“หล่อนไปทางไหน?” คุณหลวงภัสดาถามคุณหลวงธรรมธร ด้วยความร้อนใจ
“ทางโน้น” คุณหลวงธรรมธรชี้ไปทางที่เรือของเกตุแก้วแจวออกไปคุณหลวงภัสดาไม่รอช้า รีบแจวเรือออกไปทันทีโดยไม่ได้ล่ำลาเจ้าของเรือนแม้แต่คำเดียวขณะเดียวกันกับที่บ่าวในเรือนของคุณหลวงธรรมธรวิ่งมานั่งคุกเข่ารายงานนอบน้อม
“คุณหลวงขอรับคุณหญิงเนื่องทองมาขอพบขอรับ” คุณหลวงธรรมธรขมวดคิ้วสงสัยร้อยวันพันปีไม่ค่อยจะไปมาหาสู่กันแล้ววันนี้คุณหญิงเนื่องทองมาถึงเรือนตั้งแต่ไก่โห่มีธุระอะไรสำคัญนักรึ...
คุณหลวงธรรมธรหันมาพยักหน้าตอบรับกับบ่าวของตน พลางลูบไปที่คางบริเวณที่โดนคุณหลวงภัสดาต่อยเมื่อสักครู่ก่อนจะเดินนำบ่าวที่มารายงานออกไปจากศาลาริมน้ำ
ทางด้านของคุณหลวงภัสดาก็แจวเรืออย่างรวดเร็วจนกระทั่งเห็นเรือเล็กๆลำหนึ่ง เขาจำได้ทันที รีบจ้ำแจวเข้าไปหาเรือนั้นอย่างรวดเร็วเกตุแก้วที่มุ่งหน้าจะไปวัดเพื่อไปทำบุญและฟังเทศฟังธรรมให้สบายใจก็ต้องตกใจเมื่อมือใหญ่เอื้อมมาจับไม้พายของเธอเอาไว้หญิงสาวหันไปมองทันทีแล้วก็ต้องตกใจทำอะไรไม่ถูกเงอะงะไปหมดด้วยอายเรื่องเมื่อคืนบวกกับไม่อยากจะเจอหน้าคนต้นเรื่องในตอนนี้จึงสะบัดไม้พายออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายด้านคุณหลวงภัสดาก็ไม่ยอมทั้งสองยื้อยุดกันไปมาจนคุณหลวงภัสดาเสียหลักตกน้ำไม้พายกระเด็นไปอีกทาง เกตุแก้วตกใจด้วยสัญชาติญาณกลัวว่าคุณหลวงจะได้รับอันตรายจึงรีบเอื้อมมือไปทางชายหนุ่ม
“จับมืออิฉันไว้เจ้าค่ะคุณหลวง”เพราะความเป็นห่วงจึงลืมเรื่องเมื่อคืนเสียสิ้นคราวนี้พอได้ทีคุณหลวงจอมเกเรก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ เอื้อมมือไปจับมือหญิงสาวที่ตอนนี้ได้ชื่อว่า‘เมีย’ อย่างเต็มตัว เมื่อจับมือเกตุแก้วได้ก็กระชากหล่อนจนพลัดหล่นจากเรือมาอีกคนเกตุแก้วตกใจรีบทรงตัวในน้ำ แต่เมื่อรู้ว่าโดนแกล้งก็ยิ่งไม่พอใจไปกันใหญ่หล่อนตีเข้าที่แขนเขาอย่างโมโห
“เล่นอะไร ไม่เข้าท่า” เผลอดุอย่างลืมตัว ก่อนออกคำสั่งเสียงดุ
“ปล่อย!” แต่คนถูกดุกลับทำหูทวนลมไปเสียนี่ยังแอบคิดเวลาหล่อนโมโหช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
“หล่อนจะไปไหน? ฉันไม่ให้หล่อนไป!” คุณหลวงกอดเอวเกตุแก้วเอาไว้แน่นไม่ให้ว่ายน้ำหนี เกตุแก้วพยายามจะแกะมือออกแต่มือของเขากลับรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
