เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC

    ตอนที่ 44: แบกซุงติดไฟ


    เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนดุจลิ้นอสูรกายร้ายตระกูลอัคคี โหมลุกลามไหม้ถล่มแนวป่าไผ่ทิศเหนืออย่างบ้าคลั่งไร้การควบคุม ม่านควันไฟสีดำทมิฬหนาทึบพวยพุ่งพัดพากลิ่นเหม็นไหม้และละอองเขม่าถ่านลอยขมุกขมัวปกคลุมทั่วชั้นบรรยากาศค่ายรบป่าไผ่ แสงไฟสีส้มสว่างวาบฉีกทึ้งความสลัวรางของปลายบ่ายแก่ๆ สะท้อนภาพความวิบัติของโรงเรือนคลังเก่าและแนวเรือนคุกกักขังไม้ไผ่ที่พังพินาศพังทลายทีละส่วน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องกลัวตายสติกระเจิงของคนแก่คนชราและเด็กเล็กๆ ที่ยังคงติดค้างอยู่ข้างในโรงเรือนคุกที่เปลวเพลิงโอบล้อมกั้นทางหนี ควันดำและรังสีความร้อนจัดบดบังสายตาจนมองไม่เห็นทิศทางใดๆ มีเพียงแต่เสียงฝีเท้าแตกตื่นและทหารบ้านที่กระหืดกระหอบลนลานตักน้ำในตะกร้าและถังดินมาช่วยดับเพลิงป่าแต่ไม่เป็นผลเพราะไฟโหมแรงเกินกำลังคนร้อยนายจะดับลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว

    แม่หญิงชงโคเนื้อตัวมอมแมมเปรอะคราบเขม่าสีดำพยายามนำทหารบ้านบุกฝ่าควันพิษควันไฟเข้าไปพยุงลำเลียงคนชราและเชลยศึกกบฏหนอนบ่อนไส้ที่เป็นลิ่วล้อเก่าของบิดานางออกมาทีละคนอย่างกุลีกุจอและตระหนกตกใจสูงสุดขีดหวาดกลัวเพลิงร้ายเผาชีวิต

    ทว่าทันใดนั้น โครงเสาหลังคาไม้ไผ่คานซุงมหึมาซึ่งลุกติดเพลิงไฟสีแดงจัดร้อนฉ่าแตกร้าวส่งเสียงเปรี้ยงปรา้งรุนแรงดั่งประทัดยักษ์กึกก้องป่าไผ่ เริ่มรับน้ำหนักโครงสร้างไม่ไหวและทรุดตัวพังถล่มลงมาปิดทับทิศปากทางเข้าออกหลักของโรงเรือนกักขังอย่างเฉียบพลัน ปิดกั้นทางออกทุกช่องทางหนีไม่ให้ชาวบ้านชราและเด็กหนีรอดออกมาได้เลย ความตายและกองกระดูกอยู่เพียงเอื้อมมือ

    "กรี๊ดดด!... ช่วยพวกเราด้วย! ไฟไหม้ล้อมหมดแล้ว! ร้อนเหลือเกิน! ขนทางรอดไม่เจอ นายหัวช่วยด้วย!..." เสียงตะโกนร้องทุกข์สั่นสะท้านระงมลึกปานตกนรกทั้งเป็นของคนข้างในดังบีบเค้นจิตใจลั่นป่า

    ชงโคเบิกตากว้าง แข้งขาอ่อนแรงล้มพับกองกับโคลนแดงเมื่อเห็นเสาซุงเพลิงยักษ์ขวางปากทางเข้าออกอย่างไร้ความปราณีพังลงมาต่อหน้าต่อตานาง

    *ฟุ่บ!*

    ร่างสูงใหญ่กำยำสีทองแดงของเป้าพุ่งตัวทะยานแหวกม่านควันไฟปราบเพลิงเข้ามาอย่างรวดเร็วปานลมกรดฉีกกระชากอากาศ ชายหนุ่มไม่ลังเลแม้แต่น้อยกระโจนร่างเข้าขวางใต้คานซุงถล่ม ใช้สองไหล่หนาแกร่งปานแผ่นเหล็กและบ่าศิลาเปลือยเปล่าเข้าต้านรับน้ำหนักมหาศาล ค้ำยันเสาซุงท่อนใหญ่ยักษ์ที่ไฟกำลังโหมไหม้ลุกโชนลวกหลังและไหล่อย่างสุดกำลังพละกำลังสิบห้าชั่งของระบบระดับสามเพื่อค้ำชีวิตผู้อื่นไว้ให้ปลอดภัย

    "อึกกก!..."

    เป้าขบกรามแน่นจนเส้นขมับปูดโปนและโลหิตสีแดงซึมมุมปาก ท่อนไม้ซุงอัคคีร้อนแรงแผดเผารังสีความร้อนระอุเข้าลวกเนื้อหนังสีทองแดงของเขาจนเปรอะคราบไหม้ แผ่นอกแกร่งต้านรับเศษกระเบื้องไม้ไผ่ที่ตกลงมาใส่ เป้ากัดฟันดึงพลังจิตวิญญาณแห่งลูกผู้ชายสู้ศึก ไม่ยอมก้มหัวให้อุปสรรคไฟหรือกองทัพหลวง กลิ่นเนื้อไหม้จางๆ ลอยอบอวลปนกลิ่นควันไฟป่า ทว่าดวงตาคมกริบของเป้ายังคงเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มใช้วิชา "มนต์ลืมเจ็บ" ระงับความเจ็บปวดทรมาน แล้วเกร็งกำลังแผ่นหลังค้ำรับเสาเพลิงร้อนระอุไว้ดุจขุนเขาเหล็กกล้าไหลสยบฟืนไฟป่าไผ่รอบตัวอย่างแกร่งกล้า

    ชงโคน้ำตานองสองแก้มสวยไหลอาบคราบเขม่าดำเกรียม แววตานางปวดร้าวสุดขีดจดจ้องสามีรักที่ยอมเอาตัวเข้าแลก นางตะโกนร้องไห้ห่วงใยเป้าสุดเสียงจนแก้วเสียงสั่นเครือปวดร้าวในดวงจิตสะกดอารมณ์บีบน้ำตาอย่างทารุณจิตใจ

    "พี่เป้า!... ปล่อยมันเถิดเจ้าค่ะ! ตัวพี่เป้าจะไหม้เกรียมดำหมดแล้ว! ฮือๆ... พี่เป้าปล่อยมันลงมาเถอะ ข้าทนมองพี่เจ็บปวดอีกไม่ได้แล้ว! หัวใจข้าจะสลายอยู่แล้วพี่เป้าจ๋า!..."

    เป้าถลึงตาคำรามลั่นสะท้านเพลิงไฟป่าแผดเสียงแข่งลมร้อนจัดเสียงดังกังวานก้องไปทั่วด่านป่าไผ่

    "ชงโค!... อย่าเสียเวลาห่วงข้า! พยุงเด็กๆ และพวกคนแก่ออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้! ข้าเป้าใหญ่ยังรับไหว... กายาศิลาของข้าไม่มีวันหักพังเพราะฟืนไฟแค่นี้หรอก! รีบไปเร็วเข้าโว้ย!!!"

    ชงโคกัดริมฝีปากแน่นกวาดปัดน้ำตาทิ้งเพื่อสู้ภัยสงคราม นางรีบนำทหารบ้านพยุงโอบอุ้มชาวบ้านชราและดึงตัวคนคุกกกบฏวิ่งลอดผ่านใต้เงาร่างที่ค้ำแบกเสาซุงเพลิงของเป้าออกไปทีละคนจนหนีรอดพ้นปากทางออกได้หมดทุกคนอย่างปาฏิหาริย์รอดพ้นวิบัติไฟนรกโลกันตร์

