ปากทางออกตึกแถวนั้น แต่ก็ไม่พ้นสายตาคิรันที่ฉายแววสุขุม ชายหนุ่มเร่งบิดคันเร่งแซงแทรกตัวหลบหลีกตู้คอนเทนเนอร์และรถตุ๊กตุ๊กที่จอดข้างทาง ลัดเลาะออกสู่ถนนใหญ่เจริญกรุง ปะปนกลมกลืนไปกับฝูงรถจักรยานยนต์คันอื่นๆ ท่ามกลางกระแสสายฝนที่ตกลงมากระหน่ำซัดปานจะช่วยชะล้างร่องรอยการหลบหนีของพวกเขาออกไปจนสิ้น ทั้งสองคนหลบหนีภัยอันตรายออกจากเขตสีลมได้อย่างปลอดภัย มุ่งหน้าสู่บ้านพักสลัมคลองเตยเพื่อเปิดไฟล์เปิดเผยความจริงสุดท้ายทันที การบุกรังนกฮูกเพื่อชิงความลับสัมฤทธิ์ผลแล้ว และในเวลานี้ กุญแจดอกสุดท้ายที่จะใช้ปลดเปลื้องมลทินและทวงคืนอิสรภาพก็อยู่ในมือของพวกเขาสองคนเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยากเย็นและอันตรายสักเพียงใด พวกเขาก็พร้อมที่จะก้าวผ่านมันไปด้วยกันอย่างไร้ความเกรงกลัวอีกต่อไป ตราบใดที่พวกเขายังมีกันและกัน ความหวังก็ยังคงส่องสว่างนำทางเพื่อความยุติธรรมและอิสรภาพเสมอ






    คล้ายกับเรื่องเงาพรายอาชญากรรม ที่คุณอ่าน