
เครดิตภาพจาก https://unsplash.com
“ เอาล่ะ ถึงชั้นจะไม่รอดแต่เธอต้องชนะให้ได้ ยัยกระต่ายน้อย เพื่อช่วยผู้คนในดินแดนลี้บ ” แม้เด็กหนุ่มจะท้อแท้แต่เขาก็ดีใจที่อากิเนะกำลังเป็นฝ่ายคว้า จึงเปลี่ยนอารมณ์มาเชียร์แทนแต่ใจลึกๆกลับนึกสังหรณ์
“ และทำไม ชั้นถึงแอบคิดว่าพวกเราจะไม่รอดมันน่าจะมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่เหมือนกับบอสใหญ่ของเกมที่ปรากฏในตอนที่ตัวเอกคิดว่าตนชนะแล้ว ”
พอเวลาผ่านไป 5 นาที มาวินก็พบว่าตนไม่ได้คิดไปเองอากิเนะเริ่มเพลี่ยงพล้ำจริงๆ สุดท้าย เธอก็นอนแผ่หลา เพื่อรอให้มารผมขาวมาสังหาร
“ บ้าที่สุด เป็นแบบนี้ได้ยังไง ไม่นะอย่าทำแบบนั้น ” มาวินเริ่มคลั่ง เขาอยากรุดไปที่หน้าจอเวทมนตร์ขนาดยักษ์เพื่อหาทางออกจากที่นี่ แต่ก็ติดตรวนสีดำที่ผูกข้อมือ
“ หลุดซักทีสิโว้ย ไอ้โซ่บ้าชั้นจะไปช่วยยัยกระต่ายน้อย ”
มาวินรู้ซึ้งถึงทรวงว่าแค่พละกำลังของตนไม่อาจทำลายพันธนาการที่แข็งแกร่งแต่เขาก็เป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดจึงไม่พลาดที่จะลองพยายามอย่างไร้ประโยชน์
“ ฮึ่ม….หลุดสิโว้ยพลังของชั้นจงออกมาเดี๋ยวนี้ เอาให้เท่ให้เทพเหมือนลุงแกนดัล์ฟและยัยกระต่ายน้อยจะได้กระชากไอ้โซ่บ้าๆนี่ให้ขาดในทีเดียว ” มาวินตะโกนดัง ขณะที่เขากำลังสติแตกหูก็พลันได้ยินเสียงหัวเราะที่หวานใสของหญิงสาว
“ หึ หึ หึ…..”
“ เอ๊ะ! เมื่อกี้ มันคือเสียงอะไรใครหัวเราะ ” มาวินสงสัย แต่เมื่อนึกทบทวน ก็พบว่าที่นี่คือโลกแห่งจิตใจจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นใดได้ยังไง
“ ระ…หรือว่านะ…นั่นคือสะ…เสียงของผี” กายของเด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มสั่นเทาเพราะประจักษ์ว่าเหตุตรงหน้าไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญ ทว่า…..เสียงหัวเราะของหญิงสาวกลับดังขึ้นราวกับว่าขบขำเหลือประมาณ
“ หึ หึ หึ……”
แม้มาวินจะอ่อนแอต่อสสารที่ไร้ตัวตน(หรือเรียกสั้นๆว่า…กลัวผี) แต่ตนก็ยังอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน จึงกลั้นใจตอบกลับไป
“ ค..คุณคะ….รือผะ….ผีใช่มั้ยคุณพะ…พอจะช่วยผมดะ…ได้มั้ย ” (ตะกุกตะกักจนผมเริ่มรำคาญ)
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า……” คราวนี้เสียงหัวเราะแบบสุดเหวี่ยงถูกระเบิดออกมาแบบไม่คิดเก็บอาการ ประมาณว่าขำจนท้องแข็งมาวินเลยเริ่มขุ่นเคือง
“ มันจะหัวเราะไปถึงไหน หยุดซักทีสิฟะชั้นไม่ใช่ตลกคาเฟ่นะโว้ย ”
เหมือนคำภาวนาของมาวินจะศักดิ์สิทธิ์เพราะไม่กี่อึดใจ ก็มีเสียงของชายสูงวัยดังแทรกเข้ามา
“ หยุดหัวเราะได้เเล้ว ฟีเมร่าข้าจะเริ่มเข้าเรื่อง ”
มาวินยอมรับว่าเสียงนั้นทั้งทรงพลังและแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่สะกดให้เขาเอะไม่ออกแน่นอนว่าเสียงหัวเราะสดใสได้หายไปตามคำสั่ง ชายสูงวัยคนเดิมจึงเริ่มไถ่ถาม
“ เจ้าอยากได้พลังมั้ย ”
มาวินอยากตอบว่าต้องการสุดๆเพราะยัยกระต่ายน้อยและคนในดินแดนลี้ลับใกล้จะถูกมารร้ายสังหาร แต่แล้วเขาก็ฉุกคิด
“ เอ๊ะ! เหตุการณ์นี้เคยเกิดกับเรามาก่อนจากนั้นเจ้ามารร้ายก็หลุดออกมา หรือคราวนี้จะเป็นมันอีก ”
ประหนึ่งว่าเจ้าของเสียงปริศนาจะเข้าถึงความคิดของมาวิน จึงตอบกลับทันควัน
“ พวกข้าไม่ใช่มารร้ายที่แฝงในกายเจ้าแต่เป็นบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า อีกประการ พลังที่พูดถึงไม่ใช่สิ่งที่พวกข้าจะมอบให้ ทว่ามันอยู่ในตัวเจ้ามาตลอด ”
“ อืม….ประมาณว่าพลังแฝงเหรอ ” มาวินเอ่ยถาม
“ ใช่แล้ว ก็เหมือนพลังของโอคุยาสุกับเทพศาสตราต้องการมั้ย ข้าจะสอนวิธีใช้ให้ ” ชายสูงวัยเสนอตัว
“ โอเค ตกลง ว่ามาเลย ชั้นพร้อมจะทำทุกอย่าง” มาวินตะโกนดัง ทว่าเสียงปริศนากลับรั้งไว้ด้วยคำพูดนึง
“ แต่วิธีที่ข้าเสนอมันคือทางลัดที่อันตราย ถ้าบุคคลที่กระทำไม่กล้าแกร่งพอหรือไร้ความสามารถร่างกายและจิตใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ”
“ อึก…..” มาวินสะอึกความมั่นใจที่เคยมีอย่างเต็มเปี่ยม หดหายในพริบตา เพราะผลลัพธ์ที่ว่ามา ดูไม่โสภาเอาซะเลย
“ ว่ายังไง จะลองมั้ย ”ชายสูงวัยขอคำยืนยัน มาวินจึงเหม่อมองไปที่จอเวทมนตร์ขนาดใหญ่เขาเห็นสีหน้าที่เจ็บปวดของอากิเนะและท่าทางปลงตกของเทพศาสตรา จากนั้นก็ตัดสินใจ
“ เอาก็เอา ตายเป็นตายถ้าไม่กล้าเสี่ยง ชั้นก็เน่าคาหลุมนี้เหมือนกัน ไม่มีทางเลือกแล้ว จะให้ทำยังไงก็ว่ามาเลย ลุง ”
“ หึ หึ หึ ลุง……” เสียงหัวเราะที่สดใสของหญิงสาวหลุดออกมาอีกแล้วท่าทางเธอจะเส้นตื้นไม่ใช่น้อย ทว่าชายสูงวัยกลับไม่ใส่ใจ และเรียกบุรุษอีกคน
“ ไลดีนช่วยแนะนำเจ้าหนูคนนี้ที ”สิ้นคำของชายสูงวัย เสียงห้าวใหญ่ของบุรุษหนุ่มก็ดังกังวาน
“ ข้ามีนามว่า “ไลดีน”จะแนะนำให้เจ้ารีดพลังแฝงออกมา พร้อมมั้ย เจ้าหนู ”
“ เอ๊ะ! ชื่อของพี่ชายคนนี้คล้ายคาถาสายฟ้าในเกมดราก้อนเควสเลยส่วนพร้อมมั้ย ถึงบอกว่าไม่ ก็คงต้องลุยต่อล่ะนะ ” มาวินคิดในใจแต่เสียงห้าวใหญ่ของชายหนุ่มก็ดังกึกก้องเป็นเชิงรับรู้ กระแสแฝงแววยินดี
“ ดีมาก งั้นเตรียมรับคำแนะนำ ”
“ เฮือก…..” มาวินกลืนน้ำลายลงคอหลายเฮือกใหญ่ทั่วกายเริ่มเกร็ง เพราะลุ้นสุดตัว
“ ขั้นแรกก็หลับตาลง ”ชายเสียงห้าวส่งคำแนะนำแรก ซึ่งมาวินก็ทำตามทันที
“จากนั้นก็จินตนาการให้ลูกไฟขนาดใหญ่ปรากฏตรงหน้า ” บุรุษหนุ่มชี้แนะต่อทว่ามาวินเริ่มสงสัย
“ เดี๋ยวนะที่ว่าจินตนาการน่ะแค่ให้ปรากฏในความคิดหรือให้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ ”
บุรุษหนุ่มเสียงห้าวใหญ่นิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนตอบกลับ
“ ถ้าเป็นโลกแห่งจิตใจเจ้าสามารถทำให้มันปรากฏขึ้นมาได้จริง ลองดู ”
มาวินเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ลองทำตาม เพราะไม่มีทางเลือก ไม่ถึงอึดใจ ลูกไฟสีเขียวขนาดลำตัวก็ลอยอยู่ตรงหน้ามันแผ่รัศมีความร้อนจนเขารู้สึกได้
“ โย้….มันโผล่ขึ้นมาจริงๆด้วยเป็นไปได้ยังไง ”
“ ดีมากจากนั้นก็บังคับให้มันลอยเข้าไปในอกของเจ้า ”บุรุษหนุ่มเสียงห้าวสั่งความลำดับถัดไป โดยไม่สนท่าทางตื่นตระหนกจนเกินเหตุของมาวินแน่นอนว่าเจ้าตัวแสบย่อมมีปัญหาอีก
“ เดี๋ยวนะแล้วชั้นจะบังคับให้มันลอยเข้ามาในอกได้ยังไง อีกประการ ถ้ากองไฟโดนเนื้อหนังมิต้องเจ็บปวดเจียนตายเหรอ ”
“ ใช่เจ้าต้องเจ็บปวดจนอยากร้องขอความตายอย่างแน่นอน แต่ถ้าผ่านไปได้พลังแฝงที่กล้าแข็งก็จะเป็นของเจ้า ส่วนวิธีบังคับกองไฟก็แค่นึกให้มันลอยเข้าหาตัวเอง ” บุรุษหนุ่มตอบเด็ดขาด ประมาณว่า.....นายไม่มีทางเลือกอื่น
มาวินรู้สึกกลืนไม่เข้า คายไม่ออกเพราะถ้าทำตามคำแนะนำของบุรุษหนุ่ม ก็จะพบกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัส แต่ถ้าเมินเฉยมีหวังเน่าตายอยู่ที่นี่ และเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าสิ้นหวังของอากิเนะนายลิงก็ตัดสินใจ
“ เอาก็เอาวะ ลองเสี่ยงดูอีกที ”
มาวินทำตามที่บุรุษหนุ่มบอกนั่นก็คือพยายามนึกให้กองไฟเคลื่อนมาที่หน้าอก ซึ่งมันก็ลอยมาจริงๆ ทำให้นายลิงตกใจ
“ เอ๊ะ! มันขยับตามความคิดของเราทีนี้ก็….” มาวินอุทานเบาๆ ก่อนสั่งให้กองไฟสีเขียวพุ่งตรงมาที่หน้าอก
แรกเริ่มมาวินคิดว่าจะเจ็บแสบจนแทบร้อง เพราะโดนกองไฟที่ร้อนแรงแนบเนื้อ แต่เอาเข้าจริงๆกลับรู้สึกเย็นวาบ คล้ายถูกทาด้วยเจลแก้อักเสบ และทันทีที่มันผลุบหายเข้าไปกายทุกสิ่งก็กลับมาเป็นปกติ
“ เอ๊ะ! อะไรกัน มีแค่นี้เหรอไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย ” มาวินลองถามเจ้าของเสียงปริศนาทั้งหลายในใจนึกทบทวนว่าตนทำอะไรผิดไปรึเปล่า แต่ในวินาทีต่อมาเขาก็ต้องทรุดกายลงไปนอนคว่ำ
“ อั้ก….นะ…นี่มัน ”มาวินแทบจะกระอักโลหิต เพราะถูกความเจ็บปวดมหาศาลพุ่งจู่โจมมันเหมือนมีระเบิดจิ๋วนับร้อยฝังอยู่ในผิวหนัง ก่อนจะตูมขึ้นมาพร้อมกันเส้นเลือดเริ่มปูดโปนไปทั่วร่างกาย เหงื่อผุดออกมาไม่หยุดราวกับกำลังหมกตัวอยู่ในห้องซาวน์หน้าที่แสนอึดอัด
“ นั่นไง ความเจ็บปวดที่ต้องเจอทนรับมันจนกว่าจะหายไป ถ้าไม่ตายหรือตัวระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เจ้าจะได้รับพลังใหม่ หึหึ หึ ” คราวนี้เป็นฝ่ายชายสูงวัยพูดขึ้นมาบ้าง แต่มาวินเจ็บปวดจนพูดไม่ออกเลือดสีแดงฉานเริ่มผุดออกมาตามรูขุมขน
“ กร็อด…..บัดซบนี่มันความเจ็บปวดแบบไหนกัน ทำไมถึงมากมายมหาศาลแบบนี้มันเหมือนกับร่างของเรากำลังถูกเครื่องบดขนาดใหญ่บีบอัด ” มาวินได้แต่ครวญในใจจิตลึกๆมุ่งหวังให้พบกับความตาย เพราะทุกข์ทรมานจนแทบทนไม่ไหว แต่แล้วในวินาทีสุดท้าย เขาก็กลับมาเป็นตัวเอง
“ มะ…ไม่ยอม ตะ…ตั้งแต่เกิดมา เราไม่เคยยอมแพ้ต่อสิ่งใดครั้งนี้ก็เหมือนกัน ต้องข้ามผ่านมันไปให้ได้ ”
เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มหัวเขียวก็ค่อยๆหยัดยืน ใบหน้าที่ก้มต่ำเริ่มเงยขึ้นมาเผยให้เห็นเลือดแดงสดที่ชโลมจนโชก และในที่สุด ดวงตาเรียวเล็กก็พลันเบิกโพลงมีแสงไฟสีเขียวปรากฏอยู่ข้างใน ปากก็ร้องตะโกนสุดเสียง
“ ชั้นไม่มีวันยอมแพ้…..”
บังเกิดเปลวเพลิงสีเขียวผุดรอบกายของมาวิน พร้อมพละกำลังมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาและสิ่งนั้นก็ทำให้เด็กหนุ่มกระชากแขนจนหลุดจากโซ่ดำอย่างง่ายดาย ราวกับว่าเหล็กเวทมนตร์ที่พันธนาการเป็นเพียงพลาสติกใส
………………….
มารผมขาวง้างแขนไปข้างหลังเพื่อเตรียมทะลวงหัวใจของอากิเนะ แต่ไม่ทันได้แทงฝ่ามือลงไป ร่างกายก็ชะงักงันประหนึ่งมีบางสิ่งฉุดรั้ง
“เอ๊ะ! เราขยับตัวไม่ได้ แบบนี้หมายความว่าไง ” มารร้ายสงสัยอย่างแรงแน่นอนว่าทั้งเทพศาสตราและอากิเนะก็คิดแบบเดียวกัน ทั้งสามจึงได้แต่งงงวยไม่มีใครให้คำตอบได้
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