    ขณะที่แผงหลังและบ่าของเป้าถูกเพลิงไฟและความร้อนแผดเผาลวกจนผิวหนังเปลี่ยนเป็นคราบไหม้ดำทมิฬ ร่างกายแกร่งของเป้ากลับเริ่มกระตุ้นปฏิกิริยาดูดซับความร้อนพลังหยางร้อนแรงรอบด้านเข้ามาโคจรผ่านชีพจรกระดูกศิลาและเส้นประสาท ความร้อนแผดเผาช่วยล้างชำระจุดชีพจรขยะไหลละลายเปลือกนอกที่ปิดกั้น ส่งผลให้พลังวิชาขยับเลื่อนระดับขั้นพลังอย่างรวดเร็วเหนือจินตนาการกระตุ้นขุมพลังระดับสามขึ้นสู่ขั้นต่อไปได้อย่างสวยงาม!

    ---

    *“ติ๊ง!! แบกไม้ซุงร้อนเพลิงไฟป่าค้ำรับเพื่อคนรักและชาวค่าย ทรหดแกร่งกล้าหนังหนายิ่งกว่าหินผาพันปี! ยินดีด้วยจ้าโฮสต์ เลื่อนระดับพลังสู่ ‘กายาศิลาทมิฬ (ระดับ 3) ขั้นที่ 2’ สำเร็จแล้ว! ส่งผลให้พละกำลังทะยานสูงขึ้นเป็น 16.0 ชั่ง แต้มสะสมระบบโบราณคงที่ 3500 แต้ม! รอยแผลไฟลวกฟื้นฟูผลัดผิวหนังแกร่งทนทานกว่าเก่าแล้วจ้าโฮสต์แมงดาใจหล่อ!”*

    พลังกายาศิลาทมิฬขั้นสองระเบิดซ่านสะพรั่งทั่วผิวเนื้อ รอยไหม้ดำเปื่อยลวกบนหลังของเป้าค่อยๆ ผลัดเซลล์สมานผิวกลับมาเรียบเนียนหนาตึงเปรี๊ยะสีทองแดงเปล่งประกายสีทมิฬไร้ความระคายเคืองปัดเป่าพิษเพลิงไปสิ้นอย่างมหัศจรรย์ใจ ลมปราณหมุนเวียนแกร่งกร้าวกว่าเก่าทวีคูณดั่งเหล็กกล้าไหลทมิฬอาบผิวหนัง

    "ย้ากกก!..."

    เป้าแผดเสียงคำรามกู่ลั่นช่องเขา สองมือหนาแกร่งทรงพลังสิบหกชั่งชูยกท่อนเสาไม้ซุงเพลิงติดไฟยักษ์น้ำหนักมหึมาขึ้นลอยเหนือหัว แล้วเหวี่ยงทุ่มโยนท่อนซุงอัคคีทิ้งละลิ่วข้ามอาคารลอยข้ามหน้าผาร่วงลงสู่โตรกหุบเขาเบื้องล่างเสียงดังสนั่นสะเทือนดินแดง ดับวิกฤตเพลิงลวกและเพลิงถล่มลงได้อย่างราบคาบหมดจดปลอดภัยไร้ภัยร้ายรอบเรือนพัก

    เมื่อเพลิงโหมลวกไหม้ดับมอดลงบางส่วน ปรากฏร่างแกร่งตึงเปลือยอกของเป้าที่ก้าวฝ่าละอองควันดำก้าวเดินออกมาอย่างปลอดภัย ชงโคที่น้ำตานองหน้าไม่รอช้าโผร่างเข้ากอดซุกแผงอกกว้างร้อนระอุของสามีรักแน่นหนาด้วยความห่วงใยสะอื้นไห้กระวนกระวาย สองมือนางลูบคลำแผงหลังหนาที่ไร้บาดแผลไหม้อย่างประหลาดใจลึกซึ้งหวิวหวั่นไหวระทวย

