บทที่ 21 เจอคนประหลาดระหว่างทาง (รีไรต์)
หวงเจี้ยนกั๋วนึกเสียใจขึ้นมา
นึกเสียใจที่ร่วมมือทำเื่ใหญ่กับจางชุ่ยฟาง
ครั้งนี้คนที่ชื่อเสียงป่นปี้ก็คือเขา คนที่สูญเสียเงินก็คือเขา!
มิหนำซ้ำโอกาสในการรับตำแหน่งก็ยังหลุดลอยไป โรงงานไม่มีทางให้เขารับตำแหน่งอีกแน่ ๆตอนนี้แค่รักษาตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงงานเอาไว้ได้ก็บุญหัวแล้ว!
จางชุ่ยฟางเครียดจนล้มหมอนนอนเสื่อ เธอรักษาตัวอยู่ที่สถานพยาบาลในโรงงาน
ครอบครัวของฝ่ายหญิงไม่เพียงแต่ไม่มาดูแล แต่ยังไปอาละวาดที่สถานพยาบาลอีกด้วย
เนื่องจากพวกเขารู้แล้วว่าจางก๋านเหม่ยตกงาน และถูกโรงงานยึดตำแหน่งคืนไปแล้ว! นั่นก็เพราะหลินเนี่ยนไปชนบทแล้ว และคืนตำแหน่งให้ทางโรงงาน
นี่เป็ข้อตกลงที่หลิ่วกุ้ยเซียงหารือกับสหายฝ่ายบุคคลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
คนตระกูลจางสร้างเื่ขนาดนี้ จางชุ่ยฟางก็ยิ่งป่วยหนักขึ้นไปอีก เมื่อหวงลี่ลี่รู้ว่าตัวเองต้องไปชนบท ก็ไปโวยวายใส่จางชุ่ยฟางที่สถานพยาบาลเช่นกัน
จางชุ่ยฟางเ็ปรวดร้าวใจเป็ที่สุด
เธอทำทั้งหมดนี้ไปเพื่อใคร
ไม่มีใครสนใจเธอเลยสักคน!
เธอทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ย!
ต้องโทษหลินเนี่ยนนังเด็กเหลือขอนั่น นังเด็กเหลือขอนั่นหลอกเธอ!
ขโมยไก่ไม่ได้ยังเสียข้าวอีกกำมือ*[1]!
ตะกร้าหวายตักน้ำไม่ได้อะไรเลย!
…
จางชุ่ยฟางกับหวงเจี้ยนกั๋วสองสามีภรรยานั่นแหละก่อเื่จนโกลาหลอลหม่าน ส่วนหลินเนี่ยนที่นั่งอยู่บนรถไฟไม่รู้อะไรเลย
เธอนอนอยู่บนเตียงกลาง พื้นที่ว่างของเตียงกลางแคบกว่าเตียงล่างมาก คับแคบจนรู้สึกเหมือนถูกบีบอยู่ในกระป๋อง
แต่ไม่นานเธอก็พบว่า หลิวหย่งหนานให้เธอนอนเตียงกลางใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล เพราะหากเป็เตียงล่าง จู่ ๆ คนทั่วไปคิดอยากจะนั่งก็หย่อนก้นนั่งลงไปได้เลย ไม่สนใจว่าเ้าของเตียงจะพอใจหรือไม่
หลินเนี่ยนััได้ถึงข้อดีของเตียงกลางก็ตอนนี้แหละ
ทว่าเมื่อเธอััได้ คนอื่นก็ััได้เช่นกัน
“นี่ เอาเตียงเธอมาแลกกับเตียงฉัน ฉันจะให้เธอสองหยวน”
รถไฟแล่นไปได้หนึ่งวันก็มาจอดอยู่ที่สถานีใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีคนสองสามคนเดินพรวดเข้ามาในตู้โดยสารตู้นอน
พวกเขาล้วนเป็คนหนุ่มสาวทั้งสิ้น ชายสามหญิงหนึ่ง
หนึ่งในพวกเขาอยู่เตียงล่างตรงข้ามหลิวหย่งหนาน อีกคนอยู่เตียงบนสุดฝั่งตรงข้าม ส่วนผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวอยู่ที่เตียงฝั่งตรงข้ามเธอ
เด็กสาวมามือเปล่า กระเป๋าสัมภาระของเธอมีผู้ชายสามคนนั้นเป็คนถือให้
เธอเอ่ยปากสั่งหลินเนี่ยนที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงอย่างวางท่า ทว่าหลินเนี่ยนทำเป็ไม่ได้ยิน
นี่มันอะไรกัน!
