ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 30 : ไม่ชอบขี้หน้า

    “หน้าที่ 15 กบฏอาน-สื่อ เป็นเหตุการณ์ลุกขึ้นกบฏที่เกิดเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถังของจีน ซึ่งนำกลุ่มกบฏโดย อันลู่ซาน และ สื่อสือหมิง เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นเพื่อแย่งชิงสิทธิ์การปกครองแผ่นดิน นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนของราชวงศ์ถัง.......” เฉิงหยู่ ยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ แถมการพูดนั้นคล่องแคล่วฉะฉานราวกับว่าไม่ได้ท่องจำมาจากในหนังสือ มีบางคนพยายามหยิบหนังสือเพื่อที่จะอ่านตามในสิ่งที่ เฉิงหยู่ พูด ทำให้พวกเขารู้ว่าสิ่งที่ เฉิงหยู่ พูดอยู่นั้น ถูกต้องตามหนังสือทุกถ้อยคำและตัวอักษร


    ไม่ใช่แค่ เหยานา ที่ตกตะลึงแต่นักเรียนทุกคนในชั้นก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ด้วยเพราะไม่อยากจะเชื่อว่า เจ้าคนที่เอาแต่โดดเรียน พอก็อยู่ในห้องก็หลับ? กลับมีความสามารถในการเรียนขนาดนี้


    เหยานา ยืนดูหนังสือในมือตัวเองด้วยสภาพตกตะลึงจนตาค้าง ขณะฟัง เฉิงหยู่ สาธยายเรื่องราวประวัติศาสตร์ภายในหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน นะ..นี่มัน… น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ทำไมถึงจำรายละเอียดในหนังสือได้แม่นขนาดนี้ แม้แต่ระดับครูชั้นผู้ใหญ่ก็ยังทำไม่ได้เลย


    จากนั้น เหยานา ก็หยิบหนังสือวิชาการเมืองขึ้นมาอีกเล่มหนึ่ง แล้วก็ถามถึงอีกหน้าหนึ่ง ผลสุดท้าย เฉิงหยู่ ก็ร่ายออกมาราวกับกระสุนปืนกล จากสิ่งที่เขาพูดออกมาทั้งหมดนั้น ทำให้ เหยานา สามารถยืนยันได้แล้วจริงๆว่า เฉิงหยู่ จดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหนังสือได้อย่างชัดเจน


    “พอแล้วๆ เธอเป็นฝ่ายถูก ฉันเชื่อแล้วว่าสอบครั้งนี้เธอทำด้วยตัวเอง คำพูดของฉันก่อนหน้านี้ที่ทำให้ เฉิงหยู่ ต้องเสียความรู้สึก ครูขอโทษจริงๆ หวังว่าเธอจะให้อภัยครูนะ ” พูดจบ เหยานา ก็กล่าวขอโทษ เฉิงหยู่


    เหยานา ก็ไม่ใช่คนที่จะกลัวการเผชิญหน้าต่อความผิดพลาด ทั้งยังพูดออกมาต่อหน้าคนมากมาย แล้วทุกๆคนยังได้เห็นถึงความสามารถของ เฉิงหยู่ อีกด้วย ดังนั้นการขอโทษเขาจึงไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามด้วยนิสัยที่เป็นคนกล้าทำกล้ายอมรับทำให้ เหยานา ซื้อใจนักเรียนในห้องได้อยู่หมัด


    หลังจากนั้นนักเรียนในห้องก็พากันปรบมือ เนื่องจากเห็นด้วยกับการกระทำของคุณครู นอกจากนี้ยังแสดงความยินดีกับ เฉิงหยู่ ที่สามารถโต้ตอบข้อกล่าวหา และล้างความผิดตนเองได้อย่างถึงพริกถึงขิงแบบนี้


    “เฉิงหยู่ เธอมากับฉันที่ห้องพักครูที” เสียงปรบมือเงียบลง จากนั้น เหยานา ก็กล่าวกับ เฉิงหยู่ แล้วเดินออกจากห้องเรียนไป


    เมื่อเห็น เฉิงหยู่ เดินตามเหยานาออกจากห้องไป ทำให้ทุกคนต่างคาดเดาต่างๆ นานา ว่า เหยานา จะตอบโต้ เฉิงหยู่ ต่อเรื่องนี้อย่างไร? แต่ก็นี่มันเร็วไปแล้ว ซึ่งครูก็ไม่น่าจะใช่คนแบบนั้น


    เป็นไปได้หรือไม่ว่าคุณครูรู้สึกหลงใหลในพรสวรรค์ของ เฉิงหยู่ ที่ถูกเปิดเผยออกมา จึงคิดยอมพลีกายให้แก่เขา? ถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พวกเขาก็หวังว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ขึ้นสวรรค์ มีคุณครูสาวสวยมาพลีกายให้แบบนี้บ้าง!


    เมื่อเห็นหนังสือกองบนเริ่มตรงหน้า เขาก็นึกไปถึงคำกล่าวโบร่ำโบราณที่ว่า ‘มีหนังสือเหมือนมีทอง มีตำราเช่นดั่งหยกงาม’ แต่ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลย?


    เฉิงหยู่ เดินเข้าไปในห้องพักครูชั้น มัธยมปลายชั้นปีที่ 3 ด้านในประกอบด้วยโต๊ะทำงานสี่ตัว อาจจะเป็นโต๊ะของครูประจำชั้นมัธยมปลายชั้นปีที่ 3ทั้งสี่ท่านก็เป็นได้


    เฉิงหยู่ เดินไปที่โต๊ะของ เหยานา “ครูเหยา เรียกผมทำไมครับ” ต่อหน้าครูประจำชั้นมัธยมปลายชั้นปีที่ 3ทั้งหลาย เฉิงหยู่ ก็ไม่สามารถทำตัวน่าเกลียดต่อหน้า เหยานา ได้


    “ฉันแค่อยากจะรู้ว่า เธอสามารถใช้เวลาตั้งมากมายนั่งท่องหนังสือพวกนี้ แล้วทำไมไม่ยอมตั้งใจเรียนล่ะ?” เหยานา ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ในเมื่อสามารถเสียเวลาตั้งมากเพื่อท่องหนังสือ แต่ทำไมไม่ยอมที่จะตั้งใจเรียนสักนิด วันๆก็เอาแต่โดดเรียน ขาดเรียนบ้าง กลับก่อนเวลาบ้าง


    “ครูเหยา ผมดูเหมือนคนที่ต้องเสียเวลาไปกับการอ่านมากขนาดนั้นเลยหรอ” เฉิงหยู่ พูดแบบยิ้มๆ


    “ไม่ใช้เวลามาก? งั้นเธอใช้เวลานานแค่ไหน?” เหยานา ไม่เข้าใจความหมายของ เฉิงหยู่


    “ถ้าจะพูดก็ใช้เวลาทั้งหมดราวๆสองวัน” เฉิงหยู่ ทำท่าคิด ดูเหมือนว่าวันแรกเขาจะตอนเช้า และอีกวันในตอนบ่าย จริงๆก็น่าจะแค่วันเดียว แต่เพื่อไม่ให้ดูเวอร์เกินไป งั้นก็เอาเป็นว่าสองวันแล้วกัน


    “อะไรนะ! สองวัน? เธอท่องทั้งหมดนี่ภายในสองวันงั้นหรือ?” เหยานา พูดด้วยความประหลาดใจ นี่มันจะเก่งเกินไปหรือเปล่า ใช้เวลาสองวันในการท่องจำหนังสือพวกนี้เนี่ยนะ


    เฉิงหยู่ นั้นมอง เหยานา ราวกับว่าเป็นคนงี่เง่าคนหนึ่ง จากนั้นก็จ้องไปที่หน้าอกของเธอ คำพูดที่ว่า ผู้หญิงอกใหญ่ มักไร้สมอง ดูเหมือนว่ามันจะใช้ได้กับผู้หญิงทุกคนซะแล้ว เมื่อวานก็ หานเสวี่ย วันนี้ก็ เหยานา


    ที่ตัวเองพูดยังไม่เข้าใจอีกไง ก็บอกไปแล้วว่าใช้เวลาท่องสองวัน เธอก็มัวแต่พูดหนังสือเล่มนี้ๆอยู่ได้ ผู้หญิงพวกนี้มักจะชอบคิดเองเออเองเกินไปล่ะมั้ง พวกเธอคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก แล้วโลกต้องหมุนรอบตัวเธอรึไง?


    “สายตานั้นมองอะไร?” พอเห็น เฉิงหยู่ จ้องมาที่หน้าอกของตนเอง เหยานาก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ


    “คือผมมีอะไรแปลกใจนิดหน่อย”


    “แปลกใจอะไร?”


    “ขนาดหน้าอกของผู้หญิงนี้ เกี่ยวข้องกับแรงโน้มถ่วงโลกไหมครับ?”


    “เจ้าเด็กคนนี้ ทำไมถึงใช้วาจาหยาบคายแบบนี้กับครู ไร้มารยาท เจ้าคนชั้นต่ำ!” เหยานา กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ครูชายอายุราวๆยี่สิบแปดปี ที่นั่งอยู่ด้านหลัง เหยานา ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน


    “คุณคือ?” เฉิงหยู่ มองครูหนุ่มคนนั้นแล้วก็เอ่ยถาม


    “อะไรนะ? ไม่รู้จักฉันงั้นเหรอ? ฉันเป็นครูประจำชั้น มัธยมปลายชั้นปีที่ 3 ห้อง 1 แล้วก็ยังเป็นครูหัวหน้าแผนก มัธยมปลายชั้นปีที่ 3 ไงล่ะ ” ครูหนุ่มพูดอย่างภาคภูมิใจ ห้องหนึ่งนั้นเป็นห้องท็อปสุดของระดับ นั้นแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดของครูประจำชั้น อายุเพียงยี่สิบแปดนั้นก็ขึ้นหัวหน้าระดับชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 แล้วถือว่าไม่ง่ายเลย ระดับชั้นมัธยมปลายปีที่ 3นั้นถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน ถ้าหากว่าผลการสอบดี ก็ยิ่งส่งเสริมเกียรติให้กับโรงเรียน


    ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่นั้นเป็นเพราะลุงของเขาซึ่งเป็น รองผอ. ของโรงเรียนนี้ก็ตาม แต่ก็พูดได้ว่าเพราะตัว เหอเจี้ยน เองก็มีบทบาทและความสามารถอยู่เช่นกัน ไม่อย่างนั้นโรงเรียนจะไม่มอบหน้าที่สำคัญแบบมีให้ เพียงเพราะลุงของเขาเป็น รองผอ. และนี้ก็เป็นบทบาทที่เด่นชัดของ เหอเจี้ยน ต่อโรงเรียน


    และ เหยานา ที่นั่งอยู่ด้านหน้า เป็นเป้าหมายที่มันกำลังตามจีบอยู่ ครูประจำชั้น มัธยมปลายปีที่ 3ห้อง3 คนเก่านั้นเป็นหญิงสูงอายุ และครูประจำชั้นที่เหลือก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน แล้วก็อายุสามสิบกว่าขึ้นไปทั้งนั้น


    คิดไม่ถึงว่าครูประจำชั้นห้องสามนั้นจะเกษียณตัวเองก่อนอายุเพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ ทางเบื้องบนก็ได้ส่งหญิงสาวที่หน้าตาสวยมาทำหน้าที่นี้แทน ก็ดังคำที่ว่า ‘สวรรค์ได้ประทานสาวงามลงมา’ และนี้ก็เป็นโอกาสที่ตัวเองนั้นจะคว้าหญิงงามนี้ไว้! แล้วมันจะปล่อยให้แม่เทพธิดาหลุดมือไปได้อย่างไร?


    เพราะฉะนั้นเมื่อเห็น เหยานา พานักเรียนหนุ่มมาที่ห้อง ความสนใจของเขาก็จดจ่ออยู่ที่คนทั้งสองทันที คิดไม่ถึงว่าเจ้าหนุ่มนี่จะกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าตน ดังนั้นจึงต้องการแสดงแสนยานุภาพของตนเอง ทำให้อีกฝ่ายอกสั่นขวัญแขวนในอำนาจแห่งครูหัวหน้าแผนก แต่เจ้าหนุ่มกลับไม่สนใจตนเอง แถมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำมาตัวเขาเป็นใคร?


    ดังนั้นจึงประกาศศักดาของตนเอง เตรียมพอรับสีหน้าแสนหวาดกลัวและตกตะลึงของ เฉิงหยู่


    “ไร้มารยาท คนชั้นต่ำ? น่าขำ ฉันคิดว่าทั้งโรงเรียนนี้คงไม่มีใครไร้ยางอายชั้นต่ำเท่ากับนายอีกแล้ว ” แค่ประกาศชื่อโง่ๆ พวกนั้นแล้วคิดว่า เฉิงหยู่ จะกลัวงั้นเหรอ โลกนี้ช่างแปลกประหลาดเสียจริง บังอาจมาพูดจาหยิ่งผยองต่อหน้าตัวเขา ช่างอวดดีแท้ ทั้งที่เป็นแค่มนุษย์ชั้นต่ำไม่ควรค่าแก่การใส่ใจใดๆ


    “เจ้าเด็กนี่ กล้าพูดแบบนี้กับครูงั้นเหรอ ดูเหมือนจะไม่อยากอยู่ในโรงเรียนนี้แล้วสินะ!” พอได้ยิน เฉิงหยู่ พูดอย่างนั้น เหอเจี้ยน ก็โกรธจนปากสั่น ที่มาดูถูกชื่อเสียงของตนเอง ทั้งๆที่ชื่อนี้พ่อแม้ให้มา ไม่สามารถเปลี่ยนได้มั่วๆ ดังนั้น เขาจึงเกลียดคนที่พูดถึงชื่อของเขาอย่างผิดๆ แถมยังพูดต่อหน้าหญิงสาวที่ตัวเองหมายปองอีก มันลูบคมมันกันแบบนี้ เห็นทีคงปล่อยไปไม่ได้


    “หัวหน้าเหอ อย่าโมโหไป นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น หวังว่าคุณจะไม่ถือสาเด็กนะคะ” พอเห็น เหอเจี้ยน โมโหแล้ว เหยานา ก็กังวลว่าจะเกิดเรื่องใหญ่กับ เฉิงหยู่


    “ก็ได้! วันนี้เห็นแก่หน้าของ คุณเหยานา ฉันจะไม่ถือสานาย แต่นายจะต้องขอโทษฉัน ที่บังอาจปากพล่อย” ได้ฟังที่ เหยานา พูด เหอเจี้ยน ก็รู้สึกภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น ในใจชื่นมื่นราวกับอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ แล้วก็หันไปพูดกับ เฉิงหยู่


    เฉิงหยู่ ไม่ได้สนใจ โดยเฉพาะคนจำพวกที่เขาติดเครื่องหมาย X กากบาทไว้อย่างเจ้าบ้าด้านหน้า ส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่สนใจพวกนี้แม้แต่น้อย ดังนั้นจึงหันไปพูดกับ เหยานา ว่า “ ครูเหยา เรื่องอะไรหรือเปล่า? ถ้าไม่มีอะไร ผมจะผมขอตัวกลับห้องเรียนก่อน”


    “ หือ? เอาล่ะๆนายกลับไปก่อนเถอะ” พอเห็น เฉิงหยู่ ทำท่าไม่แยแสต่อเหอเจี้ยน เหยานา ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ แล้วปล่อยให้เขากลับห้องเรียนไปก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหากันอีก


    พอเห็น เฉิงหยู่ เดินออกไปโดนเมินเฉยตัวเอง เหอเจี้ยนก็เลือดขึ้นหน้าทันที “หยุดเดี๋ยวนี้! นายไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง? ขอโทษมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะประจานให้ทั่วโรงเรียนไปเลย ”


    รู้ไหมว่าอะไรในโลกนี้ที่ทำให้คุณเสียหน้ามากที่สุด?


    นั้นก็คือคนที่อยู่ตรงหน้าเมินเฉยต่อสิ่งที่คุณจะทำไงล่ะ!


    แล้วอะไรที่ทำให้คนอับอายมากที่สุด?


    เมื่อคุณกำลังจะจัดการอีกฝ่าย แต่ฝ่ายตรงข้ามทำเป็นไม่สนใจไงล่ะ


    แล้วรู้ไหมว่าอะไรโง่เขลาที่สุดในโลก ?


    นั้นก็คือคุณพยายามข่มขู่คนอื่นทั้งที่ตนเองไม่ได้มีอำนาจ แถมอีกฝ่ายยังไม่สนใจด้วย!


    และ เหอเจี้ยน ก็กำลังเผชิญสิ่งเหล่านี้อยู่ ดังนั้น เขาจึงกำลังโดน เฉิงหยู่ ทำให้ขายขี้หน้า ทำให้อับอาย แล้วทำให้เขากลายเป็นไอ้โง่คนหนึ่ง


    เหอเจี้ยน ร้องตะโกนตามไล่หลัง เฉิงหยู่ ที่กำลังเดินออกจากห้องพักครูไป เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจ เหอเจี้ยน ก็กําหมัดแน่น หน้าเขียวเพราะความโกรธ แล้วก็ตะโกนเสียงดังลั่นออกมาว่า “ นี่มันไม่เห็นหัว ไม่เห็นหัวกันเกินไปแล้ว เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ครูเหยา ห้องของคุณสอนเด็กให้เป็นแบบนี้หรือ?”


    “ พอได้แล้ว หัวหน้าเหอ จะโทษ ครูเหยา ก็ไม่ถูกนะ ปัญหาของนักเรียนในตอนนี้อีก 2 เดือนต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เด็กบางคนอาจจะก้าวร้าวบ้างเป็นธรรมดา คุณก็อย่าก็ไปใส่ใจมากนักเลย” ในเวลานั้นมีครูสาวอีกคนลุกขึ้นพูด


    ความจริงแล้ว ในห้องนี้มีบางคนที่ไม่ชอบขี้หน้าหัวหน้าชั้นหนุ่มคนนี้สักเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีความสามารถบ้าง แต่ก็ชอบโอ้อวดมากเกินไป แล้วยังมาทำ อวดเบ่งไปซะทุกที่ บวกกับมีลุงเป็นรองผอ. ยิ่งทำให้อวดเบ่งมากขึ้นไปอีก


    แล้วยังเคยได้ยินมาว่า เหอเจี้ยน ชอบเหล่เด็กผู้หญิง แถมยังชอบทำท่าหื่นกามใส่เด็กนักเรียนผู้หญิงอีกด้วย เรื่องวันนี้แม้จะไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่ใครๆ ก็รู่ว่าเขาพยายามไล่ตื๊อ เหยานา อยู่


    ดังนั้นเลยต้องการโอ้อวดตัวเองต่อหน้าคนอื่น ใครจะไปคิดว่าเด็กนักเรียนคนนี้จะไม่ไว้หน้าเขาเลย?


    เมื่อเห็น เหอเจี้ยน หน้าแตกยับเยิน ในใจก็สะใจเล็กน้อย เพราะรู้อยู่แล้วว่าเหอเจี้ยนต้องการอวดเบ่งต่อหน้าครูเหยา ดังนั้นจึงข่มขู่นักเรียน สำหรับพวกเขาแล้ว การกระทำนี้ปราศจากเกียรติของคนเป็นครูไร้ยางอายยิ่งกว่า


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ ที่คุณอ่าน