[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    135 การกลับมาของแอนเดอร์สัน

    “หืม พี่ 7 จากตระกูลอีเดสตายแล้วอย่างนั้นเหรอ”


    แอนเดอร์สันย่นคิ้ว เขาไม่นึกว่าในช่วงที่ตัวเองหายไปพี่ชายของเขาจะเล่นงานกันหนักกว่าที่คิดจนมีพี่ของเขาตายไป นอกจากพี่ 7 ที่ตายยังมีพี่ 9 จากตระกูลอัลเลนอีกด้วยและที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นคือ ตระกูลอีเดสของพี่ 7 ที่ตกตายกลับเข้าร่วมกับพี่ 3 ทันทีที่แพ้  ตระกูลอัลเลนของพี่ 9 ก็ได้ประกาศเข้าร่วมกับพี่ 1 ตระกูลเฟอร์เรอร์เช่นเดียวกัน ด้วยการที่พี่ 0 และพี่ 3 ได้กองกำลังของตระกูลหลักไปถึง 2 ตระกูลนั้นส่งผลให้งานของเขายากขึ้นไปอีก


    “เล่นกันถึงตาย แสดงว่าในช่วงที่เราปลดล็อกพรพี่ของเรามีการปะทะกันเกิดขึ้นเงียบๆสินะ ถึงได้ปะทุขึ้นมาในช่วงที่เราเปิดโอกาสให้ ส่วนพี่ 6 ก็..”


    แอนเดอร์สันมองดูข้อมูลพี่ 6 ทำให้เขายิ้มได้เพราะพี่คนนี้ยังไม่ตายแม้จะพ่ายแพ้หลังจากปะทะกันกับพี่ 5 ถึงจะบอกว่าปะทะกลับไม่ได้มีการเข้าห้ำหั่นกันเลยสักครั้งเดียว สาเหตุที่ไม่ได้สู้กันเนื่องมาจากว่าแอนเดอร์สันทำให้พี่ 6 สูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้ที่เข้าร่วม จนทำให้กลุ่มอำนาจที่ถูกเขาสั่นคลอนด้วยเรื่องการฆ่าปิดปากตระกูลเวลเลสและตระกูลโจชัวถอนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว จนพี่ 6 ปิดตัวอยู่ภายในบ้าน ไม่ออกไปไหนและมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สหพันธ์เคลื่อนไหวออกกฎเข้มงวดทำให้นายน้อยฆ่ากันในเมืองไม่ได้อีกต่อไป พี่ 6 ของเขาจึงรอด


    “พี่คนอื่นบุกไปฆ่ากันถึงบ้าน แล้วทำไมพี่ 5 ไม่ทำบ้างล่ะ”


    แอนเดอร์สันไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ 5 ถึงไม่บุกเข้าไปในบ้านตระกูลแลนเซอร์เพื่อจัดการกับพี่ 6 ในช่วงที่สหพันธ์ยังไม่เคลื่อนไหวเพราะพี่คนอื่นๆก็ทำกัน แต่เมื่อเขาลองนึกไปถึงเรื่องพิษที่ตระกูลแลนเซอร์ครอบครองเอาไว้นั้น เขาก็เข้าใจได้ว่าพี่ 5 คนจะพยายามป้องกันไม่ให้คนของเขาตายเพราะพิษที่ไม่สามารถทราบได้ว่ามันถูกใช้งานอย่างไร


    ในตอนนี้พี่ 6 ไม่เหลือคนหนุนหลัง ทำเพียงหลบอยู่ภายในตระกูลแลนเซอร์ ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ กลายเป็นตระกูลที่ถูกเล่นงานทุกทางเหมือนตระกูลเฟียร์ แต่ตระกูลแลนเซอร์กลับแข็งแกร่งกว่าเพราะสามารถหาทางทำเงินจากสหพันธ์ส่วนกลางได้ทุกครั้งที่มีการขอให้ตระกูลหลักช่วย นอกจากจะได้รับการคุ้มกันแล้วยังสามารถหาของจากการล่ากับสหพันธ์ได้อีกด้วย  ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังมีธุรกิจหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องให้ตระกูลใดช่วยเหลือ ธุรกิจนั้นก็คือคาสิโน ด้วยสิ่งนี้ทำให้ตระกูลแลนเซอร์อยู่ได้โดยไม่ถูกบีบบังคับให้ออกล่าเหมือนตระกลูเฟียร์