“หล่อนเป็นเมียฉันแล้วหล่อนจะไปไหนไม่ได้ ถ้าอยากไปไหนบอกฉัน ฉันจะพาหล่อนไปเอง” เป็นการออกคำสั่งที่ทำเอาคนฟังแก้มแดงฉ่าไปถึงไหนๆเกตุแก้วใช้มือลูบหน้าเพราะน้ำเข้าตาเข้าจมูกอีกอย่างก็เพื่อแก้เขิน คุณหลวงเห็นก็รีบช่วยด้วยการลูบหน้าจัดผมหล่อนให้เรียบร้อย เกตุแก้วปัดมือเขาออกแต่ไม่จริงจังเพราะสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้อยู่แล้ว
“อิฉันจะไปวัดอยากไปฟังธรรมให้จิตใจสงบ สักพักก็จะกลับไม่ได้จะไปไหน” ตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองคุณหลวงภัสดาค่อยคลายใจ คิดว่าหล่อนจะหนีเขาไปเสียแล้ว
“อยากไปวัดรึ?” ถามอีกครั้ง เกตุแก้วพยักหน้า
“ฉันจะพาหล่อนไปเอง” เกตุแก้วส่ายหน้าปฏิเสธ
“อิฉันไปคนเดียวเองได้เจ้าค่ะ”แต่คุณหลวงหาฟังไม่ พอดีกับมีเรือชาวบ้านผ่านมา คุณหลวงจึงขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่าเมียของเขาพลัดตกน้ำเขาจึงรีบมาช่วยเอาไว้ เกตุแก้วหยิกแขนคุณหลวงเข้าให้นึกหมั่นไส้ที่พูดอยู่ได้คำว่า ‘เมีย’ เนี่ยไม่รู้รึว่าทำให้หล่อนอายจนแทบจะมุดน้ำหนี
ขณะเดียวกัน บนเรือนของคุณหลวงภัสดา สำรับข้าวปลาอาหารถูกตั้งไว้เรียบร้อยแต่ลำเภายังกินไม่ลงเธอเดินไปเดินมากระวนกระวายเพราะผู้เป็นพี่ชายยังไม่กลับหนำซ้ำพี่เกตุแก้วก็หายไปจากเรือนตั้งแต่เช้าก็ยังไม่กลับอีกเช่นกันทำเอาลำเภาอยู่ไม่ถูกด้วยความเป็นห่วงทั้งคู่ แต่สักพักทั้งสองคนก็เดินขึ้นเรือนมาในสภาพเปียกปอนโดยมีบ่าวเดินตามมาสองสามคน ลำเภาเห็นรีบเดินเข้าไปถามความทันที
“คุณพี่...” สายตาสำรวจไปที่คนทั้งสอง
“ทำไมเปียกปอนมากันแบบนี้เจ้าคะ?”คุณหลวงภัสดาเดินเข้ามาหาผู้เป็นน้องสาวยิ้มๆเกตุแก้วเลี่ยงไปผลัดผ้าในห้องของเธอ
“เดี๋ยวพี่มาไปผลัดผ้าก่อนน้องรอสักครู่นะ” คุณหลวงหันมาพูดกับลำเภาแล้วหายเข้าไปในห้องของตัวเองสักพักก็ออกมาพร้อมขึ้นนั่งบนสำรับที่บ่าวจัดเตรียมไว้ให้ ลำเภาถามทันที เพราะยังไม่กระจ่างในเหตุการณ์ต่างๆ
“ไปเจอกันได้ยังไงเจ้าคะ? แล้วทำไมตัวเปียกกลับมาทั้งคู่?” คุณหลวงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยนึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแม่เกตุแก้ว
“ก็แค่บังเอิญเรือของแม่เกตุแก้วคว่ำพี่ผ่านไปเห็นพอดีเลยไปช่วยหล่อนน่ะ ไม่มีอะไรดอก” คุณหลวงตอบเสียงเรียบลำเภานั่งมองพี่ชายกินข้าวแล้วพูดขึ้นลอยๆ
“พี่เกตุแก้วเป็นคนดีน้องสนิทใจกับพี่เกตุแก้ว ถ้าคุณพี่ไม่ได้ชอบพอผู้หญิงบ้านไหน แต่คุณพี่ชอบพอพี่เกตุแก้วน้องก็ยินดีที่จะรับพี่เกตุแก้วเป็นพี่สะใภ้นะเจ้าคะ” ลำเภาพูดเรียบๆผู้เป็นพี่ชายฟังเงียบๆ
“แต่น้องไม่ชอบเลยถ้าพี่เกตุแก้วไม่เต็มใจแล้วคุณพี่ไปบังคับขู่เข็ญมันเหมือนเราเอาเปรียบเขา ไม่เห็นคุณค่าเขาเลยระวังเถอะเจ้าค่ะสักวันเขาจะหนีจากเราไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง” คราวนี้คุณหลวงชะงักมือที่กำลังกินข้าวทันทีน้ำเสียงลำเภาดูจริงจังเพราะอยากให้พี่ชายรู้ใจตัวเองและลดทิฐิในใจตน
“ถ้ารักก็ควรบอกหรือไม่ก็แสดงออกเสียบ้างนะเจ้าคะนี่ถ้าเป็นน้อง ป่านนี้หนีไปอยู่กับคุณหลวงธรรมธรเสียให้รู้แล้วรู้รอด” พูดแล้วก็หัวเราะเบาๆ หนักไปทางเยาะเสียมากกว่า คุณหลวงสีหน้าปั้นยาก พลางเอ็ดน้องสาวแต่ไม่ได้จริงจังนัก
“เป็นหญิงคำพูดคำจากริยาอาการให้มันงามหน่อย จะออกเรือนอยู่รอมร่อ” ด้านคนถูกดุทำเป็นกินข้าวสงบเสงี่ยมแต่ไม่วายยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ในหน้า ผู้เป็นพี่ชายอดหมั่นไส้ไม่ได้ สองพี่น้องกินข้าวครู่หนึ่งคุณหลวงภัสดาก็สั่งน้องสาว
“ลำเภาประเดี๋ยวไปหาผ้าผ่อนของน้องสำหรับใส่ออกงานให้พี่หน่อยนะ” ลำเภาได้ยินก็ชะงัก
“คุณพี่จะเอาผ้าน้องไปทำอะไรเจ้าคะ”ถามขึ้นเพราะสงสัย คุณหลวงภัสดาอ้อมแอ้ม
“พี่จะให้แม่เกตุแก้วนุ่งห่ม”ลำเภายังไม่หายสงสัย คราวนี้จ้องหน้ารอคำตอบ
“พี่จะพาแม่เกตุแก้วไปงานวัดคืนนี้”คุณหลวงตอบในที่สุด เขาอยากชดเชยในสิ่งที่พอจะทำให้หล่อนได้ลำเภายิ้มยินดีมิได้ต่อว่าหรือหวงแหนผ้านุ่งผ้าห่มของตน เพราะสำหรับพี่เกตุแก้วลำเภายินดียกให้เสมอ
“นังชุ่มเอ็งไปบอกไอ้กล้าให้เตรียมรถม้าให้ข้าด้วยคืนนี้ข้าจะไปงานวัด”คุณหลวงภัสดาหันไปสั่งชุ่มที่นั่งอยู่ห่าง จากหอนั่งพอสมควรชุ่มรีบรับคำก่อนจะลงจากเรือนไปตามคำสั่ง
ในภพชาติปัจจุบันวิญญาณของคุณหลวงภัสดายังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขามองหน้าเมขลา มือหนาเอื้อมไปจับมือข้างที่หล่อนสวมแหวนของเขาเอาไว้ก่อนเอ่ยขึ้น
“เหตุการณ์คืนนั้นมันคือที่มาของแหวนวงนี้ฉันพูดจาหวานซึ้งแบบใครเขาไม่ค่อยเป็นนัก แต่ฉันก็รักหล่อนอย่างจริงใจ” พูดจบก็ยกมือหญิงสาวขึ้นจูบเบาๆและด้วยความเย็นเฉียบจากสัมผัสอันไร้ชีวิตของคุณหลวง เมขลาลืมตาขึ้นทันทีพร้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“นั่นแน่... จะปล้ำกันอีกรึเปล่าคะ?”เมขลาทักเสียงแจ๋วทั้งที่ยังนอนหนุนตักคนนั่งบนหัวเตียงอยู่คุณหลวงขนาดเป็นผียังสะดุ้งตัวโยน เพราะเมขลาตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เลยทำเอาตกอกตกใจไปเสียหมด วิญญาณคุณหลวงรีบลุกจากเตียงเดินไปหยุดอยู่ที่ประจำคือที่ริมหน้าต่างสายตาเพ่งมองไปในความมืด
“จะพูดจะจาอะไรก็ให้ระวังเสียหน่อยหล่อนเป็นสาวเป็นนาง” เสียงบ่นอุบโดยไม่มองมาทางหญิงสาวทั้งอายทั้งกลัวเมขลาจะโกรธที่ในอดีตเขาคงจะไม่ดีเท่าไหร่นักในสายตาของหล่อน
“ที่บ้านฉันอย่างที่คุณหลวงทำกับแม่เกตุแก้วเขาเรียกว่ารวบหัวรวบหางน๊า...” เมขลาขึ้นเสียงสูงเป็นเชิงล้อเลียน คุณหลวงยิ้มเขินอาย ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้พูดจาแต่ละทีไม่ระวังคำเสียบ้างเลย
“ทำเป็นอ้างจะพิสูจน์แต่ที่จริงแค่อยากรู้ว่าเกตุแก้วรักตัวเองหรือไม่? ใช่ไหมล๊า...?”เมขลาไม่หยุด แซวต่อได้อีก วิญญาณคุณหลวงภัสดา ไม่ยอมหันกลับมามองทางหญิงสาวที่อยู่บนเตียงเพราะซ่อนความเขินอายเอาไว้นั่นเอง
“หลังจากคืนนั้น... เอ่อ...หล่อนโกรธฉันรึไม่?” คุณหลวงไม่ตอบแต่ถามอีกฝ่าย ด้วยเสียงตะกุกตะกักเมขลายิ้มรู้ทัน เธอเอ่ยขึ้นน้ำเสียงชัดเจน
“ผู้หญิงเราถ้าไม่รักไม่รู้สึกดีด้วยคงไม่ยอมง่ายๆ หรอกค่ะ ถ้าฉันไม่เล่นด้วย รับรองได้เลยว่าฉันจะไม่กลับมาให้คุณหลวงเห็นหน้าอีกคงจะหนีเตลิดไปอยู่กันกับคุณหลวงธรรมธรท่านนานแล้ว” ประโยคท้ายทำเสียงลากยาวลอยหน้าลอยตาคราวนี้คุณหลวงหันหน้ามาทันที เพราะฉุกคิดได้จากคำพูดของเมขลา
“แสดงว่าหล่อนก็...” แต่คราวนี้กลับเป็นเมขลาที่หน้าแดง ขึงตาดุใส่คนพูด
“หยุด” รีบห้ามเสียงดัง
“ไม่ต้องพูดต่อนะคะคุณหลวง”คุณหลวงภัสดายิ้มหน้าบาน ที่แท้หล่อนก็ปลงใจกับเขาด้วยนี่เองมิน่าตอนนั้นถึงได้รีบเอาผ้าไปคืนหลวงธรรมธรคุณหลวงภัสดาเพิ่งจะเข้าใจสิ่งที่แม่เกตุแก้วทำไปในครั้งนั้นก็เมื่อเวลาผ่านมาเกือบร้อยปีแล้วเขาช่างโง่จริง ขณะที่คุณหลวงกำลังอยู่กับความคิดของตัวเองเพลินๆคำถามของเมขลาก็กระชากเขาออกจากภวังค์ในทันที
“คุณหลวงคะ เรื่องนี้สำคัญกว่า”คุณหลวงภัสดาเข้าใจความหมายที่หญิงสาวกำลังจะพูดถึง
“เป็นยังไงบ้างคะ? ที่ตามรัศมีกับผู้ชายคนนั้นไป คุณหลวงได้ความว่ายังไงบ้าง? ฉันรอคุณหลวงอยู่ครึ่งค่อนวันก็เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวเลย” เมขลาถามน้ำเสียงจริงจัง คุณหลวงภัสดายืนนิ่งตัดสินใจในที่สุดก็เล่าทุกอย่างที่ได้เห็นได้ฟังมาให้เมขลารับฟัง...