ผู้หญิงคนนี้เป็ใครกัน!
เธอไม่คู่ควรให้คนอื่นตามใจหรอก!
เมื่ออีกฝ่ายเห็นหลินเนี่ยนไม่สนใจจึงเดือดดาลขึ้นมา เท้าเอวชี้หน้าหลินเนี่ยนพลางพูดขึ้นด้วยความโกรธ “นี่เธอหูหนวกเหรอ ฉันพูดกับเธออยู่นะ!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำแบบนี้ หลิวหย่งหนานที่กึ่งนอนกึ่งนั่งก็ลุกขึ้นมา บนใบหน้าเขามีรอยแผลเป็รอยหนึ่ง กอปรกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเ็า มองอย่างไรก็ดูมีความน่ากลัวอยู่เล็กน้อย
จู่ ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมา เด็กสาวถูกเขาทำให้ใจนสะดุ้งโหยง ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัวจนเกือบจะล้มลง โชคดีที่ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังรับเธอเอาไว้ได้ทัน
เมื่อทรงตัวได้ก็พลิกมือตบชายหนุ่มคนนั้นไปหนึ่งที เสียงตบดังสนั่น ทำเอาคนในตู้โดยสารตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ทุกคนต่างชะโงกหน้าชะเง้อคอมอง
“เซียวหลาน เหอผิงไม่ได้ตั้งใจ เขาแค่กลัวว่าเธอจะล้ม” ชายหนุ่มอีกคนลุกออกมาไกล่เกลี่ย ส่วนชายหนุ่มที่ถูกตบรีบกุลีกุจอขอโทษ “ขอโทษนะเซียวหลาน ต่อไปฉันจะระวัง!”
หลิวหย่งหนานหยิบของแล้วนอนลงอีกครั้ง หลินเนี่ยนอาศัยหนังสือในมือป้องกันเสียงโวยวาย และรอดูความสนุกด้วยความเพลิดเพลิน
คนที่ชื่อเซียวหลานนี่เป็องค์หญิงน้อยของตระกูลไหนกัน
ช่างสง่าน่าเกรงขามเสียจริง ๆ
ราวกับนั่งรถไฟไปกับคุณหนูใหญ่ยุคโบราณอย่างไรอย่างนั้น
ชายหนุ่มทั้งสามที่ติดตามอยู่ข้างกาย มองแล้วทำไมถึงได้เหมือนกับคนรับใช้ของเธอเลยนะ
“นี่นาย! ขอโทษซะ!” เซียวหลานชี้หลิวหย่งหนานที่นอนลงไปอีกครั้งพลางเอ่ยปากสั่ง
หลิวหย่งหนานกลอกตามองบน
ชายหนุ่มที่ถูกตบรีบไปโน้มน้าวหลิวหย่งหนาน “นี่ เมื่อกี้คุณทำไม่ถูกจริง ๆ นะ จู่ ๆ คุณก็ลุกพรวดขึ้นมาทำให้เซียวหลานใ ผมคิดว่าคุณควรขอโทษเซียวหลานนะ!”
ชายหนุ่มอีกสองคน คนหนึ่งไปปลอบเซียวหลาน ส่วนอีกคนไปโน้มน้าวหลิวหย่งหนาน
“ใช่แล้ว ถ้าคุณขอโทษ เื่นี้ก็จะจบ!”
หลิวหย่งหนานมองชายสองคนราวกับมองคนปัญญาอ่อน พลางกลอกตาใส่พวกเขา
เขาหลับตาลง
แค่กลอกตาขาวก็เหนื่อยมากทีเดียว
หลิวหย่งหนานทำราวกับไม่ไว้หน้าอีกฝ่าย ทำให้เซียวหลานเดือดดาลจนทนไม่ไหว “นายรู้ไหมว่าพ่อฉันเป็ใคร ไม่คิดเลยนะว่านายจะกล้ายั่วโมโหฉัน!”
หลิวหย่งหนานยังคงไม่สนใจเธอเหมือนเดิม ทำเอาเซียวหลานโกรธจนกระทืบเท้า
ทันใดนั้น หลินเนี่ยนก็เปล่งเสียงขึ้น “พ่อเธอเป็ใครเหรอ บอกมาหน่อยสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่เลี้ยงลูกสาวให้เป็พวกทุนนิยมเต็มตัวอย่างเธอได้เนี่ย จะเป็นายทุนใหญ่หรือเ้าของที่ดินรายใหญ่กันแน่!”
“บอกให้ฟังหน่อยสิ เดี๋ยวลงรถแล้วฉันจะได้ไปถามคณะกรรมการดู”
เซียวหลานหันไปจ้องหลินเนี่ยน “เธอกล้านักนะ!”
หลินเนี่ยนหัวเราะเย้ยหยัน “เธอคอยดูแล้วกันว่าฉันจะกล้าไหม ว่าแต่เธอเถอะ กล้าบอกชื่อเสียงเรียงนามพ่อของเธอหรือเปล่า!”
“พ่อฉันคือ...”
“เซียวหลาน!”
คำพูดของเซียวหลานถูกขัดจังหวะ ชายหนุ่มที่ขัดจังหวะพูดกับหลินเนี่ยนว่า “สวัสดีครับ น้องสาวผมเดินทางไกลเป็ครั้งแรก ถ้ามีคำพูดไหนไปล่วงเกินคุณ โปรดอภัยด้วยนะครับ”
“ฉันไม่ใช่แม่เธอสักหน่อย ทำไมฉันต้องยกโทษให้ด้วย!”
เซียวหลานโพล่งขึ้นมาทันที “นี่เธอด่าฉันเหรอ! เธอชื่ออะไร ฉันจะให้พ่อฉัน...”
“เซียวหลาน!” เมื่อชายหนุ่มลากเธอกลับมาก็ส่งสายตาเตือนหนึ่งที จากนั้นชายหนุ่มอีกสองคนก็ไล่คนที่อยู่เตียงล่างอีกคนออกไป แล้วกดเซียวหลานนั่งลงไป
“เธอนอนเตียงล่าง ส่วนเตียงบนฉันนอนเอง!”
เซียวหลานโวยวาย “ฉันไม่นอนเตียงล่าง เตียงล่างมีคนเคยมานั่งมากมายขนาดนั้น สกปรกจะตาย!”
หลายคนที่เคยนั่งเตียงล่างก่อนหน้านี้ และยังเดินไปไม่ไกล “...”
“นี่คุณหนูใหญ่ของนายทุนบ้านไหนมาอยู่ปนกับทีมปฏิวัติเนี่ย”
“นั่นสิ พอถึงสถานีต่อไป ต้องไปถามคณะกรรมการดูแล้ว!”
“ใช่ ๆ จะให้เด็กเหลือขอของเหล่านายทุนกับเ้าของที่เศรษฐีเก่ามารังแกเหล่าประชาชนผู้มีเกียรติไม่ได้!”
เมื่อสองสามคนนี้โวยวายขึ้นมา คนอื่นก็คล้อยตามกันไปอย่างรวดเร็ว
ยุ่งเื่คนอื่นเพราะไม่กลัวบานปลาย ทุกคนจึงโวยวายกันดุเดือดมากขึ้น
เซียวหลานเดือดดาลจนทนไม่ไหว ที่บ้านมีใครกล้าทำแบบนี้กับเธอบ้าง คนพวกนี้ล้วนเป็พวกคนปลิ้นปล้อนทั้งนั้น!
งี่เง่า!
เมื่อเห็นเื่ราวเริ่มลุกลามใหญ่โต ชายหนุ่มทั้งสามต่างก็เอ่ยปากอธิบายว่า “ขอโทษครับทุกคน น้องสาวผมแค่ฐานะทางครอบครัวดี ไม่ใช่ครอบครัวนายทุนใหญ่ แล้วก็ไม่ใช่ครอบครัวเ้าของที่ดิน”
“พวกเราเป็ยุวชนที่ตอบสนองคำเรียกร้องให้ไปชนบทเท่านั้น”
“เธอเพิ่งเคยจากบ้านเป็ครั้งแรกก็เลยกลัวนิดหน่อย ก็เลยเลือกคำพูดไม่ถูกจนล่วงเกินทุกท่าน ผมชดใช้ให้ทุกท่านที่นี่แทนเธอก็สิ้นเื่แล้วไม่ใช่เหรอครับ!”
พูดจบเขาก็พูดกับสื่อเหอผิงว่า “เหอผิง นายแบ่งขนมที่เราเอามาจากบ้านให้ทุกคนหน่อย”
สื่อเหอผิงรีบเปิดห่อผ้าใบใหญ่ จากนั้นหยิบขนมออกมาแบ่งให้คนในตู้โดยสาร
แบ่งไปด้วยพลางพูดโน้มน้าวไปด้วย เหล่าผู้คนจึงหยุดโวยวาย
สื่อเหอผิงเหงื่อตก ไม่รู้เป็เพราะร้อนใจหรือเพราะหวาดกลัวกันแน่
เมื่อแบ่งมาถึงหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนาน ทั้งสองไม่แม้แต่จะชายตามอง
ทั้งสามคนมองหน้ากัน สองคนนี้ไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะเด็กสาวคนนี้ ปัญหานี้เธอก่อขึ้นมาด้วยคำพูดไม่กี่คำ!
ชายหนุ่มที่เป็ผู้นำพูดกับทั้งสองคนว่า “คุณทั้งสองคนครับ ขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ ผมต้องขอโทษคุณทั้งสองแทนน้องสาวของผมด้วย!”
พูดจบก็โค้งคำนับให้ทั้งสองคนทีละคน
หลิวหย่งหนานกับหลินเนี่ยนต่างไม่แยแสเขา เขาเองก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ หันกลับไปเก็บกระเป๋าสัมภาระต่อ
เซียวหลานที่กลืนความโกรธนี้ลงไปไม่ได้พลันกลอกตาหนึ่งที จากนั้นลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ฉันไม่นอนเตียงล่าง ฉันจะนอนเตียงบน!”
พูดจบเธอก็สวมรองเท้าแล้วปีนขึ้นไปยังเตียงชั้นสามซึ่งเป็เตียงบนสุดของฝั่งหลินเนี่ยน มิหนำซ้ำยังจงใจห้อยขาลงมาจากเตียง แกว่งไปแกว่งมาทางฝั่งศีรษะของหลินเนี่ยน
หลินเนี่ยน “!!!”
นี่มันการกระทำของคนชั้นต่ำชัด ๆ!
“นี่! พวกคุณจะจัดการเธอไหม?” หลินเนี่ยนะโต่อว่าชายหนุ่มทั้งสาม
เซียวหลานจ้องไปยังสามหนุ่มด้วยสายตาคล้ายกับกำลังเตือน ไม่รอให้ทั้งสามคนเอ่ยปาก เธอก็พูดขึ้นอย่างทะนงตน “ฉันอยู่เตียงนี้แล้วจะทำไม ฉันจะทำอะไรก็ได้ หรือว่าจะให้เตะเธอดี”
หึ!
เป็ไงล่ะยัยเด็กเหลือขอ!
คิดจะต่อกรกับฉันงั้นเหรอ
สงสัยจะอยากตายจริง ๆ สินะ!
[1] ขโมยไก่ไม่ได้ยังเสียข้าวอีกกำมือ หมายถึง ฉวยโอกาสไม่สำเร็จยังขาดทุนอีกต่างหาก