    “สรุปแล้วเหลือ 6 คนสินะ”


    แอนเดอร์สันปิดข้อมูลนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ลงไป จากข้อมูลตอนนี้พี่น้องของเขาเหลือทั้งหมด 6 คนด้วยกัน คนแรกคือพี่ 1 ที่ไม่ได้ต่อสู้เลยสักครั้งในช่วงที่เขาหายไป 1 เดือน พี่ 3 พี่ 4 พี่ 5 และพี่ 6 ส่วนคนสุดท้ายคือแอนเดอร์สัน


    “เดี๋ยวนะพี่ 1 ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีแล้วอย่างนั้นเหรอ”


    แอนเดอร์สันมองข้อมูลอีกชุดที่ซื้อมา มันเกี่ยวกับความคืบหน้าของพี่ชายแต่ละคน ตอนนี้เขารู้สึกกลัวพี่ 1 นอกจากจะไม่ได้เสียกำลังคนไปกับการต่อสู้ 1 เดือนที่เขาหายไปแล้วยังได้กองกำลังเพิ่มจากกลุ่มอำนาจที่พ่ายแพ้มาเข้าร่วมอีกและที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือตอนนี้พี่ 1 สามารถก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปได้แล้วด้วยการผสานร่างกายกับมังกรได้ 100 %


    “ผสานร่าง นี่เหรอวิธีการที่ใช้ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี แล้วมันผสานยังไง”


    แอนเดอร์สันลองท่องเข้าไปในโลกอินเทอร์เน็ตเขาอยากรู้ว่าการผสานร่างทำได้อย่างไร ทันใดนั้นเขาก็เลิกค้นหาข้อมูลก่อนเพราะตอนนี้ข้อมูลที่เขาต้องการเดินทางมาหาเขาแล้วหลังจากสายลมบอกเขาให้รู้ว่าผู้หญิงที่เคยยื่นข้อเสนอให้กับเขา เดินทางเข้ามาในมิสเทอรี่และเหมือนจะมีเป้าหมายในการมาหาเขาโดยเฉพาะ


    “สวัสดีค่ะนายน้อย 11”


    “สวัสดีคุณฮันน่า” การมาของฮันน่าไม่ได้ทำให้แอนเดอร์สันตกใจ ในโลกที่หูตาของตระกูลหลักกว้างไกลแล้วยิ่งมีการจับกลุ่มอำนาจมากมายนี้อีก ไม่แปลกที่การปรากฎตัวของเขาจะไปถึงหูของเธอเร็วแบบนี้จนรีบเดินทางมาหา


    “ฉันมาส่งสิ่งของที่ต้องเป็นของคุณเหมือนที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า”


    แอนเดอร์สันมองไปยังกล่องสีดำภายในมือของเธอที่ยื่นมาให้ เขาจึงลงมือเปิดมันเพราะระบบไม่ได้แจ้งเตือนถึงอันตรายก่อนจะพบว่ามีของไม่กี่อย่างอยู่ในกล่อง


    “ข้างในกล่องมีตั๋วปลอดภัย 1 เดือน คุณสามารถขอเวลาปลอดภัยจากนายน้อย 1 ได้เป็นเวลา 1 เดือนค่ะ”


    “จากเดิมเราคุยกันไว้ว่าที่ปลอดภัยมันจะต้องปลอดภัยจากทุกอย่างไม่ใช่เหรอ”


