TREE WORLD
ปฐพีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 44
เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย(2)
ชายหนุ่มผู้นี้ปกติเป็นผู้ตั้งมั่นในคุณธรรมเสมอมามีจิตสำนึกของความเมตตากรุณา ไม่ชอบเอาเปรียบผู้อื่นหรือเที่ยวระรานอ้างเหตุผลทำร้ายผู้คนทั้งที่สถานะพลังยุทธ์ของเขาแทบจะเรียกได้ว่ายืนอยู่บนจุดสูงสุดของพิภพแห่งนี้ที่ยากจะหาผู้ทัดเทียมก็ตามด้วยนิสัยที่ไม่ชอบอวดโอ่เขามักซ่อนเร้นพลังฝีมือที่แท้จริงไม่เปิดเผยออกมาโดยง่ายเนื่องด้วยเขาเป็นผู้เดียวที่มีระดับปราณสูงล้ำโดดเด่นที่สุดในครอบครัว จึงถือเป็นไพ่ตายอาวุธลับของตระกูลสเปนเซอร์จะใช้ออกยามฉุกเฉินเท่านั้น กระนั้นเขาก็ไม่เคยมีความคิดทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับความเจ็บปวดอย่าว่าแต่จะคิดสังหารชีวิตผู้ใด แม้กระทั่งสัตว์เดรัจฉานเล็กจ้อยอย่างมดแมลงก็ไม่เคยฆ่า
แต่เมื่อถึงคราวคับขันมารดามันกำลังจะตกตายด้วยเงื้อมืออสูรความร้ายกาจและพลังความสามารถของมันยังสูงเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนหนำซ้ำอสูรตนนี้มันยังเหนือล้ำเกินความคาดหมาย เกินกว่าที่ใครจะรับมือได้ ขนาดที่จำเป็นต้องเสี่ยงตายเปิดล็อกเลเวลอัพเพาเวอร์สูทขึ้นไประดับสองและสุดท้ายเขาก็ไม่อาจยั้งมือ ตัดสินใจจบชีวิตอสูรตนนั้นด้วยน้ำมือตนเอง
“...ฉันขอโทษ...”เขารำพึงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินคลับคล้ายเพียงต้องการบอกให้ดวงวิญญาณของศัตรูรับรู้ความจำเป็นอย่างช่วยไม่ได้
พลังสถิตคงเหลือ: 1 หน่วย
ฟิวท์มองร่างไม่ไหวติงของศัตรูอย่างสงบก่อนเคลื่อนร่างย้ายมาหยุดยืนตรงหน้าเจทที่คอยประคองดูแลอาการของการ์เซียที่เพิ่งฟื้นคืนสติหน้ากากของทั้งคู่เพิ่งเปิดออกผ่อนคลายความตึงเครียดจากการต่อสู้ เผยใบหน้าปลดทุกข์ได้ชั่วขณะหนึ่งท่ามกลางเหล่าสัตว์อสูรที่ห้อมล้อม แม้คู่ต่อสู้จะบาดเจ็บเพลี่ยงพล้ำแต่พวกมันก็มิได้ฉวยโอกาสโจมตีตามสัญชาติญาณคล้ายพวกมันไม่ต้องการขัดคำสั่งจ่าฝูงซึ่งบัดนี้หัวหน้าของพวกมันพานสิ้นสภาพลงไปแล้ว แค่ฟิวท์หยั่งเท้าลงพื้นดินลมปราณเข้มข้นน่าหวาดหวั่นของเขาก็ขับไล่พวกมันจนผวาแตกตื่นคล้ายพบเจอสัตว์อสูรที่ร้ายกาจยิ่งกว่า พากันถดกายถอยห่างไปหลายก้าว
พลางทรุดตัวเข่ากระแทกลงส่วนที่เป็นหน้ากากพลันเปิดออก มันม้วนตัวหดหายเข้าไปในดิสต์กลางอกส่วนเกราะกลางลำตัวยังคงอยู่ หลักจากนั้นฟิวท์กระอักโลหิตออกมาก้อนใหญ่
หมัดชุดสุดท้ายอัดกระหน่ำใส่จ้าวป่าอสูรเถื่อนอย่างบ้าคลั่งฟิวท์หวังส่งคู่ต่อสู้ลงนรกด้วยคอบโบชุดนี้ แต่เมื่อลงมือไปแล้วลมปราณเกิดปั่นป่วนขึ้นฉับพลัน เลือดลมตีกลับวุ่นวายพลางกระอักโลหิตออกมาก้อนใหญ่ ยังเคราะห์ดีที่ล้มจ้าวป่าอสูรเถื่อนลงได้ก่อนที่ลมปราณของตนเองจะทรยศและตอนนี้ต้องยอมรับสภาพว่าหมดกำลังที่จะต่อกรกับผู้ใดได้อีก หากฝูงสัตว์อสูรเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาเขาย่อมไม่มีทางรับมือแล้ว
ขณะนี้ลมปราณที่เคยพุ่งทะยานถึงขีดสุดกลับลดระดับลงอย่างน่าใจหายจนบัดนี้มันหดหายไปสิ้นเหลือเพียงพลังสถิตอันน้อยนิดเพียงประวิงเวลายันร่างชุดเกราะมิให้คืนสภาพเท่านั้นกล่าวได้ว่าฟิวท์ใช้พลังงานในร่างไปจนหมดสิ้นไม่สามารถต่อสู้กับผู้ใดได้ในช่วงเวลาอ่อนโทรมเช่นนี้ แม้สัตว์อสูรระดับชั้นต่ำสุดในที่นี้ยังสังหารเขาได้โดยง่ายทางเดียวที่คิดได้คือคงสภาพชุดเกราะให้ยาวนานที่สุด
“ลมปราณแตกซ่าน!!!”การ์เซียแตกตื่นรี่เข้าประคองฟิวท์ที่ทรุดกายลง อาการบาดเจ็บส่อถึงสภาพร่างกายที่ย่ำแย่หมดสิ้นเรี่ยวแรงลมปราณที่ปั่นป่วนอันเกิดจากการฝืนทะลวงด่านกลายเป็นย้อนศรกลับมาทำร้ายตัวเองใบหน้าซีดเซียวไร้สีโลหิต มุมปากค้างคาบเลือดเกรอะกรังยันไปถึงแนวพื้นดิน
ยังมิทันที่การ์เซียจะเข้าปฐมพยาบาลเสียงแผ่นหินระเบิดแตกกระจายรุนแรงไม่แพ้ครั้งก่อนฉับพลันร่างของจ้าวป่าอสูรเถื่อนที่ใครต่อใครคิดว่าหยุดหายใจไปแล้วกลับฟื้นคืนชีวิตมันยืนเสยะยิ้มแยกเขี้ยวที่งองุ้มที่เพิ่งงอกเงยขึ้นมาใหม่อย่างเยียบเย็นก่อนย้ายร่างมาหยุดยืนประจันหน้ากับนักสู้ชุดเกราะน้ำเงินทั้งสาม
“อะไรกัน!!!” ทั้งสามใบหน้าบิดกระตุกอุทานเป็นเสียงเดียวกัน
ทั้งฟิวท์การ์เซีย และเจท ล้วนตกตะลึงแตกตื่น ใบหน้าแต่ละคนพานซีดขาวราวกระดาษมิคาดว่าการต่อสู้ทุ่มเทชีวิตของฟิวท์ขนาดถึงขั้นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายยังมิอาจเอาชนะจ้าวป่าอสูรเถื่อนตนนี้ได้
ทั้งยังรู้สึกว่าศัตรูจะแข็งแกร่งและน่าหวาดหวั่นยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าอีกทั้งฟิวท์เองก็ฝืนรีดเร้นลมปราณจนแทบหมดตัว เหลือพลังแค่พอประทังชีวิตไม่สามารถต่อต้านผู้ใดได้อีก
ตูมมม!!!
ครั้งนี้จ้าวป่าอสูรเถื่อนเหวี่ยงหมัดทีเดียวนักสู้เกราะน้ำเงินทั้งสามก็ถูกซัดกระเด็นปลิวหายไปคนละทิศละทาง!!!
.....
ดูเหมือนผมจะวูบไปหลับหนึ่งการโจมตีของจ้าวป่าอสูรเถื่อนเรียกได้ว่าน็อกผมลงไปนอนนับสิบ แปลกใจเล็กน้อยเหตุใดเมื่อมันมีโอกาสจึงไม่ลงมือสังหารผม ในเมื่อศัตรูของมันหมดสติอยู่ตรงหน้า
สำรวจตัวเองพบว่านอนคว่ำหน้าจมลงในแผ่นหินไปครึ่งคนอาการบาดเจ็บภายนอกไม่ร้ายแรงนัก เนื่องด้วยชุดเกราะสลายการโจมตีไปเจ็ดในสิบส่วนสองแขนขยับเขยื้อนค่อยยันตัวลุกขึ้นถอนกายจากซากหิน
สุ้มเสียงการต่อสู้แว่วดังมาจากทิศทางที่เจทปะทะกับฝูงสัตว์อสูรเมื่อแน่ชัดว่าไม่ปรากฏร่องรอยของจ้าวป่าอสูรเถื่อน ณ ที่นี้จึงมั่นใจว่ามันต้องมุ่งไปจัดการกับลูกเมียของผมต่อ
ตอนที่มันกลายร่างไล่ทุบร่างเกราะเพาเวอร์สูทจมธรณีผมยังไม่สามารถตรวจจับหรือวัดค่าระดับปราณของมันได้ว่าอยู่ในชั้นใดเนื่องจากว่ามันมิได้เป็นผู้ใช้ปราณยุทธ์ เป็นเพียงการใช้พละกำลังพลังภายนอกเท่านั้นแต่ขนาดว่ามันมิใช่เป็นผู้ใช้ปราณยังสำแดงความร้ายกาจน่าสะพรึงถึงเพียงนี้ไม่แน่ว่าเพาเวอร์สูทเลเวลอัพระดับ 2 จะจัดการมันได้ และในครอบครัวของผมขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถอัพเลเวลขึ้นไปได้ถึงแม้เราจะร่วมมือกันทั้งสี่คนรุมโจมตีมันยังมิอาจเป็นคู่มือแต่นอกจากทางนี้แล้วยังจะมีหนทางอื่นอีกหรือ