    มะลิและกระดังงาก็ก้าววิ่งตามเข้ามา มะลินำผ้าอุ่นสะอาดชุบน้ำเย็นมาช่วยซับเช็ดคราบเขม่าสีดำที่เกาะกุมตามลาดบ่าหนาและแผงอกของเป้าอย่างอ่อนโยน ขณะที่กระดังงานำขวดน้ำยาปรุงยาวิเศษรากไม้สมานแผลประคบชโลมแผลไหม้สมุนไพรทาเคลือบบำรุงผิวกายสีทองแดงของขุนศึกหนุ่มอย่างทะนุถนอมหยอกเย้าลูบไล้กันอย่างน่ารักน่าเอ็นดูอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก

    "พี่เป้าจ๋า... พี่เป้าปลอดภัยดีใช่ไหมเจ้าคะ... ข้านึกว่าพี่จะไหม้เกรียมไปเสียแล้ว... ฮือๆ... ข้ารักพี่เหลือเกิน..." ชงโคพร่ำบอกเสียงหวานสั่นคลอนกอดกุมบ่าแกร่งไว้ไม่ยอมปล่อยด้วยความรักหมดใจที่มีต่อสามีขุนศึกคนเดียวของนาง

    เป้าแสยะยิ้มกะล่อนลูบแผ่นหลังบางและแก้มใสของนางอย่างเอ็นดูเย้าหยอกเอ่ยคำอ้อนหญิงให้พวกนางอารมณ์ดีและคลายความเคร่งเครียด

    "โถ... ชงโคเมียรัก พี่เป้าคนหล่อคนดีของเจ้า หนังเหนียวยิ่งกว่าภูเขาหินพันปีเสียอีก ไฟป่าแค่นี้ลวกพี่ให้เจ็บระบมหรือทิ้งรอยแผลเป็นไหม้เกรียมยังไม่ได้เลยจ้ะคนดี..." เป้าพูดปลอบประโลมอ้อนออดมะลิและกระดังงาที่ต่างช่วยกันดูแลลูบผิวกายเขาจนใบหน้าสวยแดงระเรื่อเอียงอายกันถ้วนหน้าเพราะความกะล่อนสายตาซุกซนของชายหนุ่มที่ทำหน้าทะเล้นกิริยาหวานชื่น

    รอบด้าน ลิ่วล้อหนอนบ่อนไส้กลุ่มกบฏของอดีตผู้ใหญ่บ้านที่รอดพ้นความตายและชาวค่ายป่าไผ่รวมถึงผู้เฒ่าคนชรา ต่างพากันคุกเข่าราบลงกับดินเหนียวแดงกราบกวาดมือกราบไหว้วีรบุรุษขุนศึกเป้าด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา และซาบซึ้งใจสูงสุดอย่างตื้นตันน้ำตาร่วงโรยยามยากกู้ชาติกราบขอขมาโทษทัณฑ์ในอดีตที่พวกตนเคยคิดร้ายต่อเป้า

    "ขอบคุณหัวหน้าค่ายเป้าที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยพวกเราทั้งที่พวกเราเคยคิดร้ายทรยศท่านขอรับ! บุญคุณครั้งนี้ชั่วชีวิตก็ไม่มีวันลืมเลือน พวกเรายอมตายถวายชีวิตสู้ศึกปกป้องค่ายรบป่าไผ่ร่วมกับท่านจนถึงที่สุดขอรับ!" เสียงชาวบ้านต่างโห่ร้องชื่นชมสรรเสริญก้องหุบเขาปลุกกระแสสามัคคีสูงสุดร้อยรัดกำลังพล

    ยามราตรีคืบคลานหลังสะสางวิกฤตเพลิง เป้าเรียกประชุมด่วนกับสามสาว ชงโค มะลิ กระดังงา และพวกทหารบ้านระดับหัวหน้า คุยจัดวางแผนป้องกันแนวรบตลบหลังทัพหลวง 500 นายที่จะโจมตีในวันพรุ่งนี้คืนเพ็ญเต็มดวงอย่างตึงเครียด ทุกคนพร้อมใจและไม่มีการคิดรัฐประหารใดๆ อีกต่อไป ค่ายป่าไผ่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและพร้อมรับศึกใหญ่สะเทือนดินแดงสู้ตาย!

    ---

    คล้ายกับเรื่องเกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC ที่คุณอ่าน