    แอนเดอร์สันยิ้มเล็กน้อยหลังจากรู้ว่าข้อเสนอที่อีกฝ่ายให้มีการเล่นลิ้นจนมันเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตามตั๋วใบนี้ก็นับว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง หากว่าสงครามครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นถ้าเขาใช้งานมัน อาจจะเป็นโอกาสดีที่พี่ 1 จะหันไปฆ่าคนอื่นก่อนที่จะเป็นเขา


    “และยังมีเอกสารเกี่ยวกับตระกลูเฟียร์ทั้งหมด ใคร ทำอะไร ที่ไหน รวมไปถึงผู้ที่ลงมือฆ่าตระกูลเฟียร์”


    “ให้ช้าไปนะ”


    “ตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะเพิ่มยาเพิ่มพลังเวทย์สะสม 100 ปีให้ ข้างในกล่องมีเช่นกันค่ะ”


    แอนเดอร์สันหยิบยาขึ้นมาดูด้วยเวทย์ตรวจสอบก่อนจะถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายเล่นลิ้นกับเขาอีกแล้ว ยาเพิ่มพลังเวทย์สะสม 100 ปีที่ให้มามีผลข้างเคียงถึง 60 % หากใช้ไปแล้วต้องนอนป่วยเป็นเดือนอย่างแน่นอน ถึงอย่างนั้นเขาก็มีวิธีใช้งานมันจากความรู้ในเรื่องการทำยาของเอลฟ์


    “สุดท้ายเป็นวิธีการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีที่เราได้ตกลงกันไว้ค่ะ”


    “ลืมอะไรไปหรือเปล่า” แอนเดอร์สันยังไม่รับข้อมูลสุดท้าย จากที่ตกลงกับเธอเอาไว้เขาสามารถยืมกองกำลังของพี่ 1 ได้จำนวน 1 ครั้ง อย่างไรก็ตามเธอกลับบอกว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้แล้วเพราะความช่วยเหลือไม่ได้มาจากแอนเดอร์สันทั้งหมด การ์ดชีวิตที่แอนเดอร์สันมอบให้ มันเป็นการ์ดที่ได้จากไอรีนที่ส่งต่อให้อีกทอดหนึ่งทำเอาแอนเดอร์สันถอนหายใจออกมากับพี่ชายที่ไม่สามารถรักษาข้อเสนของตัวเองได้สักอย่าง ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงรับวิธีการก้าวข้ามระดับ 900 มาอ่านเช่นเดิม


    “มีแค่นี้ใช่ไหม”


    “ค่ะ”


    แอนเดอร์สันกวาดตาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการผสานร่างที่พี่ชายของเขาส่งมาให้ตามข้อเสนอเพื่อแลกกับการ์ดชีวิต 1 ใบ ปรากฎว่าวิธีการผสานร่าง จำเป็นต้องใช้กับมังกรหรือมอนสเตอร์ระดับสูง พวกมันจะใช้สัญชาตญาณมอบวงเวทย์ผสานให้กับผู้ที่มันยอมรับ 


    แอนเดอร์สันที่อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้มอนสเตอร์ยอมรับข้อมูลที่เขาได้มากลับหมดลงไปแล้ว จนเขาถอนหายใจเพราะสิ่งที่แลกเปลี่ยนมันเป็นการแลกเปลี่ยนแบบส่งๆ ขอแค่ทำตามข้อตกลงก็เพียงพอแล้ว แอนเดอร์สันที่ได้ตรวจสอบของทุกอย่างเขารู้สึกเหมือนถูกหักหลังจากการแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามเขากลับยังคงยิ้มแล้วกระทืบเท้าลงไปบนพื้นดิน จนทำให้ฮันน่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ 


    “เอาล่ะ เธอคงรู้แล้วสินะว่าการมาหาฉันอาจจะถูกฉันฆ่าก็ได้เพราะสิ่งที่อยู่ในกล่องมันเป็นการให้ที่กระจอกมาก”