ดังนั้นผมจึงกระชากฝีเท้ามุ่งหน้ากลับไปรวมกลุ่มให้เร็วที่สุด
ถึงแม้ว่าจ้าวป่าอสูรเถื่อนจะมิได้เป็นผู้ใช้ปราณแต่หากจะเปรียบเทียบระดับจากการคาดคำนวณ มันสามารถต่อสู้กับผู้ใช้ปราณระดับพันธะปฐพีอย่างสูสี
แต่ทว่า!!!...ภายในระยะข่ายรับรู้ผมสามารถตรวจจับกระแสปราณอันเข้มข้นสายหนึ่งขณะนี้ผู้ที่ต่อสู้กับจ้าวป่าอสูรเถื่อนเป็นผู้ใช้ปราณระดับปราณสังสาระขั้นสุดท้ายหรือว่าฟิวท์สามารถพัฒนาตนเองจนถึงปราณสังสาระขั้น10ได้แล้ว! หากบวกกับความสามารถของชุดเกราะฟิวท์จะมีความแข็งแกร่งสูงสุดถึงระดับพันธะปฐพีเลยทีเดียว
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงฟิวท์จะสูสีกับจ้าวป่าอสูรเถื่อนและถ้าพวกเราร่วมมือกันโอกาสโค่นล้มศัตรูมีทางเป็นไปได้สูงยิ่ง
เมื่อเร่งฝีเท้าทะลุดงป่าทึบก็โผล่พรวดถึงจุดปะทะ
ภาพตรงหน้าทำให้ชะงักค้าง เหตุการณ์วิกฤตสิ้นสุดลงด้วยความพ่ายแพ้ของนักสู้เกราะน้ำเงินทั้งสามการ์เซียเป็นผู้ใช้ปราณระดับทศนปราณขั้นต้นบวกกับความสามารถของเพาเวอร์สูททำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มพูนถึงระดับทศนปราณขั้นกลางแน่นอนว่าไม่สามารถรับมือจ้าวป่าอสูรเถื่อนได้เธอตั้งการ์ดต้านทานการโจมตีปกป้องฟิวท์กับเจทไว้เบื้องหลังแต่ทั้งสามก็ถูกความรุนแรงของพายุหมัดซัดปลิวไปคนละทิศละทาง
ทั้งสามหากไม่บาดเจ็บสาหัสจนสลบก็ต้องเพลี่ยงพล้ำจนไม่สามารถทนอยู่ในสภาวะต่อสู้ได้อีก เกราะของฟิวท์ถึงกับหดหายกลับกลายคืนสภาพเป็นดิสต์หม่นแสงแผ่นหนึ่งเจทเองก็เช่นเดียวกันแผ่นดิสต์ของเธอยังหมุนกลิ้งปลิวห่างจากตัวไปไกลเกินสิบเมตรมีแต่การ์เซียที่ยังคงสภาพเกราะกลางลำตัวไว้ได้ทั้งหมดล้มฟุบอยู่กับที่มีเพียงการ์เซียที่ยังพยายามจะขยับกายได้เล็กน้อยแต่ก็ไม่มากพอจะลุกขึ้นมาสู้ในสภาพเดิม
ความหวังที่จะให้ทุกคนร่วมมือกันเป็นอันสูญสิ้นตรงหน้า
ตัวตนแห่งชัยชนะพลิกกลับไปที่อีกฝ่าย
ผมรู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถใช้ปราณได้และเมื่อรวมทักษะยุทธ์บวกความแข็งแกร่งของชุดเกราะเพาเวอร์สูทเลเวล1 อย่างมากเต็มที่ก็ต่อสู้กับผู้ใช้ปราณทศนขั้นปลายได้เท่านั้นนับว่าห่างชั้นกับผู้เทียบชั้นระดับพันธะปฐพีอยู่หลายขั้น ไม่มีทางใดที่ผมจะต่อกรกับมันได้อย่างแน่นอน
จ้าวป่าอสูรเถื่อนใช้หางตาเหลือบมองมาทางผมผ่านช่วงไหล่อันกว้างใหญ่และแผ่นหลังหนาหนักทึบตันแววตามันคลับคล้ายคนเย้ยหยันดูแคลนกันเหยียดหยามว่าคู่ต่อสู้ของมันช่างไม่คู่ควรและอ่อนด้อยเพียงใดไม่ต้องให้มันลงมือเต็มกำลังก็สามารถบดขยี้ศัตรูราบคาบ
ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งผู้เทียบชั้นระดับพันธะปฐพีขั้นกลางและท่ามกลางฝูงสัตว์อสูรสายคะนองรายล้อม หากเทียบระดับชั้นเพียงแค่พวกมันทั้งฝูงรวมกันยังสามารถรับมือผู้ใช้ปราณทศนขั้นปลายได้อย่างสูสีอย่าว่าแต่พันธะปฐพีอย่างจ้าวป่าอสูรเถื่อน
ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้ตายแล้ว