Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่64 วั่งซูแสดงฝีมือ (1)

    ไม่ว่าจะเป็นหวังลี่หรือจื่อหงส์กระทั่งเย่ฉวนพวกเขาที่ซึ่งเป็นผู้กุมอํานาจยักใหญ่ของมาเก๊าเอาไว้ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่

     

    อีกอย่างมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนดูแล้วน่าจะแข็งแกร่งเช่นชายชราจะมารับใช้ไอ้อ้วนนี่?

     

    ล้อกันเล่นแล้ว!

     

    พวกซุยหมิงก็อํ้าอึ้งไปใครจะไปคิดล่ะว่าผ่านมาแค่เจ็ดวันเจ้าอ้วนจะเปลี่ยนไปขนาดนี้

     

    “ฉันน่ะคือบอสของเขาดังนั้นถ้าพวกคุณมีอะไรก็มาถามฉันนี่ อย่าได้ลดตัวลงไปถามคนรับใช้อย่างนั้น!’’รู้ตัวว่าทุกคนกําลังสงสัยเรื่องอะไร เทาก้านก็แสยะยิ้มหยิ่งทะนงก่อนมาเขาได้เตรียมใจและแผนการแสดงละครเอาไว้แล้วซึ่งการที่เป็นบอสของคาสิโนเขาก็ต้องเล่นให้สมบทบาทเพราะอย่างนั้นจะชิวอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเพิ่มความหยิ่งยโสและจองหองเข้าไป

     

    ซึ่งนั่นน่ะวั่งซูสอนเขาล้วนๆ!

     

    “...’’ ใบหน้าของสามตระกูลใหญ่ล้วนเหยเก

     

    เรื่องจริงรึเนี่ย?

     

    นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง!

     

    ทุกคนในตอนนี้แทบไม่เข้าใจเลยว่าทําไมคนอย่างชายชราถึงได้ลดตัวลงไปรับใช้ไอ้อ้วนที่ดูหยิ่งยโสเสียขนาดนั้น

     

    “เป็นไปไม่ได้ฉันจําแกได้ แกเป็นพวกลูกน้องของบริษัทระดับล่าง!’’ด้านหวังชาวเย่ที่จดจําชายอ้วนได้ก็เริ่มรู้สึกตัวเขามองอย่างดูถูกไปยังอีกฝ่ายในทันที

     

    “คุณกรุณาระวังปากของคุณด้วยบอสเทานั้นคือบอสของเรา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน!’’วินาทีนั้นหลินไห่ผู้ซึ่งอยู่ในฐานะลูกน้องของเทาก้านก็ได้ก้าวออกมาถึงเขาจะได้ยินว่าชายคนนี้เป็นผู้ใช้กําลังภายในแล้ว แต่การที่มีลุงหูอยู่นั่นทําให้เขาไม่กลัว เพราะอย่างไรซะหากว่ากันตามตรง

     

    ในที่นี่ลุงหูน่าจะแข็งแกร่งที่สุด!

     

    เพราะอย่างนั้นยังจะมีอะไรให้เขากลัวอีก?

     

    “นายเป็นใคร?’’เห็นคนมาใหม่ที่ดูแล้วเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นจิ่ว หวังชาวเย่ก็ขมวดคิ้วสําหรับเขาแล้วนอกจากมู่หลิน คนอื่นเขาก็ไม่สนใจ ดังนั้นไม่ว่าจะยังไงหากกล้าต่อกรกับเขา พวกมันจะได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งอันใหม่!

     

    “ผมหลินไห่!ก็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นจิ่ว!’’ หลินไห่ยืนตรงจ้องหน้าไปอย่างไม่เกรงกลัวก่อนเสริมต่อ“อีกอย่างบอสเทานั้นได้รับการยอมรับจากปรมาจารย์มู่หากคุณมีอะไรไม่พึงพอใจคุณก็ไปพูดกับเขาได้!’’

     

    จากการที่คุกตัวอยู่กับเทาก้านและหูเฟิงมานับเจ็ดวันหลินไห่ก็ได้รับรู้เรื่องราวสําคัญมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการที่สามตระกูลใหญ่ให้การช่วยเหลือแก่ชายหนุ่มเพราะอย่างนั้นถึงเขาจะยังโกรธอีกฝ่ายอยู่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากใช้ชื่อของอีกฝ่าย

     

    “ปรมาจารย์มู่!’’ได้ยิน หวังชาวเย่ก็ชะงักไป

     

    หวังลี่และหวังเจี้ยนก็เหมือนกันพวกเขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าชายคนนี้มีความสามารถอันน่าทึ่งดังนั้นพวกเขาจึงตะหนักได้ในทันทีว่าไอ้อ้วนนั่นก็แค่ฉากบังหน้าแต่แท้จริงคนที่คุมคาสิโนน่ะคือ มู่หลิน!

     

    ปรมาจารย์มู่คนนั้นยังไงล่ะ!

     

    “โอ้ฉันว่าเลิกพูดถึงเรื่องนี้กันดีกว่า ไหนๆก็เป็นงานเลี้ยงงั้นมาสนุกกันให้เต็มที่’’เย่ฉวนที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีก็ออกตัว

     

    “โอเค’’ทุกคนก็ไม่ได้พูดมาก พวกเขาล้วนพยักหน้าเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกัน

     

    “จื่อหลิงเป็นไงบ้าง?’’มุมๆหนึ่ง หวังชาวเย่เดินไปหาหญิงสาวด้วยท่าทางระมัดระวังเขากลัวว่าหากทําเหมือนทุกทีเดี๋ยวจะโดนตวาดหน้าชากลับมาได้

     

    “ก็ดี’’จื่อหลิงยิ้มหวาน เนื่องจากเมื่อตอนกลางวันตอนที่เธอไปซื้อของและได้พบกับชายหนุ่มการเดทครั้งนั้นมันจึงยังทําให้เธอมีความสุขอยู่ สุขเป็นอย่างมากเพราะอย่างนั้นเมื่อเธอนึกถึงมันเธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มหวาน

     

    เห็นอย่างนั้นหวังชาวเย่ก็เข้าใจผิดนึกว่าหญิงสาวยกโทษให้แล้วเขาจึงยิ้ม “งั้นเรามาเต้นรํากันสักเพลงไหม?’’