    ฮันน่าไม่ตอบเธอทำเพียงแค่มองแอนเดอร์สัน ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าแอนเดอร์สันมีเวทย์ตรวจสอบที่หาได้ยาก เธอต้องนำเรื่องนี้กลับไปรายงานเพราะแอนเดอร์สันจะกลายเป็นตัวอันตราย การมีเวทย์ตรวจสอบก็เท่ากับมีตาที่ 3 มันสามารถตรวจสอบหาสิ่งต่างๆที่ดวงตามองไม่เห็นได้ สามารถตรวจสอบพิษในอาหาร มองเห็นกับดักเวทย์ และอื่นๆอีกมากมาย


    “เอาล่ะ เธออยากจะรอดชีวิตไหม หากอยากรอดพูดกับฉันแค่เรื่องเดียว ฉันอยากรู้ว่าการผสานร่างกับมอนสเตอร์มันคืออะไร ทำได้ยังไง แล้วมีข้อจำกัดอะไรไหม เธอจะไม่ตอบก็ได้นะ ฉันมีเวลาว่างมากพอที่จะนั่งที่นี่หลายวัน”


    แอนเดอร์สันเอนตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้สาธารณะปล่อยให้ฮันน่ายืนนิ่งต่อไปจากคำสาป กระทั่งผ่านไป 10 นาทีเขาก็ได้ยินเสียงพูดของเธอ


    “การผสานร่างเป็นหนึ่งในวิธีการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี มันไม่ใช่วิธีที่ทำได้ง่ายเพราะมอนสเตอร์ไม่มีทางจะสร้างเวทย์ผสานให้กับมนุษย์ ส่วนวิธีทำให้พวกมันพอใจจนสร้างเวทย์ผสาน ไม่มีใครยอมอธิบายให้ชัดเจนแต่ละคนก็ใช้วิธีต่างกัน บางคนใช้วิธีเลี้ยงมอนสเตอร์ระดับสูงเหล่านี้จนพวกมันแข็งแกร่งแล้วใช้ความผูกพันธ์ให้มันสร้างเวทย์ผสาน 


    บางคนใช้วิธียื่นข้อเสนอที่อีกฝ่ายรับได้ แต่ถ้าใช้วิธีทรมานเพื่อให้พวกมันสร้างเวทย์ผสานมีโอกาสล้มเหลวถึง 90 % เพราะมอนสเตอร์มันจะใช้เวทย์ผสานในตอนที่มันใกล้ตาย จึงมีนักเวทย์น้อยมากที่ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปได้”


    “แล้วอัตราการผสานล่ะ ที่บอกว่าพี่ชายของฉันผสานร่างได้ 100 % หมายความว่ายังไง”


    “อัตราผสานจะอยู่ที่ 10 % 20 % 30 % ไปจนถึง 100 % การผสานในที่นี้หมายถึงการรับเอาพลังของมอนสเตอร์ที่ใช้เวทย์ผสานมาใช้งาน 10 % คือใช้พลังของมันได้ 10 %”


    “งั้นก็หมายความว่าพี่ชายของฉันใช้พลังของมังกรเพลิงได้ 100 % เลยใช่ไหม”


    “ค่ะ” แอนเดอร์สันตกใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้กลัวมากเพราะคิดว่าพี่ 1 คงไม่ลงมือในเร็วๆนี้


    “แล้วที่บอกว่าการ์ดชีวิต 1 ใบที่แลกไป นำเอาไปใช้กับนักเวทย์ 1,000 ปี ผลเป็นยังไงบ้างล่ะ”


    การที่แอนเดอร์สันถามถึงเรื่องนี้ก็เพราะเขามีความรู้สึกตะหงิดใจกับการ์ดชีวิต 1 ใบที่ให้ไปเพราะกลัวว่ามันจะไม่ได้นำไปใช้กับนักเวทย์ 1,000 ปีแต่ถูกนำไปใช้กับมังกรเพลิงแทน


    “การ์ดใช้ได้ดีค่ะ ตอนนี้นายน้อย 1 ได้รับสืบทอดเวทย์สำเร็จแล้ว”


    “อืม ฉันดีใจด้วยว่าแต่ นักเวทย์ 1,000 ปีคนนั้นเขาเป็นใครกัน พอจะบอกได้ไหมเพราะฉันก็มีข้อมูลตระกูลเฟอร์เรอร์อยู่”


    แอนเดอร์สันนำแผนผังตระกูลเฟอร์เรอร์ขึ้นมาเปิด ภายในนี้มีการบอกอายุของสมาชิกประจำตระกูลรวมไปถึงบอกวันเวลาการตายของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว


    “นักเวทย์ 1,000 ปีชื่อ เบรียทีสค่ะ เขาเป็นปู่ทวดของนายน้อย 1 ที่หลบซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ด้วยการอ้างว่าตนเองตายไปแล้ว”


    “โห เธอเล่นแบบนี้เลยเหรอ เอางั้นก็ได้ ชายที่ใช้การ์ดชีวิตไปแล้วน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 ปี ฉันอยากจะเจอเขาช่วยฉันหน่อยได้ไหมล่ะ”


    “ไม่ค่ะเพราะหลังจากที่ถ่ายทอดเวทย์ให้นายน้อย 1 เสร็จผู้อาวุโสก็สิ้นใจ”


    “เหรอ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจังเลยนะ” แอนเดอร์สันแสดงท่าทางตลกออกมา


    “ แต่เธอรู้ไหมฮันน่า เธอน่ะเป็นคนเก่ง”


    แอนเดอร์สันลุกขึ้นมานั่งพลางบิดขี้เกียจ คำชมของเขาที่พูดออกไป แม้ฮันน่าจะยังคงใบหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิมและรู้ถึงวิธีการปรับน้ำเสียงและซ่อนแววตาเอาไว้ เขาที่ผ่านผู้ต้องหามามากมาย มันกลับทำให้เขารู้ว่าเธอโกหกเกี่ยวกับเรื่องนักเวทย์ 1,000 ปี


    “นักเวทย์1,000 ปี ที่เธอพูดถึงน่ะ มันไม่มีตั้งแต่แรกแล้ว เธอคิดจะหลอกฉันหรือไงกัน ถ้าให้ฉันเดาเรื่องโกหกที่เธอแต่งขึ้นก็เพื่อที่จะทำให้ฉันมีความคิดในการมอบการ์ดชีวิตที่ง่ายกว่าเดิมใช่ไหมในตอนมายื่นข้อเสนอ เพราะถ้าบอกว่าจะแลกเปลี่ยนการ์ดเพื่อไปใช้กับมังกรเพลิง ฟังดูแล้วมันยากที่จะแลกเปลี่ยนได้”


    แอนเดอร์สันพูดสิ่งที่เขาคิดออกมาทั้งหมด อย่างไรก็ตามฮันน่ายังคงนิ่งเช่นเดิม ไม่มีอาการตกใจกับการคาดการณ์ของแอนเดอร์สันเลยสักนิด แต่การที่เธอเลือกที่จะนิ่งไม่โต้แย้งก็ทำให้เขารู้ว่า เรื่องนักเวทย์ 1,000 ปี เป็นเรื่องโกหก ส่วนเรื่องมังกรเพลิงเป็นเรื่องจริง


    “จากที่เธอพูดมาทั้งหมด ถ้าฉันเดาไม่ผิด มังกรคงไม่ยอมสร้างเวทย์ผสานใช่ไหม และมันก็ไม่น่าจะพึ่งถูกจับมาด้วย น่าจะถูกจับมาหลายสิบปีแล้วจนอายุขัยของมันใกล้จะหมดลง พี่ของฉันจึงยื่นข้อเสนอบางอย่างเพื่อแลกกับสิ่งที่มันต้องการ”






     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน