Just For Love 1
“ฟาง ฟางจ๋า ช่วยพี่ด้วยนะ”
“พี่บีม...”
“เดี๋ยวพี่สอน นะ ๆ ช่วยพี่หน่อยนะ ไม่งั้นพี่แย่แน่ ๆ เลย คนไม่พอจริง ๆ ” เสียงที่กำลังอ้อนฉันตรงนี้เป็พี่สาวพี่เป็ลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง ที่จริงก็เปรียบเสมือนพี่จริง ๆ นั่นแหละ เพราะว่าฉันมาอยู่กับป้าอิ่มที่เป็พี่สาวแท้ ๆ ของแม่ั้แ่เด็ก ส่วนแม่ของฉันท่านเสียไปแล้วล่ะป้าเล่าว่าหลังจากที่แม่พาฉันกลับมาหาป้า แม่ก็ป่วยและเสียไป ส่วนคนเป็พ่อฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็ใครอยู่ที่ไหน หน้าตาเขาฉันก็ไม่เคยเจอและจนถึงตอนนี้ฉันก็ไม่คิดที่อยากจะเจอหรือรู้จักเขาเลยสักนิด
“ป้าอิ่มช่วยหนูด้วย” ฉันเอ่ยร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เป็ป้าทันที เมื่อเห็นว่าป้ากำลังเดินออกจากครัวพร้อมกับอาหารน่าทาน
“บีมอย่าบังคับน้อง” ป้าอิ่มเอ่ยดุพี่บีม
“แม่จ๋า คนไม่พอจริง ๆ นะ งานนี้เงินดีด้วยนะ ฟางช่วยพี่หน่อยนะ”
“แลกกับอะไรดีคะ?” ฉันมองพี่บีมอย่างเ้าเล่ห์ คนถูกมองหรี่มองกลับมาทั้งยังถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ตุ๊กตาเป็ดโง่สองตัวใหญ่”
“ตกลงค่ะ!”
“ฮา ๆ ๆ เสียรู้น้องแล้วแม่ว่า” ป้าอิ่มหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินฉันตอบตกลง
“ฮา ๆ ๆ ป้าเป็พยานนะคะ พี่บีมบอกจะซื้อให้สองตัวใหญ่ ๆ ” ฉันยิ้มขำให้พี่สาวที่สนิทก่อนจะแยกกันไปนั่งที่เก้าอี้และทานมื้อเย็นด้วยกัน งานที่พี่บีมขอร้องให้เข้าไปช่วยคือไปเป็ผู้จัดการดาราหรือศิลปิน ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าพี่บีมดูแลใครอยู่ แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยเข้าไปช่วยดูแลบ้างเป็ครั้งคราวเวลาคนไม่พอ
“แล้วจะให้เข้าไปช่วยตอนไหนคะ”
“พรุ่งนี้เลย”
“เร็วจัง”
“มีงานแทรกเข้ามาน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจ็ดโมงออกจากบ้านพร้อมพี่เลยนะ” พี่บีมบอก
“ได้เลยค่ะ”
หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงตอบตกลงง่าย ๆ แบบนี้ ฉันน่ะเรียนปีสุดท้ายแล้วงานก็เคลียหมดแล้วตอนนี้เลยว่างมีอีกทีก็สอบปลายภาคหรือสอบจบนั่นแหละ ระหว่างนี้ว่าง ๆ ก็อยากหาอะไรทำอยู่แล้ว ทีแรกว่าจะไปสมัครเป็พนักงานร้านกาแฟแต่พอมีพี่บีมมาทาบทามฉันก็ไม่รอช้าที่จะตอบตกลง
07.15 น.
“เดี๋ยววันนี้เราต้องดูแล ซันเดย์ นะ คิวงานแล้วก็ตารางวันนี้จนถึงสัปดาห์หน้าพี่ทำให้แล้วอยู่ในแฟ้ม มีอะไรด่วนหรือฉุกเฉินโทรหาพี่ได้ตลอด” พี่บีมที่กำลังทำหน้าที่พลขับ เล่ารายละเอียดต่าง ๆ ให้ฉันฟังอย่างใจเย็น หลายคนคงจะสงสัยว่าฉันเป็คนนอกแล้วเข้ามาทำแบบนี้ได้ยังไง เล่าแบบสั้น ๆ ก็คือ ตอนนี้ทางบริษัทที่พี่บีมทำงานอยู่กำลังเปลี่ยนทีมงานใหม่หลายชุดทำให้ยังมีคนไม่พอในการดูแลศิลปินในค่าย เพื่อนพี่บีมที่เป็ลูกเ้าของบริษัทและกำลังจะขึ้นรับตำแหน่งจึงวานให้พี่บีมหาคนมาช่วย เื่ราวมันก็เป็แบบนี้นี่แหละ
“ซันเดย์เขาออกจะนิ่ง ๆ หน่อยนะ แต่ถ้าทำงานด้วยกันไปสักพักเดี๋ยวจะรู้เองว่าเขากวนเก่งแค่ไหน พี่บอกเขาไว้แล้วว่าจะมีคนไปทำหน้าที่แทนพี่”
“แล้วพี่ไปดูแลใครคะ” ฉันถามพี่บีม ระหว่างที่สายตากำลังกวาดตามองตารางงานของคุณซันเดย์วันนี้ ถึงบริษัทก็ต้องนั่งรถตู้จากบริษัทไปรับเขาที่คอนโดเพื่อไปงานอีก
“พี่ดูแลเด็กใหม่น่ะ”
“ถึงแล้วแยกย้ายเลยนะ คนขับรถเรารู้จักอยู่แล้ว”
“ค่ะพี่ หนูไปก่อนนะ เจอกันที่บ้านค่ะ”
“โชคดี มีอะไรโทรหาพี่เลย” ฉันลงจากรถเดินไปขึ้นรถตู้ที่มีพี่คนขับที่คุ้นเคย เมื่อทักทายกันได้สักพักเราก็ขึ้นรถและ
ออกเดินทางไปยังคอนโดของคุณซันเดย์ ฉันได้เบอร์และช่องทางติดต่อคุณซันเดย์มาแล้วเรียบร้อย ตอนนี้กำลังจะโทรแจ้งเขาว่ากำลังเข้าไปรับให้เขาเตรียมตัวไว้เลย รอสายอยู่นานเขาก็ไม่รับ โทรครั้งที่สามนั่นแหละถึงได้รับการตอบรับจากปลายสาย
(ครับ?) เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายมา พร้อมกับเสียงกุกกักอะไรสักอย่าง
“สวัสดีค่ะฉันชื่อฟางนะคะ เป็ผู้จัดการชั่วคราวของคุณพี่บีมคงแจ้งแล้ว”
(ครับ)
“ตอนนี้กำลังเข้าไปรับที่คอนโดนะคะ คุณเตรียมตัวไว้เลย อีกสิบนาทีถึง...”
(คุณ...)
“คะ?”
(ขอกาแฟแก้วหนึ่งได้ไหม?)
“ได้ค่ะ เดี๋ยวสั่งไว้ให้ จะถึงแล้วนะคะ”
(ครับเดี๋ยวลงไป) ปลายสายบอกสั้น ๆ ก่อนจะตัดสายไป ฉันขอร้องให้พี่คนขับรถพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยฉันอีกทีแวะให้ฉันลงที่ร้านกาแฟชื่อดังและวานให้เข้าไปรับคุณซันเดย์ ส่วนฉันจะซื้อกาแฟรอ พวกเขาวนกลับมาฉันก็น่าจะได้กาแฟพอดี ฉันเช็คมาหมดแล้วว่าคนที่ต้องดูแลทานอะไรได้บ้าง แพ้อะไรหรือชอบทานกาแฟแบบไหน แต่คุณซันเดย์เป็แรกเลยนะที่ดูแล้วรายละเอียดไม่ได้เื่มากอะไรมาก ออกจะชิลเสียด้วยซ้ำ อีกอย่างตอนนั่งรถมาพี่พลเองก็เอ่ยชมซันเดย์ไม่หยุด บอกว่าไม่เหมือนคนอื่นที่วางท่าและมองคนอื่นต่ำกว่า ฉันได้กาแฟมาสองแก้วและสั่งของตัวเองเป็ช็อกโกแลตเย็น นอกจากนี้ยังมีขนมติดมาอีกด้วย รถตู้สีดำเงาติดฟิล์มทีทึบทั้งคันเคลื่อนมาจอดตรงหน้า ฉันเปิดประตูด้านหน้าคู่คนขับก่อนจะรีบเอ่ยทักทายศิลปินที่ต้องดูแล
“สวัสดีค่ะฉันชื่อฟางนะคะ จะเข้ามาดูแลคุณ่หนึ่งสัปดาห์นี้ นี่กาแฟของคุณค่ะ” ฉันยื่นแก้วกาแฟให้กับคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลัง วันนี้เขาสวมเสื้อยืดสีขาวซึ่งแทบจะกลายเป็สีเดียวกับผิวของเขา กางเกงยีนสีเข้ม เขามองหน้าฉันอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรกลับมานอกจากคำว่าขอบคุณแค่นั้น
“ขอบคุณครับ” เขารับแก้วกาแฟไปส่วนฉันก็ส่งแก้วกาแฟอีกแก้วให้พี่พล
“เอาขนมไหมคะ?” ฉันหันกลับไปมองคนที่นั่งอยู่ด้านหลังอีกครั้ง แต่เขาส่ายหน้าแทน
“งานวันนี้ตอนเที่ยงมีถ่ายแบบที่สตูxx นะคะ จากนั้นมีงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ เป็น้ำหอมที่เพิ่งถ่ายโฆษณาไปเมื่อเดือนที่แล้ว จากนั้นมีเวลาว่างอยากเข้าไปห้องอัดไหมคะหรือจะกลับไปพักผ่อน”
“ห้องอัด”
“งั้นหลังเสร็จงานจะเข้าห้องอัดนะคะ”
“ขอทางด้วยนะคะ อย่ารุมนะคะ” ฉันเอ่ยเตือนกลุ่มแฟนคลับที่ถลาเข้ามาหาซันเดย์ที่กำลังเดินลงจากรถ กว่าจะเบียดกลุ่มแฟนคลับเข้ามายังสตูดิโอได้ก็เหงื่อตกไปตาม ๆ กัน เมื่อเข้าไปยังสตูดิโอได้คุณซันเดย์ก็ถูกพาตัวไปยังห้องแต่งหน้าส่วนฉันเข้าไปฟังบรีฟงานกับช่างภาพ
“เดี๋ยวครึ่งชั่วโมงเจอกันครับ” ช่างภาพส่งยิ้มให้ฉันเองก็ยิ้มตอบกลับบาง ๆ ไม่มีเวลามารีรอหรืออะไรมากฉันเดินไปยังห้องแต่งตัวและเล่าบรีฟงานให้คุณซันเดย์ฟัง เขาพยักหน้านิ่ง ๆ ไม่ได้ตอบหรือถามอะไรฉันกลับ
“อยากทานอะไรไหมคะ จะได้สั่งไว้ให้”
“อยากกินสเต็ก”
“สเต็กเป็หลังงานเสร็จได้ไหมคะ เพราะมีงานต่อกลัวว่าจะไม่ทัน”
“ได้ เอาบะหมี่เกี๊ยวก็ได้”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวออกไปซื้อมาให้” นิ่งเหลือเกินพ่อคุณ นิ่งแบบนิ่งอ่ะ ี้เีพูดหรือไงก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าแฟนคลับชอบอะไรใน
ตัวเขานะทั้งที่เ้าตัวก็นิ่งจนฉันไม่รู้ว่าจะคุยอะไรด้วย ฉันเดินออกจากสตูดิโอเพื่อไปซื้อบะหมี่ตามที่คุณซันเดย์้า กลุ่มแฟนคลับยังมีนั่งรอที่นอกสตูฯ ฉันเข้าใจความรักของกลุ่มแฟนคลับที่มีให้ศิลปินมาก ๆ เลยล่ะ เพราะฉันเองก็เคยติดตามศิลปินอยู่คนหนึ่งแต่เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้ฉันเลือกที่จะคอยดูเขาประสบผลสำเร็จจากที่ไกล ๆ แทน
“เอาบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงสองที่ค่ะ”
“ได้จ๊ะ รอสักครู่นะ” แม่ค้ายิ้มให้ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ ฉันนั่งเล่นโทรศัพท์รออาหารไม่นานก็ได้สิ่งที่สั่งไป ฉันเดินกลับเข้าห้องพักศิลปินวางบะหมี่ไว้ลงโต๊ะก่อนจะเดินไปดูคุณซันเดย์ เขาเปลี่ยนชุดและเข้าไปถ่ายรูปได้สองชุดแล้วเหลืออีกสามชุดก็เสร็จแล้วล่ะ
“หิวแล้ว” เมื่อเดินเข้าไปใกล้คุณซันเดย์พร้อมกับขวดน้ำเขาก็เอ่ยบอกฉันเสียงเบา
“ทนไหวไหมคะ อีกสามชุด”
“ไม่รู้ แต่ตอนนี้หิวมาก ๆ ” อีกฝ่ายทำหน้างอแง
“งั้นเดี๋ยวขอพักเบรกให้นะ จะได้ทานข้าวด้วยเลย”
“ขอบคุณครับ” ฉันส่งคุณซันเดย์จนถึงห้องแต่งหน้าหลังจากเขานั่งให้ช่างแต่งหน้าเพิ่มฉันก็เดินไปยังช่างภาพ
“พี่โบ้ท หนูขอให้ศิลปินพักสักครึ่งชั่วโมงได้ไหมคะ เขายังไม่ได้ทานข้าวเลย” ฉันเอ่ยขอพี่ช่างภาพที่รู้จัก ไม่รู้จักธรรมดานะ พี่โบ้ทเป็ลูกพี่ลูกน้องฉันเอง ก็พี่ชายของพี่บีมนั่นแหละ
“หือ? ได้ ๆ แล้วนี่จะไปไหนต่อ กลับเลยไหมว่างไปทานข้าวกับพี่หรือเปล่า” พี่โบ้ทวางมือผมผมลูบไปมา
“มีงานต่อค่ะ แต่เย็นนี้มีนัดทานข้าวกับพี่บีมด้วยนะ กลับบ้านไหมคะ”
“วันนี้ยังไม่มั่นใจ ถ้ายังไงเดี๋ยวพี่โทรบอกอีกทีแล้วกันนะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวมาคุยด้วยนะ ขอไปเตรียมอาหารให้เขาก่อน”
“ได้ครับ” พี่โบ้ทยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู พี่โบ้ทน่ะดูแลฉันเหมือนพ่อเลย เขาชอบห่วงชอบหวง ยิ่งตอนเรียนที่โรงเรียนด้วยกัน คือไม่มีใครกล้าจีบฉันเลย พี่บีมมาบอกตอนจบมหาลัยว่าที่ไม่มีใครจีบเป็เพราะพี่โบ้ทตามไปขู่ ได้ยินแล้วก็ขำ ขี้หวงไม่มีใครเกินเลยล่ะ พี่ชายคนนี้น่ะ
“คุณซันเดย์ เดี๋ยวแต่งหน้าเสร็จแล้วมาทานข้าวก่อนนะคะ”
“ครับ”
ซันเดย์แต่งหน้าเสร็จก็สอดเสื้อของกองถ่ายออกมีเพียงเสื้อกล้ามตัวเดียวที่สวมอยู่ เขาเดินไปนั่งที่โซฟาและเริ่มทานบะหมี่ พี่พลเองก็ทานอยู่ด้านนอกแล้วก่อนเข้ามาฉันแวะเอาบะหมี่เกี๊ยวให้พี่พลแล้วล่ะ ส่วนของฉัน ฉัน ไม่รู้สิ ไม่ค่อยหิวน่ะ
“ฟาง ทานข้าว” พี่โบ้ทโผล่เข้ามาในห้องพักพร้อมกับเอ่ยชวนฉันเสียงเบา ซันเดย์ที่ทานบะหมี่อยู่เหลือบตาขึ้นมองก่อนจะก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าต่ออย่างไม่ใส่ใจ
“หนูไม่หิวเลย พี่ไปทานเถอะ”
“ตลอดอ่ะ จะโทรไปฟ้องบีม” พี่โบ้ทขู่ ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยก่อนจะเดินตามพี่โบ้ทออกไป เท้าที่กำลังจะเดินออกไปข้างนอกห้องมีอันต้องชะงักเมื่อซันเดย์พูดอะไรบางอย่างออกมา
“ไปเอาข้าวมาทานด้วยกัน จะรอ”
“ทะ ทานก่อนเลยค่ะเดี๋ยวเย็นแล้วมันไม่อร่อย”
“จะรอ” เขาย้ำมาเสียงเข้ม
“ก็ได้ค่ะ ๆ แต่ทานต่อเลยเดี๋ยวจะรีบไปหาอะไรมาทาน” พอออกจากห้องพักฉันก็เข้าไปหาพี่โบ้ทที่นั่งทานข้าวกับทีมงานอยู่
“มานี่ ๆ ทุกคนครับนี่ฟางน้องสาวผมครับ” พี่โบ้ทแนะนำให้รู้จักพี่ ๆ
“สวัสดีค่ะ”
“มีน้องน่ารักแบบนี้ทำไมไม่แนะนำบ้างเฮีย”
“ดูพวกมึงสิ กูจะกล้าแนะนำได้ไง” พี่โบ้ทคุยกับทีมงาน ฉันสะกิดพี่โบ้ทเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองฉันจึงเอ่ยบอกเขา
“ขอข้าวสักกล่องได้ไหมคะ เดี๋ยวเขาไปทานเป็เพื่อนคุณซันเดย์”
“มี ๆ อ่ะนี่ ไม่ออกมานั่งด้วยกันเหรอ” พี่โบ้ทถาม
“ครั้งหน้านะคะ ขอตัวก่อนนะคะ” ก่อนออกมาไม่ลืมยิ้มให้กับทีมงานที่มองเราสองคนยิ้ม ๆ เมื่อได้ข้าวกล่องมาฉันก็เดินกลับเข้าห้องพัก ซันเดย์นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ ฉันนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา เมื่อฉันเริ่มเปิดกล่องอาหารเขาก็เริ่มกลับมาทานข้าวต่อ เรานั่งทานข้าวกันเงียบ ๆ ไม่ได้คุยหรือถามอะไรกัน
“ตอนเย็นไม่เข้าห้องอัดแล้วนะ อาจารย์เลื่อนสอบเป็หกโมงเย็น”
“อ้อ ได้ค่ะ จะให้เข้าไปส่งไหม?”
“ส่ง”
“โอเค”
===================
ประเดิมตอนแรกเบาๆก่อนนะคะ