     

    “ไม่!’’ทันใดนั้นรอยยิ้มหวานบนใบหน้าของหญิงสาวพลันหายไปเธอหันมาจ้องเขม็งไปที่หวังชาวเย่อย่างไม่ใยดี“อย่าคิดว่าแค่นายเป็นผู้ใช้กําลังภายในขึ้นมาแล้วจะเก่งนะ เพราะงั้นอย่าฝันหวาน!’’

     

    ในสายตาของจื่อหลิงหวังชาวเย่ก็แค่เพื่อนคนหนึ่ง ซํ้ายังไม่ได้สนิทมากอีกด้วยและแม้อีกฝ่ายจะกลายเป็นรุ่นเยาว์คนแรกในสามตระกูลใหญ่ที่เป็นผู้ใช้กําลังภายในเธอก็ไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย

     

    เพราะคนที่เธอสนใจน่ะก็คือมู่หลิน!

     

    เพราะงั้นหวังชาวเย่ก็อย่าได้หวัง!

     

    “เอ่อ…’’คิดไม่ถึงว่าจะเจออีแบบนี้ หวังชาวเย่ก็หน้าชา

     

    “ฮ่าๆๆๆๆหวังชาวเย่นายหัดยอมแพ้บ้างเถอะ’’ เย่หลงที่เห็นก็เดินเข้ามาถึงเขาจะรู้สึกตกใจที่อีกฝ่ายกลายเป็นผู้ใช้กําลังภายในแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทําให้ความสนิทของพวกเขาลดลงเลย

     

    “ฮึ่ม!’’หวังชาวเย่แค่นเสียงอย่างเย็นชา เขาไม่ยอมแพ้หรอกไม่ว่ายังไงก็ตาม

     

    “ไหนๆก็ไหนๆแล้วเรามาดวลกันสักหน่อยเป็นไง?’’ เย่หลงไม่ใส่ใจและยิ้มให้ เขาต้องการรู้ว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของหวังชาวเย่มีมากขนาดไหนแล้ว

     

    “ก็ดีฉันจะได้ทดสอบความแข็งแกร่งใหม่ด้วย’’ เนื่องจากเก็บตัวมานานหวังชาวเย่จึงอยากทดสอบฝีมือเหมือนกัน เขาจึงได้เดินตามอีกฝ่ายไปยังใจกลางลานกว้าง

     

    “น่าสนุกดีนะให้ผมร่วมด้วยคนสิ!’’ หลินไห่ที่เห็นก็สนใจเข้าร่วมด้วยเพราะถึงยังไงเย่หลงก็มีความแข็งแกร่งในขั้นเดียวกับเขาเขาจึงคิดว่ามันไม่น่าเป็นปัญหาอะไรดังนั้นคนที่เขาต้องเอาจริงด้วยน่ะคงเป็นกับหวังชาวเย่มากกว่า

     

    “ได้สิ!’’เย่หลงพยักหน้า ในสายตาของเขาชายหนุ่มคนนี้ก็ดูมีความสามารถพอตัว การเพิ่มอีกฝ่ายเข้ามามันจึงเพิ่มความสนุกให้แก่การดวลไม่น้อย

     

    หวังชาวเย่ก็เห็นด้วยเพราะยิ่งคนยิ่งคนเยอะ การที่เขาเอาชนะพวกมันได้นั่นก็จะทําให้จื่อหลิงเริ่มเห็นค่าในตัวเขามากขึ้น

     

    “โอ้การประลองรุ่นเยาว์งั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่!’’จื่อหงส์ที่อยู่กับพวกหวังลี่และหูเฟิงที่เห็นพลันยิ้มเขาเองก็รู้สนใจหวังชาวเย่ที่มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน

     

    “หึๆยังไงชาวเย่ของฉันก็ต้องชนะอยู่แล้ว!’’ หวังลี่หัวเราะหึๆมันเป็นไปไม่ได้ที่คนอื่นๆจะเอาชนะหวังชาวเย่ในตอนนี้ แม้จะช่วยกันก็ตาม

     

    “แต่ผมคิดว่าไม่นะ!’’วินาทีนั้น เสียงหูเฟิงก็ดังขึ้นส่งผลให้ทั้งสองคนและเย่ฉวนที่ยังไม่ได้พูดอะไรต้องหันไปมอง เพราะในสายตาของพวกเขาชายชราคนนี้อาจมีความแข็งแกร่งที่ยากจะหยั่งถึง!

     

    “ทําไมล่ะคุณหู?’’เย่ฉวนเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ เขาก็คิดเหมือนกันว่าหวังชาวเย่ต้องชนะมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะแพ้

     

    แล้วทําไมชายชราคนนี้ถึงได้ยิ้มอย่างมั่นใจขนาดนั้น?

     

    ท่ามกลางสายตาจับจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมั่นใจของหูเฟิงค่อยๆส่งสายตาไปทางเด็กหนุ่มคนหนึ่ง“ก็คนที่จะชนะน่ะ...จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา!’’

     

    เขา!

     

    เด็กหนุ่มคนนั้นน่ะนะ?

